สัมมุขีสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จูฬวคฺโค ปญฺจโม
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต จูฬวรรคที่ ๕ สัมมุขีสูตร
๔๑ ติณฺณํ ภิกฺขเว สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ กตเมสํ ติณฺณํ สทฺธาย ภิกฺขเว สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ เทยฺยธมฺมสฺส ภิกฺขเว สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ ทกฺขิเณยฺยานํ ภิกฺขเว สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ติณฺณํ สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเป็นผู้มีธรรม ๓ ประการ กุลบุตรผู้มีศรัทธาจึงประสบบุญเป็นอันมาก ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ศรัทธา ๑ไทยธรรม ๑ ทักขิไณยบุคคล ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเป็นผู้มี ธรรม ๓ประการนี้ กุลบุตรผู้มีศรัทธาจึงประสบบุญเป็นอันมาก ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๕. จูฬวรรค ๒. ติฐานสูตร ๕. จูฬวรรค หมวดว่าด้วยเรื่องเล็กน้อย ๑. สัมมุขีภาวสูตร ว่าด้วยความพร้อมแห่งธรรม
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย เพราะความพร้อมแห่งธรรม๓ ประการ กุลบุตรผู้มีศรัทธาจึงประสพ บุญมาก ความพร้อมแห่งธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เพราะความพร้อมแห่งศรัทธา กุลบุตรผู้มีศรัทธาจึงประสพบุญมาก ๒. เพราะความพร้อมแห่งไทยธรรม กุลบุตรผู้มีศรัทธาจึงประสพบุญมาก ๓. เพราะความพร้อมแห่งทักขิไณยบุคคล(บุคคลผู้ควรรับทักษิณา) กุลบุตรผู้มีศรัทธาจึงประสพบุญมาก ภิกษุทั้งหลาย เพราะความพร้อมแห่งธรรม ๓ ประการนี้แล กุลบุตรผู้มีศรัทธาจึงประสพบุญมาก สัมมุขีภาวสูตรที่ ๑ จบ ๒. ติฐานสูตร ว่าด้วยฐานะที่เป็นเหตุให้ทราบผู้มีศรัทธา
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีศรัทธาเลื่อมใสพึงทราบได้โดยฐานะ ๓ ประการ ฐานะ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ @เชิงอรรถ : @ ประสพ ในที่นี้หมายถึงได้รับผลตอบ (ปฏิลภติ) (องฺ.ติก.อ. ๒/๔๑/๑๔๘)@ ความพร้อมแห่งศรัทธา ที่พระพุทธเจ้าตรัสเรียงความสำคัญไว้เป็นอันดับที่ ๑ ในที่นี้เพราะศรัทธามี@ความสำคัญมาก บุคคลเมื่อจะให้ทานจำต้องเกิดศรัทธาก่อน หากปราศจาคศรัทธา แม้มีไทยธรรมและ@ปฏิคาหก(ผู้รับ) ก็ไม่สามารถทำบุญได้ และศรัทธาเป็นสิ่งที่หาได้ยาก เพราะศรัทธาของปุถุชน ย่อม@เปลี่ยนแปลงได้ทุกขณะ ส่วนไทยธรรม และทักขิไณยบุคคลเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย (องฺ.ติก.อ. ๒/๔๑/๑๔๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๒๐๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จูฬวรรควรรณนาที่ ๕ อรรถกถาสัมมุขีสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในสัมมุขีสูตรที่ ๑ แห่งจูฬวรรคที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สมฺมุขีภาวา ความว่า เพราะความพร้อมหน้า. อธิบายว่า เพราะความมีอยู่.
บทว่า ปสวติ แปลว่า ย่อมกลับได้.
บทว่า สทฺธาย สมฺมุขีภาโว ความว่า เพราะถ้าไม่มีศรัทธา ไม่มีไทยธรรม (และ) ไม่มีบุคคลผู้เป็นปฏิคาหก กล่าวคือพระทักขีไณยบุคคลแล้วไซร้ จะพึงกระทำบุญกรรมได้อย่างไร? แต่เพราะปัจจัย ๓ อย่างนั้นมีพร้อมหน้ากัน จึงสามารถกระทำบุญกรรมได้ เพราะเหตุนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคำมีอาทิว่า สทฺธาย สมฺมุขีภาวา ดังนี้.
และใน ๓ อย่างนี้ ธรรม ๒ อย่าง คือ ไทยธรรม ๑ ทักขิไณยบุคคล ๑ หาได้ง่าย แต่ศรัทธาหาได้ยาก.
เพราะปุถุชนมีศรัทธาไม่มั่นคง แตกต่างกันไปตามบทตามบาท. ด้วยเหตุนั้นแล แม้พระอัครสาวกเช่นกับพระมหาโมคคัลลานะ ก็ไม่อาจรับรองศรัทธานั้นได้ จึงกล่าวว่า ดูก่อนอาวุโส เรารับรองธรรมของท่านได้ ๒ อย่าง คือ โภคะ ๑ ชีวิต ๑ แต่ตัวท่านเองต้องรับรองศรัทธา ดังนี้.
จบอรรถกถาสัมมุขีสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------