๑๐. อานันทสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๘๐๑อถ โข วจฺฉโคตฺโต ปริพฺพาชโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข วจฺฉโคตฺโต ปริพฺพาชโก ภควนฺตํ เอตทโวจ กึ นุ โข โภ โคตม อตฺถตฺตาติ ฯ เอวํ วุตฺเต ภควา ตุณฺหี อโหสิ ฯ กึ ปน โภ โคตม นตฺถตฺตาติ ฯ ทุติยมฺปิ โข ภควา ตุณฺหี อโหสิ ฯ อถ โข วจฺฉโคตฺโต ปริพฺพาชโก อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ ฯ
๘๐๒อถ โข อายสฺมา อานนฺโท อจิรปกฺกนฺเต วจฺฉโคตฺเต ปริพฺพาชเก ภควนฺตํ เอตทโวจ กึ นุ โข ภนฺเต ภควา วจฺฉโคตฺตสฺส ปริพฺพาชกสฺส ปญฺหํ ปุฏฺโฐ น พฺยากาสีติ ฯ อหญฺจานนฺท วจฺฉโคตฺตสฺส ปริพฺพาชกสฺส อตฺถตฺตาติ ปุฏฺโฐ สมาโน อตฺถตฺตาติ พฺยากเรยฺยํ ฯ เย เต อานนฺท สมณพฺราหฺมณา สสฺสตวาทา เตสเมตํ สทฺธึ อภวิสฺส ฯ อหญฺจานนฺท วจฺฉโคตฺตสฺส ปริพฺพาชกสฺส นตฺถตฺตาติ ปุฏฺโฐ สมาโน นตฺถตฺตาติ พฺยากเรยฺยํ ฯ เย เต อานนฺท สมณพฺราหฺมณา อุจฺเฉทวาทา เตสเมตํ สทฺธึ อภวิสฺส ฯ อหญฺจานนฺท วจฺฉโคตฺตสฺส ปริพฺพาชกสฺส อตฺถตฺตาติ ปุฏฺโฐ สมาโน อตฺถตฺตาติ พฺยากเรยฺยํ ฯ อปิ นุ เมตํ อานนฺท อนุโลมํ อภวิสฺส ญาณสฺส อุปฺปาทาย สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ อหญฺจานนฺท วจฺฉโคตฺตสฺส ปริพฺพาชกสฺส นตฺถตฺตาติ ปุฏฺโฐ สมาโน นตฺถตฺตาติ พฺยากเรยฺยํ ฯ สมฺมูฬฺหสฺส อานนฺท วจฺฉโคตฺตสฺส ปริพฺพาชกสฺส ภิยฺโยสมฺโมหาย อภวิสฺส อหุ วา เม นูน ปุพฺเพ อตฺตา โส เอตรหิ นตฺถีติ ฯ ทสมํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. อานันทสูตร ๑๐. อานันทสูตร ว่าด้วยพระอานนท์
ครั้งนั้น วัจฉโคตรปริพาชกเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้ สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ท่านพระโคดม อัตตามีอยู่หรือ” เมื่อวัจฉโคตรปริพาชกทูลถามอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคได้ทรงนิ่งอยู่ วัจฉโคตรปริพาชกจึงทูลถามอีกว่า “ท่านพระโคดม อัตตาไม่มีหรือ” แม้ครั้งที่ ๒ พระผู้มีพระภาคก็ได้ทรงนิ่งอยู่ ลำดับนั้น วัจฉโคตรปริพาชก จึงลุกจากที่นั่งแล้วจากไป ครั้นเมื่อวัจฉโคตรปริพาชกจากไปไม่นาน ท่านพระอานนท์ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะเหตุไร พระองค์ถูกวัจฉโคตรปริพาชกทูลถามปัญหาแล้วจึงไม่ทรงพยากรณ์” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อานนท์ เราถูกวัจฉโคตรปริพาชกถามว่า ‘อัตตามีอยู่หรือ’ ถ้าตอบว่า ‘อัตตามีอยู่’ คำตอบนั้นก็จักไปตรงกับลัทธิของพวกสมณพราหมณ์ผู้เป็นสัสสตทิฏฐิ (ความเห็นว่าเที่ยง) และเราถูกวัจฉโคตรปริพาชกถามว่า ‘อัตตาไม่มีหรือ’ ถ้าตอบว่า ‘อัตตาไม่มี’ คำตอบนั้นก็จักไปตรงกับลัทธิของพวกสมณพราหมณ์ผู้เป็นอุจเฉททิฏฐิ (ความเห็นว่าขาดสูญ) อนึ่ง เราถูกวัจฉโคตรปริพาชกถามว่า ‘อัตตามีอยู่หรือ’ ถ้าตอบว่า ‘อัตตามีอยู่’ คำตอบนั้นก็จักอนุโลมแก่ความเกิดขึ้นแห่งญาณของเราว่า ‘ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา’ บ้างหรือ”“ไม่อนุโลม พระพุทธเจ้าข้า” “อานนท์ อนึ่ง เราถูกวัจฉโคตรปริพาชกถามว่า ‘อัตตาไม่มีหรือ’ ถ้าตอบว่า‘อัตตาไม่มี’ คำตอบนั้นก็จักมีเพื่อความงมงายยิ่งขึ้นแก่วัจฉโคตรปริพาชกผู้งมงายอยู่แล้วว่า ‘เมื่อก่อนอัตตาของเราได้มีแล้วแน่นอน บัดนี้อัตตานั้นไม่มี” อานันทสูตรที่ ๑๐ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๔๙๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอานันทสูตรที่ ๑๐
ในอานันทสูตรที่ ๑๐ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า เตสเมตํ สทฺธึ อภวิสฺส ความว่า คำพยากรณ์นั้นจักเป็นอันเดียวกันกับลัทธิของสมณพราหมณ์เหล่านั้น จักอนุโลมเพื่อความเกิดขึ้นแห่งญาณว่า สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา วิปัสสนาญาณว่า สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา นี้ย่อมเกิดขึ้น คำพยากรณ์ของเรานั้น จักอนุโลมบ้างหรือหนอ.
จบอรรถกถาอานันทสูตรที่ ๑๐ -----------------------------------------------------