ข้อ ๒๒ ในกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเรือประมงลำใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง หรือกฎหมายว่าด้วยสิทธิการทำการประมงในเขตต์การประมงไทย กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว หรือกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองไม่ว่าเรือประมงดังกล่าวจะ เป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าวซึ่งพบ การกระทำความผิดสั่งกักเรือไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด และแจ้งให้กรมเจ้าท่าทราบภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับจากออกคำสั่งกักเรือ เพื่อกำหนดจุดจอดเรือและให้ผู้อำนวยการดำเนินการล็อกเรือให้เสร็จสิ้นภายใน สามวันทำการนับแต่วันที่กรมเจ้าท่าได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และหากปรากฏว่าเรือลำดังกล่าว เป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดโดยฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ให้ศาลสั่งริบเสียทั้งสิ้น
คลังกฎหมาย / คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ ๔
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ ๔ ·มาตรา ๒๒
ลิงก์อ้างอิงตรึงฉบับด้วย ?v=null — ถ้าวันหนึ่งมีฉบับแก้ไขถูกนำเข้า ลิงก์นี้จะยังชี้ฉบับเดิม
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
ที่มาของตัวบทนี้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:e1251aab7619… · 2026-08-24