ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๒๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๗. อกิตติชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗ อกิตฺติชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. อกิตติชาดก อกิตติดาบสขอพรท้าวสักกะ
อกิตฺตึ ทิสฺวาน สมฺมนฺตํ สกฺโก ภูตปตี พฺรวิ กึ ปตฺถยํ มหาพฺรหฺเม เอโก สมฺมสิ ฆมฺมนิ ฯ
ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูต ทรงเห็นอกิตติดาบสผู้ยับยั้งอยู่ จึงได้ตรัส ถามว่า ดูกรพราหมณ์ ท่านปรารถนาสมบัติอะไร ถึงยับยั้งอยู่ผู้เดียว ในถิ่นอันแห้งแล้ง?
ทุกฺโข ปุนพฺภโว สกฺก สรีรสฺส จ เภทนํ สมฺโมหมรณํ ทุกฺขํ ตสฺมา สมฺมามิ วาสว ฯ
ดูกรท้าวสักกะ การเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์ อนึ่ง ความแตกทำลายแห่ง ร่างกาย และความตายอย่างหลงใหล ก็เป็นทุกข์ เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงยับยั้งอยู่ ณ ที่นี้.
เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ
ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควร เป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.
วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร เยน ปุตฺเต จ ทาเร จ ธนธญฺญํ ปิยานิ จ ลทฺธา นรา น ตปฺปนฺติ โส โลโภ น มยี วเส ฯ
ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพร แก่อาตมภาพ ชนทั้งหลายได้บุตร ภรรยา ทรัพย์ ข้าวเปลือก และ สิ่งของอันเป็นที่รักทั้งหลาย แล้วยังไม่อิ่มด้วยความโลภใด ความโลภนั้น อย่าพึงมีในอาตมภาพเลย.
เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ
ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควร เป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.
วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร เขตฺตํ วตฺถุํ หิรญฺญญฺจ ควาสฺสํ ทาสโปริสํ เยน ชาเตน ชียนฺติ โส โทโส น มยี วเส ฯ
ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพร แก่อาตมภาพ นา ที่ดิน เงิน โค ม้า ทาส กรรมกร ย่อมเสื่อม สิ้นไปด้วยโทสะใด โทสะนั้นอย่าพึงมีในอาตมภาพเลย.
เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ
ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควร เป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.
วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร พาลํ น ปสฺเส น สุเณ น จ พาเลน สํวเส พาเลนลฺลาปสลฺลาปํ น กเร น จ โรจเย ฯ
ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพร แก่อาตมภาพ อาตมภาพไม่พึงเห็น ไม่พึงได้ฟังคนพาล ไม่พึงอยู่ร่วม กับคนพาล ไม่ขอกระทำ และไม่ขอชอบใจการเจรจาปราศรัยกับคนพาล.
กินฺนุ เต อกรํ พาโล วท กสฺสป การณํ เกน กสฺสป พาลสฺส ทสฺสนํ นาภิกงฺขสิ ฯ
ข้าแต่ท่านกัสสปะ คนพาลได้กระทำอะไรให้แก่ท่านหรือ ขอท่านจงบอก เหตุนั้นแก่โยม เพราะเหตุไร ท่านจึงไม่ปรารถนาเห็นคนพาล?
อนยํ นยติ ทุมฺเมโธ อธุรายํ นิยุญฺชติ ทุนฺนโย เสยฺยโส โหติ สมฺมา วุตฺโต ปกุปฺปติ วินยํ โส น ชานาติ สาธุ ตสฺส อทสฺสนํ ฯ
คนพาลผู้มีปัญญาทราม ย่อมแนะนำสิ่งที่ไม่ควรจะแนะนำ ย่อมชักชวนใน สิ่งที่ไม่ใช่ธุระ การแนะนำชั่วเป็นความดีของเขา คนพาลนั้นถึงจะ พูดดีก็โกรธ เขามิได้รู้วินัย การไม่เห็นคนพาลนั้นเป็นความดี.
เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ
ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควร เป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.
วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร ธีรํ ปสฺเส สุเณ ธีรํ ธีเรน สห สํวเส ธีเรนลฺลาปสลฺลาปํ ตํ กเร ตญฺจ โรจเย ฯ
ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพร แก่อาตมภาพ อาตมภาพพึงขอเห็น ขอฟังนักปราชญ์ ขออยู่ร่วมกัน กับนักปราชญ์ ขอกระทำ และขอชอบใจการเจรจาปราศรัยกับนักปราชญ์.
กินฺนุ เต อกรํ ธีโร วท กสฺสป การณํ เกน กสฺสป ธีรสฺส ทสฺสนํ อภิกงฺขสิ ฯ
ข้าแต่ท่านกัสสปะ นักปราชญ์ได้กระทำอะไรให้แก่ท่านหรือ ขอท่านจง บอกเหตุนั้นแก่โยม เพราะเหตุไร ท่านจึงปรารถนาเห็นนักปราชญ์?
นยํ นยติ เมธาวี อธุรายํ น ยุญฺชติ สุนโย เสยฺยโส โหติ สมฺมา วุตฺโต น กุปฺปติ วินยํ โส ปชานาติ สาธุ เตน สมาคโม ฯ
นักปราชญ์ย่อมแนะนำสิ่งที่ควรแนะนำ ย่อมไม่ชักชวนในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ การแนะนำดีเป็นความดีของนักปราชญ์นั้น นักปราชญ์นั้น ผู้อื่น กล่าวชอบก็ไม่โกรธ ย่อมรู้จักวินัย การสมาคมคบหากันกับนักปราชญ์ นั้นเป็นความดี.
เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ
ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควร เป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.
วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร ตโต รตฺยา วิวสเน สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ ทิพฺพา ภกฺขา ปาตุภเวยฺยุํ สีลวนฺโต จ ยาจกา ททโต เม น ขีเยถ ทตฺวา นานุตเปยฺยหํ ททํ จิตฺตํ ปสาเทยฺยํ เอตํ สกฺก วรํ วเร ฯ
ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพร แก่อาตมภาพ เมื่อราตรีสว่างแจ้ง พระอาทิตย์อุทัยขึ้นแล้ว ขออาหาร อันเป็นทิพย์ และยาจกผู้มีศีล พึงปรากฏขึ้น เมื่ออาตมภาพให้ทานอยู่ ขอให้ศรัทธาของอาตมภาพไม่พึงเสื่อมสิ้นไป ครั้นให้ทานแล้วขอให้ อาตมภาพไม่พึงเดือดร้อนในภายหลัง เมื่อกำลังให้อยู่ ก็ขอให้อาตมภาพ พึงยังจิตให้เลื่อมใส ดูกรท้าวสักกะ ขอมหาบพิตรทรงประทานพรนี้ แก่อาตมภาพเถิด.
เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ
ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควร เป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.
วรญฺจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร น มํ ปุน อุเปยฺยาสิ เอตํ สกฺก วรํ วเร ฯ
ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพร แก่อาตมภาพ มหาบพิตรอย่าพึงเข้ามาใกล้อาตมภาพอีกเลย ดูกรท้าว สักกะ ขอมหาบพิตรทรงประทานพรนี้แก่อาตมภาพเถิด.
พหูหิ วตฺตจริยาหิ นรา จ อถ นาริโย ทสฺสนํ อภิกงฺขนฺติ กินฺนุ เม ทสฺสเน ภยํ ฯ
นรชาติหญิงชายทั้งหลาย ย่อมปรารถนาจะเห็นโยมด้วยวัตรจริยาเป็น อันมาก เพราะเหตุไรหนอ การเห็นโยมจึงเป็นภัยแก่ท่าน?
ตํ ตาทิสํ เทววณฺณํ สพฺพกามสมิทฺธินํ ทิสฺวา ตโป ปมชฺเชยฺยํ เอตํ เต ทสฺสเน ภยนฺติ ฯ อกิตฺติชาตกํ สตฺตมํ ฯ ---------
อาตมภาพเห็นเพศเทวดาเช่นพระองค์ ผู้สำเร็จด้วยสิ่งที่ต้องประสงค์ ทุกอย่างแล้ว ก็จะพึงประมาท ทำความเพียรปรารถนาตำแหน่งท้าวสักกะ การเห็นมหาบพิตรจึงเป็นภัยแก่อาตมภาพ. จบ อกิตติชาดกที่ ๗.