๔. สันถารวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๔. สันถารวรรค ๔. สันถารวรรค หมวดว่าด้วยการรับรอง
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย สันถาร (การรับรอง) ๒ อย่างนี้ สันถาร ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อามิสสันถาร (การรับรองด้วยอามิส) ๒. ธัมมสันถาร (การรับรองด้วยธรรม) สันถาร ๒ อย่างนี้แล บรรดาสันถาร ๒ อย่างนี้ ธัมมสันถารเป็นเลิศ (๑)
ปฏิสันถาร(การต้อนรับ) ๒ อย่างนี้ ปฏิสันถาร ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อามิสปฏิสันถาร (การต้อนรับด้วยอามิส) ๒. ธัมมปฏิสันถาร (การต้อนรับด้วยธรรม) ปฏิสันถาร ๒ อย่างนี้แล บรรดาปฏิสันถาร ๒ อย่างนี้ ธัมมปฏิสันถารเป็นเลิศ (๒)
การเสาะหา ๒ อย่างนี้ การเสาะหา ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การเสาะหาอามิส ๒. การเสาะหาธรรม การเสาะหา ๒ อย่างนี้แล บรรดาการเสาะหา ๒ อย่างนี้ การเสาะหาธรรมเป็นเลิศ (๓)
การแสวงหา ๒ อย่างนี้ การแสวงหา ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การแสวงหาอามิส ๒. การแสวงหาธรรม การแสวงหา ๒ อย่างนี้แล บรรดาการแสวงหา ๒ อย่างนี้ การแสวงหาธรรมเป็นเลิศ (๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๒๓}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๔. สันถารวรรค
การค้นหา ๒ อย่างนี้ การค้นหา ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การค้นหาอามิส ๒. การค้นหาธรรม การค้นหา ๒ อย่างนี้แล บรรดาการค้นหา ๒ อย่างนี้ การค้นหาธรรมเป็นเลิศ (๕)
บูชา ๒ อย่างนี้ บูชา ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อามิสบูชา (การบูชาด้วยอามิส) ๒. ธัมมบูชา (การบูชาด้วยธรรม) บูชา ๒ อย่างนี้แล บรรดาบูชา ๒ อย่างนี้ ธัมมบูชาเป็นเลิศ (๖)
ของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้ ของต้อนรับแขก ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ของต้อนรับแขกคืออามิส ๒. ของต้อนรับแขกคือธรรม ของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้แล บรรดาของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้ของต้อนรับแขกคือธรรมเป็นเลิศ (๗)
ความสำเร็จ ๒ อย่างนี้ ความสำเร็จ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ความสำเร็จทางอามิส ๒. ความสำเร็จทางธรรม ความสำเร็จ ๒ อย่างนี้แล บรรดาความสำเร็จ ๒ อย่างนี้ ความสำเร็จทางธรรมเป็นเลิศ (๘)
ความเจริญ ๒ อย่างนี้ ความเจริญ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ความเจริญด้วยอามิส ๒. ความเจริญด้วยธรรม ความเจริญ ๒ อย่างนี้แล บรรดาความเจริญ ๒ อย่างนี้ ความเจริญด้วยธรรมเป็นเลิศ (๙)
รัตนะ(แก้วอันประเสริฐ) ๒ อย่างนี้ รัตนะ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๒๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๕. สมาปัตติวรรค ๑. อามิสรัตนะ (รัตนะคืออามิส) ๒. ธัมมรัตนะ (รัตนะคือธรรม) รัตนะ ๒ อย่างนี้แล บรรดารัตนะ ๒ อย่างนี้ ธัมมรัตนะเป็นเลิศ (๑๐)
การสะสม ๒ อย่างนี้ การสะสม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การสะสมอามิส ๒. การสั่งสมธรรม การสะสม ๒ อย่างนี้แล บรรดาการสะสม ๒ อย่างนี้ การสั่งสมธรรมเป็นเลิศ (๑๑)
ความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้ ความไพบูลย์ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ความไพบูลย์แห่งอามิส ๒. ความไพบูลย์แห่งธรรม ความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้แล ภิกษุทั้งหลาย บรรดาความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้ความไพบูลย์แห่งธรรมเป็นเลิศ (๑๒) สันถารวรรคที่ ๔ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
๑๕๐ เทฺวเม ภิกฺขเว สนฺถารา กตเม เทฺว อามิสสนฺถาโร จ ธมฺมสนฺถาโร จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว สนฺถารา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สนฺถารานํ ยทิทํ ธมฺมสนฺถาโรติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สันถาร ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คืออามิสสันถาร ๑ ธรรมสันถาร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สันถาร ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสันถาร ๒ อย่างนี้ ธรรมสันถารเป็นเลิศ ฯ
๑๕๑ เทฺวเม ภิกฺขเว ปฏิสนฺถารา กตเม เทฺว อามิสปฏิสนฺถาโร จ ธมฺมปฏิสนฺถาโร จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปฏิสนฺถารา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปฏิสนฺถารานํ ยทิทํ ธมฺมปฏิสนฺถาโรติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฏิสันถาร ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ อามิสปฏิสันถาร ๑ ธรรมปฏิสันถาร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฏิสันถาร ๒อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาปฏิสันถาร ๒ อย่างนี้ ธรรมปฏิสันถารเป็นเลิศ ฯ
๑๕๒ เทฺวมา ภิกฺขเว เอสนา กตมา เทฺว อามิเสสนา จ ธมฺเมสนา จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว เอสนา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ เอสนานํ ยทิทํ ธมฺเมสนาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เอสนา ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คืออามิสเอสนา การเสาะหาอามิส ๑ ธรรมเอสนาการเสาะหาธรรม ๑ ดูกรภิกษุ-*ทั้งหลาย เอสนา ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาเอสนา ๒ อย่างนี้ธรรมเอสนาเป็นเลิศ ฯ
