经典 ·
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
经典 ·
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
๒. วักกลิเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระวักกลิเถระ (พระวักกลิเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๒๘พระผู้ทรงเป็นผู้นำมีพระนามไม่ต่ำต้อย มีพระคุณนับไม่ถ้วน พระนามว่าปทุมุตตระ ตามพระโคตร เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
๒๙มีพระพักตร์เหมือนดอกปทุม มีพระฉวีวรรณงดงาม ไม่มีมลทินเหมือนดอกปทุม ไม่เปื้อนด้วยโลกธรรม เหมือนดอกปทุมไม่เปื้อนด้วยน้ำ
๓๐ทรงเป็นนักปราชญ์ มีพระเนตรเหมือนกลีบบัว และน่ารักเหมือนดอกปทุม กลิ่นพระโอษฐ์หอมคล้ายกลิ่นดอกปทุม เพราะฉะนั้น พระองค์จึงทรงพระนามว่าปทุมุตตระ
๓๑พระองค์ทรงเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก ไม่ทรงถือพระองค์เปรียบเป็นนัยน์ตาให้คนบอด @เชิงอรรถ : @ เป็นนัยน์ตาให้คนบอด หมายความว่า ทรงประทานปัญญาจักษุให้แก่สรรพสัตว์ด้วยพระธรรมเทศนา @(ขุ.อป.อ. ๒/๓๑/๒๖๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๔๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๒. วักกลิเถราปทาน มีพระอิริยาบถสงบ เป็นที่สั่งสมคุณ เป็นดุจสาครที่รองรับพระกรุณาคุณและพระปัญญาคุณ
๓๒ถึงในครั้งไหนๆ พระมหาวีระพระองค์นั้น ก็เป็นผู้ที่พรหม อสูร และเทวดาบูชา เป็นผู้สูงสุดในหมู่ชน ในท่ามกลางหมู่ชนที่คับคั่งไปด้วยเทวดาและมนุษย์
๓๓เมื่อจะให้บริษัททั้งปวงยินดีด้วยพระพักตร์มีกลิ่นหอม(เบิกบาน) และด้วยพระสุรเสียงที่ไพเราะเพราะพริ้ง จึงได้ชมสาวกของพระองค์ว่า
๓๔ภิกษุอื่นผู้มุ่งมั่นด้วยศรัทธา มีปัญญาดี มีความอาลัยในการดูเราเช่นกับวักกลิภิกษุนี้ไม่มีเลย
๓๕ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นบุตรของพราหมณ์ในกรุงหงสวดี ได้ฟังพระดำรัสนั้น จึงปรารถนาตำแหน่งนั้น
๓๖ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ทูลนิมนต์พระตถาคต ผู้ไม่มีมลทินพระองค์นั้น พร้อมด้วยพระสาวก ให้เสวยและฉันตลอด ๗ วันแล้วให้ครองผ้าชุดใหม่
๓๗ข้าพเจ้าหมอบลงแล้วจมลง(ดื่มด่ำ)ในสาคร คือพระอนันตคุณของพระตถาคตพระองค์นั้น เต็มเปี่ยมไปด้วยปีติ ได้กราบทูลคำนี้ว่า
๓๘ข้าแต่พระมหามุนี ผู้เป็นพระฤาษี ขอข้าพระองค์จงเป็นเช่นกับภิกษุผู้เป็นสัทธาธิมุต (มุ่งมั่นด้วยศรัทธา) ที่พระองค์ตรัสชมเชยว่า เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีศรัทธา
๓๙เมื่อข้าพเจ้ากราบทูลดังนี้แล้ว พระมหามุนีผู้มีความเพียรมาก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๔๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๒. วักกลิเถราปทาน มีทรรศนะที่หาเครื่องกั้นมิได้ ได้ตรัสพระดำรัสนี้ในชุมนุมชนว่า
๔๐‘จงดูมาณพนี้ ผู้นุ่งผ้าเนื้อเกลี้ยงสีเหลือง มีสังวาลทองคำคล้องกาย ดึงดูดดวงตาและดวงใจของหมู่ชนไว้ได้
๔๑ในอนาคตกาล มาณพนี้ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้สัทธาธิมุต จักได้เป็นสาวกของพระโคดม ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
๔๒เขาเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม จักเป็นผู้เว้นจากความเดือดร้อนทั้งปวง เป็นที่รวมแห่งโภคะทุกอย่าง มีความสุขเวียนว่ายตายเกิดไป
๔๓ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
๔๔มาณพผู้นี้จักมีนามว่าวักกลิ ตามโคตร เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต เป็นพระสาวกของพระศาสดา’
๔๕ด้วยผลกรรมที่วิเศษนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
