คลังกฎหมาย / กฎกระทรวงกำหนดแบบสัญญาจ้างสำรวจและผลิต พ.ศ. 2563 / บททั่วไป (๑) สัญญานี้มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ .................................... เป็นต้นไป (๒)สัญญานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการจ้างสำรวจและผลิตปิโตรเลียมภายในพื้นที่ตามสัญญา ตามหลักเทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานปิโตรเลียมที่ดี (๓) ผู้รับสัญญาตกลงเป็นผู้รับจ้างสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และดำเนินการอื่นใด ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม ตามที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ โดยผู้รับสัญญาเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย ทั้งปวงในการประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้ (๔) การจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้รับสัญญากรมจะจ่ายต่อเมื่อมีการผลิตปิโตรเลียม ในเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ตามสัญญา ภายใต้วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ (๕) ผลผลิตปิโตรเลียมทั้งหมดเป็นของรัฐ โดยรัฐมีสิทธิขายหรือจำหน่ายปิโตรเลียม ดังกล่าว และรัฐอาจมอบให้ผู้รับสัญญาเป็นผู้ขายหรือจำหน่ายปิโตรเลียมแทนรัฐก็ได้ (๖)ให้ถ้อยคำต่อไปนี้มีความหมายตามที่ได้ให้ไว้ดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น ในสัญญานี้ “พระราชบัญญัติปิโตรเลียม”หมายความว่า พระราชบัญญัติปิโตรเลียมพ.ศ.๒๕๑๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไม่ว่าแก้ไขเพิ่มเติมก่อนหรือหลังวันที่ทำสัญญานี้ “กิจการปิโตรเลียม”หมายความว่า การสำรวจการผลิตการเก็บรักษาการขนส่ง การขายหรือการจำหน่ายปิโตรเลียม “พื้นที่ตามสัญญา” หมายความว่า แปลงสำรวจและพื้นที่ผลิต ซึ่งผู้รับสัญญา มีสิทธิประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ “แปลงสำรวจ”หมายความว่า เขตพื้นที่ที่กำหนดขึ้นสำหรับการสำรวจปิโตรเลียม “พื้นที่ผลิต”หมายความว่า เขตพื้นที่ที่กำหนดขึ้นสำหรับการผลิตปิโตรเลียม “รัฐมนตรี”หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน “คณะกรรมการปิโตรเลียม”หมายความว่า คณะกรรมการปิโตรเลียมตาม พระราชบัญญัติปิโตรเลียม “อธิบดี”หมายความว่า อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ “กรม”หมายความว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ “ค่าจ้าง” หมายความว่า ค่าจ้างสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ผู้รับสัญญาจะได้รับ ตามข้อ ๕ “แผนงานและงบประมาณ”หมายความว่า แผนงานและงบประมาณสำหรับ กิจการปิโตรเลียมตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ “ผลผลิตปิโตรเลียม”หมายความว่า น้ามันดิบก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว ทั้งหมดที่ผู้รับสัญญานำขึ้นมาภายใต้สัญญานี้ (๗) ในกรณีที่สัญญานี้กำหนดให้ผู้รับสัญญาต้องได้รับความยินยอม ความเห็นชอบ การอนุมัติ หรือการอนุญาตจากรัฐมนตรี อธิบดี หรือกรม ความยินยอม ความเห็นชอบ การอนุมัติ หรือการอนุญาตนั้นจะต้องไม่ล่าช้าหรือถูกยับยั้งโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร ๒ (๘) เอกสารแนบท้ายสัญญาดังต่อไปนี้ ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ภาคผนวกกรายละเอียดพิกัดภูมิศาสตร์ของพื้นที่ตามสัญญา ภาคผนวกขแผนที่แสดงพื้นที่ตามสัญญา ภาคผนวกคการรายงานผลการประกอบกิจการปิโตรเลียม ภาคผนวกงรายละเอียดของข้อผูกพันด้านปริมาณงานและปริมาณเงิน ภาคผนวก....................................ฯลฯ...................................... ความใดในเอกสารแนบท้ายสัญญาที่ขัดแย้งกับข้อความในสัญญานี้ ให้ใช้ข้อความ ในสัญญานี้บังคับ และในกรณีที่เอกสารแนบท้ายสัญญาขัดแย้งกันเอง ผู้รับสัญญาจะต้องปฏิบัติตาม คำวินิจฉัยของอธิบดี ข้อ ๒ กำหนดระยะเวลาและการคืนพื้นที่ (๑) สัญญานี้มีกำหนดเวลา........ ปี นับแต่วันที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับตามข้อ ๑(๑) โดยมีระยะเวลาแบ่งออกเป็น (ก) ระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียมมีกำหนด...... ปี นับแต่วันที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับ (ข) ระยะเวลาผลิตปิโตรเลียมตามสัญญามีกำหนด...... ปี นับแต่วันถัดจาก วันสิ้นระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียม ในระหว่างระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียมผู้รับสัญญาจะผลิตปิโตรเลียม เมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีแล้วก็ได้ (๒) ในวันเริ่มระยะเวลาสำรวจพื้นที่ตามสัญญาประกอบด้วยแปลงสำรวจหมายเลข ......... ซึ่งมีรายละเอียดพิกัดภูมิศาสตร์ของพื้นที่ตามสัญญาและแผนที่แสดงพื้นที่ตามสัญญา ดังปรากฏในภาคผนวกกและภาคผนวกขตามลำดับ (๓) ผู้รับสัญญาต้องเริ่มกิจการปิโตรเลียมเกี่ยวกับการสำรวจภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับความเห็นชอบแผนงานและงบประมาณตามข้อ ๓(๑) (๔) ผู้รับสัญญาต้องดำเนินการคืนพื้นที่แปลงสำรวจที่ไม่ได้กำหนดเป็นพื้นที่ผลิต เมื่อสิ้นระยะเวลาสำรวจ (๕) การกำหนดพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียมหรือ ตามที่ระบุในสัญญานี้

กฎกระทรวงกำหนดแบบสัญญาจ้างสำรวจและผลิต พ.ศ. 2563 · 2563

มาตรา ๑๔

ข้อ ๑๔ การบอกเลิกสัญญาโดยผู้ให้สัญญา

(๑) ผู้ให้สัญญามีอำนาจบอกเลิกสัญญา เมื่อผู้รับสัญญา (ก) ไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันสำหรับการสำรวจปิโตรเลียมตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ หรือไม่เริ่มประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่ตามสัญญาตามแผนงานและงบประมาณสำหรับกิจการ ปิโตรเลียมในปีที่หนึ่งที่ได้รับอนุมัติตามข้อ๓ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติ (ข) ไม่วางหลักประกันหรือวางหลักประกันไม่ครบจำนวนตามมาตรา ๘๐/๒ แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ค) ไม่ชำระผลประโยชน์พิเศษตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐ (ง) จงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๓(๖)(ก) (ค) หรือ (ง) ข้อ ๙(๙)หรือผิดนัด ชำระเงินตามสัญญา เป็นประจำ (จ) ไม่ปฏิบัติตามข้อ ๓(๖) (ข) (ฉ) เป็นบุคคลล้มละลาย ๑๕

(๒) เมื่อมีเหตุที่จะบอกเลิกสัญญาตาม

(๑) เกิดขึ้น และเหตุนั้นรัฐมนตรีเห็นว่าอาจ แก้ไขได้ ให้รัฐมนตรีแจ้งให้ผู้รับสัญญาทราบถึงเหตุนั้น และกำหนดให้ผู้รับสัญญาแก้ไขภายในเวลา ที่เห็นสมควร โดยผู้รับสัญญาต้องชำระค่าปรับเนื่องจากเหตุดังกล่าวให้แก่กรมเป็นจำนวนเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐บาท(หนึ่งล้านบาท) ถ้าผู้รับสัญญาเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ภายในเวลา ที่กำหนดให้ขออนุญาตขยายเวลาออกไปได้เท่าที่จำเป็นก่อนครบกำหนดเวลานั้นไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน หากรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุอันสมควรรัฐมนตรีอาจอนุญาตให้ขยายเวลาออกไปได้ไม่เกินระยะเวลา ที่ผู้รับสัญญาขอขยาย ถ้าผู้รับสัญญาไม่แก้ไขภายในเวลาที่กำหนดหรือไม่สามารถแก้ไขภายในเวลา ที่ขยายออกไป ผู้ให้สัญญาบอกเลิกสัญญาได้ ในกรณีที่มีเหตุที่จะบอกเลิกสัญญา และเหตุนั้นรัฐมนตรีเห็นว่าไม่อาจแก้ไขได้ ผู้ให้สัญญาบอกเลิกสัญญาได้ การบอกเลิกสัญญาให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับสัญญา ได้รับแจ้งการบอกเลิกสัญญา เว้นแต่ผู้รับสัญญาจะดำเนินการตามข้อ ๑๒

(๓) ในกรณีที่ผู้รับสัญญาถูกบอกเลิกสัญญาตาม

(๒) การบอกเลิกสัญญาดังกล่าว ไม่ลบล้างความรับผิดใดๆที่เกิดขึ้นตามข้อกำหนดในสัญญานี้ของผู้รับสัญญาและไม่ทำให้ผู้รับสัญญา หลุดพ้นจากความรับผิดชอบหรือข้อผูกพันใด ๆ ที่ต้องปฏิบัติตามสัญญานี้หรือตามกฎหมาย และผู้รับสัญญายอมชำระหนี้หรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหาย จากการฟ้องร้อง คดีความ ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย การอ้างสิทธิ หรือการเรียกร้องใด ๆ ทั้งปวง ซึ่งเกิดจาก การประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้หรือเป็นผลจากการบอกเลิกสัญญานี้

(๔) ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าการผลิตปิโตรเลียมในช่วงระยะเวลาผลิตที่เหลืออยู่ ทำให้รายได้จากการขายหรือจำหน่ายผลผลิตปิโตรเลียมเมื่อจ่ายค่าภาคหลวง ค่าจ้าง และค่าใช้จ่าย อื่น ๆที่เกี่ยวข้องตามที่คณะกรรมการปิโตรเลียมกำหนดแล้วไม่มีเงินเหลือส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ภายใต้มาตรา ๕๓/๑๔แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม ติดต่อกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือน ผู้ให้สัญญาอาจบอกเลิกสัญญานี้ได้ โดยแจ้งให้ผู้รับสัญญาทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกเดือน โดยการบอกเลิกสัญญานี้ต้องเป็นการเห็นชอบร่วมกันของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย และการบอกเลิกสัญญา จะมีผลต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ

ลิงก์อ้างอิงตรึงฉบับด้วย ?v=2563 — ถ้าวันหนึ่งมีฉบับแก้ไขถูกนำเข้า ลิงก์นี้จะยังชี้ฉบับเดิม

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:731e8468d721 · 2026-08-23

กฎกระทรวงกำหนดแบบสัญญาจ้างสำรวจและผลิต พ.ศ. 2563 มาตรา ๑๔