สันถารวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
๑๕๐ เทฺวเม ภิกฺขเว สนฺถารา กตเม เทฺว อามิสสนฺถาโร จ ธมฺมสนฺถาโร จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว สนฺถารา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สนฺถารานํ ยทิทํ ธมฺมสนฺถาโรติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สันถาร ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คืออามิสสันถาร ๑ ธรรมสันถาร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สันถาร ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสันถาร ๒ อย่างนี้ ธรรมสันถารเป็นเลิศ ฯ
๑๕๑ เทฺวเม ภิกฺขเว ปฏิสนฺถารา กตเม เทฺว อามิสปฏิสนฺถาโร จ ธมฺมปฏิสนฺถาโร จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปฏิสนฺถารา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปฏิสนฺถารานํ ยทิทํ ธมฺมปฏิสนฺถาโรติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฏิสันถาร ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ อามิสปฏิสันถาร ๑ ธรรมปฏิสันถาร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฏิสันถาร ๒อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาปฏิสันถาร ๒ อย่างนี้ ธรรมปฏิสันถารเป็นเลิศ ฯ
๑๕๒ เทฺวมา ภิกฺขเว เอสนา กตมา เทฺว อามิเสสนา จ ธมฺเมสนา จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว เอสนา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ เอสนานํ ยทิทํ ธมฺเมสนาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เอสนา ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คืออามิสเอสนา การเสาะหาอามิส ๑ ธรรมเอสนาการเสาะหาธรรม ๑ ดูกรภิกษุ-*ทั้งหลาย เอสนา ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาเอสนา ๒ อย่างนี้ธรรมเอสนาเป็นเลิศ ฯ
๑๕๓ เทฺวมา ภิกฺขเว ปริเยสนา กตมา เทฺว อามิสปริเยสนา จ ธมฺมปริเยสนา จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว ปริเยสนา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริเยสนานํ ยทิทํ ธมฺมปริเยสนาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปริเยสนา ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ อามิสปริเยสนา การแสวงหาอามิส ๑ ธรรมปริเยสนา การแสวงหาธรรม๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปริเยสนา ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาปริ-*เยสนา ๒ อย่างนี้ ธรรมปริเยสนาเป็นเลิศ ฯ
๑๕๔ เทฺวมา ภิกฺขเว ปริเยฏฺฐิโย กตมา เทฺว อามิสปริเยฏฺฐิ จ ธมฺมปริเยฏฺฐิ จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว ปริเยฏฺฐิโย เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริเยฏฺฐีนํ ยทิทํ ธมฺมปริเยฏฺฐีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปริเยฏฐิ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คืออามิสปริเยฏฐิ การแสวงหาอามิสอย่างสูง ๑ ธรรมปริเยฏฐิ การแสวงหาธรรมอย่างสูง ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปริเยฏฐิ ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลายบรรดาปริเยฏฐิ ๒ อย่างนี้ ธรรมปริเยฏฐิเป็นเลิศ ฯ
๑๕๕ เทฺวมา ภิกฺขเว ปูชา กตมา เทฺว อามิสปูชา จ ธมฺมปูชา จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว ปูชา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปูชานํ ยทิทํ ธมฺมปูชาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบูชา ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ อามิสบูชา ๑ ธรรมบูชา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบูชา ๒ อย่างนี้แล ดูกร-*ภิกษุทั้งหลาย บรรดาการบูชา ๒ อย่างนี้ ธรรมบูชาเป็นเลิศ ฯ
