法律数据集

พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

Consolidated edition — not the text as first promulgated2483182 条52 章สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)原始 PDF · 90 页
这是哪个版本

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.

本法目录

Preamble

พระราชบัญญัติ ล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔สิงหาคมพุทธศักราช๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. พิชเยนทรโยธิ ตราไว้ ณวันที่ ๓๐ธันวาคมพุทธศักราช ๒๔๘๓ เป็นปีที่ ๗ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยลักษณะล้มละลาย เสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่กาลสมัยยิ่งขึ้ จึ มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้

All sections

以列表显示
  1. Section

    พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่ “พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓”

  2. Section

    ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ ๑มกราคมพุทธศักราช ๒๔๘๔ เป็นต้นไป ให้ใช้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้บังคับแก่คดีล้มละลายทั้งปวงที่ได้ยื่นต่อศาล ตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่ามูลคดีได้เกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันใช้นั้น และแก่คดีล้มละลายทั้งปวง ที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานรักษาทรัพย์

  3. Section

    ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ในเขตจังหวัดพระนครจัหวัดธนบุรี จังหวัด สมุทรปราการ และจังหวัดนนทบุรี และเมื่อเห็นสมควรจะให้ใช้ในเขตจังหวัดอื่นใดเมื่อใด จะได้ ประกาศโดยพระราชกฤษฎี

  4. Section

    ตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติล้มละลาย รัตนโกสินทรศก๑๓๐พระราชบัญญัติ ลักษณะล้ ละลายแก้ไขเพิ่ เติ พุทธศักราช ๒๔๗๐ พระราชบัญญัติลักษณะล้มละลายแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๔และบรรดากฎหมายกฎและ ข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๕๗/-/หน้า๙๕๘/๓๐ธันวาคม๒๔๘๓ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  5. Section

    ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และ ให้มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าพนักงานออกกฎกระทรวงและจัดวางระเบียบข้อบังคับทางธุรการ เพื่อปฏิบัติการให้เป็ไปตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

  6. Section

    ในพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “รัฐมนตรี”หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ “เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์”หมายความตลอดถึงบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้า พนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้ปฏิบัติการแทน “เจ้าพนักงานบังคับคดี”หมายความถึงเจ้าพนักงานบังคับคดีตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง “เจ้าหนี้มีประกัน”๒ หมายความว่า เจ้าหนี้ผู้มีสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ในทาง จำนองจำนำหรือสิทธิยึดหน่วง หรือเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิที่บังคับได้ทำนองเดียวกับผู้รับจำนำ รวมถึง เจ้าหนี้ที่กฎหมายอื่นให้ถือว่าเป็นเจ้าหนี้มีประกัน “กระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย”หมายความว่า กระบวนพิจารณาซึ่งบัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะกระทำต่อศาลหรือต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตั้งแต่เริ่มคดีจนถึงคดีสิ้นสุด “พิพากษา”หมายความตลอดถึงการที่ศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีโดยทำเป็นคำสั่ง “พิทักษ์ทรัพย์”หมายความว่าพิทักษ์ทรัพย์สินไม่ว่าเด็ดขาดหรือชั่วคราว “มติ”หมายความว่ามติของเจ้าหนี้ฝ่ายที่มีจำนวนหนี้ข้างมาก ซึ่งได้เข้าประชุมด้วย ตนเองหรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุมแทนในที่ประชุมเจ้าหนี้และได้ออกเสียงลงคะแนนในมตินั้น “มติพิเศษ” หมายความว่า มติของเจ้าหนี้ฝ่ายข้างมากและมีจำนวนหนี้เท่ากับสาม ในสี่แห่งจำนวนหนี้ทั้งหมดของเจ้าหนี้ซึ่งได้เข้าประชุมด้วยตนเองหรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุม แทนในที่ประชุมเจ้าหนี้ และได้ออกเสียงลงคะแนนในมตินั้น “บุคคลภายในของลูกหนี้”๓ หมายความว่า (๑) กรรมการผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด บุคคล ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินกิจการ หรือผู้สอบบัญชีของลูกหนี้ (๒) ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นเกินจำนวนร้อยละห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ของกิจการของลูกหนี้ (๓)๔ คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของลูกหนี้หรือของบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) (๔) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ลูกหนี้หรือบุคคลตาม(๑) หรือ (๒) หรือ (๓) เป็นหุ้นส่วน มาตรา ๖นิยามคำว่า เจ้าหนี้มีประกัน แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๖นิยามคำว่า“บุคคลภายในของลูกหนี้”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๖นิยามคำว่า “บุคคลภายในของลูกหนี้”(๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ลูกหนี้หรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) หรือ (๓) เป็นหุ้นส่วน จำพวกไม่จำกัดความรับผิดหรือเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่มีหุ้นรวมกันเกิ ร้อยละสามสิบ ของหุ้นทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัด (๖) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ลูกหนี้หรือบุคคลตาม (๑) หรือ(๒) หรือ (๓) หรือห้างหุ้นส่วนตาม (๔) หรือ (๕) ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น (๗) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ลูกหนี้หรือบุคคลตาม (๑) ถึง (๖) ถือหุ้น รวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น (๘) กรรมการผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด บุคคล ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินกิจการ หรือผู้สอบบัญชีของห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัท จำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ตาม(๔) หรือ(๕) หรือ (๖) หรือ(๗) แล้วแต่กรณี หรือคู่สมรสและ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว “บุคคลล้มละลายทุจริต”๕ หมายความว่าบุคคลล้มละลายที่ถู ศาลพิพากษาว่ามี ความผิดตามมาตรา ๑๖๓ถึงมาตรา ๑๗๐แห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือเป็นบุคคลล้มละลายอัน เนื่องมาจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดฐานยักยอกหรือฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา หรือการกระทำความผิดอันมีลักษณะเป็นการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนตามกฎหมายว่าด้วย การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

