๘. วัจฉสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๗๙๔อถ โข วจฺฉโคตฺโต ปริพฺพาชโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข วจฺฉโคตฺโต ปริพฺพาชโก ภควนฺตํ เอตทโวจ กึ นุ โข โภ โคตม สสฺสโต โลโกติ ฯ อพฺยากตํ โข เอตํ วจฺฉ มยา สสฺสโต โลโกติ ฯเปฯ กึ ปน โภ โคตม เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ เอตมฺปิ โข วจฺฉ อพฺยากตํ มยา เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ โก นุ โข โภ โคตม เหตุ โก ปจฺจโย เยน อญฺญติตฺถิยานํ ปริพฺพาชกานํ เอวํ ปุฏฺฐานํ เอวํ เวยฺยากรณํ โหติ สสฺสโต โลโกติ วา ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา ฯ โก ปน โภ โคตม เหตุ โก ปจฺจโย เยน โภโต โคตมสฺส เอวํ ปุฏฺฐสฺส น เอวํ เวยฺยากรณํ โหติ สสฺสโต โลโกติปิ ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปีติ ฯ
๗๙๕อญฺญติตฺถิยา โข วจฺฉ ปริพฺพาชกา รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสนฺติ รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา รูปํ รูปสฺมึ วา อตฺตานํ ฯ เวทนํ อตฺตโต สมนุปสฺสนฺติ ฯเปฯ สญฺญํ สงฺขาเร วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสนฺติ วิญฺญาณวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา วิญฺญาณํ วิญฺญาณสฺมึ วา อตฺตานํ ฯ ตสฺมา อญฺญติตฺถิยานํ ปริพฺพาชกานํ เอวํ ปุฏฺฐานํ เอวํ เวยฺยากรณํ โหติ สสฺสโต โลโกติ วา ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา ฯ ตถาคโต จ โข วจฺฉ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ น รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ น รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ น อตฺตนิ วา รูปํ น รูปสฺมึ วา อตฺตานํ น เวทนํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ ฯเปฯ น สญฺญํ ฯ น สงฺขาเร ฯ น วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ น วิญฺญาณวนฺตํ วา อตฺตานํ น อตฺตนิ วา วิญฺญาณํ น วิญฺญาณสฺมึ วา อตฺตานํ ฯ ตสฺมา ตถาคตสฺส เอวํ ปุฏฺฐสฺส น เอวํ เวยฺยากรณํ โหติ สสฺสโต โลโกติปิ ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปีติ ฯ
๗๙๖อถ โข วจฺฉโคตฺโต ปริพฺพาชโก อุฏฺฐายาสนา เยนายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา มหาโมคฺคลฺลาเนน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข วจฺฉโคตฺโต ปริพฺพาชโก อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ เอตทโวจ กึ นุ โข โภ โมคฺคลฺลาน สสฺสโต โลโกติ ฯ อพฺยากตํ โข เอตํ วจฺฉ ภควตา สสฺสโต โลโกติ ฯเปฯ กึ ปน โภ โมคฺคลฺลาน เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ เอตมฺปิ โข วจฺฉ อพฺยากตํ ภควตา เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ โก นุ โข โภ โมคฺคลฺลาน เหตุ โก ปจฺจโย เยน อญฺญติตฺถิยานํ ปริพฺพาชกานํ เอวํ ปุฏฺฐานํ เอวํ เวยฺยากรณํ โหติ สสฺสโต โลโกติ วา ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา ฯ โก ปน โภ โมคฺคลฺลาน เหตุ โก ปจฺจโย เยน สมณสฺส โคตมสฺส เอวํ ปุฏฺฐสฺส น เอวํ เวยฺยากรณํ โหติ สสฺสโต โลโกติปิ ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปีติ ฯ
๗๙๗อญฺญติตฺถิยา โข วจฺฉ ปริพฺพาชกา รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสนฺติ รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา รูปํ รูปสฺมึ วา อตฺตานํ ฯ เวทนํ อตฺตโต สมนุปสฺสนฺติ ฯเปฯ สญฺญํ ฯ สงฺขาเร ฯ วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสนฺติ วิญฺญาณวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา วิญฺญาณํ วิญฺญาณสฺมึ วา อตฺตานํ ฯ ตสฺมา อญฺญติตฺถิยานํ ปริพฺพาชกานํ เอวํ ปุฏฺฐานํ เอวํ เวยฺยากรณํ โหติ สสฺสโต โลโกติ วา ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา ฯ ตถาคโต จ โข วจฺฉ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ น รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ น รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ น อตฺตนิ วา รูปํ น รูปสฺมึ วา อตฺตานํ ฯ น เวทนํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ ฯเปฯ น สญฺญํ ฯ น สงฺขาเร ฯ น วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ น วิญฺญาณวนฺตํ วา อตฺตานํ น อตฺตนิ วา วิญฺญาณํ น วิญฺญาณสฺมึ วา อตฺตานํ ฯ ตสฺมา ตถาคตสฺส เอวํ ปุฏฺฐสฺส น เอวํ เวยฺยากรณํ โหติ สสฺสโต โลโกติปิ อสสฺสโต โลโกติปิ อนฺตวา โลโกติปิ อนนฺตวา โลโกติปิ ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติปิ อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติปิ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิ น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิ โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปิ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติปีติ ฯ
๗๙๘อจฺฉริยํ โภ โมคฺคลฺลาน อพฺภุตํ โภ โมคฺคลฺลาน ยตฺถ หิ นาม สตฺถุ เจว สาวกสฺส จ อตฺเถน อตฺโถ พฺยญฺชเนน พฺยญฺชนํ สํสนฺทิสฺสติ สเมสฺสติ น วิหายิสฺสติ ยทิทํ อคฺคปทสฺมึ ฯ อิทานาหํ โภ โมคฺคลฺลาน สมณํ โคตมํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ อปุจฺฉึ สมโณปิ เม โคตโม เอเตหิ ปเทหิ เอเตหิ พฺยญฺชเนหิ เอตมตฺถํ พฺยากาสิ เสยฺยถาปิ ภวํ โมคฺคลฺลาโน ฯ อจฺฉริยํ โภ โมคฺคลฺลาน อพฺภุตํ โภ โมคฺคลฺลาน ยตฺถ หิ นาม สตฺถุ เจว สาวกสฺส จ อตฺเถน อตฺโถ พฺยญฺชเนน พฺยญฺชนํ สํสนฺทิสฺสติ สเมสฺสติ น วิหายิสฺสติ ยทิทํ อคฺคปทสฺมินฺติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑๐. อัพยากตสังยุต] ๘. วัจฉโคตตสูตร ๘. วัจฉโคตตสูตร ว่าด้วยวัจฉโคตรปริพาชก
ครั้งนั้น วัจฉโคตรปริพาชกเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้ว นั่ง ณ ที่สมควรได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ท่านพระโคดม โลกเที่ยงหรือ” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “วัจฉะ ปัญหาว่า ‘โลกเที่ยง’ นี้เราไม่พยากรณ์”ฯลฯ “ท่านพระโคดม หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่หรือ” “วัจฉะ แม้ปัญหาว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ นี้เราก็ไม่พยากรณ์” “ท่านพระโคดม อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกเมื่อถูกถามอย่างนี้แล้วจึงตอบว่า ‘โลกเที่ยง ฯลฯ หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ อนึ่ง อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่พระสมณโคดมเมื่อถูกถามอย่างนี้จึงไม่ทรงพยากรณ์ว่า ‘โลกเที่ยงบ้าง ฯลฯ หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่บ้าง” “วัจฉะ เพราะพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกพิจารณาเห็นรูปโดยความเป็นอัตตาพิจารณาเห็นอัตตาว่ามีรูป พิจารณาเห็นรูปในอัตตา หรือพิจารณาเห็นอัตตาในรูปพิจารณาเห็นเวทนาโดยความเป็นอัตตา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ พิจารณาเห็นวิญญาณโดยความเป็นอัตตา พิจารณาเห็นอัตตาว่ามีวิญญาณ พิจารณาเห็นวิญญาณในอัตตา หรือพิจารณาเห็นอัตตาในวิญญาณ ฉะนั้นพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกเมื่อถูกถามอย่างนี้จึงตอบว่า ‘โลกเที่ยง ฯลฯ หลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๔๘๘}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑๐. อัพยากตสังยุต] ๘. วัจฉโคตตสูตร ส่วนตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่พิจารณาเห็นรูปเป็นอัตตา ไม่พิจารณาเห็นอัตตาว่ามีรูป ไม่พิจารณาเห็นรูปในอัตตา หรือไม่พิจารณาเห็นอัตตาในรูปไม่พิจารณาเห็นเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ ไม่พิจารณาเห็น วิญญาณโดยความเป็นอัตตา ไม่พิจารณาเห็นอัตตาว่ามีวิญญาณ ไม่พิจารณาเห็นวิญญาณในอัตตา หรือไม่พิจารณาเห็นอัตตาในวิญญาณ ฉะนั้นตถาคต(เรา)เมื่อถูกถามอย่างนี้จึงไม่พยากรณ์ว่า ‘โลกเที่ยงบ้าง ฯลฯ หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่บ้าง” วัจฉโคตรปริพาชกถามปัญหาพระมหาโมคคัลลานะ ลำดับนั้น วัจฉโคตรปริพาชกลุกขึ้นจากที่นั่งแล้ว เข้าไปหาท่านพระ มหาโมคคัลลานะถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้ถามท่านพระมหาโมคคัลลานะดังนี้ว่า “ท่านโมคคัลลานะ โลกเที่ยงหรือ” ท่านพระมหาโมคคัลลานะตอบว่า “วัจฉะ ปัญหาว่า ‘โลกเที่ยง’ นี้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์” ฯลฯ “ท่านโมคคัลลานะ หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่หรือ” “วัจฉะ แม้ปัญหาว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ นี้พระผู้มีพระภาคก็ไม่ทรงพยากรณ์” “ท่านโมคคัลลานะ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกเมื่อถูกถามอย่างนี้จึงตอบว่า ‘โลกเที่ยง ฯลฯ หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ อนึ่ง อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่พระสมณโคดมเมื่อถูกถามอย่างนี้จึงไม่ทรงพยากรณ์ว่า ‘โลกเที่ยงบ้าง ฯลฯ หลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่บ้าง”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๔๘๙}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑๐. อัพยากตสังยุต] ๘. วัจฉโคตตสูตร “วัจฉะ เพราะพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกพิจารณาเห็นรูปโดยความเป็นอัตตาพิจารณาเห็นอัตตาว่ามีรูป พิจารณาเห็นรูปในอัตตา หรือพิจารณาเห็นอัตตาในรูปพิจารณาเห็นเวทนาโดยความเป็นอัตตา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ พิจารณาเห็นวิญญาณโดยความเป็นอัตตา พิจารณาเห็นอัตตาว่ามีวิญญาณ พิจารณาเห็นวิญญาณในอัตตา หรือพิจารณาเห็นอัตตาในวิญญาณ ฉะนั้นพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกเมื่อถูกถามอย่างนี้จึงตอบว่า ‘โลกเที่ยง ฯลฯ หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ ส่วนพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงพิจารณาเห็นรูปโดยความเป็นอัตตา ไม่ทรงพิจารณาเห็นอัตตาว่ามีรูป ไม่ทรงพิจารณาเห็นรูปในอัตตา หรือไม่ทรงพิจารณาเห็นอัตตาในรูป ไม่ทรงพิจารณาเห็นเวทนาโดยความเป็นอัตตา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ ไม่ทรงพิจารณาเห็นวิญญาณโดยความเป็นอัตตา ไม่ทรงพิจารณาเห็นอัตตาว่ามีวิญญาณ ไม่ทรงพิจารณาเห็นวิญญาณในอัตตา หรือไม่ทรงพิจารณาเห็นอัตตาในวิญญาณ ฉะนั้นพระตถาคตเมื่อถูกถามอย่างนี้จึงไม่พยากรณ์ว่า ‘โลกเที่ยงบ้าง โลกไม่เที่ยงบ้าง โลกมีที่สุดบ้าง โลกไม่มีที่สุดบ้าง ชีวะกับสรีระเป็นอย่างเดียวกันบ้างชีวะกับสรีระเป็นคนละอย่างกันบ้าง หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกบ้าง หลังจากตายแล้ว ตถาคตไม่เกิดอีกบ้าง หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีกบ้าง หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่บ้าง” “ท่านโมคคัลลานะ น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ ที่อรรถกับอรรถ พยัญชนะกับพยัญชนะของพระศาสดากับพระสาวกเทียบเคียงกันได้ เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนในบทที่สำคัญ ท่านโมคคัลลานะ เมื่อครู่นี้ข้าพเจ้าเข้าไปเฝ้าพระสมณโคดมได้ทูลถามเรื่องนี้ แม้พระสมณโคดมก็ทรงพยากรณ์เรื่องนี้ด้วยบทและพยัญชนะเหล่านี้แก่ข้าพเจ้าเหมือนกัน ท่านโมคคัลลานะ น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ ที่อรรถกับอรรถ พยัญชนะกับพยัญชนะของพระศาสดากับพระสาวกเทียบเคียงกันได้เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนในบทที่สำคัญ” วัจฉโคตตสูตรที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๔๙๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสูตรที่ ๔-๘
สูตรที่ ๔-๘ อรรถกถาแก้ว่า มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาสูตรที่ ๔-๘ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๓. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๑