Paṭhamanatumhākasutta
Let go of what is not yours: the six interior sense fields. You wouldn’t be upset if someone took the grass and sticks from the monastery grounds, so why worry over the senses?
ฉบับหลวงปัคคัยหสูตรที่ ๑
ข้อความไทยนี้คือ พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง ซึ่งแปลจากพระไตรปิฎกบาลีคนละฉบับกับบาลีที่แสดงอยู่ด้านล่าง จึงไม่ได้เรียงตรงกันบรรทัดต่อบรรทัด — อ่านเป็นสำนวนแปลอิสระอีกฉบับหนึ่ง
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เทวดาและมนุษย์เป็นผู้มีรูปเป็นที่มายินดีเป็นผู้ยินดีแล้วในรูป เป็นผู้เพลิดเพลินแล้วในรูป เพราะรูปแปรปรวนคลายไปและดับไป เทวดาและมนุษย์ย่อมอยู่เป็นทุกข์ เทวดาและมนุษย์เป็นผู้มีเสียงเป็นที่มายินดี … เป็นผู้มีกลิ่นเป็นที่มายินดี … เป็นผู้มีรสเป็นที่มายินดี … เป็นผู้มีโผฏฐัพพะเป็นที่มายินดี … เป็นผู้มีธรรมารมณ์เป็นที่มายินดี เป็นผู้ยินดีแล้วในธรรมารมณ์ เป็นผู้เพลิดเพลินแล้วในธรรมารมณ์ เพราะธรรมารมณ์แปรปรวน คลายไปและดับไป เทวดาและมนุษย์ย่อมอยู่เป็นทุกข์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนตถาคตผู้เป็นอรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบ รู้แจ้งแล้วซึ่งความเกิดขึ้น ความดับไป คุณ โทษและอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งรูปทั้งหลายตามความเป็นจริง ไม่เป็นผู้มีรูปเป็นที่มายินดี ไม่เป็นผู้ยินดีแล้วในรูป ไม่เป็นผู้เพลิดเพลินแล้วในรูป เพราะรูปแปรปรวน คลายไปและดับไป ตถาคตย่อมอยู่เป็นสุข ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตถาคตผู้เป็นอรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบ รู้แจ้งแล้วซึ่งความเกิดขึ้นความดับไป คุณ โทษและอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งเสียง … กลิ่น … รส … โผฏฐัพพะ …ธรรมารมณ์ ตามความเป็นจริง ย่อมไม่เป็นผู้มีธรรมารมณ์เป็นที่มายินดี ไม่เป็นผู้ยินดีแล้วในธรรมารมณ์ ไม่เป็นผู้เพลิดเพลินแล้วในธรรมารมณ์ เพราะธรรมารมณ์แปรปรวนไป คลายไปและดับไป ตถาคตก็ย่อมอยู่เป็นสุข ฯ ครั้นพระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ได้ตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถา ประพันธ์ต่อไปว่า ฯ
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้น อันน่าปรารถนา น่าใคร่และน่าพอใจ ที่กล่าวกันว่ามีอยู่ประมาณเท่าใด รูปารมณ์เป็นต้นเหล่านั้นนั่นแล เป็นสิ่งอันชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลกสมมติว่าเป็นสุข ถ้าว่ารูปารมณ์เป็นต้นเหล่านั้นดับไปในที่ใด ที่นั้นเทวดาและมนุษย์เหล่านั้นสมมติว่าเป็นทุกข์ ส่วนว่าพระอริยะเจ้าทั้งหลาย เห็นการดับสักกายะ (รูปารมณ์เป็นต้นที่บุคคลถือว่าเป็นของตน) ว่าเป็นสุข การเห็นของพระอริยะเจ้าทั้งหลายผู้เห็นอยู่นี้ ย่อมเป็นข้าศึกกับชาวโลกทั้งปวง บุคคลเหล่าอื่นกล่าวสิ่งใดว่าเป็นสุข พระอริยะเจ้าทั้งหลายกล่าวสิ่งนั้นว่าเป็นทุกข์ บุคคลเหล่าอื่นกล่าวสิ่งใดว่าเป็นทุกข์ พระอริยะเจ้าทั้งหลายรู้แจ้งสิ่งนั้นว่าเป็นสุข เธอจงเห็นธรรมที่รู้ได้ยาก คนพาลผู้หลงไม่รู้แจ้งในนิพพานนี้ ความมืดย่อมมีแก่บุคคลผู้ถูกนิวรณ์หุ้มห่อ เหมือนความมัวมนย่อมมีแก่บุคคลผู้ไม่เห็นนิพพาน ย่อมมีแก่สัตบุรุษเหมือนแสงสว่าง ย่อมมีแก่บุคคลผู้เห็นชนทั้งหลายแสวงหา ไม่ฉลาดในธรรม ย่อมไม่รู้แจ้งนิพพานอันมีในที่ใกล้ ธรรมนี้อันบุคคลผู้ถูกความกำหนัดในภพครอบงำ ผู้แล่นไปตามกระแสตัณหาในภพ ผู้อันบ่วงแห่งมารท่วมทับไม่ตรัสรู้ได้ง่าย ใครหนอเว้นจากพระอริยะเจ้าทั้งหลายแล้ว ย่อมควรเพื่อจะตรัสรู้นิพพานบทที่พระอริยะเจ้าทั้งหลายรู้โดยชอบ เป็นผู้ไม่มีอาสวะปรินิพพาน ฯ
จบ สูตรที่ ๓
- 0.1
Saṁyutta Nikāya 35.138
Linked Discourses 35.138
- 0.2
14. Devadahavagga
14. At Devadaha
Paṭhamanatumhākasutta
Not Yours (1st)
- 1.1
“Yaṁ, bhikkhave, na tumhākaṁ taṁ pajahatha.