  7. หมวด ๑ กระบวนพิจารณาตั้งแต่ขอให้ล้มละลายจนถึงปลดจากล้มละลาย
  8. ส่วนที่ ๑ การขอให้ล้มละลายและการสั่งพิทักษ์ทรัพย์23 条
  9. Section

    ลูกหนี้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวอาจถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลายได้ ถ้าลูกหนี้ นั้นมีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร หรือประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรไม่ว่าด้วยตนเองหรือโดยตัวแทน ในขณะที่มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย หรือภายในกำหนดเวลาหนึ่งปีก่อนนั้น

  10. Section

    ถ้ามีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ เกิดขึ้ ให้สันิ ฐานไว้ก่อนว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว (๑) ถ้าลูกหนี้โอนทรัพย์สิ หรือสิทธิจัดการทรัพย์สิ ของตนให้แก่บุ คลอื่นเพื่อ ประโยชน์แห่งเจ้าหนี้ทั้งหลายของตน ไม่ว่าได้กระทำการนั้นในหรือนอกราชอาณาจักร (๒) ถ้าลูกหนี้โอนหรือส่งมอบทรัพย์สินของตนไปโดยการแสดงเจตนาลวงหรือโดย การฉ้อฉล ไม่ว่าได้กระทำการนั้นในหรือนอกราชอาณาจักร มาตรา ๖นิยามคำว่า “บุคคลล้มละลายทุจริต” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ถ้าลูกหนี้โอนทรัพย์สินของตนหรือก่อให้เกิดทรัพยสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้น เหนือทรัพย์สินนั้น ซึ่งถ้าลูกหนี้ล้มละลายแล้วจะต้องถือว่าเป็นการให้เปรียบ ไม่ว่าได้ ระทำการนั้นใน หรือนอกราชอาณาจักร (๔) ถ้าลูกหนี้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ เพื่อประวิงการชำระหนี้หรือมิ ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ ก. ออกไปเสียนอกราชอาณาจักร หรือได้ออกไปก่อนแล้วและคงอยู่นอก ราชอาณาจักร ข. ไปเสียจากเคหสถานที่เคยอยู่ หรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน หรือหลบไป โดยวิธีอื่น หรือปิดสถานที่ประกอบธุรกิจ ค. ยักย้ายทรัพย์ไปให้พ้นอำนาจศาล ง. ยอมตนให้ต้องคำพิพากษาซึ่งบังคับให้ชำระเงินซึ่งตนไม่ควรต้องชำระ (๕) ถ้าลูกหนี้ถูกยึดทรัพย์ตามหมายบังคับคดี หรือไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใด ที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ (๖) ถ้าลูกหนี้แถลงต่อศาลในคดีใด ๆว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้ (๗) ถ้าลูกหนี้แจ้งให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดของตนทราบว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้ (๘) ถ้าลูกหนี้เสนอคำขอประนอมหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่สองคนขึ้นไป (๙) ถ้าลูกหนี้ได้รับหนังสือทวงถามจากเจ้าหนี้ให้ชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่าสองครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และลูกหนี้ไม่ชำระหนี้

