อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๙๘๒

๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๘๒–๑๑๕๒พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 59 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 59 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 171 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) ว่าด้วยจันทกุมารทรงบำเพ็ญขันติบารมี

ข้อ ๙๘๒

พระเจ้าเอกราช ผู้มีกรรมหยาบช้า ประทับอยู่ในกรุงบุปผวดี ท้าวเธอตรัสถามขัณฑหาลปุโรหิต ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพราหมณ์ ผู้เป็นคนหลงว่า

ข้อ ๙๘๓

ท่านพราหมณ์ ท่านฉลาดในสุจริตธรรมและอาจารวินัย ขอจงบอกทางสวรรค์แก่เรา อย่างที่นรชนทำบุญแล้ว จากโลกนี้จะไปสู่สุคติภพเถิด (ขัณฑหาลปุโรหิตกราบทูลว่า)

ข้อ ๙๘๔

ข้าแต่สมมติเทพ เหล่านรชนให้ทานยิ่งกว่าทาน ฆ่าคนที่ไม่น่าจะฆ่า ทำบุญแล้วย่อมไปสู่สวรรค์ได้อย่างนี้ (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๙๘๕

ก็ทานที่ยิ่งกว่าทานนั้นคืออะไร และคนจำพวกไหนเป็นผู้ไม่น่าจะฆ่าในโลกนี้ ขอท่านจงบอกข้อนั้นแก่เรา เราจักบูชายัญ จักให้ทาน (ขัณฑหาลปุโรหิตกราบทูลว่า)

ข้อ ๙๘๖

ข้าแต่สมมติเทพ ควรบูชายัญด้วยพระราชโอรส พระราชธิดา พระมเหสี ชาวนิคม โคอุสภราช และม้าอาชาไนย อย่างละ ๔ ควรบูชายัญด้วยของครบอย่างละ ๔ พระเจ้าข้า @เชิงอรรถ : @ พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ ทรงปรารภพระเทวทัตตรัสจันทกุมารชาดกซึ่งมีคำเริ่มต้นว่า@มีพระราชาผู้ทรงทำกรรมหยาบช้า ดังนี้เป็นต้น (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๙๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๓๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๙๘๗

ในพระราชวังมีเสียงระเบ็งเซ็งแซ่เป็นอันเดียวกัน เพราะได้ยินคำว่า พระกุมาร พระกุมารี และพระมเหสีจะถูกประหาร (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๙๘๘

ขอพวกท่านจงไปทูลพระกุมารทั้งหลาย คือ จันทกุมาร สุริยกุมาร ภัททเสนกุมาร สูรกุมาร และวามโคตตกุมารเถิดว่า “ได้ยินว่า พวกท่านจงรวมกันเป็นหมู่ในที่เดียวกัน เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ”

ข้อ ๙๘๙

ขอพวกเจ้าจงไปทูลพระกุมารีทั้งหลาย คือ อุปเสนากุมารี โกกิลากุมารี มุทิตากุมารี และนันทากุมารีเถิดว่า “ได้ยินว่า พวกท่านจงรวมกันเป็นหมู่อยู่ในที่เดียวกัน เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ”

ข้อ ๙๙๐

อนึ่ง พวกเจ้าจงไปทูลพระนางวิชยา พระนางเอราวดี พระนางเกศินี และพระนางสุนันทาผู้เป็นมเหสีของเรา ผู้ซึ่งประกอบด้วยลักษณะอันประเสริฐเถิดว่า “ได้ยินว่า พวกท่านจงรวมกันเป็นหมู่อยู่ในที่เดียวกัน เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ”

ข้อ ๙๙๑

พวกท่านจงไปบอกพวกคหบดี คือ ปุณณมุขคหบดี ภัททิยคหบดี สิงคาลคหบดี และวัฑฒคหบดีเถิดว่า “ได้ยินว่า พวกท่านจงรวมกันเป็นหมู่อยู่ในที่เดียวกัน เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๓๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๙๙๒

คหบดีเหล่านั้นมีบุตรและภรรยามาก ต่างก็มาพร้อมกัน ณ ที่นั้น ได้กราบทูลพระราชาว่า “ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์จงไว้จุก แก่ข้าพระองค์ทั้งหมดเถิด อีกอย่างหนึ่ง ขอให้ทรงประกาศพวกข้าพระองค์เป็นข้าทาสเถิด” (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๙๙๓

พวกท่านจงรีบนำช้างทั้งหลายของเรามา คือ ช้างอภยังกร ช้างนาฬาคีรี ช้างอัจจุคคตะ ช้างวรุณทันตะ ช้างเหล่านั้นจักเป็นประโยชน์แก่การบูชายัญ

ข้อ ๙๙๔

พวกท่านจงรีบไปนำม้าอัสดรของเรามา คือ ม้าเกศี ม้าสุรามุขะ ม้าปุณณกะ ม้าวินตกะ ม้าเหล่านั้นจักเป็นประโยชน์แก่การบูชายัญ

ข้อ ๙๙๕

ขอพวกท่านจงรีบไปนำเอาโคอุสภะของเรามา คือ โคยูถปติ โคอโนชะ โคนิสภะ และโคควัมปติ จงต้อนโคเหล่านั้นทั้งหมดเข้าเป็นหมู่ เราจักบูชายัญ จักให้ทาน

ข้อ ๙๙๖

พวกท่านจงตระเตรียมยัญทุกอย่างไว้ เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น เราจักบูชายัญ พวกท่านจงบังคับเหล่ากุมารมาว่า จงรื่นรมย์ตลอดราตรีนี้เถิด @เชิงอรรถ : @ ไว้จุก หมายถึงทำให้เป็นผู้รับใช้ ทำให้เป็นทาส (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๙๙๒/๑๐๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๓๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๙๙๗

พวกท่านจงตั้งยัญทุกอย่างไว้ เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น เราจักบูชายัญ พวกเจ้าจงไปทูลพระกุมาร ณ บัดนี้ วันนี้แหละเป็นคืนสุดท้าย (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๙๙๘

พระมารดาเสด็จมาจากพระตำหนัก ทรงกันแสงพลางตรัสถามพระเจ้าเอกราชนี้นั้นว่า “ลูกรัก ได้ยินว่า พ่อจักบูชายัญด้วยพระโอรสทั้ง ๔ หรือ” (พระราชากราบทูลว่า)

ข้อ ๙๙๙

เมื่อจะต้องฆ่าจันทกุมาร บุตรแม้ทุกคนหม่อมฉันก็สละได้ หม่อมฉันบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายแล้ว จักไปสู่สุคติโลกสวรรค์ (พระราชมารดาตรัสว่า)

ข้อ ๑๐๐๐

ลูกเอ๋ย พ่ออย่าเชื่อคำนั้นที่ว่า “สุคติจะมีได้เพราะใช้บุตรบูชายัญ เพราะว่า นั้นเป็นทางไปนรก ไม่ใช่ทางไปสวรรค์”

ข้อ ๑๐๐๑

ลูกโกณฑัญญะเอ๋ย พ่อจงให้ทาน อย่าได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง นี้เป็นทางไปสู่สุคติ และทางไปสู่สุคติมิใช่เพราะใช้บุตรบูชายัญ (พระราชากราบทูลว่า)

ข้อ ๑๐๐๒

คำของอาจารย์ทั้งหลายมีว่า “หม่อมฉันจักฆ่าทั้งจันทกุมารและสุริยกุมาร หม่อมฉันบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายที่สละได้ยากแล้ว จักไปสู่สุคติโลกสวรรค์”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๓๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๑๐๐๓

แม้แต่พระเจ้าวสวัตดีพระราชบิดา ได้ตรัสถามพระราชโอรสของพระองค์นั้นว่า “ลูกรัก ได้ยินว่า พ่อจักบูชายัญด้วยโอรสทั้ง ๔ หรือ” (พระราชากราบทูลว่า)

ข้อ ๑๐๐๔

เมื่อจะต้องฆ่าจันทกุมาร บุตรแม้ทุกคนหม่อมฉันก็สละได้ หม่อมฉันบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายแล้ว จักไปสู่สุคติโลกสวรรค์ (พระราชบิดาตรัสว่า)

ข้อ ๑๐๐๕

ลูกเอ๋ย พ่ออย่าเชื่อคำนั้นที่ว่า “สุคติจะมีได้เพราะใช้บุตรบูชายัญ เพราะว่า นั้นเป็นทางไปนรก มิใช่ทางไปสู่สวรรค์

ข้อ ๑๐๐๖

ลูกโกณฑัญญะเอ๋ย พ่อจงให้ทาน อย่าได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง นี้เป็นทางไปสู่สุคติ และทางไปสู่สุคติมิใช่เพราะใช้บุตรบูชายัญ (พระราชากราบทูลว่า)

ข้อ ๑๐๐๗

คำของอาจารย์ทั้งหลายมีว่า “หม่อมฉันจักฆ่าทั้งจันทกุมารและสุริยกุมาร หม่อมฉันบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายที่สละได้ยากแล้ว จักไปสู่สุคติโลกสวรรค์” (พระราชบิดาตรัสว่า)

ข้อ ๑๐๐๘

ลูกโกณฑัญญะเอ๋ย พ่อจงให้ทาน อย่าได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง พ่อจงเป็นผู้มีบุตรห้อมล้อม รักษารัฐและชนบทเถิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๓๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (จันทกุมารกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๐๐๙

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นข้าทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะเลี้ยงช้างและม้าให้เขาได้

ข้อ ๑๐๑๐

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลช้างให้เขาได้

ข้อ ๑๐๑๑

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลม้าให้เขาได้

ข้อ ๑๐๑๒

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิต ตามที่พระองค์มีพระประสงค์เถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกขับไล่จากแคว้น ก็จักเที่ยวภิกขาจารเลี้ยงชีวิต (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๑๐๑๓

พวกเจ้าพากันพร่ำเพ้ออยู่เพราะรักชีวิต ได้ก่อทุกข์แก่เราแท้ จงปล่อยพวกพระกุมารไป ณ บัดนี้เถิด เราขอเลิกการใช้บุตรบูชายัญ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (ขัณฑหาลปุโรหิตกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๐๑๔

เมื่อก่อนทีเดียว ข้าพระองค์ได้กราบทูลพระองค์แล้วว่า การบูชายัญนี้ทำได้ยาก เกิดได้แสนยาก เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร พระองค์จึงทรงทำยัญที่พวกข้าพระองค์ได้ตระเตรียมไว้แล้ว ให้กระจัดกระจายไปเล่า

ข้อ ๑๐๑๕

ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นบูชายัญแทนก็ดี และอนุโมทนามหายัญเช่นนี้ของเหล่าชนผู้กำลังบูชาอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นทั้งหมดย่อมไปสู่สุคติ (จันทกุมารกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๐๑๖

ข้าแต่สมมติเทพ เพราะเหตุไร เมื่อก่อนพระองค์จึงรับสั่งให้พวกพราหมณ์ กล่าวคำสวัสดีแก่พวกหม่อมฉัน มาภายหลัง พระองค์จะรับสั่งฆ่าพวกหม่อมฉัน เพื่อต้องการจะบูชายัญโดยหาเหตุมิได้

ข้อ ๑๐๑๗

ข้าแต่พระบิดา เมื่อก่อน เวลาที่พวกหม่อมฉันยังเป็นเด็กหนุ่ม พระองค์มิได้ทรงฆ่าเองและมิได้ทรงรับสั่งให้ผู้อื่นฆ่า บัดนี้ พวกหม่อมฉันถึงความเจริญวัยเป็นหนุ่มแน่นแล้ว มิได้คิดประทุษร้ายต่อพระองค์เลย เพราะเหตุไร จึงจะถูกฆ่า

ข้อ ๑๐๑๘

ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์ทรงทอดพระเนตร ข้าพระองค์ทั้งหลายผู้ขึ้นขี่ช้างและม้า ผูกสอดเครื่องรบได้ออกรบแล้วหรือกำลังสู้รบ บุตรทั้งหลายผู้กล้าหาญดังเช่นพวกข้าพระองค์ ย่อมไม่ควรที่จะต้องถูกฆ่าเพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๐๑๙

เมื่อเมืองชายแดน หรือเมื่อพวกโจรในดงกำเริบ ชนทั้งหลายย่อมใช้คนเช่นข้าพระองค์ ข้าแต่พระบิดา แต่พวกข้าพระองค์จะถูกฆ่า ในสถานที่ที่ไม่สมควรโดยหาเหตุมิได้

ข้อ ๑๐๒๐

ข้าแต่สมมติเทพ แม่นกที่เกื้อกูลเหล่าใดพากันทำรังอยู่ ลูกนกทั้งหลายเป็นที่รักของแม่นกเหล่านั้น ส่วนพระองค์รับสั่งให้ฆ่าพวกข้าพระองค์เพราะเหตุไร

ข้อ ๑๐๒๑

ข้าแต่สมมติเทพ อย่าได้ทรงเชื่อขัณฑหาลปุโรหิต ขัณฑหาลปุโรหิตไม่พึงฆ่าข้าพระองค์ เพราะเขาฆ่าข้าพระองค์ได้แล้ว ก็จะพึงฆ่าพระองค์ในอันดับต่อไป

ข้อ ๑๐๒๒

ข้าแต่มหาราช พระราชาทั้งหลาย ย่อมพระราชทานบ้านอย่างดี นิคมอย่างดี แม้แต่โภคทรัพย์แก่พราหมณ์นั้น อนึ่ง พวกพราหมณ์นั้นแม้ได้ข้าวและน้ำอันเลิศในตระกูล ย่อมบริโภคในตระกูล

ข้อ ๑๐๒๓

ข้าแต่มหาราช พวกพราหมณ์ย่อมปรารถนา เพื่อประทุษร้ายต่อผู้ให้ข้าวน้ำเช่นนั้นแม้เหล่านั้น เพราะโดยมากพวกพราหมณ์แม้เหล่านี้ เป็นคนอกตัญญู พระเจ้าข้า

ข้อ ๑๐๒๔

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะเลี้ยงช้างและม้าให้เขาได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๐๒๕

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลช้างให้เขาได้

ข้อ ๑๐๒๖

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลม้าให้เขาได้

ข้อ ๑๐๒๗

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ให้เป็นทาส ของขัณฑหาลปุโรหิตตามที่พระองค์มีพระประสงค์เถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกขับไล่จากแคว้น ก็จักเที่ยวภิกขาจารเลี้ยงชีวิต (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๑๐๒๘

พวกเจ้าพากันพร่ำเพ้ออยู่เพราะรักชีวิต ได้ก่อทุกข์แก่เราแท้ จงปล่อยพวกพระกุมารทั้งหลายไป ณ บัดนี้เถิด เราขอเลิกการใช้บุตรบูชายัญ (ขัณฑหาลปุโรหิตกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๐๒๙

เมื่อก่อนทีเดียว ข้าพระองค์ได้กราบทูลพระองค์แล้วว่า การบูชายัญนี้ทำได้ยาก เกิดได้แสนยาก เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร พระองค์จึงทรงทำยัญที่พวกข้าพระองค์ได้ตระเตรียมไว้แล้ว ให้กระจัดกระจายไปเล่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๐๓๐

ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นบูชายัญแทนก็ดี และอนุโมทนามหายัญเช่นนี้ของเหล่าชนผู้กำลังบูชาอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นทั้งหมดย่อมไปสู่สุคติ (จันทกุมารกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๐๓๑

ข้าแต่พระราชา ถ้าชนทั้งหลายบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลาย จุติจากโลกนี้แล้วย่อมไปสู่เทวโลกดังได้ยินมา พราหมณ์จงบูชาก่อนเถิด ขอพระองค์ทรงบูชายัญตามในภายหลัง

ข้อ ๑๐๓๒

ถ้าชนทั้งหลายบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลาย จุติจากโลกนี้แล้วย่อมไปสู่เทวโลกดังได้ยินมา ขอขัณฑหาลพราหมณ์ผู้นี้แหละ จงบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายของตนเถิด

ข้อ ๑๐๓๓

ถ้าว่าขัณฑหาลพราหมณ์รู้อยู่อย่างนี้ ทำไมจึงไม่ฆ่าบุตรของตน ไม่ฆ่าคนที่เป็นญาติทุกคนและตนเองเล่า

ข้อ ๑๐๓๔

ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นบูชายัญแทนก็ดี และอนุโมทนามหายัญเช่นนี้ของเหล่าชนผู้กำลังบูชายัญอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นย่อมไปสู่นรกทุกคน

ข้อ ๑๐๓๕

ก็ถ้าว่าคนผู้ฆ่าผู้อื่นจะบริสุทธิ์ได้ แม้คนผู้ถูกฆ่านั้นก็เข้าถึงแดนสวรรค์ได้ พวกพราหมณ์ก็ควรฆ่าพวกพราหมณ์ และพวกคนที่เชื่อพราหมณ์เหล่านั้นด้วย

ข้อ ๑๐๓๖

ดังที่ได้ยินมา พ่อเรือนและแม่เรือนผู้รักบุตรที่มีอยู่ในนครนี้ ทำไมจึงไม่ทัดทานพระราชาว่า “อย่าทรงฆ่าบุตรผู้เกิดแต่ตนเลย”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๐๓๗

ดังที่ได้ยินมา พ่อเรือนและแม่เรือนผู้รักบุตรที่มีอยู่ในนครนี้ ทำไมจึงไม่ทัดทานพระราชาว่า “อย่าทรงฆ่าบุตรผู้เกิดแต่ตนเลย”

