ศาสนา · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๓๒
๑. สีหาสนทายกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน ๒. สีหาสนิยวรรค หมวดว่าด้วยการถวายแท่นสีหาสน์เป็นต้น ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสีหาสนทายกเถระ (พระสีหาสนทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เมื่อปาพจน์ แผ่กว้างออกไป เมื่อศาสนาอันมหาชนรู้กันแล้ว
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดีได้ทำพระแท่นสีหาสน์ ครั้นทำเสร็จแล้วได้ทำตั่งสำหรับรองพระบาทถวาย
ในฤดูฝน ข้าพเจ้าได้สร้างเรือนคลุมบนพระแท่นสีหาสน์นั้น ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ไปบังเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิต
บุญกรรมได้สร้างวิมานยาว ๒๔ โยชน์ กว้าง ๑๔ โยชน์ไว้อย่างดีในขณะนั้นเพื่อข้าพเจ้า
นางเทพกัญญา ๗,๐๐๐ นาง แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ บุญกรรมได้เนรมิตบัลลังก์ทองไว้อย่างดีในวิมาน
ยานคือช้าง ยานคือม้า ซึ่งเป็นยานทิพย์ ได้รับการจัดเตรียมไว้แล้ว ปราสาทและวอก็บังเกิดขึ้นตามต้องการ @เชิงอรรถ : @ ปาพจน์ หมายถึงปิฎก ๓ (คือวินัยปิฎก สุตตันตปิฎก และอภิธรรมปิฎก) (ขุ.อป.อ. ๒/๑/๒) @ พระแท่นสีหาสน์ หมายถึงอาสนะอย่างดี (ขุ.อป.อ. ๒/๑๒๙/๓๕) เป็นอาสนะของพระผู้มีพระภาคผู้องอาจ @ดุจสีหะ เป็นอาสนะที่ประดับด้วยของมีค่า เช่น เงิน และทองเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๒/๒๑/๒๑๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๐๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน
บัลลังก์แก้วมณีและบัลลังก์ไม้แก่นชนิดอื่นอีกจำนวนมาก ทั้งหมดบังเกิดขึ้นเพื่อข้าพเจ้า นี้เป็นผลของการถวายพระแท่นสีหาสน์
ข้าพเจ้าสวมเขียงเท้าซึ่งทำด้วยทองคำ เงิน แก้วผลึก และแก้วไพฑูรย์ นี้เป็นผลของการถวายตั่งสำหรับรองพระบาท
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม
ในกัปที่ ๗๓ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ มีพระนามว่าอินทะ ในกัปที่ ๗๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ มีพระนามว่าสุมนะ
ในกัปที่ ๗๐ ถ้วนนับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ มีพระนามว่าวรุณะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ ทรงเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านสีหาสนทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้ สีหาสนทายกเถราปทานที่ ๑ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๐๓}