ศาสนา · เล่ม ๓๒
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ศาสนา · เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระนิคคุณฑิปุปผิยเถระ (พระนิคคุณฑิปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๓๙ในกาลใด เทวดาจะจุติจากหมู่เทพเพราะสิ้นอายุ ในกาลนั้น เทวดาทั้งหลายผู้พลอยยินดี ย่อมเปล่งเสียง ๓ ประการว่า
๔๐ท่านผู้เจริญ ท่านจากที่นี้จงไปสู่สุคติ สู่ความเป็นผู้อยู่ร่วมกับมนุษย์ เป็นมนุษย์แล้ว จงได้ศรัทธาอย่างยอดเยี่ยมในพระสัทธรรม
๔๑ศรัทธาของท่านพึงตั้งมั่นดำรงอยู่ เป็นมูลไว้ เป็นที่พึ่ง อย่าคลอนแคลนในพระสัทธรรม ที่พระอริยะประกาศไว้ดีแล้วจนตลอดชีวิต
๔๒จงทำกุศลที่ไม่มีความเบียดเบียน ไม่มีอุปธิทางกาย ทางวาจา ทางใจ ให้มากเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๘๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๓. อุมาปุปผิยวรรค] ๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน
๔๓จงทำบุญให้ยิ่งไปกว่านั้นให้มากด้วยการให้ทาน จงชักชวนผู้อื่นให้ตั้งมั่นในพรหมจรรย์ ซึ่งเป็นพระสัทธรรมอย่างประเสริฐ
๔๔ด้วยความอนุเคราะห์นี้ ในกาลใด เหล่าเทวดาผู้รู้แจ้ง พลอยยินดีกับท่านผู้ประเสริฐซึ่งกำลังจุติว่า ท่านเทวดา ขอท่านจงมาบ่อยๆ นะ
๔๕ในกาลนั้น เมื่อหมู่เทวดามาประชุมกัน ข้าพเจ้าเกิดความสลดใจว่า เราจุติจากที่นี้แล้วจักไปเกิดยังกำเนิดอะไรหนอ
๔๖พระสมณะผู้อบรมอินทรีย์แล้ว รู้ความสังเวชของข้าพเจ้า ท่านประสงค์จะช่วยเหลือข้าพเจ้า จึงมายังสำนักของข้าพเจ้า
๔๗ท่านมีนามว่าสุมนะ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตตระ พร่ำสอนอรรถธรรม ให้ข้าพเจ้าสลดใจ ในครั้งนั้น ภาณวารที่ ๑๒ จบ
๔๘ข้าพเจ้าได้ฟังคำของท่านแล้ว ทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า อภิวาทท่านผู้เป็นนักปราชญ์แล้ว ก็สิ้นชีวิตลงในที่นั้น
๔๙ข้าพเจ้านั้น อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว ได้อุบัติ ณ ที่นั้นเอง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๙๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๓. อุมาปุปผิยวรรค] ๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน ตนเมื่ออยู่ในครรภ์มารดา ก็อยู่ในครรภ์ของมารดาคนเดิม
๕๐ข้าพเจ้าจุติจากกายนั้นแล้ว ได้เกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในระหว่างนี้ ข้าพเจ้าไม่เห็นความโทมนัสในครั้งนั้นเลย
๕๑ข้าพเจ้าจุติจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้ว ลงสู่ครรภ์มารดา ออกจากครรภ์มารดา(คลอด)แล้ว ไม่รู้จักทุกข์อะไรๆ เลย
๕๒ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบ ได้เข้าไปยังอาราม ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดมศากยบุตร ผู้คงที่
๕๓ได้เห็นภิกษุทั้งหลายผู้ทำตามคำสอนของพระศาสดา ในปาพจน์อย่างกว้างขวาง ในศาสนาที่ชนจำนวนมากนับถือ
๕๔กรุงชื่อว่าสาวัตถี พระเจ้าโกศลทรงเป็นใหญ่ในกรุงนั้น พระองค์เสด็จไปยังต้นโพธิ์ที่ประเสริฐด้วยรถซึ่งเทียมด้วยม้า
๕๕ข้าพเจ้าเห็นพาหนะประเสริฐของพระเจ้าโกศลนั้นแล้ว ระลึกถึงบุพกรรม จึงได้ประนมมือไปยังที่ประชุม
๕๖ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบ ก็ได้บวชเป็นบรรพชิต พระสาวกชื่ออานนท์ เป็นอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า
๕๗ท่านมีคติ มีธิติ มีสติ เป็นพหูสูต มีความรุ่งเรืองมาก ได้ถวายพระธรรมเทศนาทำพระหฤทัยของพระราชาให้ทรงเลื่อมใส @เชิงอรรถ : @ มีคติ ในที่นี้หมายถึงมีหลักการทรงจำพุทธพจน์ได้หมดทุกบทที่พระองค์ทรงแสดงให้ฟังในแต่ละครั้งได้หมดทุกข์บท @มีธิติ ในที่นี้หมายถึงเพียรเรียน เพียรสาธยาย เพียรทรงจำ @มีสติ ในที่นี้หมายถึงสามารถจำพระพุทธพจน์ได้เป็นเลิศ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๙๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๓. อุมาปุปผิยวรรค] ๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน
๕๘ข้าพเจ้าได้ฟังธรรมของท่านพระอานนท์แล้ว ระลึกถึงบุพกรรมยืนอยู่ในที่นั้นเอง ก็ได้บรรลุอรหัตตผล
๕๙ข้าพเจ้าห่มจีวรเฉวียงบ่า ประคองอัญชลีไว้เหนือเศียรเกล้า ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้เปล่งวาจานี้
๖๐ข้าพเจ้าถือดอกย่านทรายไปวางที่พระแท่นสีหาสน์ ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้คงที่
๖๑ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน ด้วยผลแห่งกรรมนั้น ข้าพระองค์ละความชนะและความพ่ายแพ้ได้แล้ว บรรลุฐานะที่ไม่หวั่นไหว
๖๒ในกัปที่ ๒๕,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ ชาติ มีอายุมากมายหลายอัพพุทะและนิรัพพุทะ
๖๓คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระนิคคุณฑิปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทานที่ ๗ จบ @เชิงอรรถ : @เป็นพหูสูต ในที่นี้หมายถึงได้เรียนพุทธพจน์โดยตรงจากพระผู้มีพระภาค ตั้งอยู่ในฐานะ “ขุนคลังปริยัติ” @ในศาสนาของพระทศพล (องฺ.เอกก.อ. ๑/๒๒๓/๒๕๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๔๙๒}