๑๕๓ เทฺวมา ภิกฺขเว ปริเยสนา กตมา เทฺว อามิสปริเยสนา จ ธมฺมปริเยสนา จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว ปริเยสนา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริเยสนานํ ยทิทํ ธมฺมปริเยสนาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปริเยสนา ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ อามิสปริเยสนา การแสวงหาอามิส ๑ ธรรมปริเยสนา การแสวงหาธรรม๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปริเยสนา ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาปริ-*เยสนา ๒ อย่างนี้ ธรรมปริเยสนาเป็นเลิศ ฯ
๑๕๔ เทฺวมา ภิกฺขเว ปริเยฏฺฐิโย กตมา เทฺว อามิสปริเยฏฺฐิ จ ธมฺมปริเยฏฺฐิ จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว ปริเยฏฺฐิโย เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริเยฏฺฐีนํ ยทิทํ ธมฺมปริเยฏฺฐีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปริเยฏฐิ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คืออามิสปริเยฏฐิ การแสวงหาอามิสอย่างสูง ๑ ธรรมปริเยฏฐิ การแสวงหาธรรมอย่างสูง ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปริเยฏฐิ ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลายบรรดาปริเยฏฐิ ๒ อย่างนี้ ธรรมปริเยฏฐิเป็นเลิศ ฯ
๑๕๕ เทฺวมา ภิกฺขเว ปูชา กตมา เทฺว อามิสปูชา จ ธมฺมปูชา จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว ปูชา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปูชานํ ยทิทํ ธมฺมปูชาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบูชา ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ อามิสบูชา ๑ ธรรมบูชา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบูชา ๒ อย่างนี้แล ดูกร-*ภิกษุทั้งหลาย บรรดาการบูชา ๒ อย่างนี้ ธรรมบูชาเป็นเลิศ ฯ
๑๕๖ เทฺวมานิ ภิกฺขเว อติเถยฺยานิ กตมานิ เทฺว อามิสาติเถยฺยญฺจ ธมฺมาติเถยฺยญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว อติเถยฺยานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ อติเถยฺยานํ ยทิทํ ธมฺมาติเถยฺยนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ ของต้อนรับ คือ อามิส ๑ ของต้อนรับ คือ ธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาของต้อนรับแขก ๒อย่างนี้ ของต้อนรับแขก คือ ธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๕๗ เทฺวมา ภิกฺขเว อิทฺธิโย กตมา เทฺว อามิสิทฺธิ จ ธมฺมิทฺธิ จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว อิทฺธิโย เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ อิทฺธีนํ ยทิทํ ธมฺมิทฺธีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสำเร็จ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ ความสำเร็จ คือ อามิส ๑ ความสำเร็จ คือ ธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายความสำเร็จ ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความสำเร็จ ๒ อย่างนี้ความสำเร็จ คือ ธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๕๘ เทฺวมา ภิกฺขเว วุฑฺฒิโย กตมา เทฺว อามิสวุฑฺฒิ จ ธมฺมวุฑฺฒิ จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว วุฑฺฒิโย เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ วุฑฺฒีนํ ยทิทํ ธมฺมวุฑฺฒีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเจริญ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ ความเจริญด้วยอามิส ๑ ความเจริญด้วยธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเจริญ ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความเจริญ ๒ อย่างนี้ ความเจริญด้วยธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๕๙ เทฺวมานิ ภิกฺขเว รตนานิ กตมานิ เทฺว อามิสรตนญฺจ ธมฺมรตนญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว รตนานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ รตนานํ ยทิทํ ธมฺมรตนนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ รัตนะคืออามิส ๑ รัตนะคือธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะ ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดารัตนะ ๒ อย่างนี้ รัตนะคือธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๖๐ เทฺวเม ภิกฺขเว สนฺนิจยา กตเม เทฺว อามิสสนฺนิจโย จ ธมฺมสนฺนิจโย จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว สนฺนิจยา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สนฺนิจยานํ ยทิทํ ธมฺมสนฺนิจโยติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสะสม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ ความสะสมอามิส ๑ ความสะสมธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสะสม ๒อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความสะสม ๒ อย่างนี้ ความสะสมธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๖๑ เทฺวมานิ ภิกฺขเว เวปุลฺลานิ กตมานิ เทฺว อามิสเวปุลฺลญฺจ ธมฺมเวปุลฺลญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว เวปุลฺลานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ เวปุลฺลานํ ยทิทํ ธมฺมเวปุลฺลนฺติ ฯ สนฺถารวคฺโค จตุตฺโถ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ ความไพบูลย์แห่งอามิส ๑ ความไพบูลย์แห่งธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้ความไพบูลย์แห่งธรรมเป็นเลิศ ฯ จบสันถารวรรคที่ ๔