๔๖ข้าพเจ้ามีความสุขในที่ทุกสถาน เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ได้เกิดในตระกูลหนึ่งในกรุงสาวัตถี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๔๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๒. วักกลิเถราปทาน
๔๗ข้าพเจ้าผู้ละเอียดอ่อนเหมือนเนยข้น นุ่มนิ่มเหมือนใบไม้อ่อนซึ่งยังนอนหงายอยู่
๔๘มารดาถูกภัยคือปีศาจคุกคาม มีใจหวาดกลัวจึงให้นอนลง แทบพระยุคลบาทของพระผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ กราบทูลว่า ‘ข้าแต่พระโลกนาถ ผู้ทรงเป็นผู้นำ หม่อมฉันขอถวายทารกนี้แด่พระองค์ ขอพระองค์จงทรงเป็นที่พึ่งของเขาด้วยเถิด’
๔๙ครั้งนั้น พระมุนีพระองค์นั้นผู้ทรงเป็นที่พึ่ง ของหมู่สัตว์ผู้หวาดกลัว ได้ทรงรับข้าพเจ้า ด้วยฝ่าพระหัตถ์ที่บริสุทธิ์อ่อนนุ่มมีตาข่ายกำหนดด้วยจักร
๕๐จำเดิมแต่นั้นมา ข้าพเจ้าได้รับการคุ้มครองโดยไม่ต้องเฝ้ารักษา จึงพ้นจากความป่วยไข้ทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสำราญ
๕๑ข้าพเจ้าห่างจากพระสุคตเพียงครู่เดียว ก็กระวนกระวาย พออายุได้ ๗ ขวบ ก็บวชเป็นบรรพชิต
๕๒ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่อิ่มอยู่ เพราะเห็นพระรูปกายที่ประเสริฐ ซึ่งเกิดจากพระบารมีทุกอย่าง มีดวงตาสีดำสนิท มีผิวพรรณสัณฐานงดงาม
๕๓ครั้งนั้น พระชินเจ้าทรงทราบว่า ข้าพเจ้ายินดีในพระรูป จึงได้ตรัสสอนข้าพเจ้าว่า ‘อย่าเลย วักกลิ ทำไม เธอจึงยินดีในรูปที่ชนพาลชอบเล่า
๕๔ผู้ใดเห็นพระสัทธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเป็นบัณฑิตเห็นเรา (ส่วน)ผู้ไม่เห็นพระสัทธรรม ถึงจะเห็นเราก็ชื่อว่าไม่เห็น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๔๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๒. วักกลิเถราปทาน
๕๕ร่างกายมีโทษไม่สิ้นสุดเหมือนต้นไม้มีพิษ เป็นที่อาศัยของโรคทุกชนิด ล้วนเป็นที่ประชุมของทุกข์
๕๖เพราะฉะนั้น เธอจงเบื่อหน่ายในรูป พิจารณาเห็นความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปแห่งขันธ์ทั้งหลาย จะถึงที่สุดแห่งสรรพกิเลสได้โดยง่ายเถิด’
๕๗ข้าพเจ้าถูกพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ผู้แสวงหาประโยชน์พระองค์นั้น ทรงพร่ำสอนอย่างนี้ ได้ขึ้นไปยังภูเขาคิชฌกูฏ เพ่งดูอยู่ที่ซอกภูเขา
๕๘พระชินเจ้าผู้มหามุนีประทับยืนอยู่ที่เชิงเขา เมื่อจะทรงปลอบโยนข้าพเจ้า ได้ตรัสเรียกว่า ‘วักกลิ’ ข้าพเจ้าได้ฟังพระดำรัสนั้นจึงเบิกบานใจ
๕๙ครั้งนั้น ข้าพเจ้าวิ่งลงไปที่เงื้อมเขาลึกหลายร้อยชั่วบุรุษ แต่ก็ถึงแผ่นดินได้โดยสะดวกทีเดียวด้วยพุทธานุภาพ
๖๐พระผู้มีพระภาคทรงแสดงพระธรรมเทศนา คือความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปแห่งขันธ์ทั้งหลายอีก ข้าพเจ้ารู้ทั่วถึงธรรมนั้นแล้ว จึงได้บรรลุอรหัตตผล
๖๑ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค ผู้ทรงพระปรีชามาก ทรงบรรลุจรณธรรม ทรงประกาศข้าพเจ้าว่า เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายสัทธาธิมุต ในท่ามกลางบุรุษผู้ควรบูชาอย่างยิ่ง @เชิงอรรถ : @ จรณธรรม หมายถึงจรณธรรม ๑๕ มีศีลเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๒/๖๑/๒๖๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๔๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๓. มหากัปปินเถราปทาน
๖๒ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๖๓กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
๖๔การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๖๕คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระวักกลิเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ วักกลิเถราปทานที่ ๒ จบ