คลังกฎหมาย / คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ ๔

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ ๔ ·

มาตรา ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่เจ้าของเรือประสงค์จะขอเพิกถอนทะเบียนเรือเพื่อนำเรือไปจดทะเบียน เป็นเรือสัญชาติอื่น หรือโอนกรรมสิทธิ์ให้คนสัญชาติอื่นและเรือดังกล่าวอยู่ในประเทศไทย ให้นายทะเบียน มีคำสั่งล็อกเรือไว้จนกว่าเจ้าของเรือจะนำเอกสารหลักฐานการจดทะเบียนเรือสัญชาติอื่นมาแสดงต่อ กรมเจ้าท่าเพื่อทำการตรวจสอบก่อนการปลดล็อกเรือ และออกใบอนุญาตให้นำเรือออกนอกน่านน้ำไทย ต่อไป โดยห้ามมิให้นายทะเบียนเพิกถอนทะเบียนเรือกรณีที่เรืออยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ในกรณีเรือไม่อยู่ในประเทศไทย นายทะเบียนจะดำเนินการเพิกถอนทะเบียนเรือหรืออนุญาต ให้โอนกรรมสิทธิ์เรือได้เมื่อเจ้าของเรือยื่นเอกสารหลักฐานการจดทะเบียนเรือสัญชาติอื่นหรือมีหนังสือ สัญญาจะซื้อจะขายเรือ พร้อมทั้งหลักฐานการแจ้งเรือออกจากท่าประเทศไทยและหลักฐานการแจ้ง เรือเข้าเมืองท่าปัจจุบัน ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองให้ใช้บังคับกับการขอเพิกถอนทะเบียนเรือหรือโอนกรรมสิทธิ์เรือ ที่ถูกล็อกไว้ก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับด้วย เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ เมษายน ๒๕๖๐ เจ้าของเรือผู้ใดไม่นำเอกสารหรือหลักฐานมาแสดงต่อกรมเจ้าท่าตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้กรมเจ้าท่าแจ้งรายชื่อให้กรมประมงทราบ และห้ามมิให้กรมประมงออกใบอนุญาตทำการประมงให้แก่ บุคคลดังกล่าวเป็นระยะเวลาสิบปี

ลิงก์อ้างอิงตรึงฉบับด้วย ?v=null — ถ้าวันหนึ่งมีฉบับแก้ไขถูกนำเข้า ลิงก์นี้จะยังชี้ฉบับเดิม

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:e1251aab7619 · 2026-08-24

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมครั้งที่ ๔ มาตรา ๑๕