ทานวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
๑๔๐ เทฺวมานิ ภิกฺขเว ทานานิ กตมานิ เทฺว อามิสทานญฺจ ธมฺมทานญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว ทานานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ ทานานํ ยทิทํ ธมฺมทานนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทาน ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คืออามิสทาน ๑ ธรรมทาน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทาน ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุ-*ทั้งหลาย บรรดาทาน ๒ อย่างนี้ ธรรมทานเป็นเลิศ ฯ
๑๔๑ เทฺวเม ภิกฺขเว ยาคา กตเม เทฺว อามิสยาโค จ ธมฺมยาโค จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ยาคา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ ยาคานํ ยทิทํ ธมฺมยาโคติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบูชา ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือการบูชาด้วยอามิส ๑ การบูชาด้วยธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบูชา ๒อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาการบูชา ๒ อย่างนี้ การบูชาด้วยธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๔๒ เทฺวเม ภิกฺขเว จาคา กตเม เทฺว อามิสจาโค จ ธมฺมจาโค จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว จาคา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ จาคานํ ยทิทํ ธมฺมจาโคติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การสละ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือการสละอามิส ๑ การสละธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การสละ ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาการสละ ๒ อย่างนี้ การสละธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๔๓ เทฺวเม ภิกฺขเว ปริจฺจาคา กตเม เทฺว อามิสปริจฺจาโค จ ธมฺมปริจฺจาโค จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปริจฺจาคา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปริจฺจาคานํ ยทิทํ ธมฺมปริจฺจาโคติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบริจาค ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ การบริจาคอามิส ๑ การบริจาคธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบริจาค ๒อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาการบริจาค ๒ อย่างนี้ การบริจาคธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๔๔ เทฺวเม ภิกฺขเว โภคา กตเม เทฺว อามิสโภโค จ ธมฺมโภโค จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว โภคา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ โภคานํ ยทิทํ ธมฺมโภโคติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบริโภค ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ การบริโภคอามิส ๑ การบริโภคธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบริโภค ๒อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาการบริโภค ๒ อย่างนี้ การบริโภคธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๔๕ เทฺวเม ภิกฺขเว สมฺโภคา กตเม เทฺว อามิสสมฺโภโค จ ธมฺมสมฺโภโค จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว สมฺโภคา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สมฺโภคานํ ยทิทํ ธมฺมสมฺโภโคติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การสมโภค ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ การสมโภคอามิส ๑ การสมโภคธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การสมโภค ๒อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาการสมโภค ๒ อย่างนี้ การสมโภคธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๔๖ เทฺวเม ภิกฺขเว สํวิภาคา กตเม เทฺว อามิสสํวิภาโค จ ธมฺมสํวิภาโค จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว สํวิภาคา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สํวิภาคานํ ยทิทํ ธมฺมสํวิภาโคติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การจำแนก ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ การจำแนกอามิส ๑ การจำแนกธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การจำแนก ๒อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาการจำแนก ๒ อย่างนี้ การจำแนกธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๔๗ เทฺวเม ภิกฺขเว สงฺคหา กตเม เทฺว อามิสสงฺคโห จ ธมฺมสงฺคโห จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว สงฺคหา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สงฺคหานํ ยทิทํ ธมฺมสงฺคโหติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การสงเคราะห์ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ การสงเคราะห์ด้วยอามิส ๑ การสงเคราะห์ด้วยธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายการสงเคราะห์ ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาการสงเคราะห์ ๒ อย่างนี้การสงเคราะห์ด้วยธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๔๘ เทฺวเม ภิกฺขเว อนุคฺคหา กตเม เทฺว อามิสานุคฺคโห จ ธมฺมานุคฺคโห จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว อนุคฺคหา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ อนุคฺคหานํ ยทิทํ ธมฺมานุคฺคโหติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การอนุเคราะห์ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ การอนุเคราะห์ด้วยอามิส ๑ การอนุเคราะห์ด้วยธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายการอนุเคราะห์ ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาการอนุเคราะห์ ๒ อย่างนี้การอนุเคราะห์ด้วยธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๔๙ เทฺวมา ภิกฺขเว อนุกมฺปา กตมา เทฺว อามิสานุกมฺปา จ ธมฺมานุกมฺปา จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว อนุกมฺปา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ อนุกมฺปานํ ยทิทํ ธมฺมานุกมฺปาติ ฯ ทานวคฺโค ตติโย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเอื้อเฟื้อ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉนคือ ความเอื้อเฟื้อด้วยอามิส ๑ ความเอื้อเฟื้อด้วยธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายความเอื้อเฟื้อ ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความเอื้อเฟื้อ ๒ อย่างนี้ความเอื้อเฟื้อด้วยธรรมเป็นเลิศ ฯ จบทานวรรคที่ ๓
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. ทานวรรค หมวดว่าด้วยทาน
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ทาน ๒ อย่างนี้ ทาน ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อามิสทาน (การให้สิ่งของ) ๒. ธัมมทาน (การให้ธรรม) ทาน ๒ อย่างนี้แล บรรดาทาน ๒ อย่างนี้ ธัมมทานเป็นเลิศ (๑) @เชิงอรรถ : @ ความไม่ถือมั่นอะไรๆ หมายถึงไม่ยึดถืออารมณ์มีรูปารมณ์เป็นต้น (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๓๙/๖๘)@ อามิสทาน หมายถึงการให้สิ่งของคือปัจจัย ๔ (จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และเภสัช)@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๔๒/๖๘) @ ธัมมทาน หมายถึงการแนะนำข้อปฏิบัติเพื่อบรรลุอมตธรรม(พระนิพพาน) (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๔๒/๖๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๒๐}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๓. ทานวรรค
การบูชายัญ ๒ อย่างนี้ การบูชายัญ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การบูชายัญด้วยอามิส ๒. การบูชายัญด้วยธรรม การบูชายัญ ๒ อย่างนี้แล บรรดาการบูชายัญ ๒ อย่างนี้ การบูชายัญด้วยธรรมเป็นเลิศ (๒)
จาคะ (การสละ) ๒ อย่างนี้ จาคะ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. อามิสจาคะ (การสละอามิส) ๒. ธัมมจาคะ (การสละธรรม) จาคะ ๒ อย่างนี้แล บรรดาจาคะ ๒ อย่างนี้ ธัมมจาคะเป็นเลิศ (๓)
การบริจาค ๒ อย่างนี้ การบริจาค ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การบริจาคอามิส ๒. การบริจาคธรรม การบริจาค ๒ อย่างนี้แล บรรดาการบริจาค ๒ อย่างนี้ การบริจาคธรรมเป็นเลิศ (๔)
การบริโภค ๒ อย่างนี้ การบริโภค ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การบริโภคอามิส ๒. การบริโภคธรรม การบริโภค ๒ อย่างนี้แล บรรดาการบริโภค ๒ อย่างนี้ การบริโภคธรรมเป็นเลิศ (๕)
การคบหากัน ๒ อย่างนี้ การคบหากัน ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การคบหากันด้วยอามิส ๒. การคบหากันด้วยธรรม การคบหากัน ๒ อย่างนี้แล บรรดาการคบหากัน ๒ อย่างนี้ การคบหากันด้วยธรรมเป็นเลิศ (๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๒๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๓. ทานวรรค
การจำแนก ๒ อย่างนี้ การจำแนก ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การจำแนกอามิส ๒. การจำแนกธรรม การจำแนก ๒ อย่างนี้แล บรรดาการจำแนก ๒ อย่างนี้ การจำแนกธรรมเป็นเลิศ (๗)
การสงเคราะห์ ๒ อย่างนี้ การสงเคราะห์ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การสงเคราะห์ด้วยอามิส ๒. การสงเคราะห์ด้วยธรรม การสงเคราะห์ ๒ อย่างนี้แล บรรดาการสงเคราะห์ ๒ อย่างนี้ การสงเคราะห์ด้วยธรรมเป็นเลิศ (๘)
การอนุเคราะห์ ๒ อย่างนี้ การอนุเคราะห์ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. การอนุเคราะห์ด้วยอามิส ๒. การอนุเคราะห์ด้วยธรรม การอนุเคราะห์ ๒ อย่างนี้แล บรรดาอนุเคราะห์ ๒ อย่างนี้ การอนุเคราะห์ด้วยธรรมเป็นเลิศ (๙)
ความเอื้อเฟื้อ ๒ อย่างนี้ ความเอื้อเฟื้อ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ความเอื้อเฟื้อด้วยอามิส ๒. ความเอื้อเฟื้อด้วยธรรม ความเอื้อเฟื้อ ๒ อย่างนี้แล ภิกษุทั้งหลาย บรรดาความเอื้อเฟื้อ ๒ อย่างนี้ความเอื้อเฟื้อด้วยธรรมเป็นเลิศ (๑๐) ทานวรรคที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๒๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทานวรรคที่ ๓ อรรถกถาสูตรที่ ๑
วรรคที่ ๓ สูตรที่ ๑ (ข้อ ๓๘๖) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า ทานานิ ความว่า ชื่อว่าทาน ด้วยอำนาจแห่งวัตถุมีทานเป็นต้นที่เขาให้ บทนี้เป็นชื่อของไทยธรรม.
