ข้อ ๑๗ สัญญาร่วมประกอบกิจการ
(๑) ในกรณีที่ผู้รับสัญญาประกอบด้วยบริษัทมากกว่าหนึ่งราย ให้บริษัทแต่ละราย รับผิดร่วมกันและแทนกันในการปฏิบัติตามสัญญานี้ ทั้งนี้ ตามสัญญาร่วมประกอบกิจการที่ได้ แสดงต่อรัฐมนตรีในวันลงนามในสัญญานี้ ซึ่งอย่างน้อยต้องระบุเกี่ยวกับ (ก) วิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการจะใช้สิทธิ (ข) ผลประโยชน์และเอกสิทธิ์ (ค) การปฏิบัติตามหน้าที่และข้อผูกพันของตนในฐานะของผู้รับสัญญา ๑๗ (ง) สิทธิ ผลประโยชน์ เอกสิทธิ์ หน้าที่ และข้อผูกพันของบริษัทแต่ละราย โดยสอดคล้องกับข้อกำหนดของสัญญานี้ (จ) ผู้ดำเนินงานในระหว่างบริษัทแต่ละรายที่ประกอบกันเป็นผู้รับสัญญาด้วยกันเอง ซึ่งบริษัทแต่ละรายร่วมกันแต่งตั้งบริษัทใดบริษัทหนึ่งที่ประกอบกันเป็นผู้รับสัญญา ให้กระทำการแทน ผู้รับสัญญา และมีหน้าที่จัดสรรส่วนแบ่งจากค่าจ้างแก่บริษัททุกรายที่ประกอบกันเป็นผู้รับสัญญา โดยสอดคล้องกับข้อกำหนดของสัญญานี้ การแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาร่วมประกอบกิจการที่มิใช่การแก้ไขเพื่อเปลี่ยนผู้ดำเนินงาน ต้องได้รับความยินยอมจากกรม ส่วนการแก้ไขเพื่อเปลี่ยนผู้ดำเนินงาน ให้แจ้งกรมทราบทันที สัญญาร่วมประกอบกิจการนั้น ผู้รับสัญญามีหน้าที่เก็บรักษาไว้และจะต้องพร้อม ให้กรมหรือรัฐมนตรีตรวจสอบได้ทันทีเมื่อร้องขอ ทั้งนี้ กรมและรัฐมนตรีตกลงที่จะไม่เปิดเผยหรือ เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาร่วมประกอบกิจการตามข้อนี้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอม จากผู้รับสัญญา
(๒) ในกรณีที่บริษัทใดซึ่งเป็นผู้ร่วมประกอบกิจการตามสัญญาร่วมประกอบกิจการ ตามข้อนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายหรือสภาพการเป็นนิติบุคคลได้สิ้นสุดลงแล้วแต่กรณี ให้บริษัท ที่เหลืออยู่แจ้งให้กรมทราบว่าจะดำเนินการต่อไปโดยบริษัทอื่นที่เหลืออยู่หรือรับบริษัทอื่นเข้าร่วม ประกอบกิจการปิโตรเลียมแทนบริษัทนั้น หากรัฐมนตรีเห็นว่าบริษัทอื่นที่เหลืออยู่สามารถประกอบ กิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้ต่อไปได้หรือรับบริษัทอื่นเข้าร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียมแทนบริษัทนั้น เพื่อให้สามารถประกอบกิจการปิโตรเลียมตามสัญญานี้ต่อไปได้ ให้ถือว่ากรณีดังกล่าวยังไม่เป็นเหตุ ในการบอกเลิกสัญญาหรือการสิ้นสุดสัญญา และให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญานี้