พหุการสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต พหุการสูตร
๒๔ ตโยเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา ปุคฺคลสฺส พหุการา กตเม ตโย ยํ ภิกฺขเว ปุคฺคลํ อาคมฺม ปุคฺคโล พุทฺธํ สรณํ คโต โหติ ธมฺมํ สรณํ คโต โหติ สงฺฆํ สรณํ คโต โหติ อยํ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อิมสฺส ปุคฺคลสฺส พหุกาโร ปุน จ ปรํ ภิกฺขเว ยํ ปุคฺคลํ อาคมฺม ปุคฺคโล อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อิมสฺส ปุคฺคลสฺส พหุกาโร ปุน จ ปรํ ภิกฺขเว ยํ ปุคฺคลํ อาคมฺม ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ อยํ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อิมสฺส ปุคฺคลสฺส พหุกาโร อิเม โข ภิกฺขเว ตโย ปุคฺคลา ปุคฺคลสฺส พหุการา ฯ อิเมหิ จ ปน ภิกฺขเว ตีหิ ปุคฺคเลหิ อิมสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถญฺโญ ปุคฺคโล พหุการตโรติ วทามิ ฯ อิเมสญฺจ ปน ภิกฺขเว ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อิมินา ปุคฺคเลน น สุปฺปฏิการํ วทามีติ ยทิทํ อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานอญฺชลิกมฺมสามีจิกมฺมจีวรปิณฺฑปาต เสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานุปฺปทาเนนาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้ เป็นผู้มีอุปการะมากแก่บุคคล๓ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลอาศัยบุคคลใดแล้ว เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้า ... พระธรรม... พระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เป็นผู้มีอุปการะมากแก่บุคคลผู้อาศัย อีกประการหนึ่ง บุคคลอาศัยบุคคลใดแล้ว ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ดูกรภิกษุ-ทั้งหลาย บุคคลนี้เป็นผู้มีอุปการะมากแก่บุคคลผู้อาศัย อีกประการหนึ่ง บุคคลอาศัยบุคคลใดแล้ว ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เป็นผู้มีอุปการะมากแก่บุคคลผู้อาศัย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้แล เป็นผู้มีอุปการะมากแก่บุคคลดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่า บุคคลอื่นจากบุคคล ๓ จำพวกนี้ จะเป็นผู้มีอุปการะมากแก่บุคคลนี้ หามิได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมกล่าวว่า บุคคลนี้ทำการตอบแทน คือ ด้วยการกราบไหว้ การลุกรับ การประนมมือไหว้ สามีจิกรรมการให้ผ้านุ่งห่ม อาหาร ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรค แก่บุคคล ๓ จำพวกนี้มิใช่ง่ายแล ฯ จบสูตรที่ ๔
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. พหุการสูตร ว่าด้วยบุคคลที่มีอุปการะมาก
ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้มีอุปการะมากแก่บุคคล บุคคล ๓ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. บุคคลอาศัยบุคคลใดแล้ว นับถือพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก นับถือพระธรรมว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก และนับถือพระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก บุคคลนี้ชื่อว่ามีอุปการะมากแก่บุคคลนี้ ๒. บุคคลอาศัยบุคคลใดแล้วรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า “นี้ทุกข์ นี้ทุกข- สมุทัย(เหตุเกิดทุกข์) นี้ทุกขนิโรธ(ความดับทุกข์) นี้ทุกขนิโรธคามินี- ปฏิปทา(ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์) บุคคลนี้ชื่อว่ามีอุปการะมาก แก่บุคคลนี้ ๓. บุคคลอาศัยบุคคลใดแล้วทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มี อาสวะเพราะอาสวะสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน บุคคลนี้ชื่อว่ามีอุปการะมากแก่บุคคลนี้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้แลชื่อว่ามีอุปการะมากแก่บุคคลนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๗๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. ปุคคลวรรค ๕. วชิรูปมสูตร ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่า ไม่มีบุคคลอื่นนอกจากบุคคล ๓ จำพวกนี้ที่ชื่อว่าเป็นผู้มีอุปการะมากแก่บุคคลนี้ การที่บุคคลนี้จะปฏิบัติตอบแทนแก่บุคคล ๓ จำพวกนี้ด้วยการตอบแทน คือด้วยการกราบไหว้ การลุกรับ การประนมมือไหว้ การแสดงความเคารพ การให้ผ้านุ่งห่ม อาหาร ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค เรากล่าวว่ามิใช่จะทำได้โดยง่าย พหุการสูตรที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาพหุการสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในพหุการสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ตโยเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา ได้แก่ บุคคลผู้เป็นอาจารย์ ๓ จำพวก.