ข้อ ๑๐๓๘

เราเป็นผู้ปรารถนาประโยชน์แก่พระราชา และเป็นผู้เกื้อกูลแก่ชนบททั้งมวล ใครๆ ก็ไม่พึงมีความแค้นเคืองกับเรา ชาวชนบททั้งหลายไม่ช่วยกราบทูลให้พระองค์ได้ทรงทราบเลย

ข้อ ๑๐๓๙

แม่เรือนทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลาย จงไปกราบทูลพระบิดาและวิงวอนขัณฑหาลพราหมณ์ว่า “ขออย่าฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์”

ข้อ ๑๐๔๐

แม่เรือนทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลาย จงไปกราบทูลพระบิดาและวิงวอนขัณฑหาลพราหมณ์ว่า “ขออย่าฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้เป็นบุคคลตัวอย่างที่หวังของชาวโลกทั้งมวล”

ข้อ ๑๐๔๑

ไฉนหนอ เราพึงเกิดในตระกูลช่างรถ ตระกูลปุกกุสะ หรือในตระกูลพ่อค้า พระราชาก็ไม่พึงรับสั่งให้ฆ่าเราในการบูชายัญวันนี้ (จันทกุมารตรัสกับพระชายาทั้งหลายว่า)

ข้อ ๑๐๔๒

เจ้าผู้มีความคิดทั้งปวง จงไปหมอบลงแทบเท้า ของผู้เป็นเจ้าขัณฑหาละ เรียนว่า “เรามิได้เห็นความผิดเลย”

ข้อ ๑๐๔๓

เจ้าผู้มีความคิดทั้งปวง จงไปหมอบลงแทบเท้า ของผู้เป็นเจ้าขัณฑหาละ เรียนว่า “ท่านผู้เจริญ เราทั้งหลายได้ประทุษร้ายอะไรท่าน”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๑๐๔๔

พระเสลาราชกุมารีผู้ควรการุณย์ทรงเห็นพระภาดาทั้งหลาย ที่เขานำมาเพื่อบูชายัญ จึงทรงคร่ำครวญว่า ได้ยินว่า พระบิดาของเราทรงปรารถนาสวรรค์ รับสั่งให้ตั้งพิธีบูชายัญขึ้น

ข้อ ๑๐๔๕

พระวสุลราชนัดดากลิ้งเกลือกไปมาต่อพระพักตร์ ของพระราชากราบทูลว่า “ข้าแต่สมมติเทพ ข้าพระบาทยังเป็นเด็ก ไม่ถึงความเป็นหนุ่ม ขอพระองค์ได้ทรงโปรดอย่าฆ่าพระบิดาของข้าพระบาทเลย” (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๑๐๔๖

วสุละ นั่นพ่อเจ้า เจ้าจงไปพร้อมกับพ่อ เจ้าพากันพร่ำเพ้ออยู่ในพระราชวัง ได้ก่อทุกข์ให้แก่เราแท้ จงปล่อยพระกุมารไป ณ บัดนี้เถิด เราขอเลิกการใช้บุตรบูชายัญ (ขัณฑหาลปุโรหิตกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๐๔๗

เมื่อก่อนทีเดียว ข้าพระองค์ได้กราบทูลพระองค์แล้วว่า “การบูชายัญนี้ทำได้ยาก เกิดได้แสนยาก เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร พระองค์จึงทรงทำยัญที่พวกข้าพระองค์ได้ตระเตรียมไว้แล้ว ให้กระจัดกระจายไปเล่า

ข้อ ๑๐๔๘

ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นบูชายัญแทนก็ดี และอนุโมทนามหายัญเช่นนี้ของเหล่าชนผู้กำลังบูชาอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นทั้งหมดย่อมไปสู่สุคติ

ข้อ ๑๐๔๙

ข้าแต่พระเจ้าเอกราช ข้าพระองค์ได้ตระเตรียม จัดแจงยัญด้วยแก้วสารพัดไว้เพื่อพระองค์แล้ว เชิญเสด็จออกเถิด พระองค์ทรงบูชายัญแล้วจักเสด็จไปสู่สวรรค์ บันเทิงพระหฤทัย พระเจ้าข้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๐๕๐

หญิงสาว ๗๐๐ คนนี้เป็นภรรยาของจันทกุมาร ต่างสยายผมร้องไห้เดินไปตามทาง

ข้อ ๑๐๕๑

ส่วนหญิงอีกพวกหนึ่งก็ออกไปด้วยความเศร้าโศก เหมือนเหล่าเทวดาในอุทยานนันทวัน ต่างสยายผมร้องไห้ไปตามทาง (หญิง ๗๐๐ พร่ำเพ้อว่า)

ข้อ ๑๐๕๒

จันทกุมารและสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไปบูชายัญเพื่อพระเจ้าเอกราช

ข้อ ๑๐๕๓

จันทกุมารและสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไป ทำความเศร้าโศกพระหฤทัยให้แก่พระมารดา

ข้อ ๑๐๕๔

จันทกุมารและสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไป ทำความเศร้าใจให้แก่ประชาชน

ข้อ ๑๐๕๕

จันทกุมารและสุริยกุมาร เสวยกระยาหารที่ปรุงด้วยรสเนื้อ ที่ช่างสนานให้สรงสนานดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไปบูชายัญเพื่อพระเจ้าเอกราช

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๐๕๖

จันทกุมารและสุริยกุมาร เสวยกระยาหารที่ปรุงด้วยรสเนื้อ ที่ช่างสนานให้สรงสนานดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกนำไป ทำความเศร้าโศกพระหฤทัยให้แก่พระราชชนนี

ข้อ ๑๐๕๗

จันทกุมารและสุริยกุมาร เสวยกระยาหารที่ปรุงด้วยรสเนื้อ ที่ช่างสนานให้สรงสนานดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกนำไป ทำความเศร้าใจให้แก่ประชาชน

ข้อ ๑๐๕๘

เมื่อก่อน พลช้างตามเสด็จจันทกุมารและสุริยกุมาร ผู้เสด็จขึ้นคอช้างตัวประเสริฐ วันนี้ จันทกุมารและสุริยกุมารทั้ง ๒ พระองค์ เสด็จดำเนินด้วยพระบาท

ข้อ ๑๐๕๙

เมื่อก่อน พลม้าตามเสด็จจันทกุมารและสุริยกุมาร ผู้เสด็จทรงขึ้นหลังม้าตัวประเสริฐ วันนี้ จันทกุมารและสุริยกุมารทั้ง ๒ พระองค์ เสด็จดำเนินด้วยพระบาท

ข้อ ๑๐๖๐

เมื่อก่อน พลรถตามเสด็จจันทกุมารและสุริยกุมาร ผู้เสด็จขึ้นทรงรถคันประเสริฐ วันนี้ จันทกุมารและสุริยกุมารทั้ง ๒ พระองค์ เสด็จดำเนินด้วยพระบาท

ข้อ ๑๐๖๑

เมื่อก่อน จันทกุมารและสุริยกุมาร ที่ราชบุรุษเชิญเสด็จออกด้วยม้าทั้งหลายที่ตกแต่งเครื่องทอง วันนี้ จันทกุมารและสุริยกุมารทั้ง ๒ พระองค์ เสด็จดำเนินด้วยพระบาท

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (มหาชนเพ้อว่า)

ข้อ ๑๐๖๒

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ ก็จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะทรงบูชายัญด้วยพระโอรส ๔ พระองค์

ข้อ ๑๐๖๓

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ ก็จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้นพระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะทรงบูชายัญด้วยพระธิดา ๔ พระองค์

ข้อ ๑๐๖๔

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ ก็จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะทรงบูชายัญด้วยพระมเหสี ๔ พระองค์

ข้อ ๑๐๖๕

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ ก็จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะทรงบูชายัญด้วยคหบดี ๔ คน

ข้อ ๑๐๖๖

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะทรงบูชายัญด้วยช้าง ๔ เชือก

ข้อ ๑๐๖๗

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะทรงบูชายัญด้วยม้า ๔ ตัว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๐๖๘

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะบูชายัญด้วยโคอุสภราช ๔ ตัว

ข้อ ๑๐๖๙

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะบูชายัญด้วยสัตว์ทุกจำพวกอย่างละ ๔

ข้อ ๑๐๗๐

นี่ปราสาทของท่านล้วนด้วยทองคำ ห้อยระย้าด้วยพวงมาลัยดอกไม้ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

ข้อ ๑๐๗๑

นี่เรือนยอดของท่านล้วนด้วยทองคำ ห้อยระย้าด้วยพวงมาลัยดอกไม้ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

ข้อ ๑๐๗๒

นี่พระอุทยานของท่าน มีดอกไม้บานสะพรั่งทุกเวลา น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

ข้อ ๑๐๗๓

นี่ป่าอโศกของท่าน มีดอกบานสะพรั่งทุกเวลา น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

ข้อ ๑๐๗๔

นี่ป่ากรรณิการ์ของท่าน มีดอกบานสะพรั่งทุกเวลา น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

ข้อ ๑๐๗๕

นี่ป่าแคฝอยของท่าน มีดอกบานสะพรั่งทุกเวลา น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๐๗๖

นี่สวนมะม่วงของท่าน มีดอกบานสะพรั่งทุกเวลา น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

ข้อ ๑๐๗๗

นี่สระโบกขรณีของท่านที่ดารดาษไปด้วย ดอกบัวหลวง ดอกบัวขาว และเรือที่ขจิตด้วยทองคำ งดงามด้วยลวดลายเครือวัลย์ สุดแสนที่น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

ข้อ ๑๐๗๘

นี่ช้างแก้วของท่าน เป็นช้างงามีกำลังชื่อเอราวัณ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

ข้อ ๑๐๗๙

นี่ม้าแก้วของท่าน เป็นม้าเร็วมีกีบไม่แตก บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

ข้อ ๑๐๘๐

นี่รถม้าของท่าน เวลาแล่นไปมีเสียงดังก้องไพเราะ เหมือนเสียงนกสาลิกา สวยงามตระการตาด้วยแก้ว ซึ่งเป็นที่ที่พระลูกเจ้าประทับเสด็จไป งดงามเหมือนพวกเทวดาในพระอุทยานนันทวัน บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

ข้อ ๑๐๘๑

ทำไมหนอ พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จักทรงบูชายัญด้วยพระราชโอรสทั้ง ๔ พระองค์ ผู้งดงามทัดเทียมกับทอง มีพระวรกายอันอ่อน ชโลมด้วยจุรณแก่นจันทน์

ข้อ ๑๐๘๒

ทำไมหนอ พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จักทรงบูชายัญด้วยพระราชธิดาทั้ง ๔ พระองค์ ผู้งดงามทัดเทียมกับทอง มีพระวรกายอันอ่อน ชโลมด้วยจุรณแก่นจันทน์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๐๘๓

ทำไมหนอ พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จักทรงบูชายัญด้วยพระมเหสีทั้ง ๔ พระองค์ ผู้งดงามทัดเทียมกับทอง มีพระวรกายอันอ่อน ชโลมด้วยจุรณแก่นจันทน์

ข้อ ๑๐๘๔

ทำไมหนอ พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จักทรงบูชายัญด้วยคหบดีทั้ง ๔ คน ผู้งดงามทัดเทียมกับทอง มีร่างกายชโลมด้วยจุรณแก่นจันทน์

ข้อ ๑๐๘๕

คามนิคมทั้งหลายจะว่างเปล่า ไม่มีคนอยู่ กลายเป็นป่าใหญ่ไปฉันใด บุปผวดีนครก็จักเป็นฉันนั้น ในเมื่อจันทกุมารและสุริยกุมารถูกบูชายัญ (พระเทวีกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๐๘๖

ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันจักกลายเป็นคนวิกลจริต ถูกขจัดความเจริญ มีร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นธุลี ถ้าเขาฆ่าจันทกุมาร ชีวิตของหม่อมฉันจะแตกสลาย

ข้อ ๑๐๘๗

ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันจักกลายเป็นคนวิกลจริต ถูกขจัดความเจริญ มีร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นธุลี ถ้าเขาฆ่าสุริยกุมาร ชีวิตของหม่อมฉันจะแตกสลาย (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๑๐๘๘

เพราะเหตุไร สะใภ้ของเราเหล่านี้ คือ นางฆัฏฏิกา นางอุปริกขี นางโบกขรณี และนางภาริกา ต่างก็กล่าวปิยวาจากะกันและกัน ฟ้อนรำอยู่ในสำนักของพระจันทกุมารและพระสุริยกุมาร จึงไม่ทำให้ลูกๆ ของเรารื่นรมย์ได้ หญิงอื่นที่จะเสมอเหมือนกับสะใภ้ ๔ คนนั้นไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (พระเทวีคร่ำครวญกับลูกสะใภ้ สาปแช่งขัณฑหาลปุโรหิตว่า)

ข้อ ๑๐๘๙

เจ้าขัณฑหาละ ความโศกเศร้าเสียใจใด ย่อมเกิดมีแก่เราในเมื่อจันทกุมารถูกเขานำไปฆ่า แม่ของเจ้าจงประสบความโศกเศร้าเสียใจของเรานี้

ข้อ ๑๐๙๐

เจ้าขัณฑหาละ ความโศกเศร้าเสียใจใด ย่อมเกิดมีแก่เราในเมื่อสุริยกุมารถูกเขานำไปฆ่า แม่ของเจ้าก็จงประสบความโศกเศร้าเสียใจของเรานี้

ข้อ ๑๐๙๑

เจ้าขัณฑหาละ ความโศกเศร้าเสียใจใด ย่อมเกิดมีแก่เราในเมื่อจันทกุมารถูกเขานำไปฆ่า ภรรยาของเจ้าก็จงประสบความโศกเศร้าเสียใจของเรานี้

ข้อ ๑๐๙๒

เจ้าขัณฑหาละ ความโศกเศร้าเสียใจใด ย่อมเกิดมีแก่เราในเมื่อสุริยกุมารถูกเขานำไปฆ่า ภรรยาของเจ้าก็จงประสบความโศกเศร้าเสียใจของเรานี้

ข้อ ๑๐๙๓

เจ้าขัณฑหาละ เจ้าได้ให้ฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์ แม่ของเจ้าก็อย่าได้เห็นลูกๆ และสามีเลย

ข้อ ๑๐๙๔

เจ้าขัณฑหาละ เจ้าได้ให้ฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้เป็นที่มุ่งหวังของชาวโลกทั้งมวล แม่ของเจ้าก็อย่าได้เห็นลูกๆ และสามีเลย

ข้อ ๑๐๙๕

เจ้าขัณฑหาละ เจ้าได้ให้ฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์ ภรรยาของเจ้าก็อย่าได้เห็นลูกๆ และสามีเลย

ข้อ ๑๐๙๖

เจ้าขัณฑหาละ เจ้าได้ให้ฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้เป็นที่มุ่งหวังของชาวโลกทั้งมวล ภรรยาของเจ้าก็อย่าได้เห็นลูกๆ และสามีเลย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (จันทกุมารกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๐๙๗

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะเลี้ยงช้างและม้าให้เขาได้

ข้อ ๑๐๙๘

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลช้างให้เขาได้

ข้อ ๑๐๙๙

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลม้าให้เขาได้

ข้อ ๑๑๐๐

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตที่พระองค์มีพระประสงค์เถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกขับไล่จากแคว้น ก็จักเที่ยวภิกขาจารเลี้ยงชีวิต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๑๐๑

ข้าแต่สมมติเทพ หญิงทั้งหลายผู้ปรารถนาบุตร แม้จะเป็นคนยากจนก็วิงวอนขอบุตรต่อเทพเจ้า หญิงบางพวกละปฏิภาณ แล้วไม่ได้บุตรก็มี

ข้อ ๑๑๐๒

หญิงเหล่านั้นย่อมทำความหวังว่า “ขอบุตรจงเกิดแก่เรา” แต่นั้น ขอหลานๆ จงเกิดอีก ข้าแต่สมมติเทพ เมื่อเป็นเช่นนี้ พระองค์รับสั่งให้ฆ่าพวกข้าพระองค์ เพื่อต้องการจะทรงบูชายัญโดยเหตุอันไม่สมควร

ข้อ ๑๑๐๓

ข้าแต่พระบิดา คนทั้งหลายได้บุตรด้วยการวิงวอน ขอพระองค์อย่าได้รับสั่งให้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย ขออย่าทรงบูชายัญนี้ด้วยบุตรทั้งหลายที่ได้มาโดยยาก

ข้อ ๑๑๐๔

ข้าแต่พระบิดา คนทั้งหลายได้บุตรด้วยการวิงวอน ขอพระองค์อย่าได้รับสั่งให้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย ขออย่าได้พรากพวกข้าพระองค์ ผู้เป็นบุตรที่ได้มาโดยยากจากมารดาเลย

ข้อ ๑๑๐๕

ข้าแต่พระมารดา พระมารดาย่อมย่อยยับ เพราะทรงเลี้ยงลูกจันทกุมารด้วยความลำบากมาก ลูกขอกราบพระยุคลบาทของพระมารดา ขอพระราชบิดาจงทรงได้ปรโลกเถิด

ข้อ ๑๑๐๖

เชิญพระมารดา จงสวมกอดลูก แล้วประทานพระยุคลบาทมาให้ลูกกราบไหว้เถิด ลูกจะจากไป ณ บัดนี้ เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญของพระเจ้าเอกราช @เชิงอรรถ : @ ละปฏิภาณ หมายถึงละการแพ้ท้อง คือ ไม่ได้การแพ้ท้อง (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๑๑๐๑/๑๒๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๑๐๗