  11. Section

    เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อ (๑) ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว (๒)๗ ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคน เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียว หรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาทและ (๓) หนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดยพลัน หรือในอนาคตก็ตาม

  12. Section ๑๐

    ภายใต้บังคับมาตรา ๙เจ้าหนี้มีประกันจะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลาย ได้ก็ต่อเมื่อ (๑) มิได้เป็นผู้ต้องห้ามมิให้บังคับการชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้เกินกว่าตัว ทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน และ (๒)๙ กล่าวในฟ้องว่า ถ้าลูกหนี้ล้มละลายแล้ว จะยอมสละหลักประกันเพื่อประโยชน์ แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย หรือตีราคาหลักประกันมาในฟ้องซึ่งเมื่อหักับจำนวนหนี้ของตนแล้ว เงินยังขาด มาตรา ๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๙(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๑๐(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อยู่สำหรับลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติ บุคคลเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท

  13. Section ๑๑

    เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ต้องวางเงิ ประกันค่าใช้จ่ายต่อศาลเป็นจำนวน ห้าพันบาทในขณะยื่นคำฟ้องคดีล้มละลาย และจะถอนคำฟ้องนั้นไม่ได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต ศาลมีอำนาจเรียกให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์วางเงินประกันค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ตามที่ เห็นสมควร เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอ ศาลมีอำนาจส่งเงินประกันค่าใช้จ่ายคงเหลือ ภายหลังหักค่าใช้จ่ายให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในคดีล้มละลายนั้น๑๑

  14. Section ๑๒

    ถ้ามีคำฟ้องหลายรายให้ลูกหนี้คนเดียวกันล้มละลายก็ดี หรือให้ลูกหนี้ ร่วมกันแต่ละคนล้มละลายก็ดี ศาลมีอำนาจสั่งให้รวมการพิจารณาได้

  15. Section ๑๓

    เมื่อศาลสั่งรับฟ้องคดีล้มละลายไว้แล้ว ให้กำหนดวันนั่งพิจารณาเป็น การด่วนและให้ออกหมายเรียกและส่งสำเนาคำฟ้องไปยังลูกหนี้ให้ทราบก่อนวันนั่งพิจารณาไม่น้อยกว่า ๗วัน

  16. Section ๑๔

    ในการพิจารณาคดีล้มละลายตามคำฟ้องของเจ้าหนี้นั้ นศาลต้อง พิจารณาเอาความจริงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙หรือมาตรา ๑๐ถ้าศาลพิจารณาได้ความจริง ให้ศาลมีคำสั่งพิทัษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแต่ถ้าไม่ได้ความจริงหรือลูกหนี้นำสืบได้ว่าอาจชำระหนี้ ได้ทั้งหมดหรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย ให้ศาลยกฟ้อง

  17. Section ๑๕

    ตราบใดที่ลูกหนี้ยังมิได้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใด จะฟ้องลูกหนี้นั้นเป็นคดีล้มละลายอีกก็ได้ แต่เมื่อศาลได้สั่งในคดีหนึ่งคดีใดให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ เด็ดขาดแล้ว ให้จำหน่ายคดีล้มละลายซึ่งเจ้าหนี้อื่นฟ้องลูกหนี้คนเดียวกันนั้น

