อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ

ปฏิจจวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑–๑๖16 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อภิธมฺมปิฏเก ปฏฺฐานํ ตติโย ภาโค อนุโลมทุกปฏฺฐานํ ปุริมํ ---------- นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ เหตุทุกํ ปฏิจฺจวาโร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๒ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น เหตุทุกะ ปฏิจจวาร

ข้อ

เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อโลภํ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห อโทสํ ปฏิจฺจ อโลโภ อโมโห อโมหํ ปฏิจฺจ อโลโภ อโทโส โลภํ ปฏิจฺจ โมโห โมหํ ปฏิจฺจ โลโภ โทสํ ปฏิจฺจ โมโห โมหํ ปฏิจฺจ โทโส ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: อโลภํ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ {๑.๑} นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นเหตุํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นเหตู ขนฺเธ ปฏิจฺจ เหตู ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ เหตู ฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: นเหตุํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เหตุ จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เหตุ จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ เหตู สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ {๑.๒} เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อโลภญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ โลภญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ โมโห โทสญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ โมโห ปฏิสนฺธิกฺขเณ อโลภญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห ฯเปฯ เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: นเหตุํ เอกํ ขนฺธญฺจ เหตุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ เหตุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุญฺจ เหตุญฺจ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ {๑.๓} เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: นเหตุํ เอกํ ขนฺธญฺจ อโลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อโทโส อโมโห จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ อโลภญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา อโทโส อโมโห จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ นเหตุํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โมโห จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุญฺจ อโลภญฺจ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯเปฯ

เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ อโลภะ อโมหะ อาศัยอโทสะอโลภะ อโทสะ อาศัยอโมหะ โมหะ อาศัยโลภะ โลภะ อาศัยโทสะ โทสะอาศัยโมหะ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยเหตุธรรมในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ อโทสะ อโมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยอโลภะ พึงผูกจักรนัย โมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโลภะฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ เหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ เหตุธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นนเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ เหตุธรรมทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และเหตุธรรม และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ที่เป็นนเหตุธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ และเหตุธรรม และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ เหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายพึงผูกจักรนัย โมหะ อาศัยโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โมหะ อาศัยโทสะและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ และหทัยวัตถุ ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรมและเหตุธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ และเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ และเหตุธรรม เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อโทสะ อโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุธรรม และอโลภะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ อโทสะ อโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ และอโลภะ พึงผูกจักรนัย ขันธ์ ๓ และโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรมและโลภะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ อโทสะ อโมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ และอโลภะ ฯลฯ

ข้อ

เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา: รูปํ ฉฑฺเฑตฺวา อรูเปเยว นว ปญฺหา ฯ อธิปติปจฺจยา: ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ปริปุณฺณํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ อิทํ นานํ ฯ อนนฺตรปจฺจยา: สมนนฺตรปจฺจยา: สหชาตปจฺจยา: สพฺเพ มหาภูตา ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ อญฺญมญฺญปจฺจยา: นิสฺสยปจฺจยา: อุปนิสฺสยปจฺจยา: ปุเรชาตปจฺจยา: อาเสวนปจฺจยา: ทฺวีสุปิ ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ฯ กมฺมปจฺจยา: วิปากปจฺจยา: ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคตปจฺจยา: ฯ

เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย ทิ้งรูปภูมิเสีย พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๙ ในอรูปภูมิเท่านั้น เพราะอธิปติปัจจัย ปฏิสนธิไม่มี พึงกระทำให้บริบูรณ์ อาศัยมหาภูต-*รูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย นี้เป็นข้อที่ต่างกัน เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัยมีมหาภูตรูปทั้งหมดตลอดถึงอสัญญสัตว์ เพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัยเพราะปุเรชาตปัจจัย เพราะอาเสวนปัจจัย ปฏิสนธิไม่มี แม้ในภูมิทั้งสอง เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย

ข้อ

เหตุยา นว อารมฺมเณ นว สพฺพตฺถ นว อวิคเต นว ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ในเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙ ปัจจัยทั้งปวง มี " ๙ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙ พึงนับอย่างนี้อนุโลมปัฏฐาน จบ

ข้อ

นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ นเหตุํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ฯเปฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ

นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรมซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ เหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ

ข้อ

เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: เหตุํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: นเหตู ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ สพฺเพ มหาภูตา ฯ เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: เหตุญฺจ นเหตู จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นอธิปติปจฺจยา: ปริปุณฺณํ ฯ นอนนฺตรปจฺจยา: นสมนนฺตรปจฺจยา: นอญฺญมญฺญปจฺจยา: นอุปนิสฺสยปจฺจยา: ฯ

นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรมอาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูปทั้งหมด นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยเหตุธรรม และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุ-*ธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย พึงกระทำให้บริบูรณ์ ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัยไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญปัจจัย ไม่ใช่เพราะอุปนิสสย-*ปัจจัย

ข้อ

เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป อโลภํ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห โมหํ ปฏิจฺจ โลโภ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป เหตุํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา เหตุํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป อโลภํ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ {๖.๑} นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป นเหตุํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา นเหตู ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป นเหตู ขนฺเธ ปฏิจฺจ เหตู ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป นเหตุํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เหตู จ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ {๖.๒} เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป อโลภญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อโทโส อโมโห ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ อรูเป โลภญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ โมโห ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป นเหตุํ เอกํ ขนฺธญฺจ เหตุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ... นเหตู ขนฺเธ จ เหตุญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ จ นเหตุ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป นเหตุํ เอกํ ขนฺธญฺจ อโลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อโทโส อโมโห จ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ นเหตุํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โมโห จ ฯ จกฺกํ พนฺธิตพฺพํ ฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ

เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ พึงผูกจักรนัย โมหะ อาศัยโลภะ โลภะ อาศัยโมหะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยเหตุธรรม จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ อโทสะ อโมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยอโลภะพึงผูกจักรนัย โมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโลภะ พึงผูกจักรนัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ เหตุธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรมในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ และนเหตุธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายพึงผูกจักรนัย ในอรูปภูมิ โมหะ อาศัยโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายพึงผูกจักรนัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรมและเหตุธรรมฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม และนเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรมและนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ และอโทสะ อโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และอโลภะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ พึงผูกจักรนัย ขันธ์ ๓ และโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และโลภะพึงผูกจักรนัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

ข้อ

เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปจฺฉาชาตปจฺจยา: ฯ ... นอาเสวนปจฺจยา: ฯ

เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย

ข้อ

เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: เหตุํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: นเหตู ขนฺเธ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... ฯ เหตุญฺจ นเหตุญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: เหตุญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ

นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยเหตุธรรม นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย

ข้อ

เหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา: นว ฯ

เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย มี ๙ นัย

ข้อ ๑๐

นเหตุํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาหารปจฺจยา: พาหิรํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา ฯเปฯ มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ

นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย

ข้อ ๑๑

... นอินฺทฺริยปจฺจยา: พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทารูปํ อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปฏิจฺจ รูปชีวิตินฺทฺริยํ ฯ

ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป มหา-*ภูตรูป ๑ ฯลฯ อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ส่วนพวกอสัญญสัตว์ รูปชีวิตินทรีย์ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย

ข้อ ๑๒

... นฌานปจฺจยา: ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ฯเปฯ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ฯเปฯ

ฯลฯ ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหาร-*สมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ

ข้อ ๑๓

... นมคฺคปจฺจยา: อเหตุกํ นเหตุํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ... พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ฯเปฯ นสมฺปยุตฺตปจฺจยา: นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา: นปุเรชาตสทิสํ อรูปปญฺหาเยว ฯ โนนตฺถิปจฺจยา: โนวิคตปจฺจยา: ฯ

ฯลฯ ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกธรรม ฯลฯ ในอเหตุก-*ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูปฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ ฯลฯ ไม่ใช่เพราะสัมปยุตตปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัยเหมือนที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ในอรูปภูมิเท่านั้น ฯลฯ ไม่ใช่เพราะนัตถิปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย

ข้อ ๑๔

นเหตุยา เทฺว นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา นว นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นอญฺญมญฺเญ ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต นว นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต นว โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓ปัจจนียะ จบ

ข้อ ๑๕

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ... นอธิปติยา นว นอนนฺตเร ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก นว นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต นว โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓อนุโลมปัจจนียะ จบ

