อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๐๐

๘. โปตถกสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๐1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๕. โลณผลวรรค ๘. โปตถกสูตร ๘. โปตถกสูตร ว่าด้วยบุคคลที่เปรียบเหมือนผ้าเปลือกไม้

ข้อ ๑๐๐

ภิกษุทั้งหลาย ผ้าเปลือกไม้แม้ยังใหม่แต่ก็มีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย และมีราคาถูก ผ้าเปลือกไม้แม้กลางเก่ากลางใหม่ก็มีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย และมีราคาถูก ผ้าเปลือกไม้ที่เก่า มีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย และมีราคาถูก คนทั้งหลายย่อมทำผ้าเปลือกไม้ที่เก่าให้เป็นผ้าเช็ดหม้อข้าวหรือทิ้งมันที่กองหยากเยื่อ ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ถ้าภิกษุผู้เป็นนวกะ แต่เป็นผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นมีชื่อเสียงไม่ดี เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าเปลือกไม้ที่มีสีไม่สวย ก็คนเหล่าใดคบหาใกล้ชิดพากันตามอย่างเธอ การคบหาเป็นต้นนั้นย่อมเป็นไปเพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์แก่คนเหล่านั้นตลอดกาลนาน เรากล่าวอย่างนี้เพราะภิกษุนั้นมีการติดต่อก่อให้เกิดทุกข์ เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็น เหมือนผ้าเปลือกไม้ที่มีสัมผัสไม่สบาย ก็ภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาตเสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชชบริขารของคนเหล่าใด การรับของเธอนั้นไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มากแก่คนเหล่านั้น เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นคนมีค่าน้อย เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าเปลือกไม้ที่มีราคาถูก ถ้าภิกษุผู้เป็นมัชฌิมะ ฯลฯ ถ้าภิกษุแม้ผู้เป็นเถระ แต่เป็นผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นมีชื่อเสียงไม่ดี เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าเปลือกไม้ที่มีสีไม่สวย ก็คนเหล่าใดคบหาใกล้ชิดพากันตามอย่างเธอ การคบหาเป็นต้นนั้นย่อมเป็นไปเพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์แก่คนเหล่านั้นตลอดกาลนานเรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นมีการติดต่อก่อให้เกิดทุกข์ เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าเปลือกไม้ที่มีสัมผัสไม่สบาย ก็ภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชชบริขารของคนเหล่าใด การรับของเธอนั้นไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มากแก่คนเหล่านั้น เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีค่าน้อยเราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าเปลือกไม้ที่มีราคาถูก @เชิงอรรถ : @ คำว่า “พระนวกะ พระมัชฌิมะ และพระเถระ” ดูเชิงอรรถข้อ ๖๓ ทุกนิบาต หน้า ๑๐๐ ในเล่มนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๓๓๔}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๕. โลณผลวรรค ๘. โปตถกสูตร อนึ่ง ภิกษุผู้เป็นเถระเช่นนี้จะต้องกล่าวในท่ามกลางสงฆ์ พวกภิกษุได้กล่าวกับเธออย่างนี้ว่า “จะมีประโยชน์อะไรด้วยคำที่คนพาลไม่ฉลาดกล่าวออกไป แม้ตัวท่านก็เข้าใจคำที่ควรกล่าว” เธอโกรธ ไม่พอใจ เปล่งวาจาที่เป็นเหตุให้สงฆ์ยกวัตรตนเหมือนผ้าเปลือกไม้ที่เขาทิ้งที่กองหยากเยื่อ ผ้าแคว้นกาสีที่ยังใหม่ มีสีสวย มีสัมผัสสบาย และมีราคาแพง ผ้าแคว้น กาสีแม้กลางเก่ากลางใหม่แต่ก็มีสีสวย มีสัมผัสสบาย และมีราคาแพง ผ้าแคว้นกาสีแม้เก่า แต่ก็มีสีสวย มีสัมผัสสบาย และมีราคาแพง คนทั้งหลายย่อมทำผ้าแคว้นกาสีแม้ที่เก่าให้เป็นผ้าห่อแก้ว หรือเอาใส่ไว้ในหีบของหอม ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ภิกษุผู้เป็นนวกะ แต่มีศีล มีธรรมงาม เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นมีชื่อเสียงดี เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสีที่มีสีสวย ก็คนเหล่าใดคบหาใกล้ชิดพากันตามอย่างเธอ การคบหาเป็นต้นนั้นย่อมเป็นไปเพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่คนเหล่านั้นตลอดกาลนาน เรากล่าวอย่างนี้เพราะภิกษุนั้นมีการติดต่อก่อให้เกิดสุข เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสีที่มีสัมผัสสบาย ก็ภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย-เภสัชชบริขารของคนเหล่าใด การรับของเธอนั้นย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มากแก่คนเหล่านั้น เรากล่าวอย่างนี้เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีค่ามาก เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสีที่มีราคาแพง ถ้าภิกษุผู้เป็นมัชฌิมะ ฯลฯ ถ้าภิกษุแม้ผู้เป็นเถระ แต่มีศีล มีธรรมงาม เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นมีชื่อเสียงดี เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสีที่มีสีสวย ก็คนเหล่าใดคบหาใกล้ชิดพากันตามอย่างเธอ การคบหาเป็นต้นนั้นย่อมเป็นไปเพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่คนเหล่านั้นตลอดกาลนาน เรากล่าวอย่างนี้เพราะภิกษุนั้นมีการติดต่อก่อให้เกิดสุข เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสีที่มีสัมผัสสบาย ก็ภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชชบริขารของคนเหล่าใด การรับของเธอนั้นย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มากแก่คนเหล่านั้น เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีค่ามาก เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสีที่มีราคาแพง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๓๓๕}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๕. โลณผลวรรค ๙. โลณผลสูตร อนึ่ง ภิกษุผู้เป็นเถระเช่นนี้จะต้องกล่าวในท่ามกลางสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายได้กล่าวกับเธออย่างนี้ว่า “ขอให้ท่านทั้งหลายจงสงบเถิด ภิกษุที่เป็นเถระจะกล่าวธรรมและวินัย” เพราะเหตุนั้นแล เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า “เราจักเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสี จักไม่เป็นเหมือนผ้าเปลือกไม้” ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล โปตถกสูตรที่ ๘ จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต นวสูตร

ข้อ ๕๓๙

๑๐๐ นโวปิ ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ จ โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ มชฺฌิโมปิ ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ จ โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ ชิณฺโณปิ ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ จ โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ ฯ ชิณฺณมฺปิ ภิกฺขเว โปตฺถกํ อุกฺขลิปริมทฺทนํ วา กโรนฺติ สงฺการกูเฏ วา นํ ฉฑฺเฑนฺติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว นโว เจปิ ภิกฺขุ โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม อิทมสฺส ทุพฺพณฺณตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ เตสนฺตํ โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย อิทมสฺส ทุกฺขสมฺผสฺสตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุกฺขสมฺผสฺโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เยสํ โข ปน ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เตสนฺตํ น มหปฺผลํ โหติ น มหานิสํสํ อิทมสฺส อปฺปคฺฆตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก อปฺปคฺโฆ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๕๓๙.๑} มชฺฌิโม เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โหติ ฯเปฯ เถโร เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม อิทมสฺส ทุพฺพณฺณตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ เตสนฺตํ โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย อิทมสฺส ทุกฺขสมฺผสฺสตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุกฺขสมฺผสฺโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เยสํ โข ปน ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลาน- ปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เตสนฺตํ น มหปฺผลํ โหติ น มหานิสํสํ อิทมสฺส อปฺปคฺฆตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก อปฺปคฺโฆ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เอวรูโป จายํ ภิกฺขเว เถโร ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ ภณติ ฯ ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ กึ โข ตุยฺหํ พาลสฺส อพฺยตฺตสฺส ภณิเตน ตฺวํ นาม ภณิตพฺพํ มญฺญสีติ ฯ โส กุปิโต อนตฺตมโน ตถารูปึ วาจํ นิจฺฉาเรติ ยถารูปาย วาจาย สงฺโฆ อุกฺขิปติ สงฺการกูเฏว นํ โปตฺถกํ ฯ นวมฺปิ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ มชฺฌิมมฺปิ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ ชิณฺณมฺปิ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ ฯ ชิณฺณมฺปิ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ รตนปลิเวฐนํ วา กโรนฺติ คนฺธกรณฺฑเก วา นํ นิกฺขิปนฺติ ฯ {๕๓๙.๒} เอวเมว โข ภิกฺขเว นโว เจปิ ภิกฺขุ โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม อิทมสฺส สุวณฺณตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ เตสนฺตํ โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย อิทมสฺส สุขสมฺผสฺสตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ สุขสมฺผสฺสํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เยสํ โข ปน ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เตสนฺตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ อิทมสฺส มหคฺฆตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ มหคฺฆํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๕๓๙.๓} มชฺฌิโม เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โหติ ฯเปฯ เถโร เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม อิทมสฺส สุวณฺณตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ เตสนฺตํ โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย อิทมสฺส สุขสมฺผสฺสตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ สุขสมฺผสฺสํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เยสํ โข ปน ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เตสนฺตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ อิทมสฺส มหคฺฆตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ มหคฺฆํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เอวรูโป จายํ ภิกฺขเว เถโร ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ ภณติ ฯ ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ อปฺปสทฺทา อายสฺมนฺโต โหถ เถโร ภิกฺขุ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ ภณตีติ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ กาสิกวตฺถูปมา ภวิสฺสาม น โปตฺถกูปมาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผ้าเปลือกไม้แม้ยังใหม่ ก็เป็นของ มีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย ทั้งมีราคาน้อย ผ้าเปลือกไม้แม้กลางเก่ากลางใหม่ก็เป็นของมีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย ทั้งมีราคาน้อย ผ้าเปลือกไม้เป็นของเก่าก็เป็นของมีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย ทั้งมีราคาน้อย มนุษย์ทั้งหลาย ย่อมทำผ้าเปลือกไม้ที่เก่าแล้วให้เป็นผ้าสำหรับเช็ดหม้อข้าว หรือทิ้งมันเสียที่กองหยากเยื่อฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ภิกษุแม้ยังใหม่ แต่เป็นคนทุศีล มีธรรมเลวทราม เราย่อมกล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงไม่ดีดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีสีไม่สวยฉะนั้น ชนเหล่าใดคบหา เข้าไปนั่งใกล้ ถือเอาเขาเป็นตัวอย่าง กิริยาที่คบหาเป็นต้นนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์แก่ชนเหล่านั้นสิ้นกาลนาน เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีการติดต่อก่อให้เกิดทุกข์ ดูกร-*ภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีสัมผัสไม่สบายฉะนั้น และภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารของชนเหล่าใด การรับของนั้นไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มากแก่ชนเหล่านั้น เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นคนมีค่าน้อย บุคคลชนิดนี้เรากล่าวว่ามีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีราคาน้อยฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุแม้ปูนกลาง ฯลฯ ภิกษุแม้ปูนเถระ แต่หากว่าเป็นคนทุศีล มีธรรมเลวทราม เราย่อมกล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงไม่ดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีสีไม่สวยฉะนั้น ชนเหล่าใดคบหาเข้าไปนั่งใกล้ ถือเอาเขาเป็นตัวอย่าง กิริยาที่คบหาเป็นต้นนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์แก่ชนเหล่านั้นสิ้นกาลนาน เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีการติดต่อก่อให้เกิดทุกข์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีสัมผัสไม่สบายฉะนั้นแล และภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารของชนเหล่าใด การรับของนั้น ไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มากแก่ชนเหล่านั้น เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นคนมีค่าน้อย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้ เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ซึ่งเป็นของมีราคาน้อย ฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่งภิกษุผู้เป็นปูนเถระเห็นปานนี้ ย่อมจะต้องพูดในท่ามกลางสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายได้กล่าวกับเธอนั้นอย่างนี้ว่า ต้องการอะไรด้วยถ้อยคำที่ท่านผู้เป็นพาลไม่เฉียบแหลมได้กล่าวไว้แล้ว ถึงท่านก็เข้าใจถ้อยคำที่ท่านควรกล่าวได้ เธอโกรธ ขัดเคืองเปล่งวาจาที่เป็นเหตุทำให้สงฆ์ยกวัตรตนเสีย เหมือนผ้าเปลือกไม้ที่เขาทิ้งที่กองหยากเยื่อ ฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผ้าแคว้นกาสีที่ยังใหม่ เป็นของมีสีสวยมีสัมผัสสบาย ทั้งมีราคามาก ผ้าแคว้นกาสีกลางเก่ากลางใหม่ เป็นของมีสีสวยมีสัมผัสสบาย ทั้งมีราคามาก ผ้าแคว้นกาสีแม้เก่าแล้ว ก็เป็นของมีสีสวย มีสัมผัสสบาย ทั้งมีราคามาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ทั้งหลาย ย่อมทำผ้าแคว้นกาสีแม้ที่เก่าเป็นผ้าห่อรัตนะ หรือเอาใส่ไว้ในหีบของหอม ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ภิกษุแม้ยังใหม่ เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงดี บุคคลเช่นนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าแคว้นกาสีมีสีสวยสดฉะนั้น และชนเหล่าใดคบหา เข้าไปนั่งใกล้ถือเอาเขาเป็นตัวอย่าง กิริยาที่คบหาเป็นต้นนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ชนเหล่านั้นสิ้นกาลนาน เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุเช่นนั้นเป็นผู้มีการติดต่อก่อให้เกิดสุข บุคคลเช่นนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนผ้าแคว้นกาสีมีสัมผัสสบายฉะนั้น และภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย-*เภสัชบริขารของชนเหล่าใด การรับของนั้นมีผลมาก มีอานิสงส์มากแก่ชนเหล่านั้น เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีค่ามาก บุคคลเช่นนี้เรากล่าวว่ามีอุปมาเหมือนกับผ้าแคว้นกาสีมีราคามากฉะนั้น ภิกษุแม้ปูนกลาง ฯลฯ ภิกษุแม้ปูนเถระ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุเถระเห็นปานดังนี้ ย่อมพูดในท่ามกลางสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายได้กล่าวกับเธอนั้นอย่างนี้ว่า จงสงบเสียงเสียเถิดท่านทั้งหลาย ภิกษุผู้เถระจะกล่าวธรรม กล่าววินัย ดังนี้ เพราะเหตุนั้นแหละภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเป็นดังผ้าแคว้นกาสี จักไม่เป็นดังผ้าเปลือกไม้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/