  18. Section ๑๖

    เมื่อศาลได้รับคำฟ้องคดีล้มละลายแล้ว ถ้าเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์มีคำขอ ฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้อง และโจทก์นำสืบได้ว่าลูกหนี้ได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ก. ออกไปหรือกำลังจะออกไปนอกเขตอำนาจศาลหรือได้ออกไปก่อนแล้วและคงอยู่ นอกเขตอำนาจศาลโดยเจตนาที่จะป้องกันหรือประวิงมิให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้ ข. ปกปิดซุกซ่อน โอนขายจำหน่ายหรือยักย้ายทรัพย์สิน ดวงตราสมุดบัญชี หรือ เอกสารซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายในการดำเนินคดีล้มละลายให้พ้นอำนาจศาล หรือกำลัง จะกระทำการดังกล่าวนั้น ค. กระทำหรือกำลังจะกระทำการฉ้อโกงเจ้าหนี้ หรือกระทำหรือกำลังจะกระทำ ความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งมีโทษตามพระราชบัญญัตินี้ ศาลมีอำนาจสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๑วรรคสามเพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าไปในเคหสถานหรือที่ทำการของลูกหนี้ระหว่าง เวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึ พระอาทิตย์ตกเพื่ อตรวจสอบทรัพย์สินดวงตราสมุดบัญชีหรือเอกสารของ ลูกหนี้ และให้มีอำนาจสอบสวนลูกหนี้หรือออกหมายเรียกลูกหนี้มาสอบสวนได้ (๒) ให้ลูกหนี้ให้ประกันจนพอใจศาลว่าลูกหนี้จะไม่หลบหนีไปนอกอำนาจศาลและ จะมาศาลทุกคราวที่ศาลสั่ง ถ้าลูกหนี้ไม่สามารถให้ประกัน ศาลมีอำนาจสั่งขังลูกหนี้ได้มีกำหนดไม่เกิน ครั้งละหนึ่งเดือน แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินหกเดือน (๓) ออกหมายจับลูกหนี้มาขังไว้จนกว่าศาลจะพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือ จนกว่าศาลจะยกฟ้องหรือจนกว่าลูกหนี้จะให้ประกันจนพอใจศาล

  19. Section ๑๗

    ก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์จะ ยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องขอให้พิทัษ์ทรัพย์ของลู หนี้ชั่วคราวก็ได้ เมื่อศาลได้รับคำร้องนี้ แล้วให้ดำเนินการไต่สวนต่อไปโดยทันที ถ้าศาลเห็นว่าคดีมีมูล ก็ให้สั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราว แต่ก่อนจะสั่งดังว่านี้ จะให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ให้ประกันค่าเสียหายของลูกหนี้ตามจำนวนที่เห็นสมควร ก็ได้

  20. Section ๑๘

    ถ้าคำสั่ งตามมาตรา ๑๖หรือมาตรา ๑๗นั้นมีเหตุอันสมควรจะ เปลี่ยนแปลงแก้ไข โดยศาลเห็นเองก็ดีหรือลูกหนี้ได้มีคำขอขึ้นมาก็ดี ศาลมีอำนาจถอนคำสั่งนั้นหรือมี คำสั่งอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรได้

  21. Section ๑๙

    คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ให้ถือเสมือนว่า เป็นหมายของศาลให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เข้ายึดดวงตรา สมุดบัญชี และเอกสารของลูกหนี้ และบรรดาทรัพย์สินซึ่งอยู่ในความ ครอบครองของลูกหนี้ หรือของผู้อื่นอันอาจแบ่งได้ในคดีล้มละลาย ในการยึดทรัพย์นั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆอันเป็น ของลูกหนี้ หรือที่ลูกหนี้ได้ครอบครองอยู่ และมีอำนาจหักพังเพื่อเข้าไปในสถานที่นั้น ๆรวมทั้งเปิดตู้ นิรภัย ตู้หรือที่เก็บของอื่น ๆตามที่จำเป็น ทรัพย์สินต่าง ๆที่ยึดไว้ตามมาตรานี้ ห้ามมิให้ขายจนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาให้ ลูกหนี้ล้มละลายเว้นแต่เป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหายหรือ ค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์สินนั้น

