๗. หาลิททกานิสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๒๐๑เอกํ สมยํ อายสฺมา มหากจฺจาโน อวนฺตีสุ วิหรติ กุลฆเร สํปวตฺเต ปพฺพเต ฯ อถ โข หาลิทฺทกานิ คหปติ เยนายสฺมา มหากจฺจาโน เตนุปสงฺกมิ ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข หาลิทฺทกานิ คหปติ อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ เอตทโวจ วุตฺตมิทํ ภนฺเต ภควตา ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ผสฺสนานตฺตํ ผสฺสนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เวทนานานตฺตนฺติ ฯ กถํ นุ โข ภนฺเต ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ผสฺสนานตฺตํ ผสฺสนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เวทนานานตฺตนฺติ ฯ
๒๐๒อิธ คหปติ ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา มนาปํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาติ จกฺขุวิญฺญาณํ สุขเวทนิยํ จ สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา ฯ จกฺขุนา จ โข ปเนวํ รูปํ ทิสฺวา อมนาปํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาติ จกฺขุวิญฺญาณํ ทุกฺขเวทนิยํ จ ทุกฺขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา ฯ จกฺขุนา โข ปเนวํ รูปํ ทิสฺวา อุเปกฺขฏฺฐนิยํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาติ จกฺขุวิญฺญาณํ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ จ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา ฯ {๒๐๒.๑} ปุน จปรํ คหปติ ภิกฺขุ โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฯ ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา ฯ ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา ฯ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา ฯ มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย มนาปํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาติ มโนวิญฺญาณํ สุขเวทนิยํ จ สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา ฯ มนสา โข ปเนวํ ธมฺมํ วิญฺญาย อมนาปํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาติ มโนวิญฺญาณํ ทุกฺขเวทนิยํ จ ทุกฺขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา ฯ มนสา โข ปเนวํ ธมฺมํ วิญฺญาย อุเปกฺขฏฺฐานิยํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาติ มโนวิญฺญาณํ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ จ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา ฯ เอวํ โข คหปติ ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ผสฺสนานตฺตํ ผสฺสนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เวทนานานตฺตนฺติ ฯ สตฺตมํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. หาลิททกานิสูตร ว่าด้วยหาลิททกานิคหบดี
สมัยหนึ่ง ท่านพระมหากัจจานะอยู่ที่เรือนตระกูลใกล้ภูเขาสังปวัตตะ แคว้นอวันตี ครั้งนั้นแล หาลิททกานิคหบดีเข้าไปหาท่านพระมหากัจจานะถึงที่อยู่ฯลฯ นั่ง ณ ที่สมควร ได้เรียนถามท่านพระมหากัจจานะดังนี้ว่า “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดังนี้ว่า ‘เพราะอาศัยธาตุต่างๆผัสสะต่างๆ จึงเกิด เพราะอาศัยผัสสะต่างๆ เวทนาต่างๆ จึงเกิด’ เพราะอาศัยธาตุต่างๆ ผัสสะต่างๆ จึงเกิด เพราะอาศัยผัสสะต่างๆ เวทนาต่างๆ จึงเกิดเป็นอย่างไร” ท่านพระมหากัจจานะตอบว่า “คหบดี คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เห็นรูปทางตาแล้วรู้ชัดว่า ‘รูปอย่างนี้ น่าพอใจ’ เพราะอาศัยจักขุวิญญาณและผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา สุขเวทนาจึงเกิด อนึ่ง ภิกษุเห็นรูปทางตาอย่างนั้นแล้วรู้ชัดว่า ‘รูปอย่างนี้ไม่น่าพอใจ’ เพราะอาศัยจักขุวิญญาณและผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ทุกขเวทนาจึงเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๕๗}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๓. ตติยปัณณาสก์ ๓. คหปติวรรค ๗. หาลิททกานิสูตร อนึ่ง ภิกษุเห็นรูปทางตาอย่างนั้นแล้วรู้ชัดว่า ‘รูปอย่างนี้เป็นที่ตั้งแห่ง อุเบกขา’ เพราะอาศัยจักขุวิญญาณและผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งอทุกขมสุขเวทนา อทุกขม-สุขเวทนาจึงเกิด อีกประการหนึ่ง ภิกษุฟังเสียงทางหู ฯลฯ ดมกลิ่นทางจมูก ฯลฯ ลิ้มรสทางลิ้น ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะทางกาย ฯลฯ รู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจแล้วรู้ชัดว่า ‘ธรรมารมณ์อย่างนี้น่าพอใจ’ เพราะอาศัยมโนวิญญาณและผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา สุขเวทนาจึงเกิด อนึ่ง ภิกษุรู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจอย่างนั้นแล้วรู้ชัดว่า ‘ธรรมารมณ์อย่างนี้ไม่น่าพอใจ’ เพราะอาศัยมโนวิญญาณและผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ทุกขเวทนาจึงเกิด อนึ่ง ภิกษุรู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจอย่างนั้นแล้วรู้ชัดว่า ‘ธรรมารมณ์อย่างนี้เป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา’ เพราะอาศัยมโนวิญญาณและผัสสะซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งอทุกขมสุขเวทนา อทุกขม-สุขเวทนาจึงเกิด คหบดี เพราะอาศัยธาตุต่างๆ ผัสสะต่างๆ จึงเกิด เพราะอาศัยผัสสะต่างๆเวทนาต่างๆ จึงเกิดเป็นอย่างนี้แล” หาลิททกานิสูตรที่ ๗ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๕๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาหาลิททกานิสูตรที่ ๗
ในหาลิททกานิสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า มนาปํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาติ ภิกษุย่อมรู้ชัดรูปที่น่าชอบใจ ที่ใจเห็นแล้วว่ารูปนั้นย่อมเป็นอย่างนั้น รูปนั้นเป็นอย่างนั้น รูปนั้นน่าชอบใจเหมือนกัน.
บทว่า จกฺขุวิญฺญาณํ สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ ความว่า จักขุวิญญาณและผัสสะใดอันเป็นปัจจัยแก่สุขเวทนา โดยที่สุดแห่งอุปนิสสยปัจจัย หรือโดยที่สุดแห่งอนันตรปัจจัย หรือโดยที่สุดแห่งสมนันตรปัจจัย หรือโดยที่สุดแห่งสัมปยุตตปัจจัย คือ สุขเวทนาย่อมเกิดขึ้น เพราะอาศัยจักขุวิญญาณและผัสสะที่เสวยสุขเวทนานั้น.
ในบททั้งปวงก็นัยนี้.
เพราะเหตุนั้น ในสูตรทั้งสองเหล่านี้ พึงทราบว่า ท่านกล่าวกิริยามโนวิญญาณธาตุว่า ทำอาวัชชนกิจ หรือว่าท่านกล่าวมโนธาตุเท่านั้น โดยชื่อว่ามโนธาตุเสมอกัน.
จบอรรถกถาหาลิททกานิสูตรที่ ๗ -----------------------------------------------------