ข้อ ๑๖

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺว ... อนนฺตเร เทฺว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... กมฺเม เทฺว วิปาเก เอกํ อาหาเร เทฺว อินฺทฺริเย เทฺว ฌาเน เทฺว มคฺเค เอกํ สมฺปยุตฺเต เทฺว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... อวิคเต เทฺว ฯ ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ สหชาตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ ปจฺจยวาโรปิ นิสฺสยวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิสาเยว ปญฺหา มหาภูเตสุ นิฏฺฐิเตสุ วตฺถุํ ปจฺจยาติ กาตพฺพา ปญฺจายตนานิ อนุโลเมปิ ปจฺจนีเยปิ ยถา ลพฺภนฺติ ตถา กาตพฺพา ฯ สํสฏฺฐวาโรปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ ปริปุณฺณา รูปํ นตฺถิ อรูปเมว ฯ

ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๒ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ฯลฯ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มีหัวข้อปัจจัย ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ปัจจนียานุโลม จบ แม้สหชาตวาร ก็เหมือนกับปฏิจจวาร ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร หัวข้อปัจจัย เมื่อมหา-*ภูตรูปทั้งหลายจบแล้ว พึงกระทำว่า "อาศัยหทัยวัตถุ" อายตนะ ๕ ย่อมได้ในอนุโลมก็ดี ในปัจจนียะก็ดี ฉันใด พึงกระทำฉันนั้น สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตต-*วารก็ดี พึงทำให้บริบูรณ์ รูปภูมิไม่มี มีแต่อรูปภูมิเท่านั้น

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม ทุกปัฏฐาน _____________ ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ๑. เหตุโคจฉกะ ๑. เหตุทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ อโทสะ อโมหะอาศัยอโลภะเกิดขึ้น อโลภะ อโมหะอาศัยอโทสะเกิดขึ้น อโลภะอโทสะอาศัยอโมหะเกิดขึ้น โมหะอาศัยโลภะเกิดขึ้น โลภะอาศัยโมหะเกิดขึ้น โมหะอาศัยโทสะเกิดขึ้น โทสะอาศัยโมหะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุเกิดขึ้น ในปฏิสนธิ-ขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ อโทสะ อโมหะ สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยอโลภะเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) โมหะ สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยโลภะเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑. เหตุทุกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่เหตุอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เหตุอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เหตุและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ เหตุและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ เหตุและสัมปยุตตขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)

ข้อ

สภาวธรรมที่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ อโทสะ อโมหะอาศัยอโลภะและสัมปยุตตขันธ์เกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) โมหะอาศัยโลภะและสัมปยุตตขันธ์เกิดขึ้น โมหะอาศัยโทสะและสัมปยุตตขันธ์เกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อโทสะ อโมหะอาศัยอโลภะและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุและอาศัยเหตุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ และเหตุเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์อาศัยหทัยวัตถุและเหตุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อโทสะ อโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุและอาศัยอโลภะเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อโทสะ อโมหะและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ และอโลภะเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) ขันธ์ ๓โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุและอาศัยโลภะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อโทสะ อโมหะ และสัมปยุตตขันธ์อาศัยหทัยวัตถุและอโลภะเกิดขึ้น (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑. เหตุทุกะ ๑. ปฏิจจวาร อารัมมณปัจจัยเป็นต้น

ข้อ

สภาวธรรมที่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะอารัมมณ-ปัจจัย (เว้นรูปเสียแล้ว อรูปเท่านั้น มี ๙ วาระ) เพราะอธิปติปัจจัย (ไม่มีปฏิสนธิบริบูรณ์แล้ว) ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (นี้เป็นข้อแตกต่างกัน) เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัยเพราะสหชาตปัจจัย (พึงเพิ่มมหาภูตรูปทั้งหมดจนถึงอสัญญสัตตพรหม) เพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัยเพราะอาเสวนปัจจัย (ทั้ง ๒ วาระ ไม่มีปฏิสนธิ) เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปาก-ปัจจัย (ย่อ) เพราะอวิคตปัจจัย ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

ข้อ

เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ) อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนเหตุ-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุซึ่งไม่มีเหตุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตต-พรหม ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑. เหตุทุกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๒) นอารัมมณปัจจัยเป็นต้น

ข้อ

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณ-ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยเหตุเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณ-ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ มหาภูตรูปทั้งหมด ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ เพราะนอธิปติปัจจัย (บริบูรณ์แล้ว) เพราะนอนันตรปัจจัยเพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอัญญมัญญปัจจัย เพราะนอุปนิสสยปัจจัยนปุเรชาตปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัยได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ อโทสะ อโมหะอาศัยอโลภะเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย)โมหะอาศัยโลภะเกิดขึ้น โลภะอาศัยโมหะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัยได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ สัมปยุตตขันธ์อาศัยเหตุเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยเหตุเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ อโทสะ อโมหะ และสัมปยุตตขันธ์อาศัยอโลภะเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) โมหะและสัมปยุตตขันธ์อาศัยโลภะเกิดขึ้น(พึงผูกเป็นจักกนัย) ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑. เหตุทุกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนปุเร-ชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัยได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ เหตุอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ และเหตุอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

ข้อ ๑๐

สภาวธรรมที่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ อโทสะ อโมหะอาศัยอโลภะและสัมปยุตตขันธ์เกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) ในอรูปาวจรภูมิ โมหะอาศัยโลภะและสัมปยุตตขันธ์เกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุและอาศัยเหตุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุและอาศัยเหตุเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยเหตุและมหาภูตรูปเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อโทสะและอโมหะอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุและอาศัยอโลภะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (พึงผูกเป็นจักกนัย) ขันธ์ ๓ และโมหะอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุและอาศัยโลภะเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓) นปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๑๑

สภาวธรรมที่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนปัจฉาชาต-ปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑. เหตุทุกะ ๑. ปฏิจจวาร นกัมมปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๑๒

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนกัมม-ปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตเจตนาอาศัยเหตุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัยได้แก่ สัมปยุตตเจตนาอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตเจตนาอาศัยเหตุและสัมปยุตตขันธ์เกิดขึ้น สภาวธรรมที่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย มี๙ วาระ (๑) นอาหารปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๑๓

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเกิดขึ้นเพราะ นอาหารปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... เพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น สำหรับเหล่าอสัญญสัตต-พรหม รูปชีวิตินทรีย์อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ปัญจวิญญาณ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ เพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นเหตุ ซึ่งไม่มีเหตุ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ เพราะนสัมปยุตต-ปัจจัย เพราะนวิปปยุตตปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับนปุเรชาตปัจจัย มีวาระในอรูปเท่านั้น) เพราะโนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑. เหตุทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๑๔

นเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียะ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑. เหตุทุกะ ๑. ปฏิจจวาร ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย

ข้อ ๑๕

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๙ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระอนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย

ข้อ ๑๖

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ กัมมปัจจัย ” มี ๒ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๒ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๒ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๑. เหตุทุกะ ๗. ปัญหาวาร มัคคปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ ปัจจนียานุโลม จบ (สหชาตวาร ปัจจยวาร และนิสสยวาร มีวาระเหมือนกับปฏิจจวารนั่นเองเมื่อจบมหาภูตรูปแล้ว พึงเพิ่มคำว่า “ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัย” พึงเพิ่มให้เหมือนกับอายตนะ ๕ ที่ได้ทั้งในอนุโลมและปัจจนียะ สังสัฏฐวารและสัมปยุตตวาร บริบูรณ์แล้วรูปไม่มี มีแต่อรูปอย่างเดียว)

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาทุกปัฏฐาน เหตุทุกะเป็นต้น

แม้ในทุกปัฏฐาน ผู้ศึกษาพึงทราบปัญหาวิสัชนาและการนับในทุกะทั้งหมด ตามนัยที่กล่าวมาแล้วในบาลีนั่นเอง.

อีกอย่างหนึ่ง ในทุกปัฏฐานนี้ การวิสัชนาสเหตุทุกะและเหตุสัมปยุตตทุกะ เหมือนกับการวิสัชนาเหตุทุกะ. เหตุและสเหตุกเหตุ แห่งเหตุ สัมปยุตตทุกะและสัปปัจจยทุกะ สังขตทุกะ ก็เหมือนกันฯ.

คำนี้ว่า อิมํ ทุกํ ยถา สปฺปจฺจยทุกํ เอวํ กาตพฺพํ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ เพราะแม้สังขตธรรมย่อมประกอบร่วมกับอสังขตธรรมไม่ได้. เหมือนสัปปัจจยธรรมประกอบกับอัปปัจจยธรรมไม่ได้ฉะนั้น สารัมมณทุกะ จิตตสัมปยุตตทุกะและสังสัฏฐทุกะ มีวิสัชนาเหมือนกับอาสวโคจฉกะ โอฆโคจฉกะและโยคโคจฉกะ ซึ่งเหมือนกัน เพราะว่าธรรม ๓ เหล่านี้มีวิสัชนาเหมือนกัน.

อรรถกถาเหตุทุกะเป็นต้น จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 1 จาก 16 ข้อ (ตั้งแต่ i9)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา