ศาสนา · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๒๗
๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘) ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘) ว่าด้วยปัณฑรกนาคราช (ปัณฑรกนาคราชคร่ำครวญว่า)
๒๕๘ภัยที่ตนเองก่อขึ้นย่อมติดตามคนไร้ปัญญา พูดจาพล่อยๆ ไม่ปกปิดความรู้ ขาดความระมัดระวัง ไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบ เหมือนพญาครุฑไล่จับปัณฑรกนาคราช
๒๕๙นรชนใดพอใจบอกมนต์ที่ลี้ลับ ที่ตนควรจะปกปิดรักษา เพราะความเขลา ภัยย่อมติดตามเขาผู้เปิดเผยมนต์โดยพลัน เหมือนพญาครุฑไล่จับปัณฑรกนาคราช
๒๖๐มิตรเทียมไม่ควรจะรู้เนื้อความสำคัญซึ่งเป็นความลับ แต่มิตรแท้ผู้ไม่รู้หรือรู้สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ก็ไม่ควรจะรู้ความลับนั้น
๒๖๑เราไว้วางใจอเจลก(ชีเปลือย)ว่า ผู้นี้เป็นสมณะ ชาวโลกนับถือ อบรมตนดีแล้ว ได้เปิดเผยบอกความลับแก่เขา จึงล่วงเลยประโยชน์ ร้องไห้อยู่อย่างลำเค็ญ
๒๖๒พญาครุฑผู้ประเสริฐ สำหรับเขา ข้าพเจ้าไม่อาจจะระวังวาจาที่เร้นลับอย่างยิ่งนี้ได้ เพราะเหตุนั้น ภัยจากฝ่ายเขาจึงมาถึงข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงล่วงเลยประโยชน์ ร้องไห้อยู่อย่างลำเค็ญ
๒๖๓นรชนใดสำคัญผู้นี้ว่า เป็นคนมีใจดี บอกความลับกับคนที่เกิดในสกุลต่ำทราม เพราะความรัก ความชัง หรือเพราะความเกรงกลัว นรชนนั้นเป็นคนโง่ ต้องย่อยยับโดยไม่ต้องสงสัย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๗๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘)
๒๖๔นรชนใดมีปกติพูดนอกเรื่อง นับเนื่องเข้าในพวกอสัตบุรุษ ชอบกล่าวถ้อยคำในที่ประชุมชน นรชนนั้นปราชญ์กล่าวว่า คนมีพิษร้าย ปากเสีย ควรระมัดระวังคนเช่นนั้นให้ห่างไกล
๒๖๕ข้าพเจ้าได้ละทิ้งสิ่งที่น่าปรารถนาทั้งหมดไปแล้ว คือ ข้าว น้ำ ผ้าแคว้นกาสี จุรณแก่นจันทน์แดง หญิงที่เจริญใจ พวงดอกไม้ และเครื่องชโลมทา ข้าแต่พญาครุฑ ข้าพเจ้าขอมอบชีวิตแก่ท่าน (พญาครุฑกล่าวคาถาตำหนิปัณฑรกนาคราชว่า)
๒๖๖บรรดาเราทั้ง ๓ ในที่นี้ ใครหนอย่อมถูกตำหนิ นาคราช เราทั้งหลายเป็นสัตว์มีชีวิตในโลกนี้ คือ สมณะ ครุฑ หรือว่าท่านกันแน่ย่อมถูกตำหนิ ปัณฑรกนาคราช ท่านถูกข้าพเจ้าจับเพราะเหตุไร (ปัณฑรกนาคราชฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)
๒๖๗อเจลกนั้นเป็นผู้ที่ข้าพเจ้ายกย่องว่า เป็นสมณะ เป็นที่รักของข้าพเจ้า และข้าพเจ้ายกย่องด้วยใจจริง ข้าพเจ้าจึงได้เปิดเผยบอกความลับแก่เขา จึงได้ล่วงเลยประโยชน์ ร้องไห้อยู่อย่างลำเค็ญ (พญาครุฑกล่าวว่า)
๒๖๘แท้จริง สัตว์ชื่อว่าจะไม่ตายไม่มีในแผ่นดิน ปัญญามีอยู่หลายอย่าง บุคคลไม่ควรนินทา นรชนในโลกนี้ย่อมบรรลุคุณวิเศษที่ยังไม่บรรลุ ได้ด้วยสัจจะ ๑ ธรรมะ ๑ ปัญญา ๑ ทมะ ๑
๒๖๙มารดาบิดานับว่าเป็นผู้ยอดเยี่ยมแห่งเผ่าพันธุ์ บุคคลที่ ๓ ผู้ช่วยเหลือเขาไม่มี เมื่อระแวงสงสัยว่า ความลับที่ปรึกษาไว้จะแตก ก็ไม่พึงบอกความลับที่สำคัญ แม้แก่มารดาบิดาเหล่านั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๗๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘)
๒๗๐เมื่อสงสัยว่า มนต์จะแตกทำลาย บัณฑิตไม่พึงบอกความลับที่สำคัญแม้แก่มารดาบิดา พี่สาวน้องสาว พี่ชายน้องชาย เพื่อนสหาย หรือญาติพวกพ้องของตน
๒๗๑ถึงภรรยาจะยังสาวพูดจาไพเราะ ถึงพร้อมด้วยบุตรธิดา มีรูปร่างสวยงาม มีเกียรติยศชื่อเสียง มีหมู่ญาติแวดล้อม พูดอ้อนสามี เมื่อสงสัยว่า ความลับที่ปรึกษาไว้จะแตก บัณฑิตไม่พึงบอกความลับที่สำคัญแม้แก่นาง
๒๗๒บัณฑิตไม่พึงเปิดเผยความลับ พึงรักษาความลับนั้นไว้เหมือนรักษาขุมทรัพย์ เพราะว่าความลับบุคคลรู้อยู่ไม่เปิดเผยได้เป็นการดี
๒๗๓บัณฑิตไม่ควรบอกความลับแก่สตรี ๑ ศัตรู ๑ คนที่ใช้อามิสล่อ ๑ คนผู้ล้วงความลับ ๑
๒๗๔คนผู้รู้ความลับที่ผู้อื่นไม่รู้ เพราะกลัวความลับที่ปรึกษาหารือกันไว้จะแตก ย่อมอดกลั้นไว้ดุจบุคคลผู้เป็นทาสเขา
๒๗๕คนมีประมาณเท่าใดล่วงรู้ความลับที่เขาปรึกษากัน คนมีประมาณเท่านั้นเป็นบุคคลที่น่าหวาดกลัวของเขา เพราะฉะนั้น บุคคลไม่ควรเปิดเผยความลับ
๒๗๖เวลากลางวันควรพูดความลับในที่สงัด เวลากลางคืนไม่ควรพูดดังเกินไป เพราะเหตุว่าคนแอบฟังได้ยินความลับที่ปรึกษากันเข้า ความลับนั้นจะถึงการแพร่งพรายโดยเร็วพลัน
๒๗๗นครใหญ่ที่สร้างด้วยเหล็ก ไม่มีประตู มีโรงเรือนล้วนสร้างด้วยเหล็ก มีคูขุดไว้ล้อมรอบ ย่อมปรากฏแม้ฉันใด แม้ผู้มีความคิดอันลี้ลับในโลกนี้ก็ปรากฏแก่เราฉันนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๗๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘)
๒๗๘นาคราชผู้มีลิ้นสองแฉก นรชนเหล่าใดปกปิดความคิดไว้ ไม่พูดพล่อย มั่นคงอยู่ในประโยชน์ของตน ศัตรูทั้งหลายย่อมหลีกห่างไกลจากนรชนเหล่านั้น เหมือนคนรักชีวิตหลีกห่างไกลจากหมู่สัตว์อสรพิษฉะนั้น (เมื่อพญาครุฑกล่าวอย่างนั้นแล้ว ปัณฑรกนาคราชจึงกล่าวว่า)
๒๗๙อเจลกละทิ้งบ้านเรือนแล้วบวช มีศีรษะโล้น ประพฤติเป็นคนเปลือยเพราะเหตุแห่งการหากิน เพราะข้าพเจ้าเปิดเผยความลับกับเขาแล จึงได้เสื่อมจากอรรถและธรรม
๒๘๐พญาครุฑ บุคคลกระทำอย่างไร มีศีลอย่างไร บำเพ็ญวัตรอะไร ประพฤติละความยึดมั่นว่าเป็นของเราอย่างไร จึงจะเป็นสมณะได้ อนึ่ง สมณะกระทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงแดนสวรรค์ได้ (พญาครุฑกล่าวว่า)
๒๘๑บุคคลประกอบด้วยหิริ ด้วยความอดกลั้น ด้วยการฝึกตน ไม่โกรธ ละคำส่อเสียด ประพฤติละความยึดมั่นว่าเป็นของเราเสีย จึงจะเป็นสมณะได้ สมณะกระทำอย่างนี้จึงจะเข้าถึงแดนสวรรค์ได้ (ปัณฑรกนาคราชเมื่อจะขอชีวิต จึงกล่าวว่า)
๒๘๒มารดากอดสัมผัสบุตรอ่อนซึ่งเกิดแต่ตน แผ่ซ่านเรือนร่างทุกส่วนสัดปกป้องฉันใด ท่านผู้เป็นจอมแห่งนก ท่านจงปรากฏแก่ข้าพเจ้าแม้ฉันนั้น เหมือนมารดาเอ็นดูบุตร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๘๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘) (พญาครุฑเมื่อจะให้ชีวิตแก่ปัณฑรกนาคราช จึงกล่าวว่า)
๒๘๓เอาเถิด ท่านผู้มีลิ้นสองแฉก วันนี้ท่านจงพ้นจากการถูกฆ่า ธรรมดาลูกมี ๓ ประเภท คือ (๑) ลูกศิษย์ (๒) ลูกบุญธรรม (๓) ลูกในไส้ อย่างอื่นหามีไม่ ท่านจงยินดีเถิด ท่านได้เป็นบุตรประเภทหนึ่งของข้าพเจ้าแล้ว (พระศาสดาตรัสพระคาถาแล้วทรงประกาศความนั้นว่า)
๒๘๔พญาครุฑกล่าวอย่างนี้แล้ว ก็โผลงจับภาคพื้นปล่อยพญานาค กล่าวว่า วันนี้ท่านรอดพ้นภัยทั้งปวงแล้ว จงเป็นผู้มีข้าพเจ้าคุ้มครองทั้งทางบกทางน้ำเถิด
๒๘๕หมอผู้ฉลาดเป็นที่พึ่งของคนไข้ได้ฉันใด ห้วงน้ำเย็นเป็นที่พึ่งของคนผู้กระหายได้ฉันใด ที่พักเป็นที่พึ่งของคนผู้ถูกความเย็นเพราะหิมะรบกวนฉันใด แม้ข้าพเจ้าก็จะเป็นที่พึ่งของท่านฉันนั้น (พญาครุฑเห็นเหตุนั้นแล้ว จึงกล่าวว่า)
๒๘๖นี่พญานาคผู้เกิดในครรภ์ ท่านเชื่อมสัมพันธ์กับพญาครุฑ ผู้เกิดในฟองไข่ที่เป็นศัตรู ยังนอนแยกเขี้ยวอยู่ ภัยนั้นมีมาแต่ไหนหนอ (พญานาคกล่าวว่า)
๒๘๗ในศัตรูบุคคลพึงระแวงไว้ก่อน แม้ในมิตรก็ไม่พึงวางใจ ภัยที่เกิดขึ้นจากคนไม่มีภัยย่อมกัดกร่อนจนถึงโคนราก
๒๘๘บุคคลจะพึงวางใจในคนผู้เคยทำการทะเลาะกันมาแล้วได้ อย่างไรเล่า บุคคลผู้ดำรงอยู่ด้วยการเตรียมตัวอยู่เป็นนิตย์ ย่อมไม่ยินดีกับศัตรู {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๘๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘)
๒๘๙พึงทำให้ผู้อื่นวางใจตน แต่ตนเองไม่พึงวางใจเขา ไม่พึงให้ผู้อื่นระแวงตน แต่ตนพึงระแวงผู้อื่น วิญญูชนพึงพยายามโดยที่ผู้อื่นจะไม่รู้ความเป็นไปของตน (พระศาสดาทรงประกาศความนั้นว่า)
๒๙๐สัตว์ผู้ประเสริฐทั้ง ๒ นั้นมีเพศพรรณดุจเทพยดาสุขุมาลชาติ มีทรวดทรงสัณฐานและวัยงามเสมอกัน บริสุทธิ์ มีกองกุศลผลบุญ คลอเคลียกันไป เหมือนพาหนะเทียมด้วยม้า ได้เข้าไปหากรัมปิยอเจลก
๒๙๑ลำดับนั้นแล ปัณฑรกนาคราชได้เข้าไปหาอเจลก ตามลำพังตนเองแล้วได้กล่าวอย่างนี้ว่า วันนี้ ข้าพเจ้ารอดตาย ผ่านพ้นภัยทั้งปวงมาได้ คงไม่เป็นที่พอใจของท่านแน่นอน (อเจลกกล่าวว่า)
๒๙๒ก็พญาครุฑเป็นที่รักของเราอย่างแท้จริง ยิ่งกว่าปัณฑรกนาคราชโดยไม่ต้องสงสัย เรานั้นมีความรักใคร่ ทั้งๆ ที่รู้อยู่ ก็ได้กระทำกรรมชั่วช้านั้นลงไป หาทำไปเพราะความโง่เขลาไม่ (นาคราชกล่าวว่า)
๒๙๓ธรรมดาบรรพชิตผู้พิจารณาเห็นโลกนี้และโลกหน้า ย่อมจะไม่มีความคิดว่า สิ่งนี้เป็นที่รักของเรา หรือสิ่งนี้ไม่เป็นที่รักของเรา ก็ท่านเป็นผู้ไม่สำรวม แต่ประพฤติลวงชาวโลกนี้ด้วยเพศแห่งผู้มีความสำรวมด้วยดี
๒๙๔ท่านมิใช่พระอริยะ แต่ทำเหมือนพระอริยะ มิใช่คนสำรวม แต่ทำเหมือนคนสำรวม มีชาติต่ำทราม หาใช่ผู้ประเสริฐไม่ ได้ประพฤติชั่วช้าลามกเป็นอันมาก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๘๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๙. สัมพุลาชาดก (๕๑๙) (ครั้นตำหนิแล้วเมื่อจะสาป จึงกล่าวว่า)
๒๙๕เจ้าคนผู้มีนิสัยประทุษร้าย เจ้าเป็นคนประทุษร้ายมิตร ผู้ไม่ประทุษร้าย ทั้งเป็นคนพูดจาส่อเสียด ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอศีรษะของเจ้าจงแตก ๗ เสี่ยง (พระศาสดาทรงประกาศความที่พระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ จึงตรัสว่า)
๒๙๖เพราะเหตุนั้น บุคคลไม่ควรประทุษร้ายมิตร เพราะว่าคนอื่นที่จะเลวกว่าคนผู้ประทุษร้ายมิตรไม่มี อเจลกถูกสัตว์มีพิษสาปกำจัดลงแล้วในแผ่นดิน ทั้งๆ ที่ปฏิญญาว่า เรามีความสำรวม ก็ถูกทำลายแล้วด้วยคำของจอมนาคินทร์ ปัณฑรกนาคราชชาดกที่ ๘ จบ