๑๐. คิลานสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๕๘๓เตน โข ปน สมเยน จิตฺโต คหปติ อาพาธิโก โหติ ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน ฯ อถ โข สมฺพหุลา อารามเทวตา วนเทวตา รุกฺขเทวตา โอสธีติณวนปฺปตีสุ อธิวตฺถา เทวตา สงฺคมฺม สมาคมฺม จิตฺตํ คหปตึ เอตทโวจุํ ปณิเธหิ คหปติ อนาคตมทฺธานํ ราชา อสฺสํ จกฺกวตฺตีติ ฯ เอวํ วุตฺเต จิตฺโต คหปติ อารามเทวตา วนเทวตา รุกฺขเทวตา โอสธีติณวนปฺปตีสุ อธิวตฺถา เทวตา เอตทโวจ ตมฺปิ อนิจฺจํ ตมฺปิ อธุวํ ตมฺปิ ปหาย คมนียนฺติ ฯ
๕๘๔เอวํ วุตฺเต จิตฺตสฺส คหปติโน มิตฺตามจฺจา ญาติสาโลหิตา จิตฺตํ คหปตึ เอตทโวจุํ สตึ อยฺยปุตฺต อุปฏฺฐเปหิ มา วิปฺปลปสีติ ฯ กินฺตาหํ วทามิ ยํ มํ ตุเมฺห เอวํ วเทถ สตึ อยฺยปุตฺต อุปฏฺฐเปหิ มา วิปฺปลปสีติ ฯ เอวํ โข ตฺวํ อยฺยปุตฺต วเทสิ ตมฺปิ อนิจฺจํ ตมฺปิ อธุวํ ตมฺปิ ปหาย คมนียนฺติ ฯ ตถา หิ ปน มํ อารามเทวตา วนเทวตา รุกฺขเทวตา โอสธีติณวนปฺปตีสุ อธิวตฺถา เทวตา เอวมาหํสุ ปณิเธหิ คหปติ อนาคตมทฺธานํ ราชา อสฺสํ จกฺกวตฺตีติ ฯ ตาหํ เอวํ วทามิ ตมฺปิ อนิจฺจํ ฯเปฯ ตมฺปิ ปหาย คมนียนฺติ ฯ {๕๘๔.๑} กิมฺปน ตา อยฺยปุตฺต อารามเทวตา วนเทวตา รุกฺขเทวตา โอสธีติณวนปฺปตีสุ อธิวตฺถา เทวตา อตฺถวสํ สมฺปสฺสมานา เอวมาหํสุ ปณิเธหิ คหปติ อนาคตมทฺธานํ ราชา อสฺสํ จกฺกวตฺตีติ ฯ ตาสํ โข อารามเทวตานํ วนเทวตานํ รุกฺขเทวตานํ โอสธีติณวนปฺปตีสุ อธิวตฺถานํ เทวตานํ เอวํ โหติ อยํ โข จิตฺโต คหปติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม สเจ ปณิทหิสฺสติ อนาคตมทฺธานํ ราชา อสฺสํ จกฺกวตฺตีติ ฯ ตสฺส โข อยํ อิชฺฌิสฺสติ สีลวโต เจโตปณิธิ สีลสฺส วิสุทฺธตฺตา ธมฺมิโก ธมฺมิกํ พลํ อนุปฺปทสฺสตีติ ฯ อิมา โข ตา อารามเทวตา วนเทวตา รุกฺขเทวตา โอสธีติณวนปฺปตีสุ อธิวตฺถา เทวตา อตฺถวสํ สมฺปสฺสมานา เอวมาหํสุ ปณิเธหิ คหปติ อนาคตมทฺธานํ ราชา อสฺสํ จกฺกวตฺตีติ ฯ ตาหํ เอวํ วทามิ ตมฺปิ อนิจฺจํ ตมฺปิ อธุวํ ตมฺปิ ปหาย คมนียนฺติ ฯ เตนหิ อยฺยปุตฺต อเมฺหปิ โอวทาหีติ ฯ
๕๘๕ตสฺมา หิ โว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ ฯ ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฺฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ ฯ สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ อุชุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ ญายปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ สามีจิปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ ยทิทํ จตฺตาริ ปุริสยุคานิ อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา เอส ภควโต สาวกสงฺโฆ อาหุเนยฺโย ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลิกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ ฯ ยํ โข ปน กิญฺจิ กุเล เทยฺยธมฺมํ สพฺพนฺตํ อปฺปฏิวิภตฺตํ ภวิสฺสติ สีลวนฺเตหิ กลฺยาณธมฺเมหีติ ฯ เอวํ หิ โว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ อถ โข จิตฺโต คหปติ มิตฺตามจฺเจ ญาติสาโลหิเต พุทฺเธ จ ธมฺเม จ สงฺเฆ จ จาเค จ สมาทเปตฺวา กาลมกาสีติ ฯ จิตฺตคหปติปุจฺฉา สมตฺตา ฯ ตสฺสุทฺทานํ สญฺโญชนา เทฺว อิสิทตฺตา มหโก กามภู ปิจ โคทตฺโต จ นิคณฺโฐ จ อเจเลน คิลานนฺติ ฯ -----------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. คิลานทัสสนสูตร ว่าด้วยการเยี่ยมผู้ป่วย
