อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๘๔

ปัญหาวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๘๔–๔๐๒พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 19 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 19 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 35 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปญฺหาวาโร

อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อาสวสมฺปยุตฺตา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อาสวสมฺปยุตฺตา เหตู จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย โทโส โมหสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อาสวสมฺปยุตฺตา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย โทโส สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๔.๑} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อาสววิปฺปยุตฺตา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย โทมนสฺสสหคโต วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: โทมนสฺสสหคโต วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๔.๒} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: โทมนสฺสสหคโต วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: โทโส จ โมโห จ อาสวสมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: โทโส จ โมโห จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๔.๓} อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: โทโส จ โมโห จ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อาสวสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ อารพฺภ อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อาสวสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ อารพฺภ อาสววิปฺปยุตฺตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อาสวสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ อารพฺภ โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๓๘๕.๑} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา ... อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ... ผลํ ... นิพฺพานํ ... นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา อาสววิปฺปยุตฺเต ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ ปุพฺเพ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อาสววิปฺปยุตฺเต ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ ฯ อิธ อสฺสาทนา นตฺถิ ฯ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ เจโตปริยญาเณน อาสววิปฺปยุตฺตจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อาสววิปฺปยุตฺตา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย โมหสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๕.๒} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ วิจิกิจฺฉา ... อุทฺธจฺจํ ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อาสววิปฺปยุตฺเต ขนฺเธ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค ... ทิฏฺฐิ โทมนสฺสํ วิจิกิจฺฉา ... อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชติ ฯ {๓๘๕.๓} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อาสววิปฺปยุตฺเต ขนฺเธ อารพฺภ โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๓๘๕.๔} อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: โทมนสฺสสหคเต วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ อารพฺภ อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๓๘๕.๕} อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: โทมนสฺสสหคเต วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ อารพฺภ อาสววิปฺปยุตฺตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๓๘๕.๖} อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: โทมนสฺสสหคเต วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ อารพฺภ โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ

อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: อาสวสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: อาสวสมฺปยุตฺตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตาธิปติ: อาสวสมฺปยุตฺตาธิปติ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย โทมนสฺสสหคตาธิปติ โมหสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๖.๑} อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา: อาสวสมฺปยุตฺตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย โทมนสฺสสหคตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๖.๒} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ... อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ... ผลํ ... นิพฺพานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สหชาตาธิปติ: อาสววิปฺปยุตฺตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๖.๓} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อาสววิปฺปยุตฺเต ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ

อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อาสวสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส โทมนสฺสสหคตสฺส วิจิกิจฺฉาสหคตสฺส อุทฺธจฺจสหคตสฺส โมหสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๗.๑} อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ โทมนสฺสสหคตานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๗.๒} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริโม ปุริโม โทมนสฺสสหคโต วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส โทมนสฺสสหคตสฺส วิจิกิจฺฉาสหคตสฺส อุทฺธจฺจสหคตสฺส โมหสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อาสววิปฺปยุตฺตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อาสววิปฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๗.๓} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริโม ปุริโม โทมนสฺสสหคโต วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ โทมนสฺสสหคตานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาวชฺชนา อาสวสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๗.๔} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริโม ปุริโม โทมนสฺสสหคโต วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ โทมนสฺสสหคตานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาวชฺชนา โทมนสฺสสหคตานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๗.๕} อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ โทมนสฺสสหคตานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๗.๖} อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส โทมนสฺสสหคตสฺส วิจิกิจฺฉาสหคตสฺส อุทฺธจฺจสหคตสฺส โมหสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ วุฏฺฐานสฺส อนฺนตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๗.๗} อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ โทมนสฺสสหคตานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๗.๘} อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย: ฉ ฯ นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ

อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา อาสวสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา อาสววิปฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๘.๑} อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา โทมนสฺสสหคตานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๘.๒} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ สีลํ ... ฯเปฯ ปญฺญํ กายิกํ สุขํ เสนาสนํ ... โมหํ อุปนิสฺสาย สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ สทฺธา ฯเปฯ ปญฺญา กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ โมโห จ สทฺธาย โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๘.๓} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ สีลํ ... ฯเปฯ ปญฺญํ กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ อุตุํ โภชนํ เสนาสนํ ... โมหํ อุปนิสฺสาย ปาณํ หนติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ สทฺธา จ โมโห จ ราคสฺส ฯเปฯ ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๘.๔} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธา ... สีลํ ... โมโห โทมนสฺสสหคตานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๘.๕} อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อาสวสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุจฺฉิตพฺพํ มูลํ โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อาสววิปฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๘.๖} อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ โทมนสฺสสหคตานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานญฺจ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ อาสววิปฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ อาสวสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๘๙.๑} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อารพฺภ โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ โทมนสฺสสหคตานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา อาสววิปฺปยุตฺตา ขนฺธา จ โมโห จ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย: นว อาวชฺชนาปิ วุฏฺฐานมฺปิ นตฺถิ ฯ

อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาสวสมฺปยุตฺตา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: อาสวสมฺปยุตฺตา เจตนา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: อาสวสมฺปยุตฺตา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา เจตนา โมหสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๙๒.๑} อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาสวสมฺปยุตฺตา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: อาสววิปฺปยุตฺตา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: อาสววิปฺปยุตฺตา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: เอกํ ฯ

อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อาสวสมฺปยุตฺตา อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อาสวสมฺปยุตฺตา อาหารา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา อาหารา โมหสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๙๔.๑} อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อาสวสมฺปยุตฺตา อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อาสววิปฺปยุตฺตา อาหารา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ กพฬึกาโร อาหาโร อิมสฺส กายสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฉ ฯ

อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตํ: วตฺถุ อาสวสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๙๖.๑} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตํ: วตฺถุ โทมนสฺสสหคตานํ วิจิกิจฺฉาสหคตานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: เอกํ ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา โมหสฺส จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตสทิสํ ฯ {๓๙๗.๑} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สงฺขิตฺตํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: โทมนสฺสสหคโต วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ วิจิกิจฺฉา ... อุทฺธจฺจํ ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ วตฺถุ อาสวสมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๓๙๗.๒} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: โทมนสฺสสหคโต วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อารพฺภ โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: อาสวสมฺปยุตฺโต เอโก ขนฺโธ จ วตฺถุ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... โทมนสฺสสหคโต วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต เอโก ขนฺโธ จ โมโห จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: เทฺว ขนฺธา ... ฯ {๓๙๗.๓} อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาตา: อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา จ มหาภูตา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย โทมนสฺสสหคตา วิจิกิจฺฉาสหคตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ วตฺถุ จ โมหสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา จ กพฬึกาโร อาหาโร จ อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตา: อาสวสมฺปยุตฺตา ขนฺธา จ รูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: โทมนสฺสสหคโต วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต เอโก ขนฺโธ จ โมโห จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ฯ

เหตุยา นว อารมฺมเณ นว อธิปติยา ปญฺจ อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน นว กมฺเม จตฺตาริ วิปาเก เอกํ อาหาเร จตฺตาริ อินฺทฺริเย จตฺตาริ ฌาเน จตฺตาริ มคฺเค จตฺตาริ สมฺปยุตฺเต ฉ วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา นว นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต นว ฯ อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ

อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๓๙๙.๑} อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อาสววิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๓๙๙.๒} อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อาสวสมฺปยุตฺโต จ อาสววิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺตสฺส จ อาสววิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ

นเหตุยา นว นอารมฺมเณ นว นอธิปติยา นว สพฺพตฺถ นว โนอวิคเต นว ฯ ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ นว ... นอธิปติยา นว สงฺขิตฺตํ ... นสมนนฺตเร นว นอญฺญมญฺเญ ตีณิ นอุปนิสฺสเย นว สงฺขิตฺตํ ... นมคฺเค นว นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต นว โนนตฺถิยา นว โนวิคเต นว ฯ อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว ... อธิปติยา ปญฺจ สงฺขิตฺตํ อนุโลมคณนา ... อวิคเต นว ฯ ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ อาสวสมฺปยุตฺตทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ -----------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ ๗๔

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย โทสะเป็นปัจจัยแก่โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย โทสะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์ โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓)

ข้อ ๗๕

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก อาสวะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย โมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๔๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร

ข้อ ๗๖

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ โทสะและโมหะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ โทสะและโมหะเป็นปัจจัยแก่จิตต-สมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ โทสะและโมหะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓)อารัมมณปัจจัย

ข้อ ๗๗

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะจึงเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะ ขันธ์และโมหะที่วิปปยุตจากอาสวะจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๗๘

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก อาสวะโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผล และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๔๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร พระอริยะพิจารณากิเลสที่วิปปยุตจากอาสวะซึ่งละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้วพิจารณากิเลสที่เคยเกิดขึ้น ฯลฯ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา (ในที่นี้ไม่มีความยินดี) บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่วิปปยุตจากอาสวะด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจา-ยตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ฯลฯ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณอนาคตังสญาณ อาวัชชนจิต และโมหะโดยอารัมมณปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว ยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้น เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้น ราคะจึงเกิดขึ้นทิฏฐิจึงเกิดขึ้น วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลยินดีเพลิดเพลินกุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะ เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ ฯลฯ โทมนัส ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๗๙

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะจึงเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๔๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะและโมหะจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น (๓) อธิปติปัจจัย

ข้อ ๘๐

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย อาสวะโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์โดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย อธิบดีธรรมที่สหรคตด้วยโทมนัสเป็นปัจจัยแก่โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิบดีธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย อธิบดีธรรมที่สหรคตด้วยโทมนัสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๔๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร

ข้อ ๘๑

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้วฯลฯ ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน ฯลฯ พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค ฯลฯ พิจารณาผล ฯลฯ พิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นนิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค และผลโดยอธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้นทิฏฐิจึงเกิดขึ้น บุคคลยินดีเพลิดเพลินกุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌานฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒)อนันตรปัจจัย

ข้อ ๘๒

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย อาสวะโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่โมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัยขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๔๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)

ข้อ ๘๓

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่โมหะที่สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัยขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู ฯลฯ ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัยอาวัชชนจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะโดยอนันตรปัจจัย (๓)

ข้อ ๘๔

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๔๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่โมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓) สมนันตรปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๘๕

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระอุปนิสสยปัจจัย

ข้อ ๘๖

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย อาสวะโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุต ด้วยอาสวะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๕๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะโดยอุปนิสสย-ปัจจัย (๓)

ข้อ ๘๗

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก อาสวะโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ฯลฯ อาศัยศีล ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ สุขทางกาย ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ โมหะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธา ฯลฯ ปัญญา สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย และโมหะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ โมหะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วมีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีล ฯลฯ ปัญญา สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ และโมหะแล้วฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ฯลฯ โมหะเป็นปัจจัยแก่ราคะ ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธา ฯลฯ ศีล ฯลฯ โมหะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๕๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร

ข้อ ๘๘

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูป-นิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงอ้างบทที่เป็นมูล) ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คืออนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)ปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๘๙

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก อาสวะโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุโดยเป็น สภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายา-ยตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่วิปปยุตจากอาสวะโดยปุเรชาตปัจจัย (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๕๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยปุเรชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ เพราะปรารภจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วย โทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)ปัจฉาชาตปัจจัย

ข้อ ๙๐

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก อาสวะโดยปัจฉาชาตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยปัจฉาชาตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยปัจฉาชาตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาตะ ได้แก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๕๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร อาเสวนปัจจัย

ข้อ ๙๑

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ (อาวัชชนจิตและวุฏฐานะไม่มี)กัมมปัจจัย

ข้อ ๙๒

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย อาสวะโดยกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย เจตนาที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย เจตนาที่สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๕๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร วิปากปัจจัย

ข้อ ๙๓

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย

ข้อ ๙๔

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์โดยอาหารปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอาหารปัจจัย อาหารที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอาหารปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอาหารปัจจัย อาหารที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอาหารปัจจัย (๓)

ข้อ ๙๕

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอาหารปัจจัย ได้แก่ อาหารที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอาหารปัจจัย (๑) อินทรียปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๙๖

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย อาสวะโดยอินทรียปัจจัย มี ๔ วาระ เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๔ วาระ เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๔ วาระ เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๕๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร วิปปยุตตปัจจัย

ข้อ ๙๗

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ และปัจฉาชาตะ (ย่อพึงขยายให้พิสดาร) (๑)

ข้อ ๙๘

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย อาสวะโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ ได้แก่หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะโดยวิปปยุตตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร อัตถิปัจจัย

ข้อ ๙๙

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอัตถิปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับสหชาตปัจจัย) (๓)

ข้อ ๑๐๐

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก อาสวะโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระและอินทรียะ (ย่อ พึงขยายให้พิสดาร) (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอัตถิปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น วิจิกิจฉาจึงเกิดขึ้น อุทธัจจะจึงเกิดขึ้น โทมนัสจึงเกิดขึ้น หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอัตถิปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตะ ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่ สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ เพราะปรารภจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์และโมหะที่ สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๑๐๑

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะอาหาระ และอินทรียะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตต-สมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่โมหะโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะและกวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือสหชาตะและปุเรชาตะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ และโมหะที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วย วิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่ สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และโมหะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ฯลฯ (๓) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๑๐๒

เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ กัมมปัจจัย มี ๔ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๔ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๔ วาระ ฌานปัจจัย มี ๔ วาระ มัคคปัจจัย มี ๔ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ วิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ ๒. ปัจจนียุทธาร

ข้อ ๑๐๓

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย และกัมมปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๓)

ข้อ ๑๐๔

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉา-ชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๓)

ข้อ ๑๐๕

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุป-นิสสยปัจจัย (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๖. อาสวสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปัจฉาชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะและที่วิปปยุตจากอาสวะโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย (๓) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๑๐๖

นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัย มีปัจจัยละ ๙ วาระ) โนอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย

ข้อ ๑๐๗

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฯลฯ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๙ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฯลฯ นมัคคปัจจัย ” มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๖ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๙ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑๗. อาสวสาสวทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย

ข้อ ๑๐๘

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๕ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ ปัจจนียานุโลม จบ อาสวสัมปยุตตทุกะ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ส่วนนี้ ไม่มีเนื้อความอรรถกถา -----------------------------------------------------

อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ โลกิยทุกะ ปฏิจจวาร

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา