คลังกฎหมาย / คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ ๔

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ ๔ ·

มาตรา ๑๓

ข้อ ๑๓ ห้ามมิให้ผู้ใดต่อ ดัดแปลง เปลี่ยนประเภท หรือทำลายเรือประมงตามกฎหมาย ว่าด้วยการประมง เว้นแต่จะมีหนังสือรับรองจากกรมเจ้าท่า โดยกรมเจ้าท่าจะต้องแจ้งให้ผู้ประสงค์ จะดำเนินการดังกล่าวทราบภายในสิบห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอหนังสือรับรอง ก่อนออกหนังสือรับรองตามวรรคหนึ่ง ให้กรมเจ้าท่าสอบถามกรมประมงว่าสามารถให้ผู้ยื่นคำขอ ดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้หรือไม่ และให้กรมประมงแจ้งให้กรมเจ้าท่าทราบภายในสามวันทำการ นับแต่วันที่ได้รับหนังสือสอบถามจากกรมเจ้าท่า ในกรณีที่กรมเจ้าท่าออกหนังสือรับรองให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้กรมเจ้าท่าและ กรมประมงร่วมกันดำเนินการตรวจสอบก่อนการอนุญาต ขณะดำเนินการ และหลังดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เสร็จสิ้น และให้หมายเหตุชื่อเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจสอบไว้ในทะเบียนเรือหรือใบอนุญาตใช้เรือ ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการดำเนินการของกรมเจ้าท่าและกรมประมง

ลิงก์อ้างอิงตรึงฉบับด้วย ?v=null — ถ้าวันหนึ่งมีฉบับแก้ไขถูกนำเข้า ลิงก์นี้จะยังชี้ฉบับเดิม

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:e1251aab7619 · 2026-08-24

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ ๔ มาตรา ๑๓