ข้อ ๑๔ การบอกเลิกสัญญาโดยผู้ให้สัญญา
(๑) ผู้ให้สัญญามีอำนาจบอกเลิกสัญญา เมื่อผู้รับสัญญา (ก) ไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันสำหรับการสำรวจปิโตรเลียมตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ หรือไม่เริ่มประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่ตามสัญญาตามแผนงานและงบประมาณสำหรับกิจการ ปิโตรเลียมในปีที่หนึ่งที่ได้รับอนุมัติตามข้อ๓ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติ (ข) ไม่วางหลักประกันหรือวางหลักประกันไม่ครบจำนวนตามมาตรา ๘๐/๒ แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ค) ไม่ชำระผลประโยชน์พิเศษตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐ (ง) จงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๓(๖)(ก) (ค) หรือ (ง) ข้อ ๙(๙)หรือผิดนัด ชำระเงินตามสัญญา เป็นประจำ (จ) ไม่ปฏิบัติตามข้อ ๓(๖) (ข) (ฉ) เป็นบุคคลล้มละลาย ๑๕
(๒) เมื่อมีเหตุที่จะบอกเลิกสัญญาตาม
(๑) เกิดขึ้น และเหตุนั้นรัฐมนตรีเห็นว่าอาจ แก้ไขได้ ให้รัฐมนตรีแจ้งให้ผู้รับสัญญาทราบถึงเหตุนั้น และกำหนดให้ผู้รับสัญญาแก้ไขภายในเวลา ที่เห็นสมควร โดยผู้รับสัญญาต้องชำระค่าปรับเนื่องจากเหตุดังกล่าวให้แก่กรมเป็นจำนวนเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐บาท(หนึ่งล้านบาท) ถ้าผู้รับสัญญาเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ภายในเวลา ที่กำหนดให้ขออนุญาตขยายเวลาออกไปได้เท่าที่จำเป็นก่อนครบกำหนดเวลานั้นไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน หากรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุอันสมควรรัฐมนตรีอาจอนุญาตให้ขยายเวลาออกไปได้ไม่เกินระยะเวลา ที่ผู้รับสัญญาขอขยาย ถ้าผู้รับสัญญาไม่แก้ไขภายในเวลาที่กำหนดหรือไม่สามารถแก้ไขภายในเวลา ที่ขยายออกไป ผู้ให้สัญญาบอกเลิกสัญญาได้ ในกรณีที่มีเหตุที่จะบอกเลิกสัญญา และเหตุนั้นรัฐมนตรีเห็นว่าไม่อาจแก้ไขได้ ผู้ให้สัญญาบอกเลิกสัญญาได้ การบอกเลิกสัญญาให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับสัญญา ได้รับแจ้งการบอกเลิกสัญญา เว้นแต่ผู้รับสัญญาจะดำเนินการตามข้อ ๑๒
(๓) ในกรณีที่ผู้รับสัญญาถูกบอกเลิกสัญญาตาม
(๒) การบอกเลิกสัญญาดังกล่าว ไม่ลบล้างความรับผิดใดๆที่เกิดขึ้นตามข้อกำหนดในสัญญานี้ของผู้รับสัญญาและไม่ทำให้ผู้รับสัญญา หลุดพ้นจากความรับผิดชอบหรือข้อผูกพันใด ๆ ที่ต้องปฏิบัติตามสัญญานี้หรือตามกฎหมาย และผู้รับสัญญายอมชำระหนี้หรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหาย จากการฟ้องร้อง คดีความ ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย การอ้างสิทธิ หรือการเรียกร้องใด ๆ ทั้งปวง ซึ่งเกิดจาก การประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้หรือเป็นผลจากการบอกเลิกสัญญานี้
(๔) ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าการผลิตปิโตรเลียมในช่วงระยะเวลาผลิตที่เหลืออยู่ ทำให้รายได้จากการขายหรือจำหน่ายผลผลิตปิโตรเลียมเมื่อจ่ายค่าภาคหลวง ค่าจ้าง และค่าใช้จ่าย อื่น ๆที่เกี่ยวข้องตามที่คณะกรรมการปิโตรเลียมกำหนดแล้วไม่มีเงินเหลือส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ภายใต้มาตรา ๕๓/๑๔แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม ติดต่อกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือน ผู้ให้สัญญาอาจบอกเลิกสัญญานี้ได้ โดยแจ้งให้ผู้รับสัญญาทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกเดือน โดยการบอกเลิกสัญญานี้ต้องเป็นการเห็นชอบร่วมกันของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย และการบอกเลิกสัญญา จะมีผลต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