บทว่า ปุคฺคลสฺส พหุการา ได้แก่ ผู้มีอุปการะมากแก่คนผู้เป็นอันเตวาสิก.
บทว่า พุทฺธํ ได้แก่ พระสัพพัญญูพุทธเจ้า.
บทว่า สรณํ คโต โหติ ความว่า ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่ง.
บทว่า ธมฺมํ ได้แก่ นวโลกุตรธรรมพร้อมทั้งแบบแผน (พระปริยัติธรรม).
บทว่า สํฆํ ได้แก่ ชุมนุมพระอริยบุคคล ๘ จำพวก.
ก็การถึงสรณะนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ไม่เคยถึงสรณะ คือผู้ไม่เคยทำความเชื่อมั่น.
เป็นอันว่า อาจารย์ ๓ จำพวก คือ ผู้ให้สรณะ ๑ ผู้ให้ถึงโสดาปัตติมรรค ๑ ผู้ให้ถึงพระอรหัตมรรค ๑ มาแล้วในพระสูตรนี้ว่ามีอุปการะมาก.
อาจารย์ ๕ จำพวกคือ อาจารย์ผู้ให้บรรพชา ๑ อาจารย์ผู้ให้ (บอก) พุทธพจน์ ๑ กรรมวาจาจาริย์ ๑ อาจารย์ผู้ให้บรรลุสกทาคามิมรรค ๑ อาจารย์ผู้ให้บรรลุอนาคามิมรรค ๑ ไม่ได้มาแล้วในสูตรนี้.
ถามว่า อาจารย์เหล่านี้ไม่มีอุปการะมากหรือ.
ตอบว่า ไม่ใช่ไม่มีอุปการะมาก แต่พระธรรมเทศนานี้กำหนดไว้ ๒ ส่วน เพราะฉะนั้น อาจารย์เหล่านี้แม้ทั้งหมด ชื่อว่ามีอุปการะมาก.
ในบรรดาคุณธรรมเหล่านั้น ผู้ไม่ได้ทำอภินิเวส (บุญญาธิการ) ไว้ ย่อมเหมาะในการถึงสรณคมน์เท่านั้น. ส่วนจตุปาริสุทธิศีล กสิณบริกรรมและวิปัสสนาญาณ เป็นคุณธรรมที่อาศัยปฐมมรรค. (ส่วน) มรรคและผลเบื้องสูงทั้ง ๒ อย่าง พึงทราบว่าอาศัยอรหัตมรรค.
บทว่า อิมินา ปุคฺคเลน ได้แก่ บุคคลผู้เป็นอันเตวาสิกนี้.
บทว่า น สุปฺปฏิการํ วทามิ ความว่า เราตถาคตกล่าวการทำการตอบแทนว่า ไม่ใช่เป็นของที่ทำได้ง่าย.
พึงทราบอธิบายอย่างนี้ว่า จริงอยู่ บรรดาอภิวาทนกรรมเป็นต้น อันเตวาสิก เมื่อหมอบลงไหว้ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ หลายร้อยครั้ง หลายพันครั้ง ลุกจากอาสนะไปต้อนรับ (อาจารย์) ในขณะที่เห็นทุกครั้ง ประนมมือ ทำสามีจิกรรมที่สมควร ถวายจีวร ๑๐๐ ผืน ๑,๐๐๐ ผืน ถวายบิณฑบาต ๑๐๐ ครั้ง ๑,๐๐๐ ครั้ง ทุกวัน สร้างที่อยู่ล้วนไปด้วยแก้ว ๗ ประการโดยมีจักรวาลเป็นขอบเขต (และ) ถวายเภสัชนานัปการมีเนยใส เนยข้นเป็นต้นเป็นประจำ ชื่อว่ายังไม่สามารถจะทำการตอบแทนอุปการะที่อาจารย์ทำแล้ว (ให้หมด) ได้.
จบอรรถกถาพหุการสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------