ข้อ ๑๙ เหตุที่มิใช่ความผิดของคู่สัญญา
(๑) เหตุที่มิใช่ความผิดของคู่สัญญาให้หมายความรวมถึงเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ เหตุจากภัยธรรมชาติ แผ่นดินถล่ม ฟ้าผ่า แผ่นดินไหว น้าท่วม ไฟไหม้ พายุหรือการเตือนภัยพายุ คลื่นทะเลเนื่องจากแผ่นดินไหวหรือพายุ เรืออับปางและภัยต่อการเดินเรือ ภัยสงคราม ภัยจาก การก่อการร้ายหรือการก่อวินาศกรรม การนัดหยุดงาน อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใดอันคล้ายคลึงกัน ทั้งนี้ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคู่สัญญา
(๒) ในกรณีที่เกิดเหตุที่มิใช่ความผิดของคู่สัญญา ทำให้การปฏิบัติตามหน้าที่ใด ๆ นอกเหนือไปจากหน้าที่ในการชำระเงิน หรือการใช้สิทธิใดๆภายใต้สัญญานี้ ไม่สามารถจะกระทำได้ ทำให้มีอุปสรรค หรือทำให้เกิดความล่าช้า ให้ถือว่าการไม่สามารถปฏิบัติตามหน้าที่หรือการไม่ใช้สิทธิ นั้น ๆของกรมหรือของผู้รับสัญญา ไม่เป็นการไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติตามสัญญานี้ ๑๙
(๓) ในกรณีที่กรมหรือผู้รับสัญญาไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือไม่ใช้สิทธิตามสัญญานี้ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง หรือกฎข้อบังคับใดๆของรัฐ ให้ถือว่าการกระทำดังกล่าวนั้น ไม่เป็นการไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติตามสัญญานี้
(๔) เมื่อเกิดเหตุตาม (๑) หรือ
(๓) คู่สัญญาที่ได้รับผลกระทบจะต้องแจ้งเหตุการณ์ ดังกล่าวให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบทันที และคู่สัญญาที่ได้รับผลกระทบจะต้องใช้ความพยายาม อย่างเต็มความสามารถในการขจัดหรือแก้ไขเหตุดังกล่าว รวมทั้งจะกลับมาปฏิบัติตามสัญญานี้ โดยครบถ้วนต่อไป ทั้งนี้ โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
(๕) ในกรณีที่การสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียม หรือการเก็บรักษา หรือขนส่งปิโตรเลียม เฉพาะส่วนที่กระทบกระเทือนต่อกิจกรรมในแปลงสำรวจใดต้องหยุดชะงักลงเป็นส่วนใหญ่เพราะเหตุ ที่มิใช่ความผิดของผู้รับสัญญา ถ้าผู้รับสัญญาประสงค์จะขอหยุดการนับระยะเวลาของสัญญา ให้แจ้ง ต่อกรมภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุที่มิใช่ความผิดของผู้รับสัญญานั้นพร้อมทั้งรายละเอียด ในกรณีเช่นนี้ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการปิโตรเลียมและโดยได้รับอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรี อนุมัติให้หยุดการนับระยะเวลาของสัญญาในส่วนที่เกี่ยวกับแปลงสำรวจนั้นออกไป เท่ากับระยะเวลาที่ผู้รับสัญญาสามารถพิสูจน์ได้ว่าการดำเนินงานข้างต้นต้องหยุดชะงักลงเพราะเหตุที่ มิใช่ความผิดของผู้รับสัญญา