ศาสนา · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๓๒
๒. อุปวาณเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. อุปวาณเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอุปวาณเถระ (พระอุปวาณเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๕๒พระสัมพุทธชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงถึงความสำเร็จ แห่งธรรมทั้งปวง รุ่งเรืองดังกองไฟ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
๕๓มหาชนมาประชุมกันบูชาพระตถาคต สร้างจิตกาธานอย่างงดงามแล้วช่วยกันยกสรีระขึ้นวางไว้
๕๔ชนเหล่านั้นทั้งหมดพร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์ ทำพระสรีรกิจแล้วได้รวบรวมพระธาตุ พากันสร้างพระพุทธสถูปไว้ ณ ที่นั้น
๕๕สถูปชั้นที่ ๑ ทำด้วยทองคำ ชั้นที่ ๒ ทำด้วยแก้วมณี ชั้นที่ ๓ ทำด้วยเงิน ชั้นที่ ๔ ทำด้วยแก้วผลึก @เชิงอรรถ : @ ถึงความสำเร็จ ในที่นี้หมายถึงนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๒/๕๒/๔๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๒๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๒. อุปวาณเถราปทาน
๕๖ที่พระสถูปนั้น ชั้นที่ ๕ ทำด้วยแก้วทับทิม ชั้นที่ ๖ ทำด้วยแก้วลาย ชั้นบนทำด้วยรัตนะทุกอย่าง
๕๗ร่างร้านทำด้วยแก้วมณี แท่นไพทีทำด้วยรัตนะ พระสถูปทำด้วยทองคำล้วนสูง ๑ โยชน์
๕๘ครั้งนั้น หมู่เทวดาได้มาร่วมประชุมปรึกษากัน ณ ที่นั้นว่า แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปถวายพระโลกนาถผู้คงที่บ้าง
๕๙พระสารีริกธาตุ ไม่แยกกัน คือรวมเป็นกลุ่มเดียวกัน พวกเราจักสร้างพระสถูปครอบไว้ที่พระพุทธสถูปนี้
๖๐หมู่เทวดาได้ขยายพระสถูป ให้สูงขึ้นไปอีกหนึ่งโยชน์ด้วยแก้ว ๗ ประการ พระสถูปนั้นจึงมีความสูง ๒ โยชน์ ซึ่งส่องแสงสว่างขจัดความมืดได้
๖๑พวกนาคได้มาร่วมประชุมปรึกษากัน ณ ที่นี้ว่า มนุษย์และเทวดาเหล่านั้นได้สร้างพระพุทธสถูปแล้ว
๖๒พวกเราอย่าได้ประมาทเลย พวกมนุษย์กับเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปถวายพระโลกนาถผู้คงที่บ้าง
๖๓พวกนาคเหล่านั้นพากันรวบรวมแก้วอินทนิล แก้วมหานิล และแก้วมณีโชติ ช่วยกันประดับพระพุทธสถูปไว้
๖๔พระพุทธเจดีย์ประมาณเท่านั้น สร้างด้วยแก้วมณีล้วนสูง ๓ โยชน์ ส่องแสงสว่างไสวในเวลานั้น
๖๕ฝูงครุฑได้มาร่วมประชุมปรึกษากันในครั้งนั้นว่า มนุษย์ เทวดา และนาคเหล่านั้นได้สร้างพระพุทธสถูปแล้ว
๖๖พวกเราอย่าได้ประมาทเลย พวกมนุษย์พร้อมเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๓๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๒. อุปวาณเถราปทาน แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปถวายพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ผู้คงที่บ้าง
๖๗ฝูงครุฑแม้เหล่านั้นได้สร้างพระสถูป สำเร็จด้วยแก้วมณีล้วน และผ้าคลุมก็เหมือนกัน ได้สร้างพระพุทธเจดีย์ต่อขึ้นไปให้สูงอีก ๑ โยชน์
๖๘พระพุทธสถูปสูงขึ้นไป ๔ โยชน์ รุ่งเรืองอยู่ ส่องทิศทั้งปวงให้สว่างไสว เหมือนดวงอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น
๖๙ครั้งนั้น พวกกุมภัณฑ์ได้มาร่วมประชุมปรึกษากันว่า พวกมนุษย์ เทวดา นาค และครุฑก็เป็นเหมือนกันหมด ต่างก็ได้พากันสร้างพระสถูปที่อุดม บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
๗๐พวกเราอย่าได้ประมาทเลย พวกมนุษย์พร้อมเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว ถึงพวกเราก็จักสร้างพระสถูปบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่บ้าง จักใช้รัตนะทั้งหลายประดับพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไป
๗๑พวกกุมภัณฑ์แม้เหล่านั้น ได้ขยายพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไปอีก ๑ โยชน์ ในครั้งนั้น พระสถูปสูงขึ้นไปเป็น ๕ โยชน์ สว่างไสวอยู่
๗๒ครั้งนั้น พวกยักษ์ได้มาร่วมประชุมปรึกษากัน ณ ที่นั้นว่า พวกมนุษย์ เทวดา นาค กุมภัณฑ์ และครุฑ
๗๓ต่างได้พากันสร้างสถูปที่ประเสริฐที่สุด บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด พวกเราอย่าได้ประมาทเลย พวกมนุษย์พร้อมเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๓๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๒. อุปวาณเถราปทาน
๗๔แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่บ้าง นำแก้วผลึกมาประดับพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไปอีก
๗๕ยักษ์แม้เหล่านั้นได้ขยายพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไปอีก ๑ โยชน์ ครั้งนั้น พระสถูปสูงขึ้นไปเป็น ๖ โยชน์ สว่างไสวอยู่
๗๖ครั้งนั้น พวกคนธรรพ์มาร่วมประชุมปรึกษากันว่า พวกมนุษย์ เทวดา นาค ครุฑ กุมภัณฑ์ และยักษ์ก็เหมือนกัน
๗๗พวกเขาทั้งหมดได้พากันสร้างพระพุทธสถูปแล้ว ในเรื่องพระสถูปนี้ พวกเรายังไม่ได้สร้างเลย แม้พวกเราก็จักสร้างพระสถูปบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่บ้าง
๗๘ครั้งนั้น พวกคนธรรพ์เหล่านั้น ได้สร้างแท่นไพที ๗ แห่ง จนถึงทางเดิน พวกคนธรรพ์สร้างพระสถูปด้วยทองคำล้วน
๗๙ในครั้งนั้น พระสถูปสูงขึ้นไปเป็น ๗ โยชน์ ส่องแสงสว่างไสว จนไม่รู้กลางคืนหรือกลางวัน เพราะมีแสงสว่างตลอดเวลา
๘๐ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์พร้อมทั้งดวงดาว ครอบงำรัศมีของพระสถูปนั้นไม่ได้ ในที่ประมาณ ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ แม้ประทีปก็ไม่โชติช่วง
๘๑โดยกาลนั้น มนุษย์พวกใดพวกหนึ่งจะบูชาพระสถูป พวกเขาไม่ต้องขึ้นพระสถูป เพียงโยนเครื่องสักการะขึ้นไปบนอากาศ
๘๒ยักษ์ตนหนึ่งชื่อว่าอภิสัมมตะ ที่พวกเทวดาแต่งตั้งไว้ คอยรับธงหรือพวงดอกไม้ไปบูชาให้ยิ่งขึ้น
๘๓ชนเหล่านั้นมองไม่เห็นยักษ์ตนนั้น เห็นแต่พวงดอกไม้ของยักษ์ที่ลอยไปอยู่ ครั้นเห็นเช่นนี้แล้วจึงไป มนุษย์ทั้งหมดย่อมไปเกิดยังสุคติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๓๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๒. อุปวาณเถราปทาน
๘๔พวกมนุษย์ที่ไม่เชื่อในคำสอน และพวกที่เลื่อมใสในศาสนา มีความต้องการจะเห็นปาฏิหาริย์ จึงพากันบูชาพระสถูป
๘๕ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นลูกจ้างอยู่ในกรุงหงสวดี เห็นชนพากันรื่นเริงบันเทิงใจ จึงคิดอย่างนี้ในครั้งนั้นว่า
