อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๒๐

ปฏิจจวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๐–๒๒๙พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 10 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 10 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 12 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

สปฺปฏิฆทุกํ ปฏิจฺจวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๒ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ สัปปฏิฆทุกะ ปฏิจจวาร

ข้อ ๒๒๐

สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ ... สปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ ฯ สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: สปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อาโปธาตุ สปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ อาโปธาตุ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ {๒๒๐.๑} สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา อาโปธาตุ จ เทฺว มหาภูเต ... สปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ อาโปธาตุ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ {๒๒๐.๒} อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อปฺปฏิเฆ ขนฺเธ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆา มหาภูตา อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: อปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ {๒๒๐.๓} สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: สปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา สปฺปฏิเฆ มหาภูเต จ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ ฯ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: สปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ {๒๒๐.๔} สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: อปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อปฺปฏิเฆ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ กฏตฺตารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ จกฺขายตนํ รสายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ

สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรมมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม จักขายตนะ รสายตนะ อาศัย โผฏฐัพพายตนะ อัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ อาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรมจิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาโปธาตุอิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม จักขายตนะ รสายตนะ อาโปธาตุ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหารอาศัยโผฏฐัพพายตนะ อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรมอาศัยอาโปธาตุ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ สัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรมอาศัยอาโปธาตุ จักขายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อาศัยอาโปธาตุ สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ จักขายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆ-*ธรรม และอาโปธาตุ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นสัปปฏิฆธรรมอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ จักขายตนะ รสายตนะ อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ อัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุอิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆ-*ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรมอาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏ-*ฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรมอาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ จักขายตนะ รสายตนะ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ

ข้อ ๒๒๑

อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: อปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา ฯ

อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ

ข้อ ๒๒๒

สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา: ปฏิสนฺธิ วชฺเชตพฺพา กฏตฺตารูปา จ ฯ อนนฺตรปจฺจยา: สมนนฺตรปจฺจยา: สหชาตปจฺจยา: สพฺเพ มหาภูตา กาตพฺพา ฯ

สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติ-*ปัจจัย พึงเว้นปฏิสนธิ และกฏัตตารูป ฯลฯ เพราะอนันตรปัจจัย ฯลฯ เพราะสมนันตรปัจจัย ฯลฯ เพราะสหชาตปัจจัย พึงกระทำมหาภูตรูปทั้งหมด

ข้อ ๒๒๓

... อญฺญมญฺญปจฺจยา: สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา เทฺว มหาภูเต ... ฯ สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: สปฺปฏิเฆ มหาภูเต ปฏิจฺจ อาโปธาตุ ฯ สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ จ อปฺปฏิโฆ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา จ อาโปธาตุ จ เทฺว มหาภูเต ... ฯ อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: อปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา ฯ อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิฆา มหาภูตา อิเม อชฺฌตฺติกพาหิรา มหาภูตา กาตพฺพา ฯ สปฺปฏิฆญฺจ อปฺปฏิฆญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา: สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตญฺจ อาโปธาตุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา ฯ นิสฺสยปจฺจยา: อวิคตปจฺจยา: ฯ

ฯลฯ เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ อัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ อาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆ-*ธรรม มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ สัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ มหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ พึงกระทำอัชฌัตติกพาหิรมหาภูตรูปเหล่านี้ สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ ฯลฯ เพราะนิสสยปัจจัย ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย

ข้อ ๒๒๔

เหตุยา นว อารมฺมเณ เอกํ อธิปติยา นว อนนฺตเร เอกํ สมนนฺตเร เอกํ สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย เอกํ ปุเรชาเต เอกํ อาเสวเน เอกํ กมฺเม นว วิปาเก นว อาหาเร นว อินฺทฺริเย นว ฌาเน นว มคฺเค นว สมฺปยุตฺเต เอกํ วิปฺปยุตฺเต นว อตฺถิยา นว นตฺถิยา เอกํ วิคเต เอกํ อวิคเต นว ฯ อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ในเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๑ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๑ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๑ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๖ ในนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๑ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๑ ในอาเสวนปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๑ ในกัมมปัจจัย มี " ๙ ในวิปากปัจจัย มี " ๙ ในอาหารปัจจัย มี " ๙ ในอินทริยปัจจัย มี " ๙ ในฌานปัจจัย มี " ๙ ในมัคคปัจจัย มี " ๙ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในอัตถิปัจจัย มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย มี " ๑ ในวิคตปัจจัย มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙อนุโลม จบ

ข้อ ๒๒๕

สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ อปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อเหตุกํ อปฺปฏิฆํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อิตฺถินฺทฺริยํ กพฬึกาโร อาหาโร พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ อาโปธาตุํ ปฏิจฺจ อปฺปฏิฆํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ อปฺปฏิฆมูลกํ อิตเรปิ เทฺว ปญฺหา กาตพฺพา ฆฏเนปิ ตีณิ ปญฺหา กาตพฺพา อชฺฌตฺติกา พาหิรา มหาภูตา สพฺเพ ชานิตฺวา กาตพฺพา ฯ

สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ เหตุปัจจัย มี ๓ นัย อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆ-*ธรรม อาศัยอาโปธาตุ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ พาหิรรูปฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อัปปฏิฆมูลกะนัย พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๒ แม้นอกนี้ แม้ในปัจจัยสงเคราะห์ ก็พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๓ อัชฌัตติกและพาหิรมหาภูตรูปทั้งหมดผู้มีปัญญารู้แล้ว พึงกระทำ

ข้อ ๒๒๖

สปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: ฯ สพฺพํ สงฺขิตฺตํ ฯ โนวิคตปจฺจยา: ฯ

สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย ฯลฯ ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย

ข้อ ๒๒๗

นเหตุยา นว นอารมฺมเณ นว นอธิปติยา นว นอนนฺตเร นว นสมนนฺตเร นว นอญฺญมญฺเญ นว นอุปนิสฺสเย นว นปุเรชาเต นว นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม นว นวิปาเก นว นอาหาเร นว นอินฺทฺริเย นว นฌาเน นว นมคฺเค นว นสมฺปยุตฺเต นว นวิปฺปยุตฺเต นว โนนตฺถิยา นว โนวิคเต นว ฯ ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๙ปัจจนียะ จบ

ข้อ ๒๒๘

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ นว ... นอธิปติยา นว นอนนฺตเร นว นสมนนฺตเร นว นอญฺญมญฺเญ นว นอุปนิสฺสเย นว นปุเรชาเต นว นปุจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม เอกํ นวิปาเก นว นสมฺปยุตฺเต นว นวิปฺปยุตฺเต เอกํ โนนตฺถิยา นว โนวิคเต นว ฯ อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙อนุโลมปัจจนียะ จบ

ข้อ ๒๒๙

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกํ ... อนนฺตเร เอกํ สมนนฺตเร เอกํ สหชาเต เอกํ อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย เอกํ ปุเรชาเต เอกํ อาเสวเน เอกํ กมฺเม นว ฯ สงฺขิตฺตํ ... มคฺเค เอกํ สมฺปยุตฺเต เอกํ วิปฺปยุตฺเต นว อตฺถิยา นว นตฺถิยา เอกํ วิคเต เอกํ อวิคเต นว ฯ ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ สหชาตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ

ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๑ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ฯลฯ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีหัวข้อปัจจัย ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ปัจจนียานุโลม จบ แม้สหชาตวาร ก็เหมือนกับ ปฏิจจวาร

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ ๕๓

สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่กระทบได้เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบได้อาศัยมหาภูตรูปที่กระทบได้เกิดขึ้น จักขายตนะ ฯลฯ รสายตนะอาศัยโผฏฐัพพายตนะเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๓๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ อาโปธาตุอาศัยมหาภูตรูปที่กระทบได้เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบไม่ได้อาศัยมหาภูตรูปที่กระทบได้เกิดขึ้น อาโปธาตุอิตถินทรีย์ ฯลฯ กวฬิงการาหารอาศัยโผฏฐัพพายตนะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุอาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่กระทบได้เกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบได้และกระทบไม่ได้อาศัยมหาภูตรูปที่กระทบได้เกิดขึ้น จักขา-ยตนะ ฯลฯ รสายตนะ อาโปธาตุ อิตถินทรีย์ ฯลฯ กวฬิงการาหารอาศัยโผฏฐัพพายตนะเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๕๔

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบไม่ได้อาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น อิตถินทรีย์ ฯลฯ กวฬิงการาหารอาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้อาศัยขันธ์ที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะฯลฯ มหาภูตรูปที่กระทบได้อาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบได้อาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น จักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพา-ยตนะอาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบได้และกระทบไม่ได้อาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น จักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ อิตถินทรีย์ ฯลฯ กวฬิงการาหารอาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๓๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ ๕๕

สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้อาศัยขันธ์ที่กระทบไม่ได้และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ที่กระทบได้และอาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบได้อาศัยมหาภูตรูปที่กระทบได้และอาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้นจักขายตนะ ฯลฯ รสายตนะอาศัยโผฏฐัพพายตนะและอาโปธาตุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ที่กระทบได้และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ที่กระทบไม่ได้และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบไม่ได้อาศัยโผฏฐัพพายตนะและอาโปธาตุเกิดขึ้น อิตถินทรีย์ฯลฯ กวฬิงการาหารอาศัยโผฏฐัพพายตนะและอาโปธาตุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ที่กระทบไม่ได้ และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ กฏัตตารูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ที่กระทบไม่ได้ และอาศัยมหา-ภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบได้และกระทบไม่ได้อาศัยโผฏฐัพพายตนะและอาโปธาตุเกิดขึ้น จักขายตนะ ฯลฯ รสายตนะอิตถินทรีย์ ฯลฯ กวฬิงการาหารอาศัยโผฏฐัพพายตนะและอาโปธาตุเกิดขึ้น (๓)อารัมมณปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๕๖

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นอธิปติปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๕๗

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะ อธิปติปัจจัย (พึงเว้นปฏิสนธิและกฏัตตารูป) เพราะอนันตรปัจจัย ฯลฯ เพราะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๓๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สมนันตรปัจจัย ฯลฯ เพราะสหชาตปัจจัย ฯลฯ (พึงเพิ่มมหาภูตรูปทั้งหมด)เพราะอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่กระทบได้เกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญ-ปัจจัย ได้แก่ อาโปธาตุ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูปที่กระทบได้เกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุอาศัยมหาภูตรูป ๑ที่กระทบได้เกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๕๘

สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญ-ปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูปที่กระทบได้อาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น (พึงเพิ่มมหาภูตรูปที่เป็นภายในและภายนอกเหล่านี้เข้าด้วย) (๒) สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่กระทบได้และอาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะนิสสยปัจจัย ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๕๙

เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๓๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สมนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๑ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ ฌานปัจจัย มี ๙ วาระ มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ วิคตปัจจัย มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย

ข้อ ๖๐

สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยมี ๓ วาระ สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๓๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ซึ่งกระทบไม่ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบไม่ได้ อาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น อิตถินทรีย์ฯลฯ กวฬิงการาหารอาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ฯลฯ ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งกระทบไม่ได้อาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) (สำหรับบทที่มีสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นมูล พึงเพิ่ม ๒ วาระนอกนี้ แม้ในฆฏนาก็พึงเพิ่ม ๓ วาระ ทราบแล้วพึงเพิ่มมหาภูตรูปที่เป็นภายในและภายนอกทั้งหมด) นอารัมมณปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๖๑

สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย (ย่อไว้ทั้งหมด) เพราะโนวิคตปัจจัย๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๖๒

นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๑. ปฏิจจวาร นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๙ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๙ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ นฌานปัจจัย มี ๙ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย

ข้อ ๖๓

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๙ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๙ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๙ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๙ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๑. ปฏิจจวาร นวิปากปัจจัย ” มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๙ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๙ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย

ข้อ ๖๔

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๖ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฯลฯ มัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๙ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๙ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ ปัจจนียานุโลม จบ (สหชาตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๔๒}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ส่วนนี้ ไม่มีเนื้อความอรรถกถา -----------------------------------------------------

อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ เหตุทุกะ ปฏิจจวาร

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา