ปัจจยวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปจฺจยวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๒ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ ปัจจยวาร
โลกิยํ ธมฺมํ ปจฺจยา โลกิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โลกิยํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ เอกํ มหาภูตํ ... มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ วตฺถุํ ปจฺจยา โลกิยา ขนฺธา ฯ โลกิยํ ธมฺมํ ปจฺจยา โลกุตฺตโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: วตฺถุํ ปจฺจยา โลกุตฺตรา ขนฺธา ฯ โลกิยํ ธมฺมํ ปจฺจยา โลกิโย จ โลกุตฺตโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: วตฺถุํ ปจฺจยา โลกุตฺตรา ขนฺธา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ โลกุตฺตรํ ธมฺมํ ปจฺจยา โลกุตฺตโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ฯ {๒๙๖.๑} โลกิยญฺจ โลกุตฺตรญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา โลกิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โลกุตฺตเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ โลกิยญฺจ โลกุตฺตรญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา โลกุตฺตโร ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โลกุตฺตรํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ โลกิยญฺจ โลกุตฺตรญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา โลกิโย จ โลกุตฺตโร จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: โลกุตฺตรํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... โลกุตฺตเร ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
โลกิยธรรม อาศัยโลกิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกิยธรรม ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตต-*สมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นโลกิยธรรม อาศัยหทัยวัตถุ โลกุตตรธรรม อาศัยโลกิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นโลกุตตรธรรม อาศัยหทัยวัตถุ โลกิยธรรม และโลกุตตรธรรม อาศัยโลกิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นโลกุตตรธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย โลกุตตรธรรม อาศัยโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย โลกิยธรรม อาศัยโลกิยธรรม และโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ-*ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นโลกุตตรธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย โลกุตตรธรรม อาศัยโลกิยธรรม และโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกุตตรธรรม และหทัยวัตถุขันธ์ ๒ ฯลฯ โลกิยธรรม และโลกุตตรธรรม อาศัยโลกิยธรรม และโลกุตตรธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกุตตรธรรม และหทัยวัตถุขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นโลกุตตรธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ฯลฯ
เหตุยา นว อารมฺมเณ จตฺตาริ อธิปติยา นว อนนฺตเร จตฺตาริ สมนนฺตเร จตฺตาริ สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ จตฺตาริ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย จตฺตาริ ปุเรชาเต จตฺตาริ อาเสวเน จตฺตาริ กมฺเม นว วิปาเก นว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ มคฺเค นว สมฺปยุตฺเต จตฺตาริ วิปฺปยุตฺเต นว อตฺถิยา นว นตฺถิยา จตฺตาริ วิคเต จตฺตาริ อวิคเต นว ฯ อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๔ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๔ ในสมนันตรปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๔ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๔ ในนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๔ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๔ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๔ ในกัมมปัจจัย มี " ๙ ในวิปากปัจจัย มี " ๙ ฯลฯ ในมัคคปัจจัย มี " ๙ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๔ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในอัตถิปัจจัย มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย มี " ๔ ในวิคตปัจจัย มี " ๔ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙อนุโลม จบ
โลกิยํ ธมฺมํ ปจฺจยา โลกิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ โลกิยํ เอกํ ขนฺธํ ... ยาว อสญฺญสตฺตา จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ วตฺถุํ ปจฺจยา อเหตุกา โลกิยา ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
โลกิยธรรม อาศัยโลกิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกิยธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะขันธ์ทั้งหลายที่เป็นโลกิยธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ ฯลฯ
นเหตุยา เอกํ นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา จตฺตาริ นอนนฺตเร ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต จตฺตาริ นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว ฯ โลกุตฺตเร อรูเป วิปากนฺติ นิยาเมตพฺพํ ฯ นกมฺเม จตฺตาริ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๓ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในโลกุตตระ ในอรูปภูมิ พึงกำหนดว่าวิบาก ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓ปัจจนียะ จบ
เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ... นอธิปติยา จตฺตาริ นอนนฺตรปทาทิ ปจฺจนียสทิสา ... นวิปาเก นว นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ บทที่ว่าไม่ใช่อนันตรปัจจัย เป็นต้น เหมือนกับปัจจนียะ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีหัวข้อปัจจัย ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ อนุโลมปัจจนียะ จบ
