๔. มาตุคามสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสูตร
ตีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม เยภุยฺเยน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ฯ กตเมหิ ตีหิ ฯ อิธ ภิกฺขเว มาตุคาโม ปุพฺพณฺหสมยํ มจฺเฉรมลปริยุฏฺฐิเตน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ มชฺฌนฺติกสมยํ อิสฺสาปริยุฏฺฐิเตน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ สายณฺหสมยํ กามราคปริยุฏฺฐิเตน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม เยภุยฺเยน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชตีติ ฯ จตุตฺถํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการโดยมากเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๓ประการเป็นไฉน คือ มาตุคามในโลกนี้ เวลาเช้ามีใจอันมลทิน คือความตระหนี่กลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือน เวลาเที่ยงมีใจอันความริษยากลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือนเวลาเย็นมีใจอันกามราคะกลุ้มรุมแล้วอยู่ครองเรือน ดูกรภิกษุทั้งหลาย มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล โดยมากเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ฯ จบสูตรที่ ๔
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. ตีหิธัมเมหิสูตร ว่าด้วยธรรม ๓ ประการ
“ภิกษุทั้งหลาย มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ โดยมากหลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ มาตุคามในโลกนี้ ๑. ในเวลาเช้า ถูกมลทินคือความตระหนี่กลุ้มรุมจิตอยู่ครองเรือน ๒. ในเวลาเที่ยง ถูกความริษยากลุ้มรุมจิตอยู่ครองเรือน ๓. ในเวลาเย็น ถูกกามราคะกลุ้มรุมจิตอยู่ครองเรือน ภิกษุทั้งหลาย มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล โดยมากหลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก”ตีหิธัมเมหิสูตรที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถามาตุคามสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในมาตุคามสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้.
บทว่า มจฺเฉรมลปริยุฏฺฐิเตน ความว่า ก็ในเวลาเช้า มาตุคามปรารภเพื่อจะทำการงานที่มีกังวลอยู่ในน้ำนม นมส้มและการหุงเป็นต้นแม้บุตรน้อยทั้งหลายร้องขออยู่ ย่อมไม่ปรารถนาเพื่อจะให้อะไร. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคำนั้นว่า เวลาเช้ามีใจอันมลทินคือความตระหนี่ กลุ้มรุมแล้ว.
ส่วนเวลาเที่ยง มาตุคามย่อมถูกความโกรธครอบงำ. เมื่อไม่ได้ทะเลาะกันภายในเรือน ก็ย่อมทำการทะเลาะกันในเรือนของชนที่คุ้นเคยกันและย่อมเที่ยวสอดส่องดูที่ยืนและที่นั่งของสามี. ด้วยเหตุนั้น พระองค์จึงตรัสว่า เวลาเที่ยงมีใจอันความริษยากลุ้มรุมแล้ว.
ส่วนในเวลาเย็น จิตของหญิงนั้นย่อมน้อมไปเพื่อเสพอสัทธรรม. ด้วยเหตุนั้น พระองค์จึงตรัสว่า เวลาเย็นมีใจอันกามราคะกลุ้มรุมแล้ว.
จบอรรถกถามาตุคามสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------