เชิญพระมารดา จงสวมกอดลูก แล้วประทานพระยุคลบาทมาให้ลูกกราบไหว้เถิด ลูกจะจากไป ณ บัดนี้ ทำความโศกเศร้าพระทัยให้แก่พระมารดา

ข้อ ๑๑๐๘

เชิญพระมารดาจงสวมกอดลูก แล้วประทานพระยุคลบาทมาให้ลูกกราบไหว้เถิด ลูกจะจากไป ณ บัดนี้ ทำความโศกเศร้าเสียใจให้แก่ประชาชน (พระมารดาตรัสกับจันทกุมารว่า)

ข้อ ๑๑๐๙

เชิญเถิด ลูกโคตมี เจ้าจงรัดเมาลีด้วยใบบัว จงประดับดอกไม้อันแซมด้วยกลีบจำปา นี่เป็นปกติของเจ้าที่มีมาเก่าก่อน

ข้อ ๑๑๑๐

เชิญเถิด เจ้าจงไล้ทาเครื่องลูบไล้ คือจันทน์แดงอันเป็นครั้งสุดท้ายของเจ้า เจ้าไล้ทาด้วยจุรณแก่นจันทน์แดงนั้นแล้วย่อมงามในราชบริษัท

ข้อ ๑๑๑๑

เชิญเถิด เจ้าจงนุ่งผ้าของชาวแคว้นกาสีเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเป็นผ้าเนื้อละเอียด อ่อนนุ่ม เจ้านุ่งผ้ากาสิกพัสตร์นั้นดีแล้วย่อมงามในราชบริษัท

ข้อ ๑๑๑๒

เชิญเจ้าประดับหัตถาภรณ์ อันเป็นเครื่องประดับทองคำฝังแก้วมุกดาและแก้วมณี เจ้าประดับหัตถาภรณ์นั้นแล้วย่อมงามในราชบริษัท (พระเทวีกราบทูลพระราชาว่า)

ข้อ ๑๑๑๓

พระเจ้าแผ่นดินผู้ครองรัฐเป็นทายาทของชนบท ผู้เป็นใหญ่เป็นอิสระในโลกนี้ จะไม่ทรงทำความสิเนหาให้เกิดในพระโอรสแน่ละหรือ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๑๑๑๔

แม้ลูกก็เป็นที่รักของเรา ตนเองก็เป็นที่รัก เธอและภรรยาทั้งหลายก็เป็นที่รักของเรา แต่เราปรารถนาสวรรค์ เพราะฉะนั้น เราจึงจักฆ่าให้ได้ (พระเทวีกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๑๑๕

ข้าแต่สมมติเทพ อันดับแรก ขอพระองค์จงรับสั่งให้ฆ่าหม่อมฉันเถิด ขอทุกข์อย่าได้ทำลายหทัยของหม่อมฉันเลย พระโอรสของพระองค์เป็นสุขุมาลชาติ ประดับแล้วงดงาม

ข้อ ๑๑๑๖

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้า เชิญเถิด ขอพระองค์ได้โปรดฆ่าหม่อมฉันเถิด หม่อมฉันจักอยู่กับจันทกุมารในปรโลก ขอพระองค์ทรงทำบุญให้ไพบูลย์เถิด หม่อมฉันทั้ง ๒ จะท่องเที่ยวไปในปรโลก (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๑๑๑๗

จันทาผู้มีนัยน์ตาโต เจ้าอย่าชอบใจความตายเลย โคตมีบุตรถูกเราบูชายัญแล้ว ผัว พี่ผัว น้องผัวของเจ้า เป็นอันมากเหล่านั้นจักทำให้รื่นรมย์ใจได้

ข้อ ๑๑๑๘

เมื่อพระราชาได้ตรัสอย่างนี้แล้ว พระนางจันทาเทวีทรงตีพระองค์เองด้วยฝ่าพระหัตถ์ พอทีด้วยชีวิตในโลกนี้ เราจักดื่มยาพิษตาย

ข้อ ๑๑๑๙

พระญาติและมิตรผู้มีหทัยดีของพระราชาพระองค์นี้ ย่อมไม่มีแน่แท้ จึงไม่ทูลทัดทานพระราชาว่า อย่าได้รับสั่งให้ฆ่าบุตรทั้งหลาย ผู้เกิดแต่พระอุระเลย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๑๒๐

พระญาติและมิตรผู้มีหทัยดีของพระราชาพระองค์นี้ ย่อมไม่มีแน่แท้ จึงไม่ทูลทัดทานพระราชาว่า อย่าได้รับสั่งให้ฆ่าบุตรผู้เกิดแต่ตนเลย

ข้อ ๑๑๒๑

บุตรของหม่อมฉันเหล่านี้ประดับพวงดอกไม้ สวมกำไลทองต้นแขน ขอพระราชาทรงบูชายัญ ด้วยบุตรของหม่อมฉันเหล่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ขอพระองค์ทรงปล่อยบุตรโคตมีเถิด พระเจ้าข้า

ข้อ ๑๑๒๒

ข้าแต่มหาราช ขอจงฆ่าหม่อมฉัน แบ่งออกเป็นร้อยส่วนแล้วบูชายัญ ๗ ส่วน ขออย่าทรงฆ่าบุตรองค์ใหญ่ ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์เลย

ข้อ ๑๑๒๓

ข้าแต่มหาราช ขอจงฆ่าหม่อมฉัน แบ่งออกเป็นร้อยส่วนแล้วบูชายัญ ๗ ส่วน ขออย่าทรงฆ่าบุตรองค์ใหญ่ ผู้เป็นที่มุ่งหวังของชาวโลกทั้งมวลเลย (จันทกุมารตรัสกับพระนางจันทาเทวีว่า)

ข้อ ๑๑๒๔

เครื่องประดับเป็นอันมากล้วนแต่ของดีๆ คือ แก้วมุกดา แก้วมณี และแก้วไพฑูรย์ ที่เราให้แก่เจ้า ในเมื่อเจ้ากล่าวคำดี นี้เป็นของที่เราให้แก่เจ้าเป็นครั้งสุดท้าย (พระนางจันทากราบทูลว่า)

ข้อ ๑๑๒๕

เมื่อก่อน พวงดอกไม้ที่บานเคยสวมที่พระศอ ของพระกุมารเหล่าใด วันนี้ ดาบที่เขาลับคมดีแล้ว จักตัดที่พระศอของพระกุมารเหล่านั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๑๒๖

เมื่อก่อน พวงดอกไม้ที่วิจิตร เคยสวมที่พระศอของพระกุมารเหล่าใด วันนี้ ดาบที่เขาลับคมดีแล้ว จักตัดที่พระศอของพระกุมารแม้เหล่านั้น

ข้อ ๑๑๒๗

ไม่นานหนอ ดาบจักตัดที่พระศอ ของพระราชบุตรทั้งหลาย ส่วนหทัยของเราจะยังไม่แตก ตราบเท่าที่มีเครื่องผูกมารัดเราไว้แน่น

ข้อ ๑๑๒๘

จันทกุมารและสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไปบูชายัญเพื่อพระเจ้าเอกราช

ข้อ ๑๑๒๙

จันทกุมารและสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกนำออกไปทำความเศร้าพระทัยแก่พระมารดา

ข้อ ๑๑๓๐

จันทกุมารและสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกนำออกไปทำความเศร้าใจให้แก่ประชาชน

ข้อ ๑๑๓๑

จันทกุมารและสุริยกุมาร เสวยพระกระยาหารที่ปรุงด้วยรสเนื้อ ที่ช่างสนานให้สรงสนานดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไปบูชายัญเพื่อพระเจ้าเอกราช

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๑๓๒

จันทกุมารและสุริยกุมาร เสวยพระกระยาหารที่ปรุงด้วยรสเนื้อ ที่ช่างสนานให้สรงสนานดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกนำออกไปทำความเศร้าพระทัยให้แก่พระมารดา

ข้อ ๑๑๓๓

จันทกุมารและสุริยกุมาร เสวยพระกระยาหารที่ปรุงด้วยรสเนื้อ ที่ช่างสนานให้สรงสนานดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกนำออกไปทำความเศร้าใจให้แก่ประชาชน

ข้อ ๑๑๓๔

เมื่อเขาตกแต่งเครื่องบูชายัญครบทุกสิ่งแล้ว เมื่อจันทกุมารและสุริยกุมารประทับนั่ง เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ พระราชธิดาของพระเจ้าปัญจาละประนมพระหัตถ์ เสด็จดำเนินเวียนไปในระหว่างบริษัททั้งปวง ได้ทำสัจกิริยาว่า

ข้อ ๑๑๓๕

ขัณฑหาละผู้มีปัญญาทราม ได้ทำกรรมชั่วด้วยสัจจะอันใด ด้วยสัจวาจานี้ ขอให้ข้าพเจ้าได้อยู่ร่วมกับพระสวามี

ข้อ ๑๑๓๖

อมนุษย์ก็ดี ยักษ์ก็ดี สัตว์ที่เกิดแล้วและที่จะมาเกิดก็ดี มีอยู่ในที่นี้ ขอจงทำความขวนขวายช่วยเหลือข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าได้อยู่ร่วมกับพระสวามี

ข้อ ๑๑๓๗

เหล่าเทวดาที่มาแล้ว ณ ที่นี้ สรรพสัตว์ที่เกิดแล้วและที่จะมาเกิด ขอจงคุ้มครองข้าพเจ้าผู้ไร้ที่พึ่งซึ่งแสวงหาที่พึ่ง ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านทั้งหลาย ขออย่าให้พวกข้าศึกชนะพระสวามีของข้าพเจ้าเลย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๑๓๘

ท้าวสักกเทวราชทรงสดับเสียงคร่ำครวญ ของพระนางจันทานั้นแล้วทรงกวัดแกว่งค้อนเหล็ก ยังความกลัวให้เกิดแก่พระเจ้าเอกราชนั้นแล้ว ได้ตรัสกับพระราชาดังนี้ว่า

ข้อ ๑๑๓๙

พระราชากาลี ขอท่านจงรู้ไว้ อย่าให้เราต้องทุบเศียรของท่านด้วยค้อนเหล็กนี้เลย ท่านอย่าได้ฆ่าบุตรองค์ใหญ่ ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์

ข้อ ๑๑๔๐

พระราชากาลี ท่านเคยเห็นที่ไหน คนที่ปรารถนาสวรรค์ต้องฆ่าบุตร ภรรยา เศรษฐี และคหบดีผู้ไม่คิดประทุษร้าย

ข้อ ๑๑๔๑

ขัณฑหาลปุโรหิตและพระราชาได้ฟังพระดำรัส ของท้าวสักกะนั้นแล้ว ได้เห็นรูปอันน่าอัศจรรย์ จึงได้แก้เครื่องจองจำสัตว์ทั้งปวงออก เหมือนแก้เครื่องจองจำสัตว์ผู้ไม่ต้องถูกฆ่าออกฉะนั้น

ข้อ ๑๑๔๒

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ทุกคนใช้ก้อนดินคนละก้อนทุ่มลง นั่นคือการฆ่าขัณฑหาลปุโรหิต

ข้อ ๑๑๔๓

คนที่ทำกรรมชั่วต้องตกนรกทั้งหมดฉันใด คนที่ทำกรรมชั่วแล้วจากโลกนี้ไป ก็ไม่พึงได้การไปสู่สุคติเลยฉันนั้น

ข้อ ๑๑๔๔

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ ราชบริษัททั้งหลายมาประชุมกันอภิเษกจันทกุมาร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

ข้อ ๑๑๔๕

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ ราชกัญญาทั้งหลายมาประชุมกันอภิเษกจันทกุมาร

ข้อ ๑๑๔๖

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ เทพบริษัททั้งหลายมาประชุมกันอภิเษกพระจันทกุมาร

ข้อ ๑๑๔๗

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ เทพกัญญาทั้งหลายมาประชุมกันอภิเษกจันทกุมาร

ข้อ ๑๑๔๘

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ ราชบริษัททั้งหลายมาประชุมกันแล้ว ต่างก็แกว่งผ้าและโบกธง

ข้อ ๑๑๔๙

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ ราชกัญญาทั้งหลายมาประชุมกันแล้ว ต่างก็แกว่งผ้าและโบกธง

ข้อ ๑๑๕๐

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ เทพบริษัททั้งหลายมาประชุมกันแล้ว ต่างก็แกว่งผ้าและโบกธง

ข้อ ๑๑๕๑

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ เทพกัญญาทั้งหลายมาประชุมกันแล้ว ต่างก็แกว่งผ้าและโบกธง

ข้อ ๑๑๕๒

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว ประชาชนเป็นอันมาก ต่างก็รื่นรมย์ยินดี พวกเขาได้ประกาศความยินดีในเวลาที่จันทกุมาร เสด็จเข้าสู่พระนครและได้ประกาศโฆษณาความหลุดพ้น จากเครื่องจองจำของสัตว์ทั้งปวงแล้ว จันทกุมารชาดกที่ ๗ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖๒}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๗ จนฺทกุมารชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ ๗. จันทกุมาร พระจันทกุมาร ทรงบำเพ็ญขันติบารมี

ข้อ ๗๗๕

|๗๗๕.๑| ราชาสิ ลุทฺทกกมฺโม เอกราชา ปุปฺผวติตายํ โส ปุจฺฉิ พฺรหฺมพนฺธุํ ขณฺฑหาลํ ปุโรหิตํ มุฬฺหํ |๗๗๕.๒| สคฺคานมคฺคมาจิกฺข ตฺวมสิ พฺราหฺมณ ธมฺมวินยกุสโล ยถา อิโต วชนฺติ สุคตึ นรา ปุญฺญานิ กตฺวาน ฯ

พระราชาพระนามว่าเอกราช เป็นผู้มีกรรมอันหยาบช้า อยู่ในพระนคร ปุบผวดี ท้าวเธอตรัสถามขัณฑหาลปุโลหิต ผู้เป็นเผ่าพันธุ์พราหมณ์ เป็น คนหลงว่า ดูกรพราหมณ์ ท่านเป็นผู้ฉลาดในธรรมวินัย ขอจงบอกทาง สวรรค์แก่เราเหมือนอย่างนรชนทำบุญแล้วไปจากภพนี้สู่คติภพ ฉะนั้น เถิด.

ข้อ ๗๗๖

อติทานํ ททตฺวาน อวชฺเฌ เทว ฆาเตตฺวา เอวํ วชนฺติ สุคตึ นรา ปุญฺญานิ กตฺวาน ฯ

ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ นรชนให้แล้วซึ่งทานอันล่วงล้ำทาน ฆ่าแล้ว ซึ่งบุคคลอันไม่พึงฆ่า ชื่อว่าทำบุญแล้ว ย่อมไปสู่สุคติ ด้วยประการฉะนี้.

ข้อ ๗๗๗

กึ ปเนตํ อติทานํ เก จ อวชฺฌา อิมสฺมึ โลกสฺมึ เอตญฺจ โข โน อกฺขาหิ ยชิสฺสามิ ททามิ ทานานิ ฯ

ก็ทานอันล่วงล้ำทานนั้นคืออะไร และคนจำพวกไหน เป็นผู้อันบุคคล ไม่พึงฆ่าในโลกนี้ ขอท่านจงบอกข้อนั้นแก่เรา เราจักบูชายัญ จักให้ทาน.

ข้อ ๗๗๘

ปุตฺเตหิ เทว ยชิตพฺพํ มเหสีหิ เนคเมหิ จ อุสเภหิ อาชานิเยหิ จตูหิ สพฺพจตุกฺเกน เทว ยชิตพฺพํ ฯ

ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ยัญพึงบูชาด้วยพระราชโอรส พระราชธิดา พระมเหสี ชาวนิคม โคอุสุภราช ม้าอาชาไนยอย่างละ ๔ ข้าแต่ พระองค์ผู้ประเสริฐ ยัญพึงบูชาด้วยหมวด ๔ แห่งสัตว์ทั้งปวง.

ข้อ ๗๗๙

ตํ สุตฺวา อนฺเตปุเร กุมารา มเหสิโย จ หญฺญนฺตุ เอโก อโหสิ นิคฺโฆโส เภสฺมา อจฺจุคฺคโต สทฺโท ฯ

ในพระราชวังมีเสียงระเบ็งเซ็งแซ่เป็นอันเดียวน่าหวาดกลัว เพราะได้ฟัง คำว่า พระกุมารกุมารีและพระมเหสีจะต้องถูกฆ่า.

ข้อ ๗๘๐

คจฺฉถ วเทถ กุมาเร จนฺทญฺจ สุริยญฺจ ภทฺทเสนญฺจ สุรญฺจ วามโคตฺตญฺจ ปจุรา กิร โหถ ยญฺญตฺถาย ฯ

เจ้าทั้งหลายจงไปทูลพระกุมารทั้งหลาย คือ พระจันทกุมาร พระสุริยกุมาร พระภัททเสนกุมาร พระสุรกุมาร และพระวามโคตตกุมารว่า ขอท่าน ทั้งหลายจงอยู่เป็นหมู่กันเพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ.

ข้อ ๗๘๑

กุมาริโยปิ วเทถ อุปเสนญฺจ โกกิลญฺจ มุทิตญฺจ นนฺทญฺจาปิ กุมาริกํ ปจุรา กิร โหถ ยญฺญตฺถาย ฯ

เจ้าทั้งหลายจงไปทูลพระกุมารทั้งหลาย คือ พระอุปเสนากุมารี พระ- โกกิลากุมารี พระมุทิตากุมารีและพระนันทากุมารีว่า ขอท่านทั้งหลายจง อยู่เป็นหมู่กัน เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ.

ข้อ ๗๘๒

วิชยมฺปิ มยฺหํ มเหสึ เอราวตึ เกสินึ สุนนฺทญฺจ ลกฺขณวรูปปนฺนา ปจุรา กิร โหถ ยญฺญตฺถาย ฯ

อนึ่ง เจ้าทั้งหลายจงไปทูลพระนางวิชยา พระนางเอราวดี พระนางเกศินี และพระนางสุนันทา ผู้เป็นมเหสีของเรา ประกอบด้วยลักษณะอัน ประเสริฐว่า ขอท่านทั้งหลายจงอยู่เป็นหมู่กัน เพื่อประโยชน์แก่การ บูชายัญ.

ข้อ ๗๘๓

คหปตโยปิ วเทถ ปุณฺณมุขํ ภทฺทิยํ สิงฺคาลญฺจ วฑฺฒญฺจาปิ คหปตึ ปจุรา กิร โหถ ยญฺญตฺถาย ฯ

เจ้าทั้งหลายจงไปบอกคฤหบดีทั้งหลาย คือ ปุณณมุขคฤหบดี ภัททิย- คฤหบดี สิงคาลคฤหบดี และวัฑฒคฤหบดีว่า ขอท่านทั้งหลายจงอยู่ เป็นหมู่กัน เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ.

ข้อ ๗๘๔

เต ตตฺถ คหปตโย อโวจยึสุ สมาคตา ปุตฺตทารปริกิณฺณา สพฺเพ สิขิโน เทว กโรหิ อถวา โน ทาเส สาเวหิ ฯ

คฤหบดีเหล่านั้น เกลื่อนกล่นไปด้วยบุตรภรรยา มาพร้อมกัน ณ ที่นั้น ได้กราบทูลพระราชาว่า ขอเดชะ ขอพระองค์ทรงกระทำข้าพระองค์ทุก คนให้เป็นคนมีแหยม หรือขอจงทรงประกาศข้าพระองค์ทั้งหลายให้เป็น ข้าทาสเถิด พระเจ้าข้า.

ข้อ ๗๘๕

|๗๘๕.๑| อภยงฺกรมฺปิ เม หตฺถึ นาฬาคิรึ อจฺจุคฺคตํ (วรุณทนฺตํ) อาเนถ โข เต ขิปฺปํ ยญฺญตฺถาย ภวิสฺสติ ฯ |๗๘๕.๒| อสฺสรตนมฺปิ เม เกสึ สุรามุขํ ปุณฺณกํ วินตกญฺจ อาเนถ โข เต ขิปฺปํ ยญฺญตฺถาย ภวิสฺสติ ฯ |๗๘๕.๓| อุสภมฺปิ เม ยูถปตึ อโนชํ นิสภํ ควมฺปตึ เตปิ มยฺหํ อาเนถ สมฺมุขา กโรนฺตุ สพฺพํ ยชิสฺสามิ ททามิ ทานานิ ฯ |๗๘๕.๔| สพฺพํปิ ปฏิยาเทถ ยญฺญํ ปน อุคฺคตมฺหิ สุริยมฺหิ อาณาเปถ จนฺทกุมาเร อภิรมนฺตุ อิมํ รตฺตึ ฯ |๗๘๕.๕| สพฺพํปิ อุปฏฺฐเปถ ยญฺญํ ปน อุคฺคตมฺหิ สุริยมฺหิ วเทถทานิ กุมาเร อชฺช โข ปจฺฉิมา รตฺติ ฯ

เจ้าทั้งหลายจงรีบนำช้างของเรา คือ ช้างอภยังกร ช้างนาฬาคิรี ช้าง อัจจุคคตะ (ช้างวรุณทันตะ) ช้างเหล่านั้นจักเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ การบูชายัญ เจ้าทั้งหลายจงรีบไปนำมาซึ่งม้าอัสดรของเรา คือ ม้าเกศี ม้าสุรามุข ม้าปุณณมุข ม้าวินัตกะ ม้าเหล่านั้นจักเป็นไปเพื่อประโยชน์ แก่การบูชายัญ เจ้าทั้งหลายจงรีบไปนำมาซึ่งโคอุสุภราชของเรา คือ โคยูถปติ โคอโนชะ โคนิสภะ โคควัมปติ จงต้อนโคเหล่านั้นทั้งหมด เข้าเป็นหมู่กัน เราจักบูชายัญ จักให้ทาน อนึ่ง จงตระเตรียมทุกสิ่งให้ พร้อม วันพรุ่งนี้ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น เราจักบูชายัญ เจ้าทั้งหลายจงนำ เอาพระจันทกุมารมา จงรื่นรมย์ตลอดราตรีนี้ เจ้าทั้งหลายจงตั้งไว้แม้ ทุกสิ่ง วันพรุ่งนี้ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น เราจักบูชายัญ เจ้าทั้งหลายจงไป ทูลพระกุมาร ณ บัดนี้ วันนี้เป็นคืนที่สุดแล.

ข้อ ๗๘๖

ตํ ตํ มาตา อโวจ โรทนฺตี อาคตา วิมานโต ยญฺโญ กิร เต ปุตฺต ภวิสฺสติ จตูหิ ปุตฺเตหิ ฯ

พระราชมารดาเสด็จมาแต่พระตำหนัก ทรงกรรแสงพลางตรัสถามพระ- เจ้าเอกราชนั้นว่า พระลูกรัก ได้ยินว่า พ่อจักบูชายัญด้วยพระราชบุตร ทั้ง ๔ หรือ.

ข้อ ๗๘๗

สพฺเพปิ มยฺหํ ปุตฺตา จตฺตา จนฺทสฺมึ หญฺญมานสฺมึ ปุตฺเตหิ ยญฺญํ ยชิตฺวาน สุคตึ สคฺคํ คมิสฺสามิ ฯ

เมื่อต้องฆ่าจันทกุมาร บุตรแม้ทุกคน หม่อมฉันก็สละ หม่อมฉันบูชายัญ ด้วยบุตรทั้งหลายแล้วจักไปสู่สุคติสวรรค์.

ข้อ ๗๘๘

|๗๘๘.๑| มา ตํ ปุตฺต สทฺทเหสิ สุคติ กิร โหติ ปุตฺตยญฺเญน นิรยาเนโส มคฺโค เนโส มคฺโค หิ สคฺคานํ ฯ |๗๘๘.๒| ทานานิ เทหิ โกณฺฑญฺญ อหึสา สพฺพภูตภพฺยานํ เอส มคฺโค สุคติยา น จ มคฺโค ปุตฺตยญฺเญน ฯ

ลูกเอ๋ย พ่ออย่าเชื่อคำนั้น ข่าวที่ว่าสุคติจะมีเพราะเอาบุตรบูชายัญนั้น เป็นทางไปนรก ไม่ใช่ทางไปสวรรค์ ดูกรลูกโกญฑัญญะ พ่อจงให้ทาน อย่าได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวงเลย นี่เป็นทางไปสู่สุคติ ทางไปสู่สุคติ มิใช่เพราะเอาบุตรบูชายัญ.

ข้อ ๗๘๙

อาจริยานํ วจนา ฆาติสฺสํ จนฺทญฺจ สุริยญฺจ ปุตฺเตหิ ยชิตฺวา ทุจฺจเชหิ สุคตึ สคฺคํ คมิสฺสามิ ฯ

คำของอาจารย์ทั้งหลายมีอยู่ หม่อมฉันจักฆ่าจันทกุมารและสุริยกุมาร หม่อมฉันบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายอันสละได้ยากแล้ว จักไปสู่สุคติ สวรรค์.

ข้อ ๗๙๐

ตํ ตํ ปิตาปิ อวจ วสวตฺติ โอรสํ สกํ ปุตฺตํ ยญฺโญ กิร เต ปุตฺต ภวิสฺสติ จตูหิ ปุตฺเตหิ ฯ

แม้พระเจ้าสวัสดีพระราชบิดา ได้ตรัสถามพระราชโอรสของพระองค์นั้น ว่า ลูกรัก ทราบว่า พ่อจักบูชายัญด้วยโอรสทั้ง ๔ หรือ.

ข้อ ๗๙๑

สพฺเพปิ มยฺหํ ปุตฺตา จตฺตา จนฺทสฺมึ หญฺญมานสฺมึ ปุตฺเตหิ ยญฺญํ ยชิตฺวาน สุคตึ สคฺคํ คมิสฺสามิ ฯ

เมื่อต้องฆ่าจันทกุมาร บุตรแม้ทุกคนหม่อมฉันก็สละ หม่อมฉันบูชายัญ ด้วยบุตรทั้งหลายแล้ว จักไปสู่สุคติสวรรค์.

ข้อ ๗๙๒

|๗๙๒.๑| มา ตํ ปุตฺต สทฺทเหสิ สุคติ กิร โหติ ปุตฺตยญฺเญน นิรยาเนโส มคฺโค เนโส มคฺโค หิ สคฺคานํ ฯ |๗๙๒.๒| ทานานิ เทหิ โกณฺฑญฺญ อหึสา สพฺพภูตภพฺยานํ เอส มคฺโค สุคติยา น จ มคฺโค ปุตฺตยญฺเญน ฯ

ลูกเอ๋ย พ่ออย่าเชื่อคำนั้น ข่าวที่ว่า สุคติจะมีเพราะเอาบุตรบูชายัญ ทางนั้นเป็นทางไปนรก ไม่ใช่ทางไปสวรรค์ ดูกรลูกโกญฑัญญะ พ่อจง ให้ทาน อย่าได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวงเลย นี่เป็นทางไปสู่สุคติ ทางไป สู่สุคติมิใช่เพราะเอาบุตรบูชายัญ.

ข้อ ๗๙๓

อาจริยานํ วจนา ฆาติสฺสํ จนฺทญฺจ สุริยญฺจ ปุตฺเตหิ ยชิตฺวา ทุจฺจเชหิ สุคตึ สคฺคํ คมิสฺสามิ ฯ

คำของอาจารย์ทั้งหลายมีอยู่ หม่อมฉันจักฆ่าจันทกุมารและสุริยกุมาร หม่อมฉันบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายอันสละได้ยากแล้ว จักไปสู่สุคติ สวรรค์.

ข้อ ๗๙๔

ทานานิ เทหิ โกณฺฑญฺญ อหึสา สพฺพภูตภพฺยานํ ปุตฺตปริวุโต ตุวํ รฏฺฐํ ชนปทญฺจ ปาเลหิ ฯ

ดูกรลูกโกญฑัญญะ พ่อจงให้ทาน อย่าได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวงเลย พ่อจงเป็นผู้อันพระราชบุตรห้อมล้อม รักษากาสิกรัฐและชนบทเถิด.

ข้อ ๗๙๕

|๗๙๕.๑| มา โน เทว อวธิ ทาเส โน เทหิ ขณฺฑหาลสฺส อปิ นิคฬพนฺธกาปิ หตฺถี อสฺเส จ ปาเลม ฯ |๗๙๕.๒| มา โน เทว อวธิ ทาเส โน เทหิ ขณฺฑหาลสฺส อปิ นิคฬพนฺธกาปิ หตฺถิฉกณานิ อุชฺเฌม ฯ |๗๙๕.๓| มา โน เทว อวธิ ทาเส โน เทหิ ขณฺฑหาลสฺส อปิ นิคฬพนฺธกาปิ อสฺสฉกณานิ อุชฺเฌม ฯ |๗๙๕.๔| มา โน เทว อวธิ ทาเส โน เทหิ ขณฺฑหาลสฺส ยสฺส โหนฺติ ตว กามา อปิ รฏฺฐา ปพฺพาชิตา ภิกฺขาจริยํ จริสฺสาม ฯ

ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเสียเลย โปรดพระราชทาน ข้าพระองค์ทั้งหลายให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด พระเจ้าข้า ถึง แม้ข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะเลี้ยงช้างและม้า ให้เขา ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเสียเลย โปรด พระราชทานข้าพระองค์ทั้งหลายให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด พระเจ้าข้า ถึงแม้ข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขน มูลช้างให้เขา ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเสียเลย โปรด พระราชทานข้าพระองค์ทั้งหลายให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด พระเจ้าข้า ถึงแม้ข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขน มูลม้าให้เขา ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเสียเลย โปรด พระราชทานข้าพระองค์ทั้งหลายให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิต ตามที่ พระองค์มีพระประสงค์เถิด พระเจ้าข้า ถึงแม้ข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูก ขับไล่จากแว่นแคว้น ก็จักเที่ยวภิกขาจารเลี้ยงชีวิต.

ข้อ ๗๙๖

ทุกฺขํ โข เม ชนยิตฺถ วิลปนฺตา ชีวิตสฺส กามา หิ มุญฺจถทานิ กุมาเร อลํปิ เม โหตุ ปุตฺตยญฺเญน ฯ

เจ้าทั้งหลายพร่ำเพ้ออยู่เพราะรักชีวิต ย่อมก่อทุกข์ให้เกิดแก่เรานักแล จงปล่อยพระกุมารทั้งหลายไป ณ บัดนี้ เราขอเลิกการเอาบุตรบูชายัญ.

ข้อ ๗๙๗

|๗๙๗.๑| ปุพฺเพว โขสิ เม วุตฺโต ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ เจตํ อถ โน อุปกฺขตสฺส ยญฺญสฺส กสฺมา กโรสิ วิกฺเขปํ ฯ |๗๙๗.๒| สพฺเพ วชนฺติ สุคตึ เย ยชนฺติ เยปิ เจว ยชาเปนฺติ เย จาปิ อนุโมทนฺติ ยชนฺตานํ เอทิสํ มหายญฺญํ ฯ

ข้าพระองค์ได้ทูลไว้แล้วในกาลก่อนเทียวว่า การบูชายัญนี้ทำได้ยาก ให้ ยินดีได้แสนยาก บัดนี้ พระองค์ทรงกระทำยัญที่ข้าพระองค์ตระเตรียม ไว้แล้วให้กระจัดกระจายเพราะเหตุไร ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี และ ชนเหล่าใดให้ผู้อื่นบูชายัญก็ดี อนึ่ง ชนเหล่าใด อนุโมทนามหายัญ เช่นนี้ของบุคคลผู้บูชาอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นทั้งหมดย่อมไปสู่สุคติ.

ข้อ ๗๙๘

|๗๙๘.๑| อถ กิสฺส จ โน ปุพฺเพ โสตฺถานํ พฺราหฺมเณ อวาเจสิ อถ โน อการณสฺมา ยญฺญตฺถาย เทว ฆาเตสิ ฯ |๗๙๘.๒| ปุพฺเพว โน ทหรกาเล น หเนสิ น ฆาเตสิ ทหรมฺหา โยพฺพนปฺปตฺตา อทูสกา ตาต หญฺญาม ฯ |๗๙๘.๓| หตฺถิคเต อสฺสคเต สนฺนทฺเธ ปสฺส โน มหาราช ยุทฺเธ วา ยุชฺฌมาเน วา นหิ มาทิสา โหนฺติ ยญฺญตฺถาย ฯ |๗๙๘.๔| ปจฺจนฺเต วา กุปฺปิเต อฏวีสุ วา มาทิเส นิโยเชนฺติ อถ โน อการณสฺมา อภูมิยํ ตาต หญฺญาม ฯ |๗๙๘.๕| ยากาจิ สกุณิกาโย วสนฺติ ติณฆรานิ กตฺวาน ตาสํปิ ปิยา ปุตฺตา อถ โน ตฺวํ เทว ฆาเตสิ ฯ |๗๙๘.๖| มา ขฺวสฺส สทฺทเหสิ น มํ ขณฺฑหาโล ฆาเตยฺย มมญฺหิ โส ฆาเตตฺวาน อนนฺตรา ตมฺปิ เทว ฆาเตยฺย ฯ |๗๙๘.๗| คามวรํ นิคมวรํ ททนฺติ โภคํปิสฺส มหาราช อถคฺคปิณฺฑิกาปิ กุเล กุเล เหเต ภุญฺชนฺติ ฯ |๗๙๘.๘| เตสํปิ ตาทิสานํ อิจฺฉนฺติ ทุพฺภิตุํ มหาราช เยภุยฺเยน หิ เอเต อกตญฺญุโน พฺราหฺมณา เทว ฯ |๗๙๘.๙| มา โน เทว อวธิ ทาเส โน เทหิ ขณฺฑหาลสฺส อปิ นิคฬพนฺธกาปิ หตฺถี อสฺเส จ ปาเลม ฯ |๗๙๘.๑๐| มา โน เทว อวธิ ทาเส โน เทหิ ขณฺฑหาลสฺส อปิ นิคฬพนฺธกาปิ หตฺถิฉกณานิ อุชฺเฌม ฯ |๗๙๘.๑๑| มา โน เทว อวธิ ทาเส โน เทหิ ขณฺฑหาลสฺส อปิ นิคฬพนฺธกาปิ อสฺสฉกณานิ อุชฺเฌม ฯ |๗๙๘.๑๒| มา โน เทว อวธิ ทาเส โน เทหิ ขณฺฑหาลสฺส ยสฺส โหนฺติ ตว กามา อปิ รฏฺฐา ปพฺพาชิตา ภิกฺขาจริยํ จริสฺสาม ฯ