“Mendicants, give up what’s not yours.
- 1.2
Taṁ vo pahīnaṁ hitāya sukhāya bhavissati.
Giving it up will be for your welfare and happiness.
- 1.3
Kiñca, bhikkhave, na tumhākaṁ?
And what isn’t yours?
- 1.4
Cakkhu, bhikkhave, na tumhākaṁ; taṁ pajahatha.
The eye isn’t yours: give it up.
- 1.5
Taṁ vo pahīnaṁ hitāya sukhāya bhavissati …pe…
Giving it up will be for your welfare and happiness.
- 1.6
jivhā na tumhākaṁ; taṁ pajahatha.
The ear … nose … tongue … body …
- 1.7
Sā vo pahīnā hitāya sukhāya bhavissati …pe…
- 1.8
mano na tumhākaṁ; taṁ pajahatha.
mind isn’t yours: give it up.
- 1.9
So vo pahīno hitāya sukhāya bhavissati.
Giving it up will be for your welfare and happiness.
- 1.10
Seyyathāpi, bhikkhave, yaṁ imasmiṁ jetavane tiṇakaṭṭhasākhāpalāsaṁ taṁ jano hareyya vā ḍaheyya vā yathāpaccayaṁ vā kareyya, api nu tumhākaṁ evamassa:
Suppose a person was to carry off the grass, sticks, branches, and leaves in this Jeta’s Grove, or burn them, or do what they want with them. Would you think:
- 1.11
‘amhe jano harati vā ḍahati vā yathāpaccayaṁ vā karotī’”ti?
‘This person is carrying us off, burning us, or doing what they want with us’?”
- 1.12
“No hetaṁ, bhante”.
“No, sir.
- 1.13
“Taṁ kissa hetu”?
Why is that?
- 1.14
“Na hi no etaṁ, bhante, attā vā attaniyaṁ vā”ti.
Because to us that’s neither self nor belonging to self.”
- 1.15
“Evameva kho, bhikkhave, cakkhu na tumhākaṁ; taṁ pajahatha.
“In the same way, the eye isn’t yours: give it up.
- 1.16
Taṁ vo pahīnaṁ hitāya sukhāya bhavissati …pe…
Giving it up will be for your welfare and happiness.
- 1.17
jivhā na tumhākaṁ; taṁ pajahatha.
The ear … nose … tongue … body …
- 1.18
Sā vo pahīnā hitāya sukhāya bhavissati …pe…
- 1.19
mano na tumhākaṁ; taṁ pajahatha.
mind isn’t yours: give it up.
- 1.20
So vo pahīno hitāya sukhāya bhavissatī”ti.
Giving it up will be for your welfare and happiness.”
- 1.21
Pañcamaṁ.
- แหล่งที่มา
- SuttaCentral · ดึงข้อมูลเมื่อ 2026-08-15 ·
sn35.138 - ฉบับที่ใช้
- Mahāsaṅgīti Tipiṭaka Buddhavasse 2500 — PDM-1.0
- English translation — Bhikkhu Sujato — CC0-1.0
- พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง — Public domain (term expired) — operator determination
- สิทธิ์การใช้งาน
- สาธารณสมบัติ — ตรวจสอบรายฉบับ (ดูบรรทัดบน) · แสดงที่มาแม้สัญญาอนุญาตไม่บังคับ