สมัยนั้น จิตตคหบดีเจ็บป่วยได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก ครั้งนั้น เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในอาราม เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในป่า เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ที่ต้นไม้เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ที่ต้นหญ้าเป็นโอสถและที่ต้นไม้เจ้าป่าจำนวนมากมาประชุมพร้อมกันแล้ว ได้กล่าวกับจิตตคหบดีดังนี้ว่า “คหบดี ท่านจงตั้งความปรารถนาว่า ‘ขอเราพึงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิในอนาคตกาลเถิด”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๓๙๑}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๗. จิตตสังยุต] ๑๐. คิลานทัสสนสูตร เมื่อพวกเทวดากล่าวอย่างนี้แล้ว จิตตคหบดีจึงกล่าวกับเทวดาเหล่านั้นดังนี้ว่า“แม้ความปรารถนาเป็นพระเจ้าจักรพรรดินั้นก็ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน บุคคลจำต้องละไป” เมื่อจิตตคหบดีกล่าวอย่างนี้แล้ว พวกมิตร อำมาตย์ ญาติ สาโลหิตของ จิตตคหบดีได้กล่าวดังนี้ว่า “ข้าแต่บุตรนาย ท่านจงตั้งสติไว้ อย่าเพ้อไป” “ข้าพเจ้าพูดอะไรไป ที่ทำให้พวกท่านเตือนข้าพเจ้าว่า ‘ข้าแต่บุตรนาย ท่านจงตั้งสติไว้ อย่าเพ้อไป” “ข้าแต่บุตรนาย ท่านพูดว่า ‘แม้ความปรารถนาเป็นพระเจ้าจักรพรรดินั้นก็ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน บุคคลจำต้องละไป” “ก็จริงอย่างนั้น พวกเทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในอาราม เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในป่าเทวดาผู้สิงสถิตอยู่ที่ต้นไม้ เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ที่ต้นหญ้าเป็นโอสถและที่ต้นไม้เจ้าป่ากล่าวกับข้าพเจ้าว่า ‘คหบดี ท่านจงตั้งความปรารถนาว่า ‘ขอเราพึงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิในอนาคตกาลเถิด’ ข้าพเจ้าได้กล่าวกับเทวดาเหล่านั้นว่า ‘แม้ความปรารถนาเป็นพระเจ้าจักรพรรดินั้นก็ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน บุคคลจำต้องละไป” “ข้าแต่บุตรนาย เทวดาเหล่านั้นเห็นอำนาจประโยชน์อะไรจึงกล่าวว่า ‘คหบดีท่านจงตั้งความปรารถนาว่า ‘ขอเราพึงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิในอนาคตกาลเถิด” “เทวดาเหล่านั้นคิดว่า ‘จิตตคหบดีนี้มีศีล มีธรรมอันงาม ถ้าเธอจักตั้งความปรารถนาว่า ‘ขอเราพึงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิในอนาคตกาล’ การตั้งความปรารถนาในใจของเธอผู้มีศีลนี้จักสำเร็จได้เพราะศีลบริสุทธิ์ บุคคลผู้ตั้งอยู่ในธรรมจักตามเพิ่มให้กำลัง(แก่)ผู้ประพฤติธรรม เทวดาเหล่านี้เมื่อเห็นอำนาจประโยชน์จึงกล่าวว่า‘คหบดี ท่านจงตั้งความปรารถนาว่า ‘ขอเราพึงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิในอนาคต-กาลเถิด’ ข้าพเจ้าได้กล่าวกับเทวดาเหล่านั้นว่า ‘แม้ความปรารถนาเป็นพระเจ้าจักรพรรดินั้นก็ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน บุคคลจำต้องละไป” “ข้าแต่บุตรนาย ถ้าเช่นนั้น ขอท่านจงกล่าวสอนพวกข้าพเจ้าบ้าง” “เพราะฉะนั้นแล พวกท่านพึงศึกษาอย่างนี้ว่า ‘พวกเราจักถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า ‘แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๓๙๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๗. จิตตสังยุต] รวมพระสูตรที่มีในสังยุต โดยชอบ เพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดี รู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกผู้ที่ควรฝึกได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้าเป็นพระผู้มีพระภาค’ จักถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรมว่า ‘พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง ไม่ประกอบด้วยกาลควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน’ จักถึงพร้อมด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ว่า ‘พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติถูกทาง ปฏิบัติสมควร ได้แก่อริยบุคคล ๔ คู่ คือ ๘ บุคคล พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคนี้เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลีเป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก’ อนึ่ง ไทยธรรมทุกอย่างในตระกูล จักเป็นของไม่แบ่งแยกกับท่านผู้มีศีล มีธรรมอันงาม พวกท่านพึงศึกษาอย่างนี้” จิตตคหบดีครั้นชักชวนมิตร อำมาตย์ ญาติ สาโลหิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าพระธรรม พระสงฆ์ และในการบริจาคทานแล้วก็ตาย คิลานทัสสนสูตรที่ ๑๐ จบ รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ ๑. สัญโญชนสูตร ๒. ปฐมอิสิทัตตสูตร ๓. ทุติยอิสิทัตตสูตร ๔. มหกปาฏิหาริยสูตร ๕. ปฐมกามภูสูตร ๖. ทุติยกามภูสูตร ๗. โคทัตตสูตร ๘. นิคัณฐนาฏปุตตสูตร ๙. อเจลกัสสปสูตร ๑๐. คิลานทัสสนสูตร จิตตสังยุต จบบริบูรณ์ @เชิงอรรถ : @ ไม่แบ่งแยกกับท่านผู้มีศีล หมายถึงไม่แบ่งแยกว่าจะถวายภิกษุส่วนหนึ่ง จะใช้สอยเองส่วนหนึ่ง@แต่จักใช้เป็นของสาธารณะกับผู้มีศีลคือภิกษุ (สํ.สฬา.อ. ๓/๓๕๒/๑๖๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๓๙๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาคิลานสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในคิลานสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้.
บทว่า อารามเทวตา ความว่า พวกเทพยดาผู้สิงอยู่ในสวนดอกไม้และในสวนผลไม้.
บทว่า วนเทวตา คือ เทพยดาผู้สิงอยู่ในไพรสัณฑ์
บทว่า รุกฺขเทวตา ความว่า เวสสวัณเทวดา ในกาลแห่งพระเจ้ามัตตราช พวกเทพยดาผู้สิงอยู่ในต้นไม้เหล่านั้นอย่างนี้.
บทว่า โอสธิติณวนปฺปติ ความว่า พวกเทพยดาผู้สิงอยู่บนต้นสมอไทยและมะขามป้อมเป็นต้น บนหญ้ามุงกระต่ายและหญ้าปล้องเป็นต้น และบนต้นไม้เจ้าป่า.
บทว่า สงฺคมฺม คือ ประชุมพร้อมกันแล้ว. บทว่า สมาคมฺม คือ มาพร้อมกันแล้วแต่ที่นั้นๆ.
บทว่า ปณิเธหิ ความว่า ท่านจงตั้งด้วยสามารถความปรารถนา.
บทว่า อิชฺฌิสฺสติ สีลวโต เจโตปณิธิ ความว่า ความปรารถนาแห่งจิตจักสำเร็จแก่เธอผู้มีศีล.
บทว่า ธมฺมิโก ผู้ประกอบด้วยกุศลธรรม ๑๐ คือไม่ถึงอคติ.
บทว่า ธมฺมราชา เป็นไวพจน์ของบทว่า ธมฺมิโก นั้นแหละ.
อนึ่ง ชื่อว่าธรรมราชา เพราะราชสมบัติอันพระองค์ทรงได้แล้วโดยธรรม.
บทว่า ตสฺมา ความว่า ข้าแต่ท่านผู้เป็นบุตรนาย ถ้าอย่างนั้น ขอท่านทั้งหลายจงกล่าวสอนพวกข้าพเจ้าด้วยโอวาทเป็นต้นเถิด.
บทว่า อปฺปฏิวิภตฺตํ ความว่า ไทยธรรมอันแบ่งกันแล้วอย่างนี้ว่า พวกเราจักถวายสิ่งนี้แก่พวกภิกษุ เราจักบริโภคสิ่งนี้ด้วยตนดังนี้ จักเป็นของทั่วไปกับด้วยพวกภิกษุด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาคิลานสูตรที่ ๑๐ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สังโยชนสูตร
๒. อิสิทัตตสูตรที่ ๑
๓. อิสิทัตตสูตรที่ ๒
๔. มหกสูตร
๕. กามภูสูตรที่ ๑
๖. กามภูสูตรที่ ๒
๗. โคทัตตสูตร
๘. นิคัณฐสูตร
๙. อเจลสูตร
๑๐. คิลานสูตร ฯ -----------------------------------------------------