Dutiyarūpārāmasutta
Gods and humans take delight in the six sense, but the Realized One does not.
ฉบับหลวงขณสูตร
ข้อความไทยนี้คือ พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง ซึ่งแปลจากพระไตรปิฎกบาลีคนละฉบับกับบาลีที่แสดงอยู่ด้านล่าง จึงไม่ได้เรียงตรงกันบรรทัดต่อบรรทัด — อ่านเป็นสำนวนแปลอิสระอีกฉบับหนึ่ง
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เป็นลาภของเธอทั้งหลายแล้ว เธอทั้งหลายได้ดีแล้ว ขณะเพื่อการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ เธอทั้งหลายได้เฉพาะแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย นรกชื่อว่า ผัสสายตนิกะ ๖ อันเราเห็นแล้วในผัสสายตนิกนรกนั้น สัตว์จะเห็นรูปอะไรๆ ด้วยจักษุก็ย่อมเห็นแต่รูปอันไม่น่าปรารถนา ย่อมไม่เห็นรูปอันน่าปรารถนา ย่อมเห็นแต่รูปไม่น่าใคร่ ย่อมไม่เห็นรูปอันน่าใคร่ ย่อมเห็นแต่รูปอันไม่น่าพอใจ ย่อมไม่เห็นรูปอันน่าพอใจ จะฟังเสียงอะไรๆ ด้วยหู…จะดมกลิ่นอะไรๆ ด้วยจมูก… จะลิ้มรสอะไรๆ ด้วยลิ้น… จะถูกต้องโผฏฐัพพะอะไรๆ ด้วยกาย… จะรู้แจ้งธรรมารมณ์อะไรๆ ด้วยใจ ก็ย่อมรู้แจ้งแต่ธรรมารมณ์อันไม่น่าปรารถนา ย่อมไม่รู้แจ้งธรรมารมณ์อันน่าปรารถนา ย่อมรู้แจ้งแต่ธรรมารมณ์อันไม่น่าใคร่ ย่อมไม่รู้แจ้งธรรมารมณ์อันน่าใคร่ ย่อมรู้แจ้งแต่ธรรมารมณ์อันไม่น่าพอใจ ย่อมไม่รู้แจ้งธรรมารมณ์อันน่าพอใจ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เป็นลาภของเธอทั้งหลายแล้ว เธอทั้งหลายได้ดีแล้ว ขณะเพื่อการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ เธอทั้งหลายได้เฉพาะแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย สวรรค์ชื่อว่า ผัสสายตนิกะ ๖ ชั้น เราได้เห็นแล้วในผัสสายตนิกสวรรค์นั้น บุคคลจะเห็นรูปอะไรๆ ด้วยจักษุ ก็ย่อมเห็นแต่รูปอันน่าปรารถนา ย่อมไม่เห็นรูปอันไม่น่าปรารถนา ย่อมเห็นแต่รูปอันน่าใคร่ ย่อมไม่เห็นรูปอันไม่น่าใคร่ ย่อมเห็นแต่รูปอันน่าพอใจ ย่อมไม่เห็นรูปอันไม่น่าพอใจ ฯลฯ จะรู้แจ้งธรรมารมณ์อะไรๆ ด้วยใจ ก็ย่อมรู้แจ้งแต่ธรรมารมณ์อันน่าปรารถนา ย่อมไม่รู้แจ้งธรรมารมณ์อันไม่น่าปรารถนา ย่อมรู้แจ้งแต่ธรรมารมณ์ที่น่าใคร่ ย่อมไม่รู้แจ้งธรรมารมณ์ที่ไม่น่าใคร่ ย่อมรู้แจ้งแต่ธรรมารมณ์อันน่าพอใจ ย่อมไม่รู้แจ้งธรรมารมณ์อันไม่น่าพอใจ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เป็นลาภของเธอทั้งหลายแล้ว เธอทั้งหลายได้ดีแล้ว ขณะเพื่อการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ เธอทั้งหลายได้เฉพาะแล้ว ฯ
จบสูตรที่ ๒
- 0.1
Saṁyutta Nikāya 35.137
Linked Discourses 35.137
- 0.2
14. Devadahavagga
14. At Devadaha
Dutiyarūpārāmasutta
Liking Sights (2nd)
- 1.1
“Rūpārāmā, bhikkhave, devamanussā rūparatā rūpasammuditā.
“Mendicants, gods and humans like sights, they love them and enjoy them.
- 1.2
Rūpavipariṇāmavirāganirodhā dukkhā, bhikkhave, devamanussā viharanti.
But when sights perish, fade away, and cease, gods and humans live in suffering. …
- 1.3
Saddārāmā …
- 1.4
gandhārāmā …
- 1.5
rasārāmā …
- 1.6
phoṭṭhabbārāmā …
- 1.7
dhammārāmā, bhikkhave, devamanussā dhammaratā dhammasammuditā.
- 1.8
Dhammavipariṇāmavirāganirodhā dukkhā, bhikkhave, devamanussā viharanti.
- 1.9
Tathāgato ca, bhikkhave, arahaṁ sammāsambuddho rūpānaṁ samudayañca atthaṅgamañca assādañca ādīnavañca nissaraṇañca yathābhūtaṁ viditvā na rūpārāmo na rūparato na rūpasammudito.
The Realized One has truly understood the origin, disappearance, gratification, drawback, and escape of sights, so he doesn’t like, love, or enjoy them.
- 1.10
Rūpavipariṇāmavirāganirodhā sukho, bhikkhave, tathāgato viharati.
When sights perish, fade away, and cease, the Realized One lives happily. …”
- 1.11
Saddānaṁ …
- 1.12
gandhānaṁ …
- 1.13
rasānaṁ …
- 1.14
phoṭṭhabbānaṁ …
- 1.15
dhammānaṁ samudayañca atthaṅgamañca assādañca ādīnavañca nissaraṇañca yathābhūtaṁ viditvā na dhammārāmo na dhammarato na dhammasammudito.
- 1.16
Dhammavipariṇāmavirāganirodhā sukho, bhikkhave, tathāgato viharatī”ti.
- 1.17
Catutthaṁ.
- แหล่งที่มา
- SuttaCentral · ดึงข้อมูลเมื่อ 2026-08-15 ·
sn35.137 - ฉบับที่ใช้
- Mahāsaṅgīti Tipiṭaka Buddhavasse 2500 — PDM-1.0
- English translation — Bhikkhu Sujato — CC0-1.0
- พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง — Public domain (term expired) — operator determination
- สิทธิ์การใช้งาน
- สาธารณสมบัติ — ตรวจสอบรายฉบับ (ดูบรรทัดบน) · แสดงที่มาแม้สัญญาอนุญาตไม่บังคับ