๘๖ชุมชนเหล่านี้ พากันดีใจ ไม่อิ่มถึงสักการะที่ควรทำ ซึ่งปรากฏที่เรือนแห่งพระธาตุของพระผู้มีพระภาคผู้ยิ่งใหญ่
๘๗แม้เราก็จักทำสักการะแด่พระโลกนาถ ผู้คงที่ จักเป็นธรรมทายาทของพระองค์ในอนาคต
๘๘ข้าพเจ้าจึงเอาผ้าห่มของข้าพเจ้าที่ช่างย้อมซักไว้อย่างดี คล้องไว้ที่ปลายไม้ไผ่ แล้วยกเป็นธงไว้ในท้องฟ้า
๘๙ยักษ์อภิสัมมตะจับธงของข้าพเจ้านำไปในท้องฟ้า ข้าพเจ้าเห็นแต่ธงถูกลมสะบัดได้ทำให้เกิดความร่าเริงอย่างยิ่ง
๙๐ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในธงนั้นแล้ว เข้าไปหาภิกษุผู้เป็นสมณะรูปหนึ่ง อภิวาทท่านแล้วได้สอบถามถึงผลในการถวายธง
๙๑ภิกษุรูปนั้นกล่าวถึงการที่ข้าพเจ้า เกิดความเอิบอิ่มใจในการถวายธงให้ข้าพเจ้าฟังว่า ท่านจักได้เสวยวิบากแห่งการถวายธงนั้นในกาลทุกเมื่อ
๙๒กองทัพ ๔ เหล่า คือพลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้า จักแวดล้อมท่านเป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายธง
๙๓เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น กลองที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม แวดล้อมท่านเป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายธง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๓๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๒. อุปวาณเถราปทาน
๙๔สาวรุ่น ๘๖,๐๐๐ นาง ล้วนประดับตกแต่งอย่างสวยงาม สวมใส่ผ้าอาภรณ์อันงดงาม ห้อยตุ้มหูแก้วมณี
๙๕มีตากลมโต มีปกติร่าเริง รูปร่างงาม เอวเล็กเอวบาง จักแวดล้อมท่านเป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายธง
๙๖ท่านจักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป จักเกิดเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๘๐ ชาติ
๙๗จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน
๙๘ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
๙๙ท่านจุติจากเทวโลกแล้ว ถูกกุศลมูลตักเตือน ประกอบด้วยบุญกรรม จักเกิดเป็นบุตรของพราหมณ์
๑๐๐ท่านจักละสมบัติประมาณ ๘๐ โกฏิ ทั้งทาสและกรรมกรจำนวนมาก บวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม
๑๐๑ท่านจักให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐ ทรงพอพระทัยแล้ว เป็นสาวกมีนามว่าอุปวาณะ ของพระศาสดา
๑๐๒กรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ ได้แสดงผลแก่ข้าพเจ้าแล้วในอัตภาพนี้ ข้าพเจ้าพ้นดีแล้ว (จากกิเลส) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๓๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๓. ติสรณคมนิยเถราปทาน ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่หลุดจากแล่งไปดีแล้ว ฉะนั้น เผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว
๑๐๓เมื่อข้าพเจ้าเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ธงทั้งหลายจักตั้งขึ้นรอบๆ ตลอด ๓ โยชน์ ในกาลทุกเมื่อ
๑๐๔ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายธง
๑๐๕คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอุปวาณเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อุปวาณเถราปทานที่ ๒ จบ