อีกอย่างหนึ่ง เจตนาพร้อมด้วยวัตถุ ชื่อว่าทาน บทนี้เป็นชื่อของการบริจาคสมบัติ.
บทว่า อามิสทานํ ความว่า ปัจจัย ๔ ชื่อว่าอามิสทาน โดยเป็นของให้.
บทว่า ธมฺมทานํ ความว่า บุคคลบางคนในโลกนี้กล่าวปฏิปทาเครื่องบรรลุอมตะ นี้ชื่อว่าธรรมทาน. จบอรรถกถาสูตรที่ ๑
อรรถกถาสูตรที่ ๒
สูตรที่ ๒ (ข้อ ๓๘๗) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
ปัจจัย ๔ ชื่อว่ายาคะ โดยเป็นเครื่องบูชา. แม้ธรรมะก็พึงทราบว่า ชื่อว่ายาคะ โดยเป็นเครื่องบูชา. จบอรรถกถาสูตรที่ ๒
อรรถกถาสูตรที่ ๓
สูตรที่ ๓ (ข้อ ๓๘๘) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
การสละอามิส ชื่อว่าอามิสจาคะ. การสละธรรม ชื่อว่าธรรมจาคะ. จบอรรถกถาสูตรที่ ๓
อรรถกถาสูตรที่ ๔
สูตรที่ ๔ (ข้อ ๓๘๙) แปลกกันเพียงอุปสรรค. จบอรรถกถาสูตรที่ ๔
อรรถกถาสูตรที่ ๕
สูตรที่ ๕ (ข้อ ๓๙๐) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
การบริโภคปัจจัย ๔ ชื่อว่าอามิสโภคะ. การบริโภคธรรม ชื่อว่าธรรมโภคะ. จบอรรถกถาสูตรที่ ๕
อรรถกถาสูตรที่ ๖
สูตรที่ ๖ (ข้อ ๓๙๑) แปลกกันเพียงอุปสรรค. จบอรรถกถาสูตรที่ ๖
อรรถกถาสูตรที่ ๗
สูตรที่ ๗ (ข้อ ๓๙๒) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
การแจกจ่ายปัจจัย ๔ ชื่อว่าอามิสสังวิภาค. การแจกจ่ายธรรม ชื่อว่าธรรมสังวิภาค. จบอรรถกถาสูตรที่ ๗
อรรถกถาสูตรที่ ๘
สูตรที่ ๘ (ข้อ ๓๙๓) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
การสงเคราะห์ด้วยปัจจัย ๔ ชื่อว่าอามิสสงเคราะห์. การสงเคราะห์ด้วยธรรม ชื่อว่าธรรมสงเคราะห์. จบอรรถกถาสูตรที่ ๘
อรรถกถาสูตรที่ ๙
สูตรที่ ๙ (ข้อ ๓๙๔) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
การอนุเคราะห์ด้วยปัจจัย ๔ ชื่อว่าอามิสอนุเคราะห์. การอนุเคราะห์ด้วยธรรม ชื่อว่าธรรมอนุเคราะห์. จบอรรถกถาสูตรที่ ๙
อรรถกถาสูตรที่ ๑๐
สูตรที่ ๑๐ (ข้อ ๓๙๕) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
การแสดงความเอ็นดูด้วยปัจจัย ๔ ชื่อว่าอามิสอนุกัมปะ เกื้อกูลด้วยอามิส. การแสดงความเอ็นดูด้วยธรรม ชื่อว่าธรรมอนุกัมปะ เกื้อกูลด้วยธรรม.
จบอรรถกถาสูตรที่ ๑๐ จบทานวรรคที่ ๓ -----------------------------------------------------