ขอเดชะ เหตุไร ในกาลก่อน พระองค์จึงรับสั่งให้พราหมณ์กล่าวคำเป็น สวัสดีแก่ข้าพระบาททั้งหลาย มาบัดนี้ จะรับสั่งฆ่าข้าพระบาททั้งหลาย เพื่อต้องการบูชายัญ โดยหาเหตุมิได้เลย ข้าแต่พระราชบิดา เมื่อก่อน ในเวลาที่ข้าพระบาทยังเป็นเด็ก พระองค์มิได้ทรงฆ่าและมิได้ทรงรับสั่ง ให้ฆ่า บัดนี้ ข้าพระบาททั้งหลาย ถึงความเจริญวัยเป็นหนุ่มแน่นแล้ว มิได้คิดประทุษร้ายพระองค์เลย เพราะเหตุไร จึงรับสั่งให้ฆ่าเสีย ข้าแต่ พระมหาราชา ขอพระองค์ทรงทอดพระเนตรข้าพระบาททั้งหลาย ผู้ขึ้น คอช้าง ขี่หลังม้า ผูกสอดเครื่องรบ ในเวลาที่รบมาแล้วหรือเมื่อกำลัง รบ ก็บุตรทั้งหลายเช่นดังข้าพระบาททั้งหลาย ย่อมไม่ควรจะฆ่าเพื่อ ประโยชน์แก่การบูชายัญเลย ข้าแต่พระราชบิดา เมื่อเมืองชายแดนหรือ เมื่อพวกโจรในดงกำเริบ เขาย่อมใช้คนเช่นดังข้าพระบาททั้งหลาย แต่ ข้าพระบาททั้งหลายจะถูกฆ่าให้ตายโดยมิใช่เหตุ ในมิใช่ที่ ขอเดชะ แม่นกเหล่าไร ๆ เมื่อทำรังแล้วย่อมอยู่ ลูกทั้งหลายเป็นที่รักของแม่นก เหล่านั้น ส่วนพระองค์ได้ตรัสสั่งให้ฆ่าข้าพระบาททั้งหลาย เพราะเหตุไร ขอเดชะ อย่าได้ทรงเชื่อขัณฑหาลปุโรหิต ขัณฑหาลปุโรหิตไม่พึงฆ่า ข้าพระองค์ เพราะว่าเขาฆ่าข้าพระองค์แล้ว ก็จะพึงฆ่าแม้พระองค์ใน ลำดับต่อไป ข้าแต่พระมหาราชา พระราชาทั้งหลายย่อมพระราชทาน บ้านอันประเสริฐ นิคมอันประเสริฐ แม้โภคะ แก่พราหมณ์นั้น อนึ่ง พวกพราหมณ์ แม้ได้ข้าวน้ำอันเลิศในตระกูล บริโภคในตระกูล ยัง ปรารถนาจะประทุษร้ายต่อผู้ให้ข้าวน้ำเช่นนั้นอีก เพราะพราหมณ์เหล่านั้น โดยมากเป็นคนอกตัญญู ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลาย เสียเลย โปรดพระราชทานข้าพระองค์ทั้งหลายให้เป็นทาสของขัณฑ- หาลปุโรหิตเถิด พระเจ้าข้า ถึงแม้ว่าข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกจองจำด้วย โซ่ใหญ่ ก็จะเลี้ยงช้างและม้าให้เขา ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ ทั้งหลายเสียเลย โปรดพระราชทานข้าพระองค์ทั้งหลายให้เป็นทาสของ ขัณฑหาลปุโรหิตเถิด พระเจ้าข้า ถึงแม้ว่าข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกจองจำ ด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลช้างให้เขา ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ ทั้งหลายเสียเลย โปรดพระราชทานข้าพระองค์ทั้งหลายให้เป็นทาสของ ขัณฑหาลปุโรหิตเถิด พระเจ้าข้า ถึงแม้ว่าข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกจองจำ ด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลม้าให้เขา ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ ทั้งหลายเสียเลย โปรดพระราชทานข้าพระองค์ทั้งหลายให้เป็นทาสของ ขัณฑหาลปุโรหิต ตามที่พระองค์มีพระราชประสงค์เถิด พระเจ้าข้า ถึงแม้ว่าข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกขับไล่จากแว่นแคว้น ก็จักเที่ยว ภิกขาจารเลี้ยงชีวิต.

ข้อ ๗๙๙

ทุกฺขํ โข เม ชนยิตฺถ วิลปนฺตา ชีวิตสฺส กามา หิ มุญฺจถทานิ กุมาเร อลํปิ เม โหติ ปุตฺตยญฺเญน ฯ

เจ้าทั้งหลายพร่ำเพ้ออยู่เพราะรักชีวิต ย่อมก่อทุกข์ให้เกิดแก่เรานักแล จงปล่อยพระกุมารทั้งหลายไป ณ บัดนี้ เราขอเลิกการเอาบุตรบูชายัญ.

ข้อ ๘๐๐

|๘๐๐.๑| ปุพฺเพว โขสิ เม วุตฺโต ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ เจตํ อถ โน อุปกฺขตสฺส ยญฺญสฺส กสฺมา กโรสิ วิกฺเขปํ ฯ |๘๐๐.๒| สพฺเพ วชนฺติ สุคตึ เย ยชนฺติ เยปิ เจว ยชาเปนฺติ เย จาปิ อนุโมทนฺติ ยชนฺตานํ เอทิสํ มหายญฺญํ ฯ

ข้าพระองค์ได้ทูลไว้แล้วในกาลก่อนเทียว การบูชายัญนี้ทำได้ยาก ให้ ยินดีได้แสนยาก บัดนี้ พระองค์ทรงกระทำยัญที่ข้าพระองค์ตระเตรียมไว้ แล้วให้กระจัดกระจาย เพราะเหตุไร ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี และ ชนเหล่าใดให้ผู้อื่นบูชายัญก็ดี อนึ่ง ชนเหล่าใด อนุโมทนามหายัญ เช่นนี้ของบุคคลผู้บูชายัญอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นย่อมไปสู่สุคติ.

ข้อ ๘๐๑

|๘๐๑.๑| ยทิ กิร ยชิตฺวา ปุตฺเตหิ เทวโลกํ อิโต จุตา ยนฺติ พฺราหฺมโณ ตาว ยชตุ ปจฺฉาปิ ยชิสฺสสิ ราช ฯ |๘๐๑.๒| ยทิ กิร ยชิตฺวา ปุตฺเตหิ เทวโลกํ อิโต จุตา ยนฺติ เอเสว ขณฺฑหาโล ยชตุ สเกหิ ปุตฺเตหิ ฯ |๘๐๑.๓| เอวํ ชานํ เจ ขณฺฑหาโล กึ ปุตฺตเก น ฆาเตสิ สพฺพญฺจ ญาติชนํ อตฺตานญฺจ น ฆาเตสิ ฯ |๘๐๑.๔| สพฺเพ วชนฺติ นิรยํ เย ยชนฺติ เยปิ เจว ยชาเปนฺติ เย จาปิ อนุโมทนฺติ ยชนฺตานํ เอทิสํ มหายญฺญํ ฯ

ข้าแต่พระราชา ถ้าชนทั้งหลายบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลาย จุติจากโลกนี้ แล้วย่อมไปสู่เทวโลกดังได้ยินมาไซร้ พราหมณ์จงบูชายัญก่อน พระองค์ จักทรงบูชายัญในภายหลัง ถ้าชนทั้งหลายบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลาย จุติ จากโลกนี้แล้วย่อมไปสู่เทวโลกดังได้ยินมาไซร้ ขัณฑหาลพราหมณ์ผู้นี้ แล จงบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายของตน ถ้าว่าขัณฑหาลพราหมณ์รู้อยู่ อย่างนี้ เหตุไรจึงไม่ฆ่าบุตรทั้งหลาย ไม่ฆ่าคนที่เป็นญาติทุกคนและ ตนเองเล่า ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี และชนเหล่าใดให้ผู้อื่นบูชายัญก็ดี อนึ่ง ชนเหล่าใด อนุโมทนามหายัญเช่นนี้ของบุคคลผู้บูชาอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นย่อมไปสู่นรกทั้งหมด.

ข้อ ๘๐๒

|๘๐๒.๑| กถญฺจ กิร ปุตฺตกามาโย คหปตโย ฆรณิโย จ นครมฺหิ น อุปวทนฺติ ราชานํ มา ฆาตยิ โอรสํ ปุตฺตํ ฯ |๘๐๒.๒| กถญฺจ กิร ปุตฺตกามาโย คหปตโย ฆรณิโย จ นครมฺหิ น อุปวทนฺติ ราชานํ มา ฆาตยิ อตฺรชํ ปุตฺตํ ฯ |๘๐๒.๓| รญฺโญ จมฺหิ อตฺถกาโม หิโต จ สพฺพชนปทสฺส น โกจิ อสฺส ปฏิฆํ มยา ชนปโท น ปเวเทติ ฯ

ได้ยินว่า พ่อเจ้าเรือนและแม่เจ้าเรือนทั้งหลาย ผู้รักบุตร ซึ่งมีอยู่ใน พระนครนี้ ไฉนจึงไม่ทูลพระราชา อย่าให้ทรงฆ่าพระราชบุตรอันเกิด แต่พระอุระ ได้ยินว่า พ่อเจ้าเรือนและแม่เจ้าเรือนทั้งหลาย ผู้รักบุตร ซึ่งมีอยู่ในพระนครนี้ ไฉนจึงไม่ทูลทัดทานพระราชา อย่าให้ทรงฆ่า พระราชบุตรอันเกิดแต่พระองค์ เราปรารถนาประโยชน์แก่พระราชาด้วย ทำประโยชน์แก่ชาวชนบททั้งปวงด้วย ใครๆ จะมีความแค้นเคืองกับ เราไม่พึงมี ชาวชนบทไม่ช่วยกราบทูลให้ทรงทราบเลย.

ข้อ ๘๐๓

|๘๐๓.๑| คจฺฉถ โว ฆรณิโย ตาตญฺจ วเทถ ขณฺฑหาลญฺจ มา ฆาเตถ กุมาเร อทูสเก สีหสงฺกาเส |๘๐๓.๒| คจฺฉถ โว ฆรณิโย ตาตญฺจ วเทถ ขณฺฑหาลญฺจ มา ฆาเตถ กุมาเร อเปกฺขิเต สพฺพโลกสฺส ฯ

ดูกรแม่เจ้าเรือนทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงไปกราบทูลพระราชบิดา และวิงวอนขัณฑหาลพราหมณ์ว่า ขอจงอย่าฆ่าพระราชกุมารทั้งหลาย ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์ ดูกรแม่เจ้าเรือนทั้งหลาย ขอท่าน ทั้งหลายจงไปกราบทูลพระราชบิดา และวิงวอนขัณฑหาลพราหมณ์ว่า ขอจงอย่าฆ่าพระราชกุมารทั้งหลาย ผู้เป็นที่เพ่งที่หวังของโลกทั้งปวง.

ข้อ ๘๐๔

ยนฺนูนาหํ ชาเยยฺยํ รถการกุเล วา ปุกฺกุสกุเล วา เวสฺเสสุ วา ชาเยยฺยํ น หชฺช มํ ราชา ยญฺเญ ฆาเตยฺย ฯ

ไฉนหนอ เราพึงเกิดในตระกูลนายช่างรถ ในตระกูลปุกกุสะ หรือพึง เกิดในหมู่พ่อค้า พระราชาก็ไม่พึงรับสั่งให้ฆ่าในการบูชายัญวันนี้.

ข้อ ๘๐๕

|๘๐๕.๑| สพฺพาปิ มนฺตินิโย คจฺฉถ อยฺยสฺส ขณฺฑหาลสฺส ปาเทสุ นิปตถ อปราธาหํ น ปสฺสามิ ฯ |๘๐๕.๒| สพฺพาปิ ฆรณิโย คจฺฉถ อยฺยสฺส ขณฺฑหาลสฺส ปาเทสุ นิปตถ กินฺเต ภนฺเต มยํ อทูเสม ฯ

เจ้าผู้มีความคิดแม้ทั้งปวง จงไปหมอบลงแทบเท้าของผู้เป็นเจ้าขัณฑหาละ เรียนว่า เรามิได้เห็นโทษเลย ดูกรแม่เจ้าเรือนแม้ทั้งปวง เจ้าจงไป หมอบลงแทบเท้าของผู้เป็นเจ้าขัณฑหาละเรียนว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ถ้าเราทั้งหลายได้ประทุษร้ายอะไรในท่าน ขอท่านจงอดโทษเถิด.

ข้อ ๘๐๖

กปณา วิลปติ เสลา ทิสฺวาน ภาตโร อุปนีตตฺเต ยญฺโญ กิร เม อุกฺขิปิโต ตาเตน สคฺคกาเมน ฯ

พระเสลาราชกุมารีผู้ควรการุญ ทรงเห็นพระภาดาทั้งหลายอันเขานำมา เพื่อบูชายัญ ทรงคร่ำครวญว่า ดังได้สดับมา พระราชบิดาของเราทรง ปรารถนาสวรรค์ รับสั่งให้ตั้งยัญขึ้น.

ข้อ ๘๐๗

อาวตฺติ จ ปริวตฺติ จ วสุโล สมฺมุขา รญฺโญ มา โน เทว ปิตรํ อวธิ ทหรมฺหา อโยพฺพนปฺปตฺตา ฯ

พระวสุลราชนัดดา กลิ้งไปกลิ้งมาเฉพาะพระพักตร์พระราชากราบทูลว่า ขอเดชะ ข้าพระบาทยังเป็นเด็ก ไม่ถึงความเป็นหนุ่ม ขอพระองค์ ได้ทรงโปรด อย่าได้ฆ่าพระบิดาของข้าพระบาทเลย.

ข้อ ๘๐๘

เอโส เต วสุล ปิตา สเมหิ ปิตรา สห ทุกฺขํ โข เม ชนยสิ วิลปนฺโต อนฺเตปุรสฺมึ มุญฺจถทานิ กุมาเร อลํปิ เม โหตุ ปุตฺตยญฺเญน ฯ

ดูกรวสุละ นั่นพ่อเจ้า เจ้าจงไปพร้อมกับบิดา เจ้าพร่ำเพ้ออยู่ใน พระราชวัง ย่อมให้เกิดทุกข์แก่ข้านัก จงปล่อยพระราชกุมารทั้งหลาย ณ บัดนี้ เราขอเลิกการเอาบุตรบูชายัญ.

ข้อ ๘๐๙

|๘๐๙.๑| ปุพฺเพว โขสิ เม วุตฺโต ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ เจตํ อถ โน อุปกฺขตสฺส ยญฺญสฺส กสฺมา กโรสิ วิกฺเขปํ |๘๐๙.๒| สพฺเพ วชนฺติ สุคตึ เย ยชนฺติ เยปิ เจว ยชาเปนฺติ เย จาปิ อนุโมทนฺติ ยชนฺตานํ เอทิสํ มหายญฺญํ ฯ

ข้าพระองค์ได้ทูลไว้แล้วในกาลก่อนเทียว การบูชายัญนี้ทำได้ยาก ให้ ยินดีได้แสนยาก บัดนี้ พระองค์ทรงกระทำยัญที่ข้าพระองค์ตระเตรียม ไว้แล้วให้กระจัดกระจาย เพราะเหตุไร ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี และ ชนเหล่าใดให้ผู้อื่นบูชายัญก็ดี อนึ่ง ชนเหล่าใด อนุโมทนามหายัญ เช่นนี้ ของบุคคลผู้บูชาอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นทั้งหมดย่อมไปสู่สุคติ.

ข้อ ๘๑๐

สพฺพรตนสฺส ยญฺโญ อุปกฺขโต เอกราช ตว ปฏิยตฺโต อภินิกฺขมสฺสุ เทว สคฺคํ คโต ตฺวํ ปโมทิสฺสสิ ฯ

ข้าแต่สมเด็จพระเอกราช ข้าพระบาทตระเตรียมยัญแล้วด้วยแก้วทุกอย่าง ตบแต่งไว้แล้วเพื่อพระองค์ ขอเดชะ เชิญเสด็จออกเถิด พระองค์ทรง บูชายัญแล้วเสด็จสู่สวรรค์ จักทรงบันเทิงพระหฤทัย.

ข้อ ๘๑๑

|๘๑๑.๑| ทหรา สตฺตสตา เอตา จนฺทกุมารสฺส ภริยาโย เกเส วิกิริตฺวาน โรทนฺติโย มคฺคมนุยายนฺติ ฯ |๘๑๑.๒| อปรา ปน โสเกน นิกฺขนฺตา นนฺทเน วิย เทวา เกสา วิกิริตฺวาน โรทนฺติโย มคฺคมนุยายนฺติ ฯ

หญิงสาว ๗๐๐ คน ผู้เป็นชายาของจันทกุมาร ต่างสยายผมแล้วร้องไห้ ดำเนินไปตามทาง ส่วนพวกหญิงอื่นๆ ออกแล้วด้วยความเศร้าโศก เหมือนเทวดาในนันทวัน ต่างก็สยายผมร้องไห้ไปตามทาง.

