๒. สุขวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. สุขวรรค หมวดว่าด้วยสุข
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สุขของคฤหัสถ์ ๒. สุขของบรรพชิต สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขของบรรพชิตเป็นเลิศ (๑)
สุข ๒ อย่างนี้ สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. กามสุข ๒. เนกขัมมสุข สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ เนกขัมมสุขเป็นเลิศ (๒)
สุข ๒ อย่างนี้ สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สุขที่มีอุปธิ ๒. สุขที่ไม่มีอุปธิ สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ไม่มีอุปธิเป็นเลิศ (๓) @เชิงอรรถ : @ กามสุข หมายถึงสุขที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยกามคุณ ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะที่น่าพอใจ@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๖/๖๐) @ เนกขัมมสุข หมายถึงสุขที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยบรรพชา (องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๖/๖๐)@ สุขที่มีอุปธิ หมายถึงสุขเจือกิเลสที่เป็นไปในภูมิ ๓ (กามาวจร, รูปาวจร, อรูปาวจร) เป็นสุขระดับโลกิยะ@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๗/๖๐) @ สุขที่ไม่มีอุปธิ หมายถึงสุขไม่เจือกิเลส เป็นสุขระดับโลกุตตระ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๗/๖๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๐๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์ ] ๒. สุขวรรค
สุข ๒ อย่างนี้ สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สุขที่มีอาสวะ ๒. สุขที่ไม่มีอาสวะ สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ไม่มีอาสวะเป็นเลิศ (๔)
สุข ๒ อย่างนี้ สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สุขที่อิงอามิส ๒. สุขที่ไม่อิงอามิส สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ไม่อิงอามิสเป็นเลิศ (๕)
สุข ๒ อย่างนี้ สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สุขของพระอริยะ ๒. สุขของผู้ไม่ใช่พระอริยะ สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขของพระอริยะเป็นเลิศ (๖)
สุข ๒ อย่างนี้ สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สุขทางกาย ๒. สุขทางใจ สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อยางนี้ สุขทางใจเป็นเลิศ (๗) @เชิงอรรถ : @ สุขที่มีอาสวะ หมายถึงสุขที่นับเนื่องในวัฏฏะที่เป็นปัจจัยแก่อาสวะ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๘/๖๐)@ สุขที่ไม่มีอาสวะ หมายถึงสุขที่มีนิพพานเป็นอารมณ์ที่ไม่เป็นปัจจัยแก่อาสวะ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๘/๖๐)@ สุขที่อิงอามิส หมายถึงสุขอาศัยเหยื่อล่อ เป็นสุขที่ทำให้ใจเศร้าหมอง ทำให้สัตว์อยู่ในวงจรแห่งวัฏฏะ@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๙/๖๑) @ สุขที่ไม่อิงอามิส หมายถึงสุขที่ไม่ต้องอาศัยเหยื่อล่อ เป็นสุขที่ไม่ทำใจให้เศร้าหมองพ้นจากวงจรแห่ง@วัฏฏะ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๙/๖๑) @ สุขของพระอริยะ หมายถึงสุขที่ไม่ใช่ของปุถุชน เป็นสุขของพระอริยบุคคล ๘ จำพวก@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๐/๖๑) @ สุขของผู้ไม่ใช่พระอริยะ หมายถึงสุขของปุถุชน ไม่ใช่สุขของพระอริยบุคคล (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๐/๖๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๐๓}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๒. สุขวรรค
สุข ๒ อย่างนี้ สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สุขที่มีปีติ ๒. สุขที่ไม่มีปีติ สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ไม่มีปีติเป็นเลิศ (๘)
สุข ๒ อย่างนี้ สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สุขที่เกิดจากความยินดี ๒. สุขที่เกิดจากอุเบกขา สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่เกิดจากอุเบกขาเป็นเลิศ (๙)
สุข ๒ อย่างนี้ สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สมาธิสุข ๒. อสมาธิสุข สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สมาธิสุขเป็นเลิศ (๑๐)
สุข ๒ อย่างนี้ สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สุขที่เกิดจากฌานมีปีติเป็นอารมณ์ ๒. สุขที่เกิดจากฌานไม่มีปีติเป็นอารมณ์ สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่เกิดจากฌานไม่มีปีติเป็น อารมณ์เป็นเลิศ (๑๑) @เชิงอรรถ : @ สุขที่มีปีติ หมายถึงสุขในปฐมฌานและทุติยฌาน (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๒/๖๑) @ สุขที่ไม่มีปีติ หมายถึงสุขในตติยฌานและจตุตถฌาน (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๒/๖๑)@ สุขที่เกิดจากความยินดี หมายถึงสุขในฌาน ๓ (ปฐมฌาน, ทุติยฌาน, ตติยฌาน) (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๓/๖๑)@ สุขที่เกิดจากอุเบกขา หมายถึงสุขในจตุตถฌาน (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๓/๖๑) @ สมาธิสุข หมายถึงสุขที่ถึงขั้นอัปปนาสมาธิ หรืออุปจารสมาธิ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๔/๖๑)@ อสมาธิสุข หมายถึงสุขที่ยังไม่ถึงขั้นอัปปนาสมาธิหรืออุปจารสมาธิ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๔/๖๑)@ สุขที่เกิดจากฌานมีปีติเป็นอารมณ์ หมายถึงสุขที่เกิดแก่ผู้พิจารณาฌาน ๒ มีปีติเป็นอารมณ์@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๕/๖๑) @ สุขที่เกิดจากฌานไม่มีปีติเป็นอารมณ์ หมายถึงสุขที่เกิดแก่ผู้พิจารณาฌาน ๒ ไม่มีปีติเป็นอารมณ์@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๕/๖๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๐๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๓. สนิมิตตวรรค
สุข ๒ อย่างนี้ สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สุขที่เกิดจากฌานมีความยินดีเป็นอารมณ์ ๒. สุขที่เกิดจากฌานมีอุเบกขาเป็นอารมณ์ สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่เกิดจากฌานมีอุเบกขาเป็นอารมณ์เป็นเลิศ (๑๒)
