วรรคที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อสงฺขตสํยุตฺตสฺส ปฐมวคฺโค
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อสังขตสังยุตต์ วรรคที่ ๑
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ อสงฺขตญฺจ โว ภิกฺขเว เทสิสฺสามิ อสงฺขตคามิญฺจ มคฺคํ ตํ สุณาถ ฯ กตมญฺจ ภิกฺขเว อสงฺขตํ ฯ โย ภิกฺขเว ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย ฯ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสงฺขตํ ฯ กตโม จ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ กายคตาสติ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ อิติ โข ภิกฺขเว เทสิตํ โว มยา อสงฺขตํ เทสิโต อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ ยํ ภิกฺขเว สตฺถารา กรณียํ สาวกานํ หิเตสินา อนุกมฺปเกน อนุกมฺปํ อุปาทาย กตํ โว ตํ มยา ฯ เอตานิ ภิกฺขเว รุกฺขมูลานิ เอตานิ สุญฺญาคารานิ ฯ ฌายถ ภิกฺขเว มา ปมาทตฺถ มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสาริโน อหุวตฺถ ฯ อยํ โว อมฺหากํ อนุสาสนีติ ฯ
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นทูลรับพระผู้มี-*พระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจะแสดงอสังขตะและทางที่จะให้ถึงอสังขตะแก่ท่านทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ดูกรภิกษุทั้งหลายก็อสังขตะเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่าอสังขตะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉนกายคตาสติ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสังขตะเราแสดงแล้วแก่เธอทั้งหลาย ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเราแสดงแล้วแก่เธอทั้งหลาย ดังนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย กิจใดอันศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล ผู้อนุเคราะห์พึงกระทำแก่สาวกทั้งหลาย กิจนั้นอันเราอาศัยความอนุเคราะห์ กระทำแล้วแก่เธอทั้งหลาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเพ่ง อย่าประมาท อย่าได้เป็นผู้เดือดร้อนในภายหลังเลย นี้เป็นอนุศาสนีของเราเพื่อเธอทั้งหลาย ฯ
อสงฺขตญฺจ โว ภิกฺขเว เทสิสฺสามิ อสงฺขตคามิญฺจ มคฺคํ ตํ สุณาถ ฯ กตมญฺจ ภิกฺขเว อสงฺขตํ ฯ โย ภิกฺขเว ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย ฯ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสงฺขตํ ฯ กตโม จ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ สมโถ จ วิปสฺสนา จ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯเปฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจะแสดงอสังขตะและทางที่จะให้ถึงอสังขตะแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสังขตะเป็นไฉนดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ นี้เรียกว่าอสังขตะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน สมถะและวิปัสสนา นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯลฯ
กตโม จ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ สวิตกฺกสวิจาโร สมาธิ อวิตกฺกวิจารมตฺโต สมาธิ อวิตกฺกอวิจาโร สมาธิ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน สมาธิที่มีทั้งวิตกวิจาร สมาธิที่ไม่มีวิตก มีแต่วิจาร สมาธิที่ไม่มีทั้งวิตกวิจาร นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
กตโม จ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ สุญฺญโต สมาธิ อนิมิตฺโต สมาธิ อปฺปณิหิโต สมาธิ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน สุญญต- *สมาธิ อนิมิตตสมาธิ อัปปณิหิตสมาธิ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
กตโม จ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน สติปัฏ- *ฐาน ๔ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
กตโม จ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน สัมมัป- *ปธาน ๔ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
กตโม จ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน อิทธิบาท ๔ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
กตโม จ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ ปญฺจินฺทฺริยานิ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน อินทรีย์ ๕ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
กตโม จ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ ปญฺจ พลานิ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน พละ ๕ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
กตโม จ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ สตฺต โพชฺฌงฺคา ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน โพชฌงค์ ๗ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
กตโม จ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ อิติ โข ภิกฺขเว เทสิตํ โว มยา อสงฺขตํ เทสิโต อสงฺขตคามิมคฺโค ฯ ยํ ภิกฺขเว สตฺถารา กรณียํ สาวกานํ หิเตสินา อนุกมฺปเกน อนุกมฺปํ อุปาทาย กตํ โว ตํ มยา ฯ เอตานิ ภิกฺขเว รุกฺขมูลานิ เอตานิ สุญฺญาคารานิ ฯ ฌายถ ภิกฺขเว มา ปมาทตฺถ มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสาริโน อหุวตฺถ ฯ อยํ โว อมฺหากํ อนุสาสนีติ ฯ นิพฺพานสํยุตฺตสฺส ปฐโม วคฺโค ฯ ตสฺสุทฺทานํ กาโย สมโถ วิตกฺโก สุญฺญตา สติปฏฺฐานา สมฺมปฺปธานา อิทฺธิปาทา อินฺทฺริยา พลโพชฺฌงฺคา มคฺเคน เอกาทสมํ ทสุทฺทานํ ปวุจฺจติ ฯ ---------
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน อริยมรรค ประกอบด้วยองค์ ๘ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสังขตะเราแสดงแล้วแก่เธอทั้งหลาย ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเราแสดงแล้วแก่เธอทั้งหลาย ดังนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย กิจใดอันศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล ผู้อนุเคราะห์พึงกระทำแก่สาวกทั้งหลาย กิจนั้นเราอาศัยความอนุเคราะห์กระทำแล้วแก่เธอทั้งหลาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้นั่นเรือนว่าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเพ่ง อย่าประมาท อย่าได้เป็นผู้เดือดร้อนในภายหลังเลย นี้เป็นอนุศาสนีของเราเพื่อเธอทั้งหลาย ฯ จบนิพพานสังยุตต์ ปฐมวรรค -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. กายคตาสติสูตร ๒. สมถวิปัสสนาสูตร ๓. วิตักกสูตร ๔. สุญญต-*สูตร ๕. สติปัฏฐานสูตร ๖. สัมมัปปธานสูตร ๗. อิทธิปาทสูตร๘. อินทรียสูตร ๙. พลสูตร ๑๐. โพชฌงคสูตร ๑๑. มรรคสูตร-----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๙. อสังขตสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๑. กายคตาสติสูตร ๙. อสังขตสังยุต ๑. ปฐมวรรค หมวดที่ ๑ ๑. กายคตาสติสูตร ว่าด้วยกายคตาสติ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิก-เศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอสังขตธรรม (สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้) และทางที่ให้ถึงอสังขตธรรมแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง อสังขตธรรม คืออะไร คือ ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ และความสิ้นโมหะ นี้เราเรียกว่า อสังขตธรรม ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร คือ กายคตาสติ นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม อสังขตธรรมเราได้แสดงแล้วและทางที่ให้ถึงอสังขตธรรมเราได้แสดงแล้วแก่เธอทั้งหลายอย่างนี้ กิจใดที่ศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล ผู้อนุเคราะห์ พึงอาศัยความอนุเคราะห์กระทำแก่สาวกทั้งหลาย กิจนั้นเราก็ได้กระทำแล้วแก่เธอทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง เธอทั้งหลายจงเพ่งพินิจ อย่าประมาทอย่าได้มีความร้อนใจในภายหลัง นี้เป็นคำพร่ำสอนสำหรับเธอทั้งหลายของเรา”กายคตาสติสูตรที่ ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๔๔๘}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๙. อสังขตสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๔. สุญญตสมาธิสูตร ๒. สมถวิปัสสนาสูตร ว่าด้วยสมถะและวิปัสสนา
“ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอสังขตธรรมและทางที่ให้ถึงอสังขตธรรมแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง อสังขตธรรม คืออะไร คือ ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ และความสิ้นโมหะ นี้เราเรียกว่า อสังขตธรรม ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร คือ สมถะและวิปัสสนา นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ สมถวิปัสสนาสูตรที่ ๒ จบ ๓. สวิตักกสวิจารสูตร ว่าด้วยสวิตักกสวิจารสมาธิ
“ภิกษุทั้งหลาย ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร คือ สวิตักกสวิจารสมาธิ (สมาธิที่มีวิตกวิจาร) อวิตักกวิจารสมาธิ (สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร) อวิตักกอวิจารสมาธิ (สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร) นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ สวิตักกสวิจารสูตรที่ ๓ จบ ๔. สุญญตสมาธิสูตร ว่าด้วยสุญญตสมาธิ
“ภิกษุทั้งหลาย ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๔๔๙}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๙. อสังขตสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๗. อิทธิปาทสูตร คือ สุญญตสมาธิ (สมาธิพิจารณาความว่าง) อนิมิตตสมาธิ (สมาธิพิจารณาธรรมไม่มีนิมิต) อัปปณิหิตสมาธิ (สมาธิพิจารณาธรรมไม่มีความตั้งปรารถนา) นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ สุญญตสมาธิสูตรที่ ๔ จบ ๕. สติปัฏฐานสูตร ว่าด้วยสติปัฏฐาน
“ภิกษุทั้งหลาย ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร คือ สติปัฏฐาน ๔ นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ สติปัฏฐานสูตรที่ ๕ จบ ๖. สัมมัปปธานสูตร ว่าด้วยสัมมัปปธาน
“ภิกษุทั้งหลาย ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร คือ สัมมัปปธาน ๔ นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ สัมมัปปธานสูตรที่ ๖ จบ ๗. อิทธิปาทสูตร ว่าด้วยอิทธิบาท
“ภิกษุทั้งหลาย ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร คือ อิทธิบาท ๔ นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ อิทธิปาทสูตรที่ ๗ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๔๕๐}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๙. อสังขตสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๑๑. มัคคังคสูตร ๘. อินทริยสูตร ว่าด้วยอินทรีย์
“ภิกษุทั้งหลาย ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร คือ อินทรีย์ ๕ นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ อินทริยสูตรที่ ๘ จบ ๙. พลสูตร ว่าด้วยพละ
“ภิกษุทั้งหลาย ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร คือ พละ ๕ นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ พลสูตรที่ ๙ จบ ๑๐. โพชฌังคสูตร ว่าด้วยโพชฌงค์
“ภิกษุทั้งหลาย ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร คือ โพชฌงค์ ๗ นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ โพชฌังคสูตรที่ ๑๐ จบ ๑๑. มัคคังคสูตร ว่าด้วยองค์แห่งมรรค
“ภิกษุทั้งหลาย ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๔๕๑}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๙. อสังขตสังยุต] ๑. ปฐมวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค อสังขตธรรมเราได้แสดงแล้วและทางที่ให้ถึงอสังขตธรรมเราได้แสดงแล้วแก่เธอทั้งหลายอย่างนี้ กิจใดที่ศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล ผู้อนุเคราะห์ พึงอาศัยความอนุเคราะห์กระทำแก่สาวกทั้งหลาย กิจนั้นเราก็ได้กระทำแล้วแก่เธอทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง เธอทั้งหลายจงเพ่งพินิจ อย่าประมาทอย่าได้มีความร้อนใจในภายหลัง นี้เป็นคำพร่ำสอนสำหรับเธอทั้งหลายของเรา”มัคคังคสูตรที่ ๑๑ จบ ปฐมวรรคแห่งสังยุต จบบริบูรณ์ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. กายคตาสติสูตร ๒. สมถวิปัสสนาสูตร ๓. สวิตักกสวิจารสูตร ๔. สุญญตสมาธิสูตร ๕. สติปัฏฐานสูตร ๖. สัมมัปปธานสูตร ๗. อิทธิปาทสูตร ๘. อินทริยสูตร ๙. พลสูตร ๑๐. โพชฌังคสูตร ๑๑. มัคคังคสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๔๕๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อสังขตสังยุตต์ อรรถกถาวรรคที่ ๑
บทว่า อสงฺขตํ ได้แก่ อันปัจจัยไม่กระทำแล้ว.
บทว่า หิเตสินา แปลว่า ผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล.
บทว่า อนุกมฺปเกน แปลว่า อนุเคราะห์อยู่.
บทว่า อนุกมฺปํ อุปาทาย ความว่า กำหนดด้วยจิตคิดช่วยเหลือ. ท่านอธิบายว่า อาศัย ดังนี้ก็มี.
บทว่า กตํ โว ตํ มยา ความว่า ศาสดาเมื่อแสดงอสังขตะและทางแห่งอสังขตะนี้ ชื่อว่าทำกิจแก่เธอทั้งหลายแล้ว กิจคือการแสดงธรรมไม่วิปริตของศาสดาผู้อนุเคราะห์ ก็เพียงนี้เท่านั้น.
ส่วนการปฏิบัติต่อจากนี้ เป็นกิจของสาวกทั้งหลาย.
ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เอตานิ ภิกฺขเว รุกฺขมูลานิ ฯเปฯ อมฺหากํ อนุสาสนี ดังนี้ ด้วยบทนี้ ทรงแสดงเสนาสนะคือโคนไม้.
ด้วยบทว่า สุญฺญาคารานิ นี้ ทรงแสดงสถานที่ที่สงัดจากชนและด้วยบททั้งสองทรงบอกเสนาสนะที่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรทางกายและใจ ชื่อว่าทรงมอบมรดกให้.
บทว่า ฌายถ ความว่า จงเข้าไปเพ่งอารมณ์ ๓๘ ด้วยอารัมมณูปนิชฌาน และเพ่งขันธ์และอายตนะเป็นต้นด้วยลักขณูปนิชฌาน โดยเป็นอนิจจลักษณะเป็นต้น. ท่านอธิบายว่า จงเจริญทั้งสมถะและวิปัสสนา.
บทว่า มา ปมาทตฺถ แปลว่า อย่าประมาท.
บทว่า มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสาริโน อหุวตฺถ ความว่า ชนเหล่าใด เมื่อก่อนเวลาเป็นหนุ่มไม่มีโรค สมบูรณ์ด้วยความสบาย ๗ อย่างเป็นต้น ทั้งศาสดาก็อยู่พร้อมหน้า ละเว้นโยนิโสมนสิการเสีย เสวยสุขในการหลับนอน ทำตัวเป็นอาหารของเรือดทั้งคืนทั้งวัน ประมาทอยู่ ชนเหล่านั้น ภายหลัง เวลาชรา มีโรค ตาย วิบัติ ทั้งศาสดาก็ปรินิพพานแล้ว นึกถึงการอยู่อย่างประมาทก่อนๆ นั้น และพิจารณาเห็นความตายที่มีปฏิสนธิว่าเป็นเรื่องหนัก ย่อมเดือดร้อน แต่เธอทั้งหลายอย่าได้เป็นเช่นนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อทรงแสดงดังนี้ จึงตรัสว่า มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสาริโน อหุวตฺถ ดังนี้.
บทว่า อยํ โว อมฺหากํ อนุสาสนี มีอธิบายว่า นี้เป็นอนุศาสนีคือโอวาทแต่สำนักของเราเพื่อเธอทั้งหลายว่า ฌายถ มา ปมาทตฺถ จงเพ่ง อย่าประมาท ดังนี้.
จบอรรถกถาวรรคที่ ๑ -----------------------------------------------------