คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
๑๐. จุนทเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระจุนทเถระ (พระจุนทเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๑๒๕ข้าพเจ้าให้ทำวัตถุควรบูชา แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่ แล้วใช้ดอกมะลิปกปิดไว้
๑๒๖ข้าพเจ้าให้ทำดอกไม้นั้นเสร็จแล้ว น้อมเข้าไปถวายพระพุทธเจ้า และได้ประคองดอกไม้ที่เหลือบูชาพระพุทธเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๑๐. จุนทเถราปทาน
๑๒๗ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี นำดอกไม้ซึ่งเป็นวัตถุควรบูชา ไปบูชาพระพุทธเจ้าผู้เช่นกับทองคำมีค่า ผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก
๑๒๘พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงข้ามความสงสัยได้แล้ว มีพระขีณาสพแวดล้อม ผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
๑๒๙เราจักพยากรณ์ผู้ที่ถวายดอกไม้ซึ่งเป็นวัตถุควรบูชา ส่งกลิ่นทิพย์หอมฟุ้งแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
๑๓๐บุคคลผู้นี้จุติจากโลกนี้แล้วจักไปเกิดยังเทวโลก มีหมู่เทวดาแวดล้อม มีดอกมะลิโปรยปราย
๑๓๑เขาจักมีภพที่สูงและวิมาน ที่สำเร็จด้วยทองคำและแก้วมณี ที่เกิดด้วยบุญกรรมปรากฏขึ้น
๑๓๒เขาจักครองเทวสมบัติ มีเหล่านางเทพอัปสรแวดล้อม ได้เสวยสมบัติอยู่ ๗๔ ชาติ
๑๓๓เขาจักเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองแผ่นดิน ๓๐๐ ชาติ และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ชาติ
๑๓๔จักเป็นใหญ่กว่ามนุษย์มีนามว่าทุชชัย เสวยบุญนั้น ประกอบด้วยกรรมของตน @เชิงอรรถ : @ โอฆะ หมายถึงกิเลสดุจห้วงน้ำท่วมทับสัตว์ให้พินาศมี ๔ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ และอวิชชา @(ขุ.อป.อ. ๒/๑๒๘/๙๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๑๐. จุนทเถราปทาน
๑๓๕จักไม่ตกวินิบาตนรก ไปเกิดเป็นมนุษย์ เขามีเงินที่สั่งสมไว้ตั้งร้อยโกฏิมิใช่น้อย
๑๓๖เขาจักบังเกิดในกำเนิด(มนุษย์)เป็นพราหมณ์ มีการศึกษามีปัญญาเป็นบุตรสุดที่รักของวังคันตพราหมณ์ กับนางสารีพราหมณี
๑๓๗และภายหลังเขาจักบวช ในศาสนาของพระอังคีรสพุทธเจ้า มีนามว่าจุนทะ เป็นสาวกของพระศาสดา
๑๓๘เขาจักได้เป็นพระขีณาสพ(สิ้นอาสวกิเลส) ขณะเป็นสามเณรทีเดียว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
๑๓๙ข้าพเจ้าได้บำรุงพระผู้มีพระภาคผู้ทรงมีความเพียรมาก และสาวกอื่นๆ ผู้มีศีลเป็นที่รักจำนวนมาก และบำรุงพระเถระ(สารีบุตร)ผู้เป็นพี่ชายของข้าพเจ้า เพื่อบรรลุประโยชน์สูงสุด
๑๔๐ข้าพเจ้าครั้นบำรุงพี่ชายของข้าพเจ้าแล้ว ได้เก็บพระธาตุใส่ไว้ในบาตร น้อมเข้าไปถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน
๑๔๑พระพุทธเจ้าทรงประคองพระธาตุด้วยพระหัตถ์ทั้ง ๒ เมื่อจะทรงทำพระธาตุนั้นให้ปรากฏในโลกพร้อมทั้งเทวโลก จึงทรงประกาศว่าเป็นพระธาตุอัครสาวก(พระสารีบุตรเถระ)
๑๔๒จิตของข้าพเจ้าหลุดพ้นอย่างวิเศษแล้ว และศรัทธาของข้าพเจ้าก็มั่นคงแล้ว ข้าพเจ้ากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค
๑๔๓คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระจุนทเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ จุนทเถราปทานที่ ๑๐ จบ อุปาลิวรรคที่ ๕ จบบริบูรณ์ รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อุปาลีเถราปทาน ๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน ๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน ๕. ปัญจหัตถิยเถราปทาน ๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน ๗. สยนทายกเถราปทาน ๘. จังกมทายกเถราปทาน ๙. สุภัททเถราปทาน ๑๐. จุนทเถราปทาน และมีคาถา ๑๔๔ คาถา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๗}