ศาสนา · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๓๒
๙. สัพพทายกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. สัพพทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสัพพทายกเถระ (พระสัพพทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ที่อยู่ของข้าพเจ้าซึ่งบุญกรรมเนรมิตไว้ดีแล้วจดถึงมหาสมุทร สระโบกขรณีซึ่งบุญกรรมเนรมิตไว้ดีแล้ว มีนกจักรพากส่งเสียงร้องอยู่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๙. สัพพทายกเถราปทาน
ดารดาษด้วยบัวเผื่อนบัวหลวงและบัวขาบ ในสระนั้นมีน้ำไหล มีท่าน้ำราบเรียบ เป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ
มีปลาและเต่าชุกชุม ชุกชุมไปด้วยเนื้อต่างๆ มีนกยูง นกกระเรียน และนกดุเหว่า เป็นต้น ส่งเสียงร้องอย่างไพเราะ
นกเขา นกเป็ดน้ำ นกจักรพาก นกกาน้ำ นกต้อยตีวิด นกสาลิกา นกช้อนหอย นกโพระดก
หงส์ นกกระเรียน นกแสก นกขมิ้น ช่างน่าเพลิดเพลินอยู่มาก สระโบกขรณีสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีทรายแก้วมณีและแก้วมุกดา
ต้นไม้ทั้งหลายเป็นสีทองทั้งหมด มีกลิ่นหอมต่างๆ ฟุ้งขจรไป ส่องที่อยู่ของข้าพเจ้าให้สว่างไสวตลอดกาลทั้งปวง ทั้งกลางวันกลางคืน
เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น ประโคมอยู่ทั้งเวลาเย็นและเวลาเช้า สตรีสาวล้วน ๖๐,๐๐๐ นาง แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ
ข้าพเจ้าออกจากที่อยู่แล้ว ได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ไหว้พระองค์ ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่
ถวายอภิวาทแล้วได้ทูลนิมนต์พระองค์พร้อมทั้งพระสาวก พระพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์พระนามว่าสุเมธะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงรับนิมนต์แล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๙. สัพพทายกเถราปทาน
พระมหามุนีตรัสธรรมกถาแก่ข้าพเจ้าแล้วทรงส่งข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว กลับเข้าไปยังที่อยู่ของตน
ข้าพเจ้าเรียกบริวารชนมาบอกว่า ท่านทั้งหมดจงประชุมกัน เวลาเช้าพระพุทธเจ้าจะเสด็จมายังที่อยู่ของเรา
การที่พวกเราจะได้อยู่ในสำนักของพระองค์ เป็นลาภที่พวกเราได้ดีแล้วหนอ แม้พวกเราจักทำการบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐที่สุดผู้เป็นศาสดา
ข้าพเจ้าตระเตรียมข้าวและน้ำเสร็จแล้ว จึงกราบทูลภัตกาล พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จเข้ามาพร้อมด้วยพระอรหันต์ ๒๐๐,๐๐๐ องค์
ข้าพเจ้าได้รับเสด็จด้วยดนตรีเครื่องห้า พระพุทธเจ้าผู้เป็นบุรุษผู้สูงสุด ประทับนั่งบนตั่งทองคำล้วน
ในครั้งนั้น หลังคาเบื้องบนก็มุงด้วยทองคำล้วน คนทั้งหลายโบกพัดถวายในระหว่างภิกษุสงฆ์
ข้าพเจ้าได้ถวายข้าวน้ำอย่างเพียงพอ ให้ภิกษุสงฆ์ฉันจนอิ่มหนำแล้ว ได้ถวายผ้าแก่ภิกษุสงฆ์รูปละ ๑ คู่
พระพุทธเจ้าที่ผู้คนเรียกพระนามว่าสุเมธะ ผู้สมควรรับเครื่องบูชาของโลก ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๙. สัพพทายกเถราปทาน
เราจักพยากรณ์ผู้ที่ถวายข้าวน้ำ ให้ภิกษุทั้งหมดนี้ฉันจนอิ่มหนำ ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๑๑๘ กัป จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ
เขาเกิดในกำเนิดใด คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้นๆ หลังคาทองคำล้วนจักกางกั้นให้ตลอดเวลา
ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
ผู้นั้นจักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
ผู้นั้นจักนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้วบันลือสีหนาท เขาสิ้นชีวิตแล้วถูกเผาภายใต้ฉัตร ที่ชนทั้งหลายกั้นไว้ที่เชิงตะกอน
สามัญผลข้าพเจ้าบรรลุแล้วตามลำดับ กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ที่มณฑปหรือที่โคนต้นไม้ ความเร่าร้อนไม่มีแก่ข้าพเจ้า
ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการให้ทุกสิ่ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๑๐. อชิตเถราปทาน
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสัพพทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ สัพพทายกเถราปทานที่ ๙ จบ