ศาสนา · เล่ม ๓๒
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ศาสนา · เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระโสณโกฬิวิสเถระ (พระโสณโกฬิวิสเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าได้ให้ก่อสร้างที่จงกรมฉาบทาด้วยปูนขาว ถวายพระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระมุนีพระนามว่าอโนมทัสสี ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้สีต่างๆ ลาดที่จงกรม และทำให้เป็นเพดานไว้ในอากาศ แล้วกราบทูลพระพุทธเจ้าผู้สูงสุดให้ทรงใช้สอย
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าประคองอัญชลีถวายอภิวาทพระองค์ ผู้มีวัตรดีงาม แล้วมอบถวายศาลายาวแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาคผู้ศาสดา ผู้ยอดเยี่ยมในโลก ผู้มีพระจักษุ ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้า แล้วทรงรับไว้ด้วยความอนุเคราะห์
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลในโลก พร้อมทั้งเทวโลก ครั้นทรงรับแล้ว จึงประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีจิตเบิกบาน ซึ่งได้ถวายศาลายาวแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน
รถเทียมด้วยม้า ๑,๐๐๐ ตัว จักปรากฏสำหรับผู้นี้ ซึ่งเพียบพร้อมด้วยบุญกรรม ในเวลาใกล้จะตาย
ผู้นี้จักไปยังเทวโลกโดยยานนั้น เทวดาทั้งหลายจักพลอยบันเทิง ในเมื่อผู้นี้ถึงภพที่ดีแล้ว
เขาจักครองวิมานซึ่งมีค่ามาก ประเสริฐที่สุด ฉาบทาด้วยดินคือแก้ว ประกอบด้วยเรือนยอดที่ล้ำเลิศ
ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกถึง ๓๐,๐๐๐ กัป จักเป็นเทวราชตลอด ๒๕ กัป
และจักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๗ ชาติ พระเจ้าจักรพรรดิเหล่านั้นแม้ทั้งหมด มีพระนามว่ายโสธระ
ผู้นี้ได้เสวยสมบัติทั้ง ๒ แล้ว สร้างสั่งสมบุญ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิในกัปที่ ๒๘
แม้ในภพนั้นจักมีวิมานอย่างประเสริฐ ที่วิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตให้ ผู้นี้จักครองบุรีนั้น ซึ่งไม่ว่างเว้นจากเสียง ๑๐ ประการ
ในกัปที่นับมิได้ นับจากกัปนี้ไป เขาจักเป็นพระเจ้าแผ่นดินในแว่นแคว้น มีฤทธิ์มาก มีพระนามว่าโอกกากราช โดยพระโคตร
นางกษัตริย์ ผู้มีวัยประเสริฐ สูงชาติกว่าหญิงทั้งหมด ๑๖,๐๐๐ คน จักประสูติพระราชบุตรและพระราชบุตรี ๙ พระองค์ @เชิงอรรถ : @ ชื่อว่า ยโสธระ เพราะทรงไว้ซึ่งยศคือบริวารสมบัติและทรัพย์สมบัติ (ขุ.อป.อ. ๒/๓๕/๘๑) @ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๑๓ ในเล่มนี้ @ ฉบับพม่าและเถรคาถาอรรถกถาภาค ๒/๒๕๖ เป็น ปวรา จ สา นางนั้นประเสริฐ (ขุ.เถร.อ. ๒/๕๒๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน
นางกษัตริย์ ครั้นประสูติพระราชบุตร และพระราชบุตรี ๙ พระองค์แล้วจักสวรรคต และพระเจ้าโอกกากราชจักทรงอภิเษกนางกัญญา ผู้เป็นที่รักแรกรุ่นดรุณีเป็นพระมเหสี
พระนางกัญญาจักทำให้พระเจ้าโอกกากราช ทรงพอพระทัยแล้วได้พร พระนางได้พรแล้วจักให้เนรเทศ พระราชบุตรและพระราชบุตรี
พระราชบุตรและพระราชบุตรีทั้งหมดนั้น ถูกเนรเทศแล้วจักไปยังภูเขาสูงสุด พระราชบุตรทั้งหมดจักสมสู่กับพระกนิษฐภคินี เพราะกลัวว่าชาติตระกูลจะระคนกัน
ส่วนพระเชษฐกัญญาพระองค์หนึ่งจักถูกพยาธิกลุ้มรุม กษัตริย์ทั้งหลายจักซ่อนไว้ด้วยคิดว่า ชาติตระกูลของพวกเราอย่าแตกสลายเลย
กษัตริย์องค์หนึ่งจึงนำพระเชษฐกัญญานั้นมาสมสู่อยู่ด้วยกัน ความเกิดแห่งวงศ์โอกกากราชจักแยกกันในครั้งนั้น
โอรสของกษัตริย์เหล่านั้นจักมีพระนามว่าโกลิยะ โดยพระชาติ จักได้เสวยโภคสมบัติ อันเป็นของมนุษย์มิใช่น้อยในภพนั้น
ผู้นี้จุติจากกายนั้นแล้วจักไปเกิดยังเทวโลก แม้ในเทวโลกนั้นจักได้วิมานอย่างประเสริฐ น่ารื่นรมย์ใจ
เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักจุติจากเทวโลก มาเกิดเป็นมนุษย์ มีชื่อว่าโสณะ
จักบำเพ็ญเพียร มีจิตเด็ดเดี่ยว บำเพ็ญเพียรในศาสนาของพระศาสดา จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวง เป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐ ทรงรู้วิเศษ มีความเพียรมาก ทรงเห็นคุณไม่มีที่สุด จักทรงตั้งเขาไว้ในตำแหน่งอันเลิศ
เมื่อฝนตกแล้ว หญ้ายาวประมาณ ๔ องคุลี ยืนต้นอยู่ที่พื้นถูกลมพัดโชย สำหรับพระโยคาวจรผู้ประกอบความเพียร ผู้คงที่ ไม่มีอะไรจะยอดเยี่ยมยิ่งไปกว่าต้นหญ้านั้น
ข้าพเจ้าได้ฝึกฝนตน ในการฝึกอย่างสูงสุด จิตข้าพเจ้าก็ตั้งไว้ดีแล้ว ภาระทั้งหมดข้าพเจ้าก็ปลงลงแล้ว ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่มีอาสวะ นิพพานแล้ว
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอังคีรสมหานาค ทรงเป็นอภิชาตบุตร ผู้ดุจพญาราชสีห์ ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ทรงแต่งตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งอันเลิศ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระโสณโกฬิวิสเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ โสณโกฬิวิสเถราปทานที่ ๒ จบ @เชิงอรรถ : @ เดิมแปลว่า “เมื่อฝนตกในที่ประชุม ๔ นิ้ว หญ้าประมาณหนึ่งองคุลีถูกซัดแล้ว พระผู้มีพระภาคผู้คงที่ @ซึ่งประกอบความเพียร ความถึงที่สุด ไม่มียิ่งขึ้นไปกว่านั้น” คำว่า ...องฺคลุมฺห ประมาณหนึ่งองคุลี” @ฉบับพม่าและ ขุ.เถร.อ. ๒/๒๕๗ เป็น “...องฺคณมฺหิ ที่พื้น (เนิน)” คำว่า “ปารมตา เดิมแปลว่า @ความถึงที่สุด” แปลใหม่ว่า “ยอดเยี่ยม” @ ชื่อว่าอังคีรส เพราะมีรัศมีเปล่งออกจากพระสรีระ ชื่อว่านาค เพราะไม่ไปยังอบาย ๔ เพราะฉันทาคติ @โทสาคติ โมหาคติ และภยาคติ หรือเพราะประพฤติชั่ว ชื่อว่ามหานาค เพราะเป็นใหญ่อันบุคคลบูชา @แล้วและเป็นผู้ประเสริฐ (อังคีรสมหานาค จึงหมายถึงผู้มีรัศมีเปล่งออกจากพระสรีระเป็นผู้ไม่ไปในอบาย ๔ @และเป็นผู้ประเสริฐ) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๓}