ข้อ ๘๑๒

|๘๑๒.๑| กาสิกสุจิวตฺถธรา กุณฺฑลิโน อคฺคลุจนฺทนวิลิตฺตา นียนฺติ จนฺทสุริยา ยญฺญตฺถาย เอกราชสฺส ฯ |๘๑๒.๒| กาสิกสุจิวตฺถธรา กุณฺฑลิโน อคฺคลุจนฺทนวิลิตฺตา นียนฺติ จนฺทสุริยา มาตุ กตฺวา หทยโสกํ ฯ |๘๑๒.๓| กาสิกสุจิวตฺถธรา กุณฺฑลิโน อคฺคลุจนฺทนวิลิตฺตา นียนฺติ จนฺทสุริยา ชนสฺส กตฺวา หทยโสกํ ฯ |๘๑๒.๔| มํสรสโภชนา นฺหาปกสุนฺหาตา กุณฺฑลิโน อคฺคลุจนฺทนวิลิตฺตา นียนฺติ จนฺทสุริยา ยญฺญตฺถาย เอกราชสฺส ฯ |๘๑๒.๕| มํสรสโภชนา นฺหาปกสุนฺหาตา กุณฺฑลิโน อคฺคลุจนฺทนวิลิตฺตา นียนฺติ จนฺทสุริยา มาตุ กตฺวา หทยโสกํ ฯ |๘๑๒.๖| มํสรสโภชนา นฺหาปกสุนฺหาตา กุณฺฑลิโน อคฺคลุจนฺทนวิลิตฺตา นียนฺติ จนฺทสุริยา ชนสฺส กตฺวา หทยโสกํ ฯ |๘๑๒.๗| ยสฺสุ ปุพฺเพ หตฺถิวรธุรคเต หตฺถิกา อนุวชนฺติ ตฺยชฺช จนฺทสุริยา อุโภว ปตฺติกา ยนฺติ ฯ |๘๑๒.๘| ยสฺสุ ปุพฺเพ อสฺสวรธุรคเต อสฺสกา อนุวชนฺติ ตฺยชฺช จนฺทสุริยา อุโภว ปตฺติกา ยนฺติ ฯ |๘๑๒.๙| ยสฺสุ ปุพฺเพ รถวรธุรคเต รถิกา อนุวชนฺติ ตฺยชฺช จนฺทสุริยา อุโภว ปตฺติกา ยนฺติ ฯ |๘๑๒.๑๐| เย หิสฺสุ ปุพฺเพ นียึสุ ตปนียกปฺปเนหิ ตุรงฺเคหิ ตฺยชฺช จนฺทสุริยา อุโภว ปตฺติกา ยนฺติ ฯ

พระจันทกุมารและพระสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑลไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไปเพื่อ บูชายัญของสมเด็จพระเจ้าเอกราช พระจันทกุมารและพระสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณ แก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไปทำความเศร้าพระหฤทัยให้แก่พระชนนี พระจันทกุมารและพระสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไป ทำความเศร้าใจให้แก่ประชุมชน พระจันทกุมารและพระสุริยกุมาร เสวยกระยาหารอันปรุงด้วยรสเนื้อ ช่างสนานสระสรงพระกายให้ดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุตรนำไป บูชายัญของพระเจ้าเอกราช พระจันทกุมารและพระสุริยกุมาร เสวย กระยาหารอันปรุงด้วยรสเนื้อ ช่างสนานสระสรงพระกายดีแล้ว ประดับ กุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไป ทำความ เศร้าพระหฤทัยให้แก่พระชนนี พระจันทกุมารและพระสุริยกุมาร เสวย กระยาหารอันปรุงด้วยรสเนื้อ ช่างสนานสระสรงพระกายดีแล้ว ประดับ กุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไป ทำความ เศร้าใจให้แก่ประชุมชน ในกาลก่อน พวกพลช้างย่อมตามเสด็จ พระจันทกุมารและพระสุริยกุมาร ผู้เสด็จขึ้นคอช้างตัวประเสริฐ วันนี้ พระจันทกุมารและพระสุริยกุมารทั้งสองพระองค์เสด็จดำเนินด้วย พระบาทเปล่า ในกาลก่อน พวกพลม้าย่อมตามเสด็จพระจันทกุมารและ พระสุริยกุมาร ผู้เสด็จขึ้นหลังม้าตัวประเสริฐ วันนี้ พระจันทกุมารและ พระสุริยกุมารทั้งสองพระองค์เสด็จดำเนินด้วยพระบาทเปล่า ในกาล ก่อน พวกพลรถย่อมตามเสด็จพระจันทกุมารและพระสุริยกุมาร ผู้เสด็จ ขึ้นทรงรถอันประเสริฐ วันนี้ พระจันทกุมารและพระสุริยกุมารทั้งสอง พระองค์เสด็จดำเนินด้วยพระบาทเปล่า ในกาลก่อน พระจันทกุมารและ พระสุริยกุมาร ราชบุรุษเชิญเสด็จออกด้วยม้าทั้งหลายอันตบแต่งเครื่อง- ทองวันนี้ ทั้งสองพระองค์ต้องเสด็จดำเนินด้วยพระบาทเปล่า.

ข้อ ๘๑๓

|๘๑๓.๑| ยทิ สกุณิ มํสมิจฺฉสิ อุยฺยสฺสุ ปุพฺเพน ปุปฺผวติยายํ ยชเตตฺถ เอกราชา สมฺมุโฬฺห จตูหิ ปุตฺเตหิ ฯ |๘๑๓.๒| ยทิ สกุณิ มํสมิจฺฉสิ อุยฺยสฺสุ ปุพฺเพน ปุปฺผวติยายํ ยชเตตฺถ เอกราชา สมฺมุโฬฺห จตูหิ กญฺญาหิ ฯ |๘๑๓.๓| ยทิ สกุณิ มํสมิจฺฉสิ อุยฺยสฺสุ ปุพฺเพน ปุปฺผวติยายํ ยชเตตฺถ เอกราชา สมฺมุโฬฺห จตูหิ มเหสีหิ ฯ |๘๑๓.๔| ยทิ สกุณิ มํสมิจฺฉสิ อุยฺยสฺสุ ปุพฺเพน ปุปฺผวติยายํ ยชเตตฺถ เอกราชา สมฺมุโฬฺห จตูหิ คหปตีหิ ฯ |๘๑๓.๕| ยทิ สกุณิ มํสมิจฺฉสิ อุยฺยสฺสุ ปุพฺเพน ปุปฺผวติยายํ ยชเตตฺถ เอกราชา สมฺมุโฬฺห จตูหิ หตฺถีหิ ฯ |๘๑๓.๖| ยทิ สกุณิ มํสมิจฺฉสิ อุยฺยสฺสุ ปุพฺเพน ปุปฺผวติยายํ ยชเตตฺถ เอกราชา สมฺมุโฬฺห จตูหิ อสฺเสหิ ฯ |๘๑๓.๗| ยทิ สกุณิ มํสมิจฺฉสิ อุยฺยสฺสุ ปุพฺเพน ปุปฺผวติยายํ ยชเตตฺถ เอกราชา สมฺมุโฬฺห จตูหิ อุสเภหิ ฯ |๘๑๓.๘| ยทิ สกุณิ มํสมิจฺฉสิ อุยฺยสฺสุ ปุพฺเพน ปุปฺผวติยายํ ยชเตตฺถ เอกราชา สมฺมุโฬฺห สพฺพจตุกฺเกน ฯ

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ เจ้าจงบินไปทางทิศบูรพาแห่งปุบผวดีนคร ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้หลงใหล จะทรงบูชายัญด้วยพระราชโอรส ๔ พระองค์นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ เจ้าจงบินไปทางทิศบูรพาแห่ง ปุบผวดีนคร ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้หลงใหล จะทรงบูชายัญด้วย พระราชธิดา ๔ พระองค์ นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ เจ้าจงบินไปทางทิศ บูรพาแห่งปุบผวดีนคร ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้หลงใหล จะทรงบูชายัญ ด้วยพระมเหสี ๔ พระองค์ นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ เจ้าจงบินไปทาง ทิศบูรพาแห่งปุบผวดีนคร ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้หลงใหล จะทรง บูชายัญด้วยคฤหบดี ๔ คน นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ เจ้าจงบินไป ทางทิศบูรพาแห่งปุบผวดีนคร ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้หลงใหล จะ ทรงบูชายัญด้วยช้าง ๔ เชือก นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ เจ้าจงบิน ไปทางทิศบูรพาแห่งปุบผวดีนคร ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้หลงใหล จะทรงบูชายัญด้วยม้า ๔ ตัว นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ เจ้าจงบินไป ทางทิศบูรพาแห่งปุบผวดีนคร ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้หลงใหล จะ ทรงบูชายัญด้วยโคอุสุภราช ๔ ตัว นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ เจ้าจง บินไปทางทิศบูรพาแห่งปุบผวดีนคร ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้หลงใหล จะทรงบูชายัญด้วยสัตว์ทั้งปวงอย่างละ ๔.

ข้อ ๘๑๔

|๘๑๔.๑| อยมสฺส ปาสาโท โสวณฺโณ ปุปฺผมาลฺยาภิกิณฺโณ เตทานิ อยฺยปุตฺตา จตฺตาโร วธาย นินฺนีตา ฯ |๘๑๔.๒| อิทมสฺส กูฏาคารํ โสวณฺณํ ปุปฺผมาลฺยาภิกิณฺณํ เตทานิ อยฺยปุตฺตา จตฺตาโร วธาย นินฺนีตา ฯ |๘๑๔.๓| อิทมสฺส อุยฺยานํ สุปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ รมฺมํ เตทานิ อยฺยปุตฺตา จตฺตาโร วธาย นินฺนีตา ฯ |๘๑๔.๔| อิทมสฺส อโสกวนํ สุปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ รมฺมํ เตทานิ อยฺยปุตฺตา จตฺตาโร วธาย นินฺนีตา ฯ |๘๑๔.๕| อิทมสฺส กณิการวนํ สุปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ รมฺมํ เตทานิ อยฺยปุตฺตา จตฺตาโร วธาย นินฺนีตา ฯ |๘๑๔.๖| อิทมสฺส ปาฏลิวนํ สุปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ รมฺมํ เตทานิ อยฺยปุตฺตา จตฺตาโร วธาย นินฺนีตา ฯ |๘๑๔.๗| อิทมสฺส อมฺพวนํ สุปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ รมฺมํ เตทานิ อยฺยปุตฺตา จตฺตาโร วธาย นินฺนีตา ฯ |๘๑๔.๘| อยมสฺส โปกฺขรณี สญฺฉนฺนา ปทุมปุณฺฑรีเกหิ นาวา จ โสวณฺณวิกตา ปุปฺผวลฺลิยา จิตฺตา สุรมฺมณียา เตทานิ อยฺยปุตฺตา จตฺตาโร วธาย นินฺนีตา ฯ

นี่ปราสาทของท่านล้วนด้วยทองคำ เกลื่อนกล่นด้วยพวงมาลัย บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อจะฆ่า นี่เรือนยอดของท่าน ล้วนด้วยทองคำ เกลื่อนกล่นด้วยพวงมาลัย บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อจะฆ่า นี่พระอุทยานของท่าน มีดอกไม้บาน สะพรั่งตลอดกาลทั้งปวง น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ ถูกเขานำไปเพื่อจะฆ่า นี่ป่าอโศกของท่าน มีดอกบานสะพรั่งตลอดกาล ทั้งปวง น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อ จะฆ่า นี่ป่ากรรณิการ์ของท่าน มีดอกบานสะพรั่งตลอดกาลทั้งปวง น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อจะฆ่า นี่ป่าแคฝอยของท่าน มีดอกบานสะพรั่งตลอดกาลทั้งปวง น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อจะฆ่า นี่สวนมะม่วงของ ท่าน มีดอกบานสะพรั่งตลอดกาลทั้งปวง น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้า ทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อจะฆ่า นี่สระโบกขรณีของท่าน ดารดาษ ไปด้วยดอกบัวหลวงและบัวขาบ มีเรือทองอันงดงามวิจิตรด้วยลาย เครือวัลย์ เป็นที่รื่นรมย์เป็นอันดี บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูก เขานำไปเพื่อจะฆ่า.

ข้อ ๘๑๕

|๘๑๕.๑| อิทมสฺส หตฺถิรตนํ เอราวโณ คโช พลี ทนฺตี เตทานิ อยฺยปุตฺตา จตฺตาโร วธาย นินฺนีตา ฯ |๘๑๕.๒| อิทมสฺส อสฺสรตนํ เอกขุโร เวโค อสฺโส เตทานิ อยฺยปุตฺตา จตฺตาโร วธาย นินฺนีตา ฯ อยมสฺส อสฺสรโถ สาลิยา วิย นิคฺโฆโส |๘๑๕.๓| สุโภ รตนวิจิตฺโต ยตฺถสฺสุ อยฺยปุตฺตาโสภึสุนนฺทเนวิยเทวา เตทานิ อยฺยปุตฺตา จตฺตาโร วธาย นินฺนีตา ฯ |๘๑๕.๔| กถนฺนาม สามสมสุนฺทเรหิ จนฺทนมุทุกคตฺเตหิ ราชา ยชิสฺสเต ยญฺญํ สมฺมุโฬฺห จตูหิ ปุตฺเตหิ ฯ |๘๑๕.๕| กถนฺนาม สามสมสุนฺทราหิ จนฺทนมุทุกคตฺตาหิ ราชา ยชิสฺสเต ยญฺญํ สมฺมุโฬฺห จตูหิ กญฺญาหิ ฯ |๘๑๕.๖| กถนฺนาม สามสมสุนฺทราหิ จนฺทนมุทุกคตฺตาหิ ราชา ยชิสฺสเต ยญฺญํ สมฺมุโฬฺห จตูหิ มเหสีหิ ฯ |๘๑๕.๗| กถนฺนาม สามสมสุนฺทเรหิ จนฺทนมุทุกคตฺเตหิ ราชา ยชิสฺสเต ยญฺญํ สมฺมุโฬฺห จตูหิ คหปตีหิ ฯ |๘๑๕.๘| ยถา โหนฺติ คามนิคมา สุญฺญา อมนุสฺสกา พฺรหารญฺญา ตถา เหสฺสติ ปุปฺผวติยา ยิฏฺเฐสุ จนฺทสุริเยสุ ฯ

นี่ช้างแก้วของท่าน ชื่อเอราวัณ เป็นช้างงามมีกำลัง บัดนี้ พระลูกเจ้า ทั้ง ๔ นั้นถูกเขานำไปเพื่อจะฆ่า นี่ม้าแก้วของท่าน เป็นม้ามีกีบไม่แตก เป็นม้าวิ่งได้เร็ว บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ นั้นถูกเขานำไปเพื่อจะฆ่า นี่รถ ม้าของท่าน มีเสียงไพเราะเหมือนเสียงนกสาลิกา เป็นรถงดงามวิจิตร ด้วยแก้ว พระลูกเจ้าเสด็จไปในรถนี้ ย่อมงดงามดังเทพเจ้าในนันทวัน บัดนี้ พระเจ้าลูกทั้ง ๔ นั้นถูกเขานำไปเพื่อจะฆ่า อย่างไร พระราชาผู้ หลงใหล จึงจักทรงบูชายัญด้วยพระราชโอรส ๔ พระองค์ ผู้งามเสมอ ด้วยทอง มีพระกายไล้ทาด้วยจุรณแก่นจันทน์ อย่างไร พระราชาผู้หลง- ใหล จึงจักทรงบูชายัญด้วยพระราชธิดา ๔ พระองค์ ผู้งามเสมอด้วยทอง มีพระวรกายไล้ทาด้วยจุรณแก่นจันทน์ อย่างไร พระราชาผู้หลงใหล จักทรงบูชายัญด้วยพระมเหสี ๔ พระองค์ ผู้งามเสมอด้วยทอง มีพระวร- กายไล้ทาด้วยจุรณแก่นจันทน์ อย่างไร พระราชาผู้หลงใหล จึงจักบูชายัญ ด้วยคฤหบดี ๔ คน ผู้งดงามเสมอด้วยทอง มีร่างกายไล้ทาด้วยจุรณ แก่นจันทน์ คามนิคมทั้งหลายจะว่างเปล่า ไม่มีมนุษย์ กลายเป็นป่าใหญ่ ไป ฉันใด เมื่อพระราชารับสั่งให้เอาพระจันทกุมารและพระสุริยกุมารบูชา ยัญ พระนครปุบผวดีก็จักร้างว่างเปล่า ไม่มีมนุษย์ กลายเป็นป่าใหญ่ไป ฉันนั้น.

ข้อ ๘๑๖

|๘๑๖.๑| อุมฺมตฺติกา ภวิสฺสามิ ภูนหตา ปํสุนาว ปริกิณฺณา สเจ จนฺทกุมารํ หนฺติ ปาณา เม เทว ภิชฺชนฺติ ฯ |๘๑๖.๒| อุมฺมตฺติกา ภวิสฺสามิ ภูนหตา ปํสุนาว ปริกิณฺณา สเจ สุริยกุมารํ หนฺติ ปาณา เม เทว ภิชฺชนฺติ ฯ

ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ข้าพระบาทจักเป็นบ้า มีความเจริญถูกขจัด แล้ว มีสรีระเกลือกกลั้วด้วยธุลี ถ้าเขาฆ่าจันทกุมาร ลมปราณของข้า- พระบาทก็จะแตกทำลาย ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ข้าพระบาทจักเป็นผู้ มีความเจริญถูกขจัดแล้ว มีสรีระเกลือกกลั้วด้วยธุลี ถ้าเขาฆ่าสุริยกุมาร ลมปราณของข้าพระบาทก็จะแตกทำลาย.

ข้อ ๘๑๗

กินฺนุมา น รมาเปยฺยุํ อญฺญมญฺญํ ปิยํวทา ฆฏฺฏิกา อุปริกฺขี จ โปกฺขรณี จ คายิกา จนฺทสุริเยสุ นจฺจนฺติโย สมา ตาสํ น วิชฺชติ ฯ

สะใภ้เราเหล่านี้ คือ นางฆัฏฏิกา นางอุปรักขี นางโปกขรณี และ นางคายิกา ล้วนกล่าววาจาเป็นที่รักแก่กันและกันเพราะเหตุไร จึงไม่ ฟ้อนรำขับร้องให้จันทกุมารและสุริยกุมาร รื่นรมย์เล่า ใครอื่นที่จะเสมอ ด้วยนางทั้ง ๔ นั้นไม่มี.