๑๕๖ เทฺวมานิ ภิกฺขเว อติเถยฺยานิ กตมานิ เทฺว อามิสาติเถยฺยญฺจ ธมฺมาติเถยฺยญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว อติเถยฺยานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ อติเถยฺยานํ ยทิทํ ธมฺมาติเถยฺยนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ ของต้อนรับ คือ อามิส ๑ ของต้อนรับ คือ ธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาของต้อนรับแขก ๒อย่างนี้ ของต้อนรับแขก คือ ธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๕๗ เทฺวมา ภิกฺขเว อิทฺธิโย กตมา เทฺว อามิสิทฺธิ จ ธมฺมิทฺธิ จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว อิทฺธิโย เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ อิทฺธีนํ ยทิทํ ธมฺมิทฺธีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสำเร็จ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ ความสำเร็จ คือ อามิส ๑ ความสำเร็จ คือ ธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายความสำเร็จ ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความสำเร็จ ๒ อย่างนี้ความสำเร็จ คือ ธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๕๘ เทฺวมา ภิกฺขเว วุฑฺฒิโย กตมา เทฺว อามิสวุฑฺฒิ จ ธมฺมวุฑฺฒิ จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว วุฑฺฒิโย เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ วุฑฺฒีนํ ยทิทํ ธมฺมวุฑฺฒีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเจริญ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ ความเจริญด้วยอามิส ๑ ความเจริญด้วยธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเจริญ ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความเจริญ ๒ อย่างนี้ ความเจริญด้วยธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๕๙ เทฺวมานิ ภิกฺขเว รตนานิ กตมานิ เทฺว อามิสรตนญฺจ ธมฺมรตนญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว รตนานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ รตนานํ ยทิทํ ธมฺมรตนนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ รัตนะคืออามิส ๑ รัตนะคือธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะ ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดารัตนะ ๒ อย่างนี้ รัตนะคือธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๖๐ เทฺวเม ภิกฺขเว สนฺนิจยา กตเม เทฺว อามิสสนฺนิจโย จ ธมฺมสนฺนิจโย จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว สนฺนิจยา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สนฺนิจยานํ ยทิทํ ธมฺมสนฺนิจโยติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสะสม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ ความสะสมอามิส ๑ ความสะสมธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสะสม ๒อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความสะสม ๒ อย่างนี้ ความสะสมธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๖๑ เทฺวมานิ ภิกฺขเว เวปุลฺลานิ กตมานิ เทฺว อามิสเวปุลฺลญฺจ ธมฺมเวปุลฺลญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว เวปุลฺลานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ เวปุลฺลานํ ยทิทํ ธมฺมเวปุลฺลนฺติ ฯ สนฺถารวคฺโค จตุตฺโถ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ ความไพบูลย์แห่งอามิส ๑ ความไพบูลย์แห่งธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้ความไพบูลย์แห่งธรรมเป็นเลิศ ฯ จบสันถารวรรคที่ ๔
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๔. สันถารวรรค ๔. สันถารวรรค หมวดว่าด้วยการรับรอง
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย สันถาร (การรับรอง) ๒ อย่างนี้ สันถาร ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อามิสสันถาร (การรับรองด้วยอามิส) ๒. ธัมมสันถาร (การรับรองด้วยธรรม) สันถาร ๒ อย่างนี้แล บรรดาสันถาร ๒ อย่างนี้ ธัมมสันถารเป็นเลิศ (๑)
ปฏิสันถาร(การต้อนรับ) ๒ อย่างนี้ ปฏิสันถาร ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อามิสปฏิสันถาร (การต้อนรับด้วยอามิส) ๒. ธัมมปฏิสันถาร (การต้อนรับด้วยธรรม) ปฏิสันถาร ๒ อย่างนี้แล บรรดาปฏิสันถาร ๒ อย่างนี้ ธัมมปฏิสันถารเป็นเลิศ (๒)
การเสาะหา ๒ อย่างนี้ การเสาะหา ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การเสาะหาอามิส ๒. การเสาะหาธรรม การเสาะหา ๒ อย่างนี้แล บรรดาการเสาะหา ๒ อย่างนี้ การเสาะหาธรรมเป็นเลิศ (๓)
การแสวงหา ๒ อย่างนี้ การแสวงหา ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การแสวงหาอามิส ๒. การแสวงหาธรรม การแสวงหา ๒ อย่างนี้แล บรรดาการแสวงหา ๒ อย่างนี้ การแสวงหาธรรมเป็นเลิศ (๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๒๓}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๔. สันถารวรรค
การค้นหา ๒ อย่างนี้ การค้นหา ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การค้นหาอามิส ๒. การค้นหาธรรม การค้นหา ๒ อย่างนี้แล บรรดาการค้นหา ๒ อย่างนี้ การค้นหาธรรมเป็นเลิศ (๕)
บูชา ๒ อย่างนี้ บูชา ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อามิสบูชา (การบูชาด้วยอามิส) ๒. ธัมมบูชา (การบูชาด้วยธรรม) บูชา ๒ อย่างนี้แล บรรดาบูชา ๒ อย่างนี้ ธัมมบูชาเป็นเลิศ (๖)
ของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้ ของต้อนรับแขก ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ของต้อนรับแขกคืออามิส ๒. ของต้อนรับแขกคือธรรม ของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้แล บรรดาของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้ของต้อนรับแขกคือธรรมเป็นเลิศ (๗)
ความสำเร็จ ๒ อย่างนี้ ความสำเร็จ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ความสำเร็จทางอามิส ๒. ความสำเร็จทางธรรม ความสำเร็จ ๒ อย่างนี้แล บรรดาความสำเร็จ ๒ อย่างนี้ ความสำเร็จทางธรรมเป็นเลิศ (๘)
ความเจริญ ๒ อย่างนี้ ความเจริญ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ความเจริญด้วยอามิส ๒. ความเจริญด้วยธรรม ความเจริญ ๒ อย่างนี้แล บรรดาความเจริญ ๒ อย่างนี้ ความเจริญด้วยธรรมเป็นเลิศ (๙)
รัตนะ(แก้วอันประเสริฐ) ๒ อย่างนี้ รัตนะ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๒๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๕. สมาปัตติวรรค ๑. อามิสรัตนะ (รัตนะคืออามิส) ๒. ธัมมรัตนะ (รัตนะคือธรรม) รัตนะ ๒ อย่างนี้แล บรรดารัตนะ ๒ อย่างนี้ ธัมมรัตนะเป็นเลิศ (๑๐)
การสะสม ๒ อย่างนี้ การสะสม ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การสะสมอามิส ๒. การสั่งสมธรรม การสะสม ๒ อย่างนี้แล บรรดาการสะสม ๒ อย่างนี้ การสั่งสมธรรมเป็นเลิศ (๑๑)
ความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้ ความไพบูลย์ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ความไพบูลย์แห่งอามิส ๒. ความไพบูลย์แห่งธรรม ความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้แล ภิกษุทั้งหลาย บรรดาความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้ความไพบูลย์แห่งธรรมเป็นเลิศ (๑๒) สันถารวรรคที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สันถารวรรคที่ ๔ อรรถกถาสูตรที่ ๑
วรรคที่ ๔ สูตรที่ ๑ (ข้อ ๓๙๖) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
การปูลาดด้วยปัจจัย ๔ โดยปกปิดช่องว่างตนและคนอื่น ชื่อว่าอามิสสันถาร. การปูลาดด้วยธรรม ชื่อว่าธรรมสันถาร. จบอรรถกถาสูตรที่ ๑
อรรถกถาสูตรที่ ๒
ในสูตรที่ ๒ (ข้อ ๓๙๗) แปลกกันเพียงอุปสรรค จบอรรถกถาสูตรที่ ๒
อรรถกถาสูตรที่ ๓
ในสูตรที่ ๓ (ข้อ ๓๙๘)
การหาอามิสมีประการดังกล่าวแล้ว ชื่อว่าอามิสเอสนา. การหาธรรม ชื่อว่าธรรมเอสนา. จบอรรถกถาสูตรที่ ๓
อรรถกถาสูตรที่ ๔
ในสูตรที่ ๔ (ข้อ ๓๙๙) แปลกกันเพียงอุปสรรค. จบอรรถกถาสูตรที่ ๔
อรรถกถาสูตรที่ ๕
ในสูตรที่ ๕ (ข้อ ๔๐๐) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
การแสวงหาอามิสถึงที่สุด ท่านเรียกว่าอามิสปริเยฏฐิ. การแสวงหาธรรมถึงที่สุด ท่านเรียกว่าธรรมปริเยฏฐิ. จบอรรถกถาสูตรที่ ๕
อรรถกถาสูตรที่ ๖
ในสูตรที่ ๖ (ข้อ ๔๐๑)
การบูชาด้วยอามิส ชื่อว่าอามิสบูชา. การบูชาด้วยธรรม ชื่อว่าธรรมบูชา. จบอรรถกถาสูตรที่ ๖
อรรถกถาสูตรที่ ๗
ในสูตรที่ ๗ (ข้อ ๔๐๒).
บทว่า อติเถยฺยานิ ได้แก่ ทานเพื่อผู้จรมา (ของรับแขก).
ปาฐะว่า อภิเถยฺยานิ ดังนี้ก็มี. จบอรรถกถาสูตรที่ ๖
อรรถกถาสูตรที่ ๗
ในสูตรที่ ๘ (ข้อ ๔๐๓) อามิสอิทธิ ชื่อว่าอามิสอิทธิ ให้สำเร็จเสร็จสรรพ. แม้ธรรมก็ชื่อว่าธรรมอิทธิ เพราะให้สำเร็จเสร็จสรรพ. จบอรรถกถาสูตรที่ ๗
อรรถกถาสูตรที่ ๘
ในสูตรที่ ๙ (ข้อ ๔๐๔)
ความเจริญด้วยอามิส ชื่อว่าอามิสวุฒิ. ความเจริญด้วยธรรม ชื่อว่าธรรมวุฒิ. จบอรรถกถาสูตรที่ ๙
อรรถกถาสูตรที่ ๑๐
ในสูตรที่ ๑๐ (ข้อ ๔๐๕)
อามิสที่ทำให้เกิดความยินดี ชื่อว่าอามิสรัตนะ. ธรรม ชื่อว่าธรรมรัตนะ. จบอรรถกถาสูตรที่ ๑๐
อรรถกถาสูตรที่ ๑๑
ในสูตรที่ ๑๑ (ข้อ ๔๐๖)
การสะสมเพิ่มพูนอามิส ชื่อว่าอามิสสันนิจยะ. การสะสมเพิ่มพูนธรรม ชื่อว่าธรรมสันนิจยะ. จบอรรถกถาสูตรที่ ๑๑
อรรถกถาสูตรที่ ๑๒
ในสูตรที่ ๑๒ (ข้อ ๔๐๗)
ความไพบูลย์แห่งอามิส ชื่อว่าอามิสเวปุลละ. ความไพบูลย์แห่งธรรม ชื่อว่าธรรมเวปุลละแล.
จบอรรถกถาสูตรที่ ๑๒ จบสันถารวรรคที่ ๔ -----------------------------------------------------