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกํ ... อนนฺตเร เอกํ อวิคเต เอกํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๑ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ปัจจนียานุโลม จบ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๒. โลกิยทุกะ ๓. ปัจจยวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นโลกิยะทำสภาวธรรมที่เป็นโลกิยะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกิยะ ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นขันธ์ที่เป็นโลกิยะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระทำสภาวธรรมที่เป็นโลกิยะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นโลกุตตระทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๘๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๒. โลกิยทุกะ ๓. ปัจจยวาร สภาวธรรมที่เป็นโลกิยะและที่เป็นโลกุตตระทำสภาวธรรมที่เป็นโลกิยะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นโลกุตตระทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระทำสภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่เป็นโลกิยะทำสภาวธรรมที่เป็นโลกิยะและที่เป็นโลกุตตระให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นโลกุตตระและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระทำสภาวธรรมที่เป็นโลกิยะและที่เป็นโลกุตตระให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกุตตระและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่เป็นโลกิยะและที่เป็นโลกุตตระทำสภาวธรรมที่เป็นโลกิยะและที่เป็นโลกุตตระให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกุตตระและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตต-สมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นโลกุตตระและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (ย่อ) (๓)๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๔ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๔ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๔ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๘๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๒. โลกิยทุกะ ๓. ปัจจยวาร ปุเรชาตปัจจัย มี ๔ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๔ วาระ กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๔ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๔ วาระ วิคตปัจจัย มี ๔ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นโลกิยะทำสภาวธรรมที่เป็นโลกิยะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งเป็นโลกิยะฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งเป็นโลกิยะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (ย่อ) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๘๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๒. โลกิยทุกะ ๓. ปัจจยวาร นอธิปติปัจจัย มี ๔ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๔ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ (โลกุตตระและอรูป พึงกำหนดว่าเป็นวิบาก) นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๔ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ (บทที่มีนสมนันตรบทเป็นต้นเหมือนกับปัจจนียะ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑๘๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๒. โลกิยทุกะ ๕. สังสัฏฐวาร นวิปากปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ปัจจนียานุโลม จบ (นิสสยวารเหมือนกับปัจจยวาร)
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๒๙๐ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาโลกิยทุกะเป็นต้น
อีกอย่างหนึ่ง ทุกะเหล่านี้คือ โลกิยทุกะ สาสวทุกะ สัญโญชนียทุกะ คันถนียทุกะ นีวรณียทุกะ ปรามัฏฐทุกะ สังกิเลสิกทุกะ อาสววิปปยุตตสาสวทุกะสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนียทุกะ คันถวิปปยุตตคันถนียทุกะ นีวรณวิปปยุตตนีวรณียทุกะ ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐทุกะ กิเลสทุกะเหมือนสัญโญชนทุกะปริยาปันนทุกะและสอุตตรทุกะ เหมือนกัน กิเลสทุกะเหมือนสัญโญชนทุกะ สังกิลิฏฐทุกะ กิเลสสัมปยุตตทุกะ นีวรณสัมปยุตตทุกะ ทัสสเนนปหาตัพพทุกะและสรณทุกะ เหมือนกัน.
อนึ่ง กิเลสทุกะ สังกิลิฏฐนีวรณทุกะ นีวรณสัมปยุตตกิเลสทุกะ และกิเลสสัมปยุตตทุกะ เหมือนกัน โดยนัยนี้ ผู้ศึกษาพึงทราบว่า วิสัชนาแห่งทุกะทั้งปวงที่มีเนื้อความเหมือนกัน ย่อมเป็นเช่นเดียวกันนั่นเอง.
ก็ในปัฏฐานทั้งหมด ย่อมไม่ได้เกนจิวิญเญยยทุกะ.
ในทุกะอันมีรูปอย่างนี้ เหล่านี้คือ
"อาสวา เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จ, สญฺโญชนา เจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา จ, คนฺถา เจว คนฺถสมฺปยุตฺตา จ, นิวรณา เจว นีวรณสมฺปยุตฺตา จ, กิเลสา เจว สงฺกิลิฏฺฐา จ"
ย่อมไม่ได้วิปากปัจจัยและนานากขณิกกัมมปัจจัย.
ในนเหตุสเหตุกทุกะ นเหตุอเหตุทุกะ ไม่มีเหตุปัจจัย.
ในทุกะเหล่านี้คือ เหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ อาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ, คันถคันถสัมปยุตตทุกะ ย่อมไม่ได้นเหตุปัจจัย นฌานปัจจัยและนมัคคปัจจัย.
ส่วนในทุกะเหล่านี้คือ สัญโญชนสัญโญชนสัมปยุตตทุกะ นีวรณนีวรณสัมปยุตตทุกะ กิเลสกิเลสสัมปยุตตทุกะ กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ ย่อมได้นเหตุปัจจัย ด้วยอำนาจแห่งโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ ย่อมไม่ได้นฌานปัจจัยและนมัคคปัจจัย.
ผู้ศึกษากำหนดวิสัชนาที่มีได้และมีไม่ได้ในทุกะทั้งปวง ดังอธิบายมาแล้ว พึงทราบการนับวาระด้วยอำนาจแห่งบาลีแล.
อรรถกถาทุกปัฏฐาน จบ. -----------------------------------------------------