ข้อ ๑๒ การระงับข้อพิพาท เมื่อเกิดมีข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการที่ผู้ให้สัญญาบอกเลิกสัญญาหรือสั่งให้ผู้รับสัญญา แก้ไขเหตุที่จะบอกเลิกสัญญาตามข้อ ๑๔หรือข้อพิพาทเกี่ยวกับปัญหาที่ว่าได้มีการปฏิบัติตามสัญญา หรือไม่ ในขั้นแรกให้คู่สัญญาพยายามหาทางตกลงกันด้วยดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คู่สัญญา อีกฝ่ายหนึ่งได้รับหนังสือแจ้งจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายอาจตกลงกัน ขยายระยะเวลาออกไปอีกได้ ในกรณีที่คู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่งให้ดำเนินการ ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการตามวิธีที่กำหนดไว้ในข้อบังคับอนุญาโตตุลาการของคณะกรรมาธิการ ว่าด้วยกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (UNCITRAL Arbitration Rules) ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่เสนอให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ เว้นแต่ในสัญญานี้ได้กำหนดไว้แล้ว ดังต่อไปนี้ ๑๓
(๑) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสนอเป็นหนังสือไปยังคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งให้ระงับ ข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ ให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการฝ่ายละหนึ่งคน และให้ อนุญาโตตุลาการดังกล่าวร่วมกันแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการคนที่สามเป็นประธานคณะอนุญาโตตุลาการ
(๒) ให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายแจ้งชื่ออนุญาโตตุลาการที่ตนแต่งตั้งฝ่ายละหนึ่งคน ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเสนอให้ระงับข้อพิพาท โดยอนุญาโตตุลาการหากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่แจ้งชื่ออนุญาโตตุลาการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอให้ ..................................... แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการแทนคู่สัญญาฝ่ายแรก
(๓) ให้อนุญาโตตุลาการแต่ละฝ่ายร่วมกันแต่งตั้งประธานคณะอนุญาโตตุลาการ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการครบทั้งสองคนแล้ว ถ้าอนุญาโตตุลาการไม่แต่งตั้ง หรือไม่สามารถตกลงกันแต่งตั้งประธานคณะอนุญาโตตุลาการภายในกำหนดเวลาดังกล่าวคู่สัญญาฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายอาจร้องขอให้ .................................... แต่งตั้งประธานคณะอนุญาโตตุลาการแทน
(๔) ถ้าอนุญาโตตุลาการตาย ลาออกปฏิเสธ หรือไม่สามารถที่จะทำการก่อนที่จะ ให้คำวินิจฉัย ให้ดำเนินการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการแทนตามวิธีการที่กำหนดไว้ใน (๒) หรือ
(๓) แล้วแต่กรณี
(๕) ถ้ามีการตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่โดยมีลักษณะและอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกับ .................................. ดังกล่าว หรือรับอำนาจหน้าที่ส่วนใหญ่ที่ตกทอดหรือโอนมาจาก.................................. ดังกล่าว ให้ถือว่าอำนาจหน้าที่ของ .................................. ดังกล่าว ตาม(๒) และ(๓) เป็นอำนาจ หน้าที่ของ .................................. ที่ตั้งขึ้นใหม่ได้ โดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมิต้องตกลงกันใหม่
(๖) โดยเหตุผลอันใดก็ตาม ถ้าไม่มีการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการหรือประธาน คณะอนุญาโตตุลาการหรือมิได้มีการแต่งตั้งผู้อื่นแทนผู้ที่พ้นจากตำแหน่งตาม (๒) หรือ (๓) หรือ
(๔) คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอให้ .................................................. เป็นผู้แต่งตั้งให้
(๗) ค่าใช้จ่ายของอนุญาโตตุลาการของคู่สัญญาฝ่ายใด ให้คู่สัญญาฝ่ายนั้นทดรอง จ่ายไปก่อนไม่ว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นจะเป็นผู้แต่งตั้งหรือไม่ ส่วนค่าใช้จ่ายของประธานคณะอนุญาโตตุลาการ ให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายทดรองจ่ายไปฝ่ายละเท่าๆกันก่อนด้วย
(๘) สถานที่พิจารณาของอนุญาโตตุลาการให้เป็นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันเป็นอย่างอื่น
(๙) ภาษาที่ใช้ในกระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการให้เป็นภาษาไทย เว้นแต่ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันให้ใช้ภาษาอังกฤษ
(๑๐) ในการวินิจฉัยชี้ขาด คณะอนุญาโตตุลาการต้องวินิจฉัยตามบทบัญญัติของ กฎหมายไทยและคำนึงถึงหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่พึงจะนำมาใช้บังคับด้วย และให้กำหนด จำนวนค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของอนุญาโตตุลาการที่จะให้คู่สัญญาฝ่ายใดเป็นผู้เสียแต่ฝ่ายเดียว หรือให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นผู้เสียตามส่วนที่เห็นสมควรในคำชี้ขาดด้วย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยจะต้องทำ เป็นหนังสือและระบุเหตุผลแห่งคำชี้ขาดนั้น (๑๑)คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการให้เป็นที่สุดและมีผลผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการอาจมีขึ้นในศาลที่มีเขตอำนาจ (๑๒)ให้ผู้รับสัญญายังคงดำเนินงานตามสัญญานี้ต่อไปในระหว่างกระบวนพิจารณา ของอนุญาโตตุลาการ เว้นแต่อธิบดีจะสั่งให้ผู้รับสัญญาหยุดดำเนินงานตามสัญญาอย่างหนึ่งอย่างใด หากการดำเนินงานของผู้รับสัญญานั้นจะมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมหรือความปลอดภัย ๑๔ (๑๓)เรื่องดังต่อไปนี้มิให้บังคับโดยอนุญาโตตุลาการ (ก) ความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ข) ข้อพิพาทเกี่ยวกับพระราชบัญญัติปิโตรเลียมที่ผู้รับสัญญาได้ยื่นฟ้องต่อ ศาลไทยแล้ว (ค) ข้อพิพาทเกี่ยวกับคำวินิจฉัยหรือคำสั่งที่ให้เป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติ ปิโตรเลียม