สุข ๒ อย่างนี้ สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. สุขที่มีรูปฌานเป็นอารมณ์ ๒. สุขที่มีอรูปฌานเป็นอารมณ์ สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่มีอรูปฌานเป็นอารมณ์เป็นเลิศ (๑๓)สุขวรรคที่ ๒ จบ ๓. สนิมิตตวรรค หมวดว่าด้วยเหตุแห่งบาปอกุศล
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีนิมิต จึงเกิดขึ้น ไม่มีนิมิต ไม่เกิดขึ้น เพราะละนิมิตนั้นเสียได้อย่างนี้ ธรรมที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้นจึงไม่มี (๑) @เชิงอรรถ : @ สุขที่เกิดจากฌานมีความยินดีเป็นอารมณ์ หมายถึงสุขที่เกิดแก่ผู้พิจารณาฌาน ๓ (ปฐมฌาน,@ทุติยฌาน, ตติยฌาน) มีความยินดีเป็นอารมณ์ (เทียบ องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๓-๗๕/๖๑)@ สุขที่เกิดจากฌานมีอุเบกขาเป็นอารมณ์ หมายถึงสุขที่เกิดแก่ผู้พิจารณาฌานที่ ๔ มีอุเบกขาเป็น@อารมณ์ (เทียบ องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๓-๗๕/๖๑) @ นิมิต หมายถึงเหตุ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๘-๗๙/๖๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๐๕}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
๖๓ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว คิหิสุขญฺจ ปพฺพชฺชาสุขญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ ปพฺพชฺชาสุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขของคฤหัสถ์ ๑ สุขเกิดแต่บรรพชา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขเกิดแต่บรรพชาเป็นเลิศ ฯ
๖๔ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว กามสุขญฺจ เนกฺขมฺมสุขญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ เนกฺขมฺมสุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือกามสุข ๑ เนกขัมมสุข ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ เนกขัมมสุขเป็นเลิศ ฯ
๖๕ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว อุปธิสุขญฺจ นิรุปธิสุขญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ นิรุปธิสุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขเจือกิเลส ๑ สุขไม่เจือกิเลส ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขไม่เจือกิเลสเป็นเลิศ ฯ
๖๖ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สาสวญฺจ สุขํ อนาสวญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ อนาสวสุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขมีอาสวะ ๑ สุขไม่มีอาสวะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขไม่มีอาสวะเป็นเลิศ ฯ
๖๗ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สามิสญฺจ สุขํ นิรามิสญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ นิรามิสํ สุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขอิงอามิส ๑ สุขไม่อิงอามิส ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขไม่อิงอามิสเป็นเลิศ ฯ
๖๘ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว อริยสุขญฺจ อนริยสุขญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ อริยสุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขของพระอริยเจ้า ๑ สุขของปุถุชน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขของพระอริยเจ้าเป็นเลิศ ฯ
๖๙ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว กายิกญฺจ สุขํ เจตสิกญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ เจตสิกํ สุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือกายิกสุข ๑ เจตสิกสุข ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ เจตสิกสุขเป็นเลิศ ฯ
๗๐ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สปฺปีติกญฺจ สุขํ นิปฺปีติกญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ นิปฺปีติกํ สุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขอันเกิดแต่ฌานที่ยังมีปีติ ๑ สุขอันเกิดแต่ฌานที่ไม่มีปีติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายสุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขอันเกิดแต่ฌานไม่มีปีติเป็นเลิศ ฯ
๗๑ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สาตสุขญฺจ อุเปกฺขาสุขญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ อุเปกฺขาสุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขเกิดแต่ความยินดี ๑ สุขเกิดแต่ความวางเฉย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขเกิดจากการวางเฉยเป็นเลิศ ฯ
๗๒ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สมาธิสุขญฺจ อสมาธิสุขญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ สมาธิสุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขที่ถึงสมาธิ ๑ สุขที่ไม่ถึงสมาธิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ถึงสมาธิเป็นเลิศ ฯ
๗๓ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สปฺปีติการมฺมณญฺจ สุขํ นิปฺปีติการมฺมณญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ นิปฺปีติการมฺมณํ สุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขเกิดแต่ฌานมีปีติเป็นอารมณ์ ๑ สุขเกิดแต่ฌานไม่มีปีติเป็นอารมณ์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขเกิดแต่ฌานไม่มีปีติเป็นอารมณ์เป็นเลิศ ฯ
๗๔ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สาตารมฺมณญฺจ สุขํ อุเปกฺขารมฺมณญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ อุเปกฺขารมฺมณํ สุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขที่มีความยินดีเป็นอารมณ์ ๑ สุขที่มีความวางเฉยเป็นอารมณ์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายสุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่มีความวางเฉยเป็นอารมณ์เป็นเลิศ ฯ
๗๕ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว รูปารมฺมณญฺจ สุขํ อรูปารมฺมณญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ อรูปารมฺมณํ สุขนฺติ ฯ สุขวคฺโค ทุติโย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขที่มีรูปเป็นอารมณ์ ๑ สุขที่ไม่มีรูปเป็นอารมณ์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ไม่มีรูปเป็นอารมณ์เป็นเลิศ ฯ จบสุขวรรคที่ ๒