ศาสนา · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๒๖
๗. ธนปาลเสฏฐิเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. ธนปาลเสฏฐิเปตวัตถุ เรื่องธนปาลเศรษฐีเปรต (พวกพ่อค้าถามเปรตตนหนึ่งว่า)
๒๒๗แน่ะเพื่อนยาก ท่านเปลือยกาย มีผิวพรรณและรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ซูบผอม มีร่างกายสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น มีแต่ซี่โครงผุดขึ้น มีร่างกายซูบผอม ท่านเป็นใครกันหนอ (เปรตนั้นตอบว่า)
๒๒๘ผู้เจริญทั้งหลาย ข้าพเจ้าเกิดเป็นเปรตในยมโลก ได้รับความลำบาก เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๐๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๗. ธนปาลเสฏฐิเปตวัตถุ (พวกพ่อค้าถามว่า)
๒๒๙ท่านได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไร ท่านจึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (เปรตนั้นตอบว่า)
๒๓๐มีพระนครของพระเจ้าทสันนราช ปรากฏชื่อว่า เอรกัจฉะ เมื่อก่อนข้าพเจ้าเป็นเศรษฐีอยู่ในนครนั้น ชนทั้งหลายเรียกข้าพเจ้าว่า ธนปาลเศรษฐี
๒๓๑ข้าพเจ้ามีเงิน ๘๐ เล่มเกวียน ทองคำ แก้วมุกดา แก้วไพฑูรย์ ก็มีมากมาย
๒๓๒แม้ข้าพเจ้าจะมีทรัพย์มากมายถึงเพียงนั้น ก็ไม่พอใจที่จะให้ทาน ปิดประตูเรือนแล้ว จึงบริโภคอาหาร ด้วยคิดว่า พวกยาจกอย่าได้เห็นเรา
๒๓๓ข้าพเจ้าไม่มีศรัทธา เป็นคนตระหนี่ กระด้าง ได้ด่าพวกคนที่ให้ทาน ทำบุญ และห้ามชนเป็นจำนวนมากที่ให้ทานทำบุญ
๒๓๔ด้วยคำว่า ผลแห่งทานไม่มี ผลแห่งความสำรวมจักมีแต่ที่ไหน จึงทำลายสระน้ำ บ่อน้ำ ที่เขาขุดไว้ ทำลายสวนดอกไม้ สวนผลไม้ ศาลาน้ำดื่ม และสะพานในที่เดินลำบากให้พินาศ
๒๓๕ข้าพเจ้านั้นไม่ได้ทำความดี ทำแต่ความชั่วไว้ เคลื่อนจากมนุษยโลกนั้นแล้วจึงเกิดในแดนเปรต มีแต่ความหิวกระหาย
๒๓๖ตลอด ๕๐ ปี ตั้งแต่ข้าพเจ้าตายแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวและดื่มน้ำเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๐๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๗. ธนปาลเสฏฐิเปตวัตถุ
๒๓๗ความหวงแหนทรัพย์เป็นความพินาศ ความพินาศก็คือความหวงแหนทรัพย์ ได้ยินว่า เปรตทั้งหลายก็รู้ว่าความหวงแหนทรัพย์เป็นความพินาศ
๒๓๘เมื่อชาติก่อน ข้าพเจ้าหวงแหนทรัพย์ เมื่อทรัพย์มีอยู่เป็นจำนวนมากก็ไม่ได้ให้ทาน เมื่อไทยธรรมมีอยู่ก็ไม่ได้ทำที่พึ่งแก่ตน ข้าพเจ้านั้นได้รับผลกรรมของตน จึงเดือดร้อนในภายหลัง
๒๓๙พ้นจาก ๔ เดือนไปแล้ว ข้าพเจ้าจักตาย จักตกนรกอันเร่าร้อนแสนสาหัส
๒๔๐นรกนั้นมี ๔ เหลี่ยม มีประตู ๔ ด้าน กรรมสร้างจำแนกไว้เป็นส่วนๆ ล้อมรอบด้วยกำแพงเหล็ก ครอบไว้ด้วยแผ่นเหล็ก
๒๔๑พื้นนรกนั้นล้วนเป็นเหล็กแดงลุกเป็นเปลวเพลิง ประกอบด้วยความร้อน แผ่ไปรอบตลอดร้อยโยชน์อยู่ตลอดกาล
๒๔๒ข้าพเจ้าจักต้องเสวยทุกขเวทนาในมหานรกนั้นยาวนาน ด้วยว่าการเสวยทุกข์เช่นนี้เป็นผลกรรมชั่ว เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงเศร้าโศกอย่างหนัก
๒๔๓ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าขอเตือนท่านทั้งหลาย ขอความเจริญจงมีแก่ท่านทั้งหลายผู้มาประชุมกันในที่นี้ พวกท่านอย่าได้ทำกรรมชั่วทั้งในที่แจ้งหรือที่ลับ
๒๔๔ถ้าพวกท่านจักทำกรรมชั่วนั้นหรือกำลังทำอยู่ แม้พวกท่านจะเหาะหนีไปก็ไม่พ้นจากทุกข์ได้
๒๔๕ขอท่านทั้งหลายจงเกื้อกูลมารดา จงเกื้อกูลบิดา ประพฤติอ่อนน้อมต่อท่านผู้ใหญ่ในสกุล เป็นผู้เกื้อกูลสมณะ เกื้อกูลพราหมณ์ ด้วยการปฏิบัติอย่างนี้ ท่านทั้งหลายจักไปสู่สวรรค์ ธนปาลกเสฏฐิเปตวัตถุที่ ๗ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๐๖}