โมรนิวาปสูตร ที่ ๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต โมรนิวาปสูตรที่ ๓
๑๔๖ ตีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อจฺจนฺตนิฏฺโฐ โหติ อจฺจนฺตโยคกฺเขมี อจฺจนฺตพฺรหฺมจารี อจฺจนฺตปริโยสาโน เสฏฺโฐ เทวมนุสฺสานํ กตเมหิ ตีหิ สมฺมาทิฏฺฐิยา สมฺมาญาเณน สมฺมาวิมุตฺติยา อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อจฺจนฺตนิฏฺโฐ โหติ อจฺจนฺตโยคกฺเขมี อจฺจนฺตพฺรหฺมจารี อจฺจนฺตปริโยสาโน เสฏฺโฐ เทวมนุสฺสานนฺติ ฯ โยธาชีววคฺโค จตุตฺโถ ฯ ตสฺสุทฺทานํ โยธปริสมิตฺตา จ อุปฺปาโท เกสกมฺพโล สทฺธา วุฑฺฒิ ตโย อสฺสา ตโย โมรนิวาปิโนติ ฯ ------------
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ย่อมมีความสำเร็จล่วงส่วน มีความเกษมจากโยคะล่วงส่วน มีปรกติประพฤติพรหมจรรย์ล่วงส่วน มีที่สุดล่วงส่วน ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายธรรม ๓ ประการนี้เป็นไฉน คือ สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ ๑ สัมมาญาณะความรู้ชอบ ๑ สัมมาวิมุติ ความหลุดพ้นชอบ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ย่อมมีความสำเร็จล่วงส่วน มีความเกษมจากโยคะล่วงส่วน มีปรกติประพฤติพรหมจรรย์ล่วงส่วน มีที่สุดล่วงส่วน ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ฯ จบโยธาชีววรรคที่ ๔ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. โยธสูตร ๒. ปริสสูตร ๓. มิตตสูตร ๔. อุปปาทสูตร๕. เกสกัมพลสูตร ๖. สัมปทาสูตร ๗. วุฑฒิสูตร ๘. อัสสสูตรที่ ๑๙. อัสสสูตรที่ ๒ ๑๐. อัสสสูตรที่ ๓ ๑๑. โมรนิวาปสูตรที่ ๑ ๑๒. โมรนิวาปสูตรที่ ๒ ๑๓. โมรนิวาปสูตรที่ ๓ ฯ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๓. ตติยโมรนิวาปสูตร ว่าด้วยอารามปริพาชกชื่อโมรนิวาปะ สูตรที่ ๓
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๓ ประการย่อมมีความ สำเร็จสูงสุด มีความเกษมสูงสุด ประพฤติพรหมจรรย์ลุล่วงถึงที่สุด และถึงที่สุดแห่งที่สุด ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัมมาทิฏฐิ (เห็นชอบ) ๒. สัมมาญาณะ (รู้ชอบ) ๓. สัมมาวิมุตติ (หลุดพ้นชอบ) ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แลย่อมมีความสำเร็จสูงสุด มีความ เกษมสูงสุด ประพฤติพรหมจรรย์ลุล่วงถึงที่สุด และถึงที่สุดแห่งที่สุด ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ตติยโมรนิวาปสูตรที่ ๑๓ จบ โยธาชีววรรคที่ ๔ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. โยธาชีวสูตร ๒. ปริสาสูตร ๓. มิตตสูตร ๔. อุปปาทาสูตร ๕. เกสกัมพลสูตร ๖. สัมปทาสูตร ๗. วุฑฒิสูตร ๘. อัสสขลุงกสูตร ๙. อัสสสทัสสสูตร ๑๐. อัสสาชานียสูตร ๑๑. ปฐมโมรนิวาปสูตร ๑๒. ทุติยโมรนิวาปสูตร ๑๓. ตติยโมรนิวาปสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๓๙๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาตติยโมรนิวาปสูตรที่ ๑๓
พึงทราบวินิจฉัยในตติยโมรนิวาปสูตรที่ ๑๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สมฺมาทิฏฺฐิยา ได้แก่ ด้วยสัมมาทิฏฐิที่เกิดแต่วิปัสสนา เพื่อประโยชน์แก่ผลสมาบัติ.
บทว่า สมฺมาญาเณน ได้แก่ ด้วยผลญาณ.
บทว่า สมฺมาวิมุตฺติยา ได้แก่ ธรรม คือผลสมาบัติที่เหลือ.
ในสูตรแม้ทั้ง ๓ เหล่านี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายถึงพระขีณาสพอย่างเดียว ฉะนี้แล.
จบอรรถกถาตติยโมรนิวาปสูตรที่ ๑๓ จบโยธาชีววรรควรรณนาที่ ๔ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. โยธสูตร
๒. ปริสสูตร
๓. มิตตสูตร
๔. อุปปาทสูตร
๕. เกสกัมพลสูตร
๖. สัมปทาสูตร
๗. วุฑฒิสูตร
๘. อัสสสูตรที่ ๑
๙. อัสสสูตรที่ ๒
๑๐. อัสสสูตรที่ ๓
๑๑. โมรนิวาปสูตรที่ ๑
๑๒. โมรนิวาปสูตรที่ ๒
๑๓. โมรนิวาปสูตรที่ ๓ ฯ -----------------------------------------------------