ข้อ ๘๑๘

|๘๑๘.๑| อิมํ มยฺหํ หทยโสกํ ปฏิมุญฺจตุ ขณฺฑหาล ตว มาตา โย มยฺหํ หทยโสโก จนฺทสฺมึ วธาย นินฺนีเต ฯ |๘๑๘.๒| อิมํ มยฺหํ หยทโสกํ ปฏิมุญฺจตุ ขณฺฑหาล ตว มาตา โย มยฺหํ หทยโสโก สุริยสฺมึ วธาย นินฺนีเต ฯ |๘๑๘.๓| อิมํ มยฺหํ หทยโสกํ ปฏิมุญฺจตุ ขณฺฑหาล ตว ชายา โย มยฺหํ หทยโสโก จนฺทสฺมึ วธาย นินฺนีเต ฯ |๘๑๘.๔| อิมํ มยฺหํ หทยโสกํ ปฏิมุญฺจตุ ขณฺฑหาล ตว ชายา โย มยฺหํ หทยโสโก สุริยสฺมึ วธาย นินฺนีเต ฯ |๘๑๘.๕| มา จ ปุตฺเต มา จ ปตึ อทฺทกฺขิ ขณฺฑหาล ตว มาตา โย ฆาเตสิ กุมาเร อทูสเก สีหสงฺกาเส ฯ |๘๑๘.๖| มา จ ปุตฺเต มา จ ปตึ อทฺทกฺขิ ขณฺฑหาล ตว มาตา โย ฆาเตสิ กุมาเร อเปกฺขิเต สพฺพโลกสฺส ฯ |๘๑๘.๗| มา จ ปุตฺเต มา จ ปตึ อทฺทกฺขิ ขณฺฑหาล ตว ชายา โย ฆาเตสิ กุมาเร อทูสเก สีหสงฺกาเส ฯ |๘๑๘.๘| มา จ ปุตฺเต มา จ ปตึ อทฺทกฺขิ ขณฺฑหาล ตว ชายา โย ฆาเตสิ กุมาเร อเปกฺขิเต สพฺพโลกสฺส ฯ

ดูกรเจ้าขัณฑหาละ ความโศกเศร้าใจใดย่อมเกิดมีแก่เรา ในเมื่อจันท- กุมารถูกเขานำไปเพื่อจะฆ่า แม่ของเจ้าจงได้ประสบความโศกเศร้าใจ ของเรานี้ ดูกรเจ้าขัณฑหาละ ความโศกเศร้าใจใดย่อมเกิดมีแก่เรา ใน เมื่อสุริยกุมารถูกเขานำไปเพื่อจะฆ่า แม่ของเจ้าจงได้ประสบความโศก- เศร้าใจของเรานี้ ดูกรเจ้าขัณฑหาละ ความโศกเศร้าใจใดย่อมเกิดมี แก่เรา ในเมื่อจันทกุมารถูกเขานำไปเพื่อจะฆ่า ภรรยาของเจ้าจงประสบ ความโศกเศร้าใจของเรานี้ ดูกรขัณฑหาละ ความโศกเศร้าใจใดย่อม เกิดมีแก่เรา ในเมื่อสุริยกุมารถูกเขานำไปเพื่อจะฆ่า ภรรยาของเจ้าจง ได้ประสบความโศกเศร้าใจของเรานี้ ดูกรเจ้าขัณฑหาละ เจ้าได้ให้ฆ่า พระกุมารทั้งหลายผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์ แม่ของเจ้าจง อย่าได้เห็นพวกลูกๆ และอย่าได้เห็นสามีเลย ดูกรเจ้าขัณฑหาละ เจ้า ได้ให้ฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้เป็นที่มุ่งหวังของโลกทั้งปวง แม่ของเจ้า จงอย่าได้เห็นพวกลูกๆ และอย่าได้เห็นสามีเลย ดูกรเจ้าขัณฑหาละ เจ้าได้ให้ฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์ ภรรยาของเจ้า จงอย่าได้เห็นพวกลูกๆ และอย่าได้เห็นสามีเลย ดูกรเจ้า ขัณฑหาละ เจ้าได้ให้ฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้เป็นที่มุ่งหวังของโลก ทั้งปวง ภรรยาของเจ้าจงอย่าได้เห็นพวกลูกๆ และอย่าได้เห็นสามีเลย.

ข้อ ๘๑๙

|๘๑๙.๑| มา โน เทว อวธิ ทาเส โน เทหิ ขณฺฑหาลสฺส อปิ นิคฬพนฺธกาปิ หตฺถี อสฺเส จ ปาเลม ฯ |๘๑๙.๒| มา โน เทว อวธิ ทาเส โน เทหิ ขณฺฑหาลสฺส อปิ นิคฬพนฺธกาปิ หตฺถิฉกณานิ อุชฺเฌม ฯ |๘๑๙.๓| มา โน เทว อวธิ ทาเส โน เทหิ ขณฺฑหาลสฺส อปิ นิคฬพนฺธกาปิ อสฺสฉกณานิ อุชฺเฌม ฯ |๘๑๙.๔| มา โน เทว อวธิ ทาเส โน เทหิ ขณฺฑหาลสฺส ยสฺส โหนฺติ ตว กามา อปิ รฏฺฐา ปพฺพาชิตา ภิกฺขาจริยํ จริสฺสาม ฯ |๘๑๙.๕| ทิพฺยํ เทว อุปยาจนฺติ ปุตฺตตฺถิกา ทลิทฺทาปิ ปฏิภาณานิปิ หิตฺวา ปุตฺเต น ลภนฺติ เอกจฺจา |๘๑๙.๖| อาสาสิกานิ กโรนฺติ ปุตฺตา โน ชายนฺตุ ตโต ปปุตฺตา อถ โน อการณสฺมา ยญฺญตฺถาย เทว ฆาเตสิ ฯ |๘๑๙.๗| อุปยาจิตเกน ปุตฺตํ ลภนฺติ มา ตาต โน อฆาเตสิ มา กิจฺฉลทฺธเกหิ ปุตฺเตหิ ยชิตฺโถ อิมํ ยญฺญํ ฯ |๘๑๙.๘| อุปยาจิตเกน ปุตฺตํ ลภนฺติ มา ตาต โน อฆาเตสิ มา กปณลทฺธเกหิ ปุตฺเตหิ อมฺมาย โน วิปฺปวาเสสิ ฯ

ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเสียเลย โปรดพระราชทาน ข้าพระองค์ทั้งหลาย ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด พระเจ้าข้า ถึงแม้ว่าข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะเลี้ยงช้างและม้า ให้เขา ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเสียเลย โปรดพระ- ราชทานข้าพระองค์ทั้งหลาย ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด พระเจ้าข้า ถึงแม้ว่าข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขน มูลช้างให้เขา ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเสียเลย โปรด พระราชทานข้าพระองค์ทั้งหลาย ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด พระเจ้าข้า ถึงแม้ว่าข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะ ขนมูลม้าให้เขา ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเสียเลย โปรดพระราชทานข้าพระองค์ทั้งหลาย ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิต ตามที่พระองค์มีพระประสงค์เถิด พระเจ้าข้า ถึงแม้ว่าข้าพระองค์ทั้งหลาย จะถูกขับไล่จากแว่นแคว้น ก็จักเที่ยวภิกขาจารเลี้ยงชีวิต ขอเดชะ หญิง ทั้งหลายผู้ปรารถนาบุตร แม้จะเป็นคนยากจน ย่อมวอนขอบุตรต่อ เทพเจ้า หญิงบางพวกละปฏิภาณแล้ว ไม่ได้บุตรก็มี หญิงเหล่านั้นย่อม กระทำความหวังว่า ขอลูกทั้งหลายจงเกิดแก่เรา แต่นั้นขอหลานจงเกิด อีก ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ พระองค์รับสั่งให้ฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลาย เพื่อต้องการทรงบูชายัญ โดยเหตุอันไม่สมควร ข้าแต่สมเด็จพระบิดา คนทั้งหลายเขาได้ลูกเพราะความวิงวอนเทพเจ้า ขอพระองค์อย่ารับสั่งให้ ฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเลย อย่าทรงบูชายัญนี้ด้วยบุตรทั้งหลายที่ได้มา โดยยากเลย พระเจ้าข้า ข้าแต่สมเด็จพระบิดา คนทั้งหลายเขาได้บุตร เพราะความวิงวอนเทพเจ้า ขอพระองค์อย่ารับสั่งให้ฆ่าข้าพระองค์ทั้ง- หลายเลย พระเจ้าข้า ขอได้ทรงพระกรุณาโปรด อย่าได้พรากข้าพระองค์ ทั้งหลายผู้เป็นบุตรที่ได้มาด้วยความยากจากมารดาเลย พระเจ้าข้า.

ข้อ ๘๒๐

|๘๒๐.๑| พหุทุกฺขํ โปสิยา จนฺทํ อมฺม ตุวํ ชียเส ปุตฺตํ วนฺทามิ โข เต ปาเท ลภตํ ตาโต ปรโลกํ |๘๒๐.๒| หนฺท จ มํ อุปคูห ปาเท เต อมฺม วนฺทิตุํ เทหิ คจฺฉามิทานิ ปวาสํ ยญฺญตฺถาย เอกราชสฺส ฯ |๘๒๐.๓| หนฺท จ มํ อุปคูห ปาเท เต อมฺม วนฺทิตุํ เทหิ คจฺฉามิทานิ ปวาสํ มาตุ กตฺวา หทยโสกํ ฯ |๘๒๐.๔| หนฺท จ มํ อุปคูห ปาเท เต อมฺม วนฺทิตุํ เทหิ คจฺฉามิทานิ ปวาสํ ชนสฺส กตฺวา หทยโสกํ ฯ

ข้าแต่พระมารดา พระมารดาย่อมย่อยยับ เพราะทรงเลี้ยงลูกจันทกุมาร มาด้วยความลำบากมาก ลูกขอกราบพระบาทพระมารดา ขอพระราชบิดา จงทรงได้ปรโลกอันสมบูรณ์เถิด เชิญพระมารดาทรงสวมกอดลูก แล้ว ประทานพระยุคลบาทให้ลูกกราบไหว้ ลูกจะจากไป ณ บัดนี้ เพื่อ ประโยชน์แก่ยัญของสมเด็จพระราชบิดาเอกราช เชิญพระมารดาทรง สวมกอดลูก แล้วประทานพระยุคลบาทให้ลูกกราบไหว้ ลูกจะจากไป ณ บัดนี้ ทำความโศกเศร้าพระทัยให้พระมารดา เชิญพระมารดาทรงสวม กอดลูก แล้วประทานพระยุคลบาทให้ลูกกราบไหว้ ลูกจะจากไป ณ บัดนี้ ทำความโศกเศร้าใจให้แก่ประชุมชน.

ข้อ ๘๒๑

|๘๒๑.๑| หนฺท จ ปทุมปตฺตานํ โมลึ พนฺธสฺสุ โคตมิปุตฺต จมฺปกทลมิสฺสาโย เอสา เต โปราณิกา ปกติ ฯ |๘๒๑.๒| หนฺท จ วิเลปนนฺเต ปจฺฉิมกํ จนฺทนํ วิลิมฺปสฺสุ เยหิ จ สุวิลิตฺโต โสภสิ ราชปริสายํ ฯ |๘๒๑.๓| หนฺท จ มุทุกานิ วตฺถานิ ปจฺฉิมํ กาสิกํ นิวาเสหิ เยหิ จ สุนิวตฺโถ โสภสิ ราชปริสายํ ฯ |๘๒๑.๔| มุตฺตามณิกนกวิภูสิตานิ คณฺหสฺสุ หตฺถาภรณานิ เยหิ จ หตฺถาภรเณหิ โสภสิ ราชปริสายํ ฯ

ดูกรลูกโคตมี มาเถิด เจ้าจงรัดเมาลีด้วยใบบัว จงประดับดอกไม้อัน แซมด้วยกลีบจำปา นี่เป็นปกติของเจ้ามาเก่าก่อน มาเถิด เจ้าจงไล้ทา เครื่องลูบไล้ คือ จุรณจันทน์แดงของเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าลูบไล้ด้วย จุรณจันทน์แดงนั้นดีแล้ว ย่อมงดงามในราชบริษัท มาเถิด เจ้าจงนุ่งผ้า กาสิกพัสตร์อันเป็นผ้าเนื้อละเอียดเป็นครั้งสุดท้าย เจ้านุ่งผ้ากาสิกพัสตร์ นั้นแล้ว ย่อมงดงามในราชบริษัท เชิญเจ้าประดับหัตถาภรณ์อันเป็น เครื่องประดับทองคำฝังแก้วมุกดาและแก้วมณี เจ้าประดับด้วยหัตถา- ภรณ์นั้นแล้ว ย่อมงดงามในราชบริษัท.

ข้อ ๘๒๒

น หิ นูนายํ รฏฺฐปาโล ภูมิปติ ชนปทสฺส ทายาโท โลกิสฺสโร มหนฺโต ปุตฺเต สิเนหํ ชนยติ ฯ

พระเจ้าแผ่นดินผู้ครองรัฐ ผู้เป็นทายาทของชนบท เป็นเจ้าโลกองค์นี้ จักไม่ทรงยังความสิเนหาให้เกิดในบุตรแน่ละหรือ.

ข้อ ๘๒๓

มยฺหํ ปิยา ปุตฺตา อโถปิ ปิยา ตุเมฺห จ ภริยาโย สคฺคญฺจ ปตฺถยมาโน เตนาหํ ฆาตยิสฺสามิ ฯ

ลูกทั้งหลายเป็นที่รักของเรา อนึ่ง แม้เจ้าทั้งหลายผู้เป็นภรรยาก็เป็นที่รัก ของเรา แต่เราปรารถนาสวรรค์ เหตุนั้นจึงได้ให้ฆ่าลูกทั้งหลาย.

ข้อ ๘๒๔

|๘๒๔.๑| มํ ปฐมํ ฆาเตหิ มา เม หทยํ ทุกฺขํ อผาเลสิ อลงฺกโต สุนฺทรโก ปุตฺโต เทว ตว สุขุมาโล ฯ |๘๒๔.๒| หนฺทยฺย มํ หนสฺสุ สโสกา จนฺทเกน เหสฺสามิ ปุญฺญํ กรสฺสุ วิปุลํ วิจราม อุโภ ปรโลเก ฯ

ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ขอจงทรงพระกรุณาโปรดรับสั่งให้ฆ่าข้าพระ- บาทเสียก่อน ขอความทุกข์อย่าได้ทำลายหทัยของข้าพระบาทเลย พระ- ราชโอรสของพระองค์เป็นสุขุมาลชาติ ประดับแล้วงดงาม ข้าแต่เจ้าชีวิต ขอได้โปรดฆ่าข้าพระบาทเสียก่อน ข้าพระบาทจักเป็นผู้มีความเศร้าโศก กว่าจันทกุมาร ขอพระองค์จงทรงทำบุญให้ไพบูลย์ ข้าพระบาททั้งสอง จะเที่ยวไปในปรโลก.

ข้อ ๘๒๕

มา ตฺวํ จนฺเท รุจฺจิ (มรณํ) พหุกา ตว เทวรา วิสาลกฺขิ เต ตํ รมยิสฺสนฺติ ยิฏฺฐสฺมึ โคตมิปุตฺเต ฯ

ดูกรจันทาผู้มีตางาม เจ้าอย่าชอบใจความตายเลย เมื่อโคตมีบุตรผู้อันเรา บูชายัญแล้ว พี่ผัว น้องผัวของเจ้าเป็นอันมาก จักยังเจ้าให้รื่นรมย์ยินดี.

ข้อ ๘๒๖

|๘๒๖.๑| เอวํ วุตฺเต จนฺทา อตฺตานํ หนฺติ หตฺถตลเกหิ อลเมตฺถ ชีวิเตน ปิสฺสามิ วิสํ มริสฺสามิ ฯ |๘๒๖.๒| น หิ นูนิมสฺส รญฺโญ ญาติมิตฺตา จ วิชฺชเร สุหทา เยน วทนฺติ ราชานํ มา ฆาตยิ โอรเส ปุตฺเต |๘๒๖.๓| น หิ นูนิมสฺส รญฺโญ ญาติมิตฺตา จ วิชฺชเร สุหทา เยน วทนฺติ ราชานํ มา ฆาตยิ อตฺรเช ปุตฺเต ฯ |๘๒๖.๔| อิเม เตปิ มยฺหํ ปุตฺตา คุณิโน กายุรธาริโน ราชา เตหิปิ ยชสฺสุ ยญฺญํ อถ มุญฺจตุ โคตมิปุตฺเต ฯ |๘๒๖.๕| วิลสตมฺปิ มํ กตฺวา ยชสฺสุ สตฺตธา มหาราช มา เชฏฺฐปุตฺตํ อวธิ อทูสกํ สีหสงฺกาสํ ฯ |๘๒๖.๖| วิลสตมฺปิ มํ กตฺวา ยชสฺสุ สตฺตธา มหาราช มา เชฏฺฐปุตฺตํ อวธิ อเปกฺขิตํ สพฺพโลกสฺส ฯ

เมื่อพระราชาตรัสอย่างนี้แล้ว พระนางจันทาเทวีก็ร่ำตีพระองค์ด้วยฝ่า- พระหัตถ์ ทรงรำพันว่า ไม่มีประโยชน์ด้วยชีวิต เราจักดื่มยาพิษตายเสีย ในที่นี้ พระญาติ พระมิตรของพระราชาพระองค์นี้ ผู้มีพระทัยดี ซึ่งจะ กราบทูลทัดทานพระราชาว่า อย่าได้รับสั่งให้ฆ่าพระราชโอรสอันเกิดแต่ พระอุระเลย ย่อมไม่มีแน่แท้เทียว พระญาติ พระมิตรของพระราชาพระ- องค์นี้ ผู้มีพระทัยดี ซึ่งจะกราบทูลทัดทานพระราชาว่า อย่าได้รับสั่งให้ ฆ่าพระราชโอรส อันเกิดแต่พระองค์เลย ย่อมไม่มีเป็นแน่แท้เทียว บุตร ของข้าพระบาทเหล่านี้ ประดับพวงดอกไม้ สวมกำไลทองต้นแขน ขอ พระราชาจงเอาบุตรของข้าพระบาทเหล่านั้นบูชายัญ แต่ขอพระราชทาน ปล่อยโคตมีบุตรเถิด ข้าแต่พระมหาราชา ขอจงทรงตัดแบ่งข้าพระบาท ให้เป็นร้อยส่วนแล้ว ทรงบูชายัญในสถานที่เจ็ดแห่ง อย่าได้ทรงฆ่า พระราชบุตรองค์ใหญ่ ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์เลย ข้า- แต่พระมหาราชา ขอจงตัดแบ่งข้าพระบาทให้เป็นร้อยส่วนแล้ว ทรง บูชายัญในสถานที่เจ็ดแห่ง อย่าได้ทรงฆ่าพระราชบุตรองค์ใหญ่ผู้เป็นที่ มุ่งหวังของโลกทั้งปวงเลย.

ข้อ ๘๒๗

พหุกา ตว ทินฺนา อาภรณา อุจฺจาวจา สุภณิตมฺหิ มุตฺตา มณิ เวฬุริยา เอตนฺเต ปจฺฉิมกํ ทานํ ฯ

เครื่องประดับเป็นอันมากล้วนแต่ของดีๆ คือ มุกดา มณี แก้วไพฑูรย์ เราให้แก่เจ้า เมื่อเจ้ากล่าวคำดี นี้เป็นของที่เราให้แก่เจ้าครั้งสุดท้าย.

ข้อ ๘๒๘

|๘๒๘.๑| เยสํ ปุพฺเพ ขนฺเธสุ ผุลฺลา มาลาคุณา วิวตฺตึสุ เตสชฺชปิ สุนิสิโต เนตฺตึโส วิวตฺติสฺสติ ขนฺเธสุ ฯ |๘๒๘.๒| เยสํ ปุพฺเพ ขนฺเธสุ จิตฺตา มาลาคุณา วิวตฺตึสุ เตสชฺชปิ สุนิสิโต เนตฺตึโส วิวตฺติสฺสติ ขนฺเธสุ ฯ |๘๒๘.๓| อจิรา วต เนตฺตึโส วิวตฺติสฺสติ ราชปุตฺตานํ ขนฺเธสุ อถ มม หทยํ น ผลติ ตาว ทฬฺหพนฺธนญฺจ เม อาสิ ฯ |๘๒๘.๔| กาสิกสุจิวตฺถธรา กุณฺฑลิโน อคฺคลุจนฺทนวิลิตฺตา นิยฺยาถ จนฺทสุริยา ยญฺญตฺถาย เอกราชสฺส ฯ |๘๒๘.๕| กาสิกสุจิวตฺถธรา กุณฺฑลิโน อคฺคลุจนฺทนวิลิตฺตา นิยฺยาถ จนฺทสุริยา มาตุ กตฺวา หทยโสกํ ฯ |๘๒๘.๖| กาสิกสุจิวตฺถธรา กุณฺฑลิโน อคฺคลุจนฺทนวิลิตฺตา นิยฺยาถ จนฺทสุริยา ชนสฺส กตฺวา หทยโสกํ ฯ |๘๒๘.๗| มํสรสโภชนา นฺหาปกสุนฺหาตา กุณฺฑลิโน อคฺคลุจนฺทนวิลิตฺตา นิยฺยาถ จนฺทสุริยา ยญฺญตฺถาย เอกราชสฺส ฯ |๘๒๘.๘| มํสรสโภชนา นฺหาปกสุนฺหาตา กุณฺฑลิโน อคฺคลุจนฺทนวิลิตฺตา นิยฺยาถ จนฺทสุริยา มาตุ กตฺวา หทยโสกํ ฯ |๘๒๘.๙| มํสรสโภชนา นฺหาปกสุนฺหาตา กุณฺฑลิโน อคฺคลุจนฺทนวิลิตฺตา นิยฺยาถ จนฺทสุริยา ชนสฺส กตฺวา หทยโสกํ ฯ

เมื่อก่อน พวงมาลาบานเคยสวมที่พระศอของพระกุมารเหล่าใด วันนี้ ดาบที่เขาลับคมดีแล้ว จักฟันที่พระศอของพระกุมารเหล่านั้น เมื่อก่อน พวงมาลาอันวิจิตรเคยสวมที่พระศอของพระกุมารเหล่าใด วันนี้ ดาบ อันเขาลับคมดีแล้ว จักฟันที่พระศอของพระกุมารเหล่านั้น ไม่ช้าแล้ว หนอ ดาบจักฟันที่พระศอของพระราชบุตรทั้งหลาย ก็หทัยของเราจะไม่ แตก แต่จะต้องมีเครื่องรัดอย่างมั่นคงเหลือเกิน พระจันทกุมารและ พระสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันสะอาดประดับกุณฑลไล้ทากฤษณา และจุรณแก่นจันทน์ เสด็จออกเพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญของพระ- เจ้าเอกราช พระจันทกุมารและพระสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอัน ขาวสะอาด ประดับกุณฑลไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ เพื่อ ประโยชน์แก่การบูชายัญของพระเจ้าเอกราช พระจันทกุมารและพระ- สุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาดประดับกุณฑลไล้ทากฤษณา และจุรณแก่นจันทน์ เสด็จออกทำความเศร้าพระหฤทัยแก่พระชนนี พระจันทกุมารและพระสุริยกุมารทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับ กุณฑลไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ เสด็จออกทำความเศร้าใจให้ แก่ประชุมชน พระจันทกุมารและพระสุริยกุมารเสวยพระกระยาหารอัน ปรุงด้วยรสเนื้อ ช่างสนานสระสรงพระกายดีแล้ว ประดับกุณฑลไล้ทา กฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ เสด็จออกเพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญของ พระเจ้าเอกราช พระจันทกุมารและพระสุริยกุมาร เสวยพระกระยาหาร อันปรุงด้วยรสเนื้อ ช่างสนานสระสรงพระกายดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ เสด็จออกกระทำความเศร้าพระทัยให้แก่ พระชนนี พระจันทกุมารและพระสุริยกุมาร เสวยพระกระยาหารอัน ปรุงด้วยรสเนื้อ ช่างสนานสระสรงพระกายดีแล้ว ประดับกุณฑลไล้ทา กฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ เสด็จออกกระทำความเศร้าใจให้แก่ประ- ชุมชน.

ข้อ ๘๒๙

|๘๒๙.๑| สพฺพสฺมึ อุปกฺขตสฺมึ นิสีทิเต จนฺทสุริยสฺมึ ยญฺญตฺถาย ปญฺจาลราชธีตา ปญฺชลิกา สพฺพปริสนฺตรมนุปริยาสิ ฯ |๘๒๙.๒| เยน สจฺเจน ขณฺฑหาโล ปาปกมฺมํ กโรติ ทุมฺเมโธ เอเตน สจฺจวชฺเชน สมงฺคินี สามิเกน โหมิ ฯ |๘๒๙.๓| เย อิธตฺถิ อมนุสฺสา ยานิ จ ยกฺขภูตภพฺยานิ กโรนฺตุ เม เวยฺยาวฏิกํ สมงฺคินี สามิเกน โหมิ ฯ |๘๒๙.๔| ยา เทวตา อิธาคตา ยานิ จ สพฺพภูตภพฺยานิ สรเณสินึ อนาถํ ตายถ มํ ยาจามิ โว ปติมาหํ อเชยฺยํ ฯ

เมื่อเขาตกแต่งเครื่องบูชายัญทุกสิ่งแล้ว เมื่อพระจันทกุมารและพระ- สุริยกุมารประทับนั่ง เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ พระราชธิดาของ พระเจ้าปัญจาลราช ประนมอัญชลีเสด็จดำเนินเวียนในระหว่างบริษัท ทั้งปวง ทรงกระทำสัจจกิริยาว่า ขัณฑหาละผู้มีปัญญาทราม ได้กระทำ กรรมอันชั่ว ด้วยความสัจจริงอันใด ด้วยสัจจวาจานี้ ขอให้ข้าพระเจ้า ได้อยู่ร่วมกับพระสวามี อมนุษย์เหล่าใดมีอยู่ในที่นี้ ยักษ์ สัตว์ที่เกิด แล้วและสัตว์ที่จะมาเกิดก็ดี ขอจงกระทำความขวนขวายช่วยเหลือ ข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าได้อยู่ร่วมกับพระสวามี เทวดาทั้งหลายที่มาแล้ว ในที่นี้ ปวงสัตว์ที่เกิดแล้วและสัตว์ที่จะมาเกิด ขอจงคุ้มครองข้าพเจ้า ผู้แสวงหาที่พึ่ง ผู้ไร้ที่พึ่ง ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านทั้งหลาย ขออย่าให้ พวกข้าศึกชนะพระสวามีของข้าพเจ้าเลย.

ข้อ ๘๓๐

|๘๓๐.๑| ตํ สุตฺวา อมนุสฺโส อโยกุฏํ ปริพฺภมิตฺวาน ภยมสฺส ชนยนฺโต ราชานํ อิทมโวจ ฯ |๘๓๐.๒| พุชฺฌสฺสุ โข ราชกลิ มา เตหํ มตฺถกํ นิตาเฬสึ มา เชฏฺฐปุตฺตํ อวธิ อทูสกํ สีหสงฺกาสํ ฯ |๘๓๐.๓| โก เต ทิฏฺโฐ ราชกลิ ปุตฺตภริยาโย หญฺญมานาโย เสฏฺฐี จ คหปตโย อทูสกา สคฺคกามา หิ ฯ

ท้าวสักกเทวราชได้ทรงสดับเสียงคร่ำครวญของพระนางจันทานั้นแล้ว ทรงกวัดแกว่งค้อน ยังความกลัวให้เกิดแก่พระเจ้าเอกราชนั้นแล้ว ได้ ตรัสกะพระราชาว่า พระราชากาลี จงรู้ไว้ อย่าให้เราตีเศียรของท่านด้วย ค้อนเหล็กนี้ ท่านอย่าได้ฆ่าบุตรองค์ใหญ่ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดัง ราชสีห์ พระราชกาลี ท่านเคยเห็นที่ไหน คนผู้ปรารถนาสวรรค์ ฆ่า บุตร ภรรยา เศรษฐี และคฤหบดี ผู้ไม่คิดประทุษร้าย.

ข้อ ๘๓๑

|๘๓๑.๑| ตํ สุตฺวา ขณฺฑหาโล ราชา จ อพฺภูตมิทํ ทิสฺวาน สพฺเพสํ พนฺธนานิ โมเจสุํ ยถา ตํ อนุปฆาตํ ฯ |๘๓๑.๒| สพฺเพสุ วิปฺปมุตฺเตสุ เย ตตฺถ สมาคตา ตทา อาสุํ สพฺเพ เอเกกเลฑฺฑุมทํสุ เอส วโธ ขณฺฑหาลสฺส ฯ

ขัณฑหาลปุโรหิตและพระราชา ได้ฟังพระดำรัสของท้าวสักกะ ได้เห็น รูปอันอัศจรรย์แล้ว ให้เปลื้องเครื่องพันธนาการของสัตว์ทั้งปวง เหมือน ดังเปลื้องเครื่องพันธนาการของคนผู้ไม่มีความชั่ว เมื่อสัตว์ทั้งปวงหลุด พ้นจากเครื่องจองจำแล้ว ผู้ที่ประชุมอยู่ ณ ที่นั้นในกาลนั้นทุกคน เอา ก้อนดินคนละก้อนทุ่มลง การฆ่าซึ่งขัณฑหาลปุโรหิตได้มีแล้ว ด้วย ประการดังนี้.

ข้อ ๘๓๒

สพฺเพ ปวิฏฺฐา นิรยํ ยถา ตํ ปาปกมฺมํ กริตฺวาน น หิ ปาปกมฺมํ กตฺวา ลพฺภา สุคติ อิโต คนฺตุํ ฯ

คนผู้กระทำกรรมชั่วฉันใดนั้นแล้ว ต้องเข้านรกทั้งหมด คนทำกรรมชั่ว แล้ว ไม่พึงได้จากโลกนี้ไปสู่สุคติเลย.

ข้อ ๘๓๓

|๘๓๓.๑| สพฺเพสุ วิปฺปมุตฺเตสุ เย ตตฺถ สมาคตา ตทา อาสุํ จนฺทํ อภิสิญฺจึสุ สมาคตา ราชปุริสา จ ฯ |๘๓๓.๒| สพฺเพสุ วิปฺปมุตฺเตสุ ยา ตตฺถ สมาคตา ตทา อาสุํ จนฺทํ อภิสิญฺจึสุ สมาคตา ราชกญฺญาโย ฯ |๘๓๓.๓| สพฺเพสุ วิปฺปมุตฺเตสุ เย ตตฺถ สมาคตา ตทา อาสุํ จนฺทํ อภิสิญฺจึสุ สมาคตา เทวปุริสา จ ฯ |๘๓๓.๔| สพฺเพสุ วิปฺปมุตฺเตสุ ยา ตตฺถ สมาคตา ตทา อาสุํ จนฺทํ อภิสิญฺจึสุ สมาคตา เทวกญฺญาโย ฯ |๘๓๓.๕| สพฺเพสุ วิปฺปมุตฺเตสุ เย ตตฺถ สมาคตา ตทา อาสุํ เจลุกฺเขปมกรุํ สมาคตา ราชปุริสา จ ฯ |๘๓๓.๖| สพฺเพสุ วิปฺปมุตฺเตสุ ยา ตตฺถ สมาคตา ตทา อาสุํ เจลุกฺเขปมกรุํ สมาคตา ราชกญฺญาโย ฯ |๘๓๓.๗| สพฺเพสุ วิปฺปมุตฺเตสุ เย ตตฺถ สมาคตา ตทา อาสุํ เจลุกฺเขปมกรุํ สมาคตา เทวปุริสา จ ฯ |๘๓๓.๘| สพฺเพสุ วิปฺปมุตฺเตสุ ยา ตตฺถ สมาคตา ตทา อาสุํ เจลุกฺเขปมกรุํ สมาคตา เทวกญฺญาโย ฯ |๘๓๓.๙| สพฺเพสุ วิปฺปมุตฺเตสุ พหู อานนฺทิโน อหุ วาทึสุ นนฺทิปฺปเวสนครํ พนฺธนา โมกฺโข อโฆสิตฺถาติ ฯ จนฺทกุมารชาตกํ สตฺตมํ ฯ ---------

เมื่อสัตว์ทั้งปวงหลุดพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว ผู้ที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่ นั้น ในกาลนั้น คือพระราชาทั้งหลาย ประชุมกันอภิเษกจันทกุมาร เมื่อ สัตว์ทั้งปวงหลุดพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว ผู้ที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในกาลนั้น คือ เทวดาทั้งหลายประชุมพร้อมกันอภิเษกพระจันทกุมาร เมื่อสัตว์ทั้งปวงหลุดพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว ผู้ที่มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นั้น ในกาลนั้น คือ เทพกัญญาทั้งหลาย ประชุมพร้อมกันอภิเษก พระจันทกุมาร เมื่อสัตว์ทั้งปวงหลุดพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว ผู้ที่ประชุม พร้อมกัน ณ ที่นั้น ในกาลนั้น คือ พระราชาทั้งหลายประชุมพร้อมกัน ต่างแกว่งผ้าและโบกธง เมื่อสัตว์ทั้งปวงหลุดพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว ผู้ ที่มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นั้นในการนั้น คือ ราชกัญญาทั้งหลาย ประชุม พร้อมกันต่างก็แกว่งผ้าและโบกธง เมื่อสัตว์ทั้งปวงหลุดพ้นจากเครื่อง จองจำแล้ว ผู้ที่มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นั้น ในกาลนั้น คือ เทพบุตร ทั้งหลาย ประชุมพร้อมกันต่างแกว่งผ้าและโบกธง เมื่อสัตว์ทั้งปวงหลุด พ้นจากเครื่องจองจำแล้ว ผู้ที่มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นั้น ในกาลนั้น คือ เทพกัญญาทั้งหลาย ประชุมพร้อมกันต่างแกว่งผ้าและโบกธง เมื่อ สัตว์ทั้งปวงหลุดพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว ชนเป็นอันมากต่างก็รื่นรมย์ ยินดี พวกเขาได้ประกาศความยินดีในเวลาที่พระจันทกุมารเสด็จเข้าสู่ พระนคร และได้ประกาศความหลุดพ้นจากเครื่องจองจำของสัตว์ทั้งปวง. จบ จันทกุมารชาดกที่ ๗

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/