ศีลสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต ศีลสูตร
๔๖ ยํ ภิกฺขเว สีลวนฺโต ปพฺพชิตา คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรนฺติ ตตฺถ มนุสฺสา ตีหิ ฐาเนหิ พหุํ ปุญฺญํ ปสวนฺติ กตเมหิ ตีหิ กาเยน วาจาย มนสา ยํ ภิกฺขเว สีลวนฺโต ปพฺพชิตา คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรนฺติ ตตฺถ มนุสฺสา อิเมหิ ตีหิ ฐาเนหิ พหุํ ปุญฺญํ ปสวนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีล เข้าไปอาศัยบ้านหรือนิคมใดอยู่ มนุษย์ในบ้านหรือนิคมนั้น ย่อมประสบบุญเป็นอันมากด้วยเหตุ ๓ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ กาย ๑ วาจา ๑ ใจ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายบรรพชิตผู้มีศีล เข้าไปอาศัยบ้านหรือนิคมใดอยู่ มนุษย์ในบ้านหรือนิคมนั้น ย่อมประสบบุญเป็นอันมากด้วยเหตุ ๓ ประการนี้แล ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. สีลวันตสูตร ว่าด้วยบรรพชิตผู้มีศีล
ภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีล เข้าไปอาศัยหมู่บ้านหรือตำบลใดอยู่มนุษย์ทั้งหลายในหมู่บ้านหรือตำบลนั้น ย่อมประสพบุญมากด้วยฐานะ ๓ ประการ ฐานะ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กาย ๒. วาจา ๓. ใจ ภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปอาศัยหมู่บ้านหรือตำบลใดอยู่ มนุษย์ทั้งหลายในหมู่บ้านหรือตำบลนั้นย่อมประสพบุญมากด้วยฐานะ ๓ ประการนี้แลสีลวันตสูตรที่ ๖ จบ ๗. สังขตลักขณสูตร ว่าด้วยลักษณะที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
ภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะแห่งสังขตธรรม(ลักษณะที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง แห่งธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง) ๓ ประการนี้ @เชิงอรรถ : @ อริยบุคคลผู้มีทัสสนะสมบูรณ์ ในที่นี้หมายถึงบุคคลผู้บำรุงมารดาบิดา มิใช่หมายถึงพระพุทธเจ้า@หรือพระโสดาบัน (องฺ.ติก.อ. ๒/๔๕/๑๕๓) @ โลกอันเกษม ในที่นี้หมายถึงเทวโลก (องฺ.ติก.อ. ๒/๔๕/๑๕๓) @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๔๔ ติกนิบาต หน้า ๒๐๗ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๒๐๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาศีลสูตรที่ ๖
พึงทราบวินิจฉัยในศีลสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ตีหิ ฐาเนหิ ความว่า ด้วยเหตุ ๓ อย่าง.
ในบทก่อน กาเยน เป็นต้น มีอธิบายว่า คนทั้งหลายเห็นภิกษุทั้งหลายเดินมาจะทำการต้อนรับ เมื่อไปก็ตามส่ง กระทำการนวดและชโลม (ด้วยน้ำมัน) เป็นต้น ปูอาสนะไว้บนอาสนะศาลา ตั้งน้ำดื่มไว้ ชื่อว่าย่อมได้บุญด้วยกาย.
คนทั้งหลายเห็นภิกษุสงฆ์กำลังเดินบิณฑบาต เมื่อกล่าวคำเป็นต้นว่า ท่านทั้งหลายจงถวายข้าวยาคู ข้าวสวย เนยใสและเนยข้นเป็นต้น จงบูชาด้วยของหอมและดอกไม้เป็นต้น จงรักษาอุโบสถ จงฟังธรรม และจงไหว้พระเจดีย์เถิด ดังนี้ ชื่อว่าได้บุญด้วยวาจา.
คนทั้งหลายเห็นภิกษุทั้งหลายกำลังเที่ยวบิณฑบาต เมื่อคิดว่า ขอให้ชาวบ้านจงถวายทานเถิด ดังนี้ ชื่อว่าได้บุญด้วยใจ.
บทว่า ปสวนฺติ แปลว่า ได้เฉพาะ.
ก็ในพระสูตรนี้ พระองค์ตรัสบุญที่เจือด้วยโลกิยะและโลกุตระ.
จบอรรถกถาศีลสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------