  22. Section ๒๐

    เมื่อศาลเห็นเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีทรัพย์สินของลูกหนี้ซุกซ่อนอยู่ใน เรือนโรง เคหสถานหรือสถานที่อื่นอันมิใช่เป็นของลูกหนี้ ศาลมีอำนาจออกหมายค้ ให้แก่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์หรือเจ้าพนักงานอื่นของศาล ให้มีอำนาจดำเนินการตามข้อความในหมายนั้น

  23. Section ๒๑

    ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ศาลมีอำนาจสั่งให้หน่วยงาน หรือผู้ประกอบการเกี่ยวกับไปรษณีย์ โทรเลขหรือการสื่อสารอื่ ใด ส่งโทรเลข ไปรษณียภัฑ์ มาตรา ๒๑แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จดหมายหนังสือ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือข้อมูลทางการสื่อสารอื่นใด ที่มีถึงลูกหนี้ภายใน กำหนดเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ลูกหนี้ถูกสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

  24. Section ๒๒

    เมื่อศาลสั่งพิท ษ์ทรัพย์ของลู หนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้ เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้กิจการ ของลูกหนี้ที่ค้างอยู่เสร็จสิ้นไป (๒) เก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิ จะได้รับจากผู้อื่น (๓) ประนีประนอมยอมความหรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใด ๆเกี่ยวกับทรัพย์สินของ ลูกหนี้

  25. Section ๒๓

    เมื่อลู หนี้ ได้รับทราบคำสั่ พิทัษ์ทรัพย์แล้ว ลู หนี้ ต้องส่งมอบ ทรัพย์สิน ดวงตราสมุดบัญชี และเอกสารอันเกี่ยวกับทรัพย์สินและกิจการของตนซึ่งอยู่ในความ ครอบครองให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทั้งสิ้น

  26. Section ๒๔

    เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ห้ามมิให้ลูกหนี้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือกิจการของตนเว้นแต่จะได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๔/๑๑๓ บุคคลผู้เป็นหนี้ลูกหนี้หรือมีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ในครอบครอง ซึ่งได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหนี้หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ มีหน้าที่ ต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

  27. Section ๒๕

    ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแพ่งทั้งปวงอันเกี่ยวกับทรัพย์สิน ของลูกหนี้ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลในขณะที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ และเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจงดการพิจารณาคดีแพ่งนั้นไว้ หรือจะสั่งประการใดตามที่ เห็นสมควรก็ได้

  28. Section ๒๖

    ตราบใดที่ ศาลยังมิได้สั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเจ้าหนี้จะฟ้อง คดีแพ่งอันเกี่ยวกับหนี้ซึ่งอาจขอรับชำระได้ตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ให้นำบทบัญญัติใน มาตราก่อนมาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๒๔/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  29. Section ๒๗

    เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว เจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ ได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามวิธารที่กล่าวไว้ในพระราชบัญญัตินี้ แม้จะเป็เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเป็น เจ้าหนี้ที่ได้ฟ้องคดีแพ่งไว้แล้ว แต่คดียังอยู่ระหว่างพิจารณาก็ตาม

  30. Section ๒๘

    เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณา คำสั่งนั้นในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับ ในคำโฆษณานั้นให้ แสดงการขอให้ล้มละลายวันที่ศาลมีคำสั่ง ชื่อ ตำบลที่อยู่ และอาชีพของลูกหนี้ ในคำโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนั้น ให้แจ้งกำหนดเวลาให้เจ้าหนี้ทั้งหลาย เสนอคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ด้วย

  31. Section ๒๙

    ถ้าปรากฏภายหลังว่า เจ้าหนี้แกล้งให้ศาลใช้อำนาจดังกล่าวไว้ในมาตรา ๑๖หรือมาตรา ๑๗เมื่อลูกหนี้มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจสั่งให้เจ้าหนี้ชดใช้ค่าเสียหาย ตามจำนวนที่เห็นสมควรให้ลูกหนี้ ในกรณีเช่นนี้หากเจ้าหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ศาลมีอำนาจบังคับ เจ้าหนี้นั้นเสมือนหนึ่งว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา

  32. ส่วนที่ ๒ คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้1 条
  33. Section ๓๐

    เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว ลูกหนี้ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ลูกหนี้ได้ทราบคำสั่งนั้น ลูกหนี้ต้องไปสาบานตัว ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และยื่นคำชี้แจงตามแบบพิมพ์ว่า ได้มีหุ้นส่วนกับผู้ใดหรือไม่ ถ้ามีให้ระบุ ชื่อและตำบลที่อยู่ของห้างหุ้นส่วนและผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมด (๒) ภายในเวลาเจ็ดวับแต่วันที่ลูกหนี้ได้ทราบคำสั่งนั้น ลูกหนี้ต้องไปสาบานตัว ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และยื่นคำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตามแบบพิมพ์ แสดงเหตุผลที่ทำให้มีหนี้สินล้นพ้นตัว สินทรัพย์และหนี้สินชื่อ ตำบลที่อยู่ และอาชีพของเจ้าหนี้ ทรัพย์สินที่ได้ให้เป็นประกันแก่เจ้าหนี้และวันที่ได้ให้ทรัพย์สินนั้น ๆเป็นประกันรายละเอียดแห่ง ทรัพย์สินอันจะตกได้แก่ตนในภายหน้า ทรัพย์สินของคู่สมรส ตลอดจนทรัพย์สินของบุคคลอื่นซึ่งอยู่ใน ความยึดถือของตน ระยะเวลาตามมาตรานี้ เมื่อมีเหตุผลพิเศษ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจขยายให้ได้ ตามสมควร ถ้าลูกหนี้ไม่อยู่หรือไม่สามารถทำคำชี้แจงตามมาตรานี้ได้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์เป็นผู้ทำแทน หรือช่วยลูกหนี้ในการทำคำชี้ แจงแล้วแต่ รณี และเพื่อการนี้ให้ีอำนาจจ้าง บุคคลอื่นเข้าช่วยตามที่เห็นจำเป็น โดยคิดหักค่าใช้จ่ายจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้

  34. ส่วนที่ ๓ การประชุมเจ้าหนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา6 条
  35. Section ๓๑

    เมื่อศาลได้ คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลู หนี้เด็ดขาดแล้ว ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้ทั้งหลายโดยเร็วที่สุด เพื่อปรึกษาว่าจะควรยอมรับคำขอประนอมหนี้ ของลูกหนี้ หรือควรขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย และปรึกษาถึงวิธีที่จะจัดการทรัพย์สินของ ลูกหนี้ต่อไป การประชุมนี้ให้เรียกว่าการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องโฆษณากำหนดวันเวลา และสถานที่ที่จะประชุมเจ้าหนี้ ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่ งฉบับล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และต้องแจ้งไปยัง เจ้าหนี้ทั้งหลายเท่าที่ทราบด้วย

  36. Section ๓๒

    การประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นนั้น ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกตาม เวลาที่เห็นสมควร หรือตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ หรือตามที่ ศาลสั่ง หรือเมื่อเจ้าหนี้ซึ่งมีจำนวนหนี้ รวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนหนี้ที่ได้มีการยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ได้ทำหนังสือขอให้เรียก ประชุ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องแจ้งกำหนดวันเวลา และสถานที่กับหัวข้อประชุมไปยัง เจ้าหนี้ที่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัและในกรณีที่ยังไม่พ้นกำหนดเวลาที่ เจ้าหนี้จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้นั้น ให้แจ้งไปยังเจ้าหนี้ที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ แต่มีชื่อในบัญชี ซึ่งลูกหนี้ได้ทำยื่นไว้ หรือปรากฏตามหลักฐานอื่นด้วย

  37. Section ๓๓

    ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นประธานในการประชุมเจ้าหนี้ทุกคราว และให้มีรายงานการประชุมลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เก็บไว้เป็นหลักฐาน

  38. Section ๓๔

    เจ้าหนี้ที่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุ เจ้าหนี้ต้องเป็นเจ้าหนี้ซึ่งอาจขอรับ ชำระหนี้ได้ และได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้แล้วก่อนวันประชุมนั้น เจ้าหนี้จะออกเสียงด้วยตนเองหรือมอบฉันทะเป็หนังสือให้ผู้อื่นออกเสียงแทนก็ได้ ข้อปรึกษาใดที่ทำให้เจ้าหนี้หรือผู้แทนหรือผู้มีหุ้นส่วนกับเจ้าหนี้หรือผู้แทนได้รับ ผลประโยชน์จากทรัพย์สินของลูกหนี้โดยตรงหรือโดยอ้อม นอกจากที่ควรได้รับตามส่วนในฐานะเป็น เจ้าหนี้เช่นเดียวกับเจ้าหนี้อื่นนั้น เจ้าหนี้หรือผู้แทนจะออกเสียงลงคะแนนไม่ได้

  39. Section ๓๕

    ในการนับคะแนนเสียงในการประชุมเจ้าหนี้คราวหนึ่ง ๆให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ถามเจ้าหนี้ที่มาประชุมนั้นว่า ผู้ใดจะคัดค้านการออกเสียงของเจ้าหนี้ที่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ยังไม่ได้มำสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้รายใดบ้างหรือไม่ ถ้าไม่มีผู้ใดคัดค้านก็ให้นับ คะแนนเสียงสำหรับเจ้าหนี้รายนั้น ถ้ามีผู้คัดค้านคำขอรับชำระหนี้รายใด ก็ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งให้ออกเสียง ในจำนวนหนี้ได้เท่าใดหรือไม่ ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่ายังสั่งในขณะนั้นไม่ได้ ก็ให้หมายเหตุการ ขัดข้องไว้แล้วให้เจ้าหนี้ออกเสียงไปพลางก่อ โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าต่อไปเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่ง ไม่ให้ออกเสียงเพียงใดการออกเสียงของเจ้าหนี้นั้น ให้ถือว่าเป็นอันใช้ไม่ได้เพียงนั้น มาตรา ๓๕แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามวรรคสอง อาจคัดค้านไปยังศาลได้ภายใน สิบสี่วันนับแต่วันมีคำสั่ง

  40. Section ๓๖

    เมื่อเจ้าพนักงานพิทัษ์ทรัพย์เห็นว่ามติของที่ประชุมเจ้าหนี้ขัดต่อ กฎหมายหรือประโยชน์อันร่วมกันของเจ้าหนี้ทั้งหลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจยื่นคำขอโดยทำ เป็นคำร้องต่อศาลและศาลอาจมีคำสั่งห้ามมิให้ปฏิบัติการตามมตินั้นได้ แต่ต้องยื่นต่อศาลภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติ

  41. ส่วนที่ ๔ กรรมการเจ้าหนี้5 条
  42. Section ๓๗

    ที่ประชุ เจ้าหนี้อาจลงมติตั้งกรรมการเจ้าหนี้ ไว้เพื่ อแทนเจ้าหนี้ ทั้งหลาย ในกิจการเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กรรมการเจ้าหนี้ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนและไม่เกินกว่าเจ็ดคน โดยเลือก จากเจ้าหนี้หรือผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ แต่เจ้าหนี้หรือผู้รับมอบอำนาจนั้นจะกระทำการเป็น กรรมการเจ้าหนี้ได้ต่อเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้ของเจ้าหนี้นั้นแล้ว๑๕

  43. Section ๓๘

    มติของกรรมการเจ้าหนี้นั้น ให้ถือเสียงข้างมากของผู้มาประชุม และ กรรมการเจ้าหนี้ต้องมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนจึงเป็นองค์ประชุ

  44. Section ๓๙

    กรรมการเจ้าหนี้ขาดจากตำแหน่ ด้วยเหตุดังต่อไปนี้ (๑) ลาออกโดยมีหนังสือแจ้งไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (๒) ถู ศาลพิพากษาให้ล้ มละลายหรือถูกศาลสั่ งให้เป็ผู้ไร้ วามสามารถ หรือ เสมือนไร้ความสามารถ (๓) ที่ประชุมเจ้าหนี้ให้ออกจากตำแหน่งโดยได้แจ้งการที่จะประชุมให้ออกนี้ให้ เจ้าหนี้ทั้งหลายทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เมื่อตำแหน่งกรรมการเจ้าหนี้ว่างลง ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังกล่าวแล้ว ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้โดยไม่ชักช้า เพื่อเลือกตั้งผู้อื่นขึ้นแทน

  45. Section ๔๐

    ในระหว่างที่ยัไม่ได้เลือกตั้งกรรมการเจ้าหนี้ขึ้ แทนตามความใน มาตราก่อนถ้ากรรมการเจ้าหนี้มีจำนวนเหลืออยู่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งแล้ว ให้กรรมการเจ้าหนี้นั้นกระทำ การต่อไปได้ มาตรา ๓๗วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  46. Section ๔๑

    ถ้าไม่ได้ตั้งกรรมการเจ้าหนี้ไว้ การกระทำใดๆที่พระราชบัญญัตินี้ กำหนดไว้ว่า ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรรมการเจ้าหนี้ก่อนนั้น ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอ ความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้

  47. ส่วนที่ ๕ การไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผย3 条
  48. Section ๔๒

    เมื่อได้มีการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกเสร็จแล้ว ให้ศาลไต่สวนลูกหนี้โดย เปิดเผยเป็นการด่วนเพื่อทราบกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ เหตุผลที่ทำให้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ตลอดจนความประพฤติของลู หนี้ว่าได้ ระทำหรือละเว้ กระทำการใดซึ่ เป็ความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่นเกี่ยวกับการล้มละลาย หรือเป็นข้อบกพร่องอันจะเป็นเหตุให้ ศาลไม่ยอมปลดจากล้มละลายโดยไม่ีเงื่อนไขเว้นแต่ศาลเห็นว่าการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยยังไม่มี ความจำเป็น ศาลจะพิจารณางดการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยไว้ก่อนก็ได้๑๖ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งประกาศแจ้งความกำหนดวันเวลาที่ศาลนัดไต่สวน โดยเปิดเผยให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และให้โฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวัน ไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับ

  49. Section ๔๓

    ในการไต่สวนโดยเปิดเผย ลูกหนี้ต้องสาบานตัวและตอบคำถาม เกี่ยวกับเรื่องที่ได้ ล่าวไว้ในมาตรา ๔๒วรรคแรกซึ่งศาลได้อนุญาตให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และ เจ้าหนี้ซึ่งได้ขอรับชำระหนี้แล้ว หรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้นั้นถาม หรือศาลจะถามเองตามที่ เห็นสมควร และให้ศาลจดถ้อยคำของลูกหนี้อ่านให้ลูกหนี้ฟังแล้วให้ลูกหนี้ลงลายมือชื่อไว้ และให้ใช้ เป็นพยานหลักฐานยันแก่ลูกหนี้ได้ ในการนี้ลูกหนี้จะให้ทนายความเข้าทำการแทนไม่ได้ เมื่อศาลได้ไต่สวนลูกหนี้ได้ความเพียงพอแล้ว ให้ศาลมีคำสั่งปิดการไต่สวนและส่ง สำเนาการไต่สวนให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หนึ่งฉบับ คำสั่งนี้ไม่ตัดอำนาจศาลที่จะสั่งให้ไต่สวน ลูกหนี้เพิ่มเติมอีกเมื่อมีเหตุอันสมควร

  50. Section ๔๔

    เมื่อปรากฏว่าลูกหนี้เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือกายพิการ ซึ่งศาลเห็นว่าไม่สามารถจะให้ศาลไต่สวนโดยเปิดเผยได้ ศาลมีอำนาจสั่งงดการไต่สวน โดยเปิดเผย หรือจะสั่งให้มีการไต่สวนโดยวิธีอื่นใด ณที่ใดตามที่เห็นสมควรก็ได้

  51. ส่วนที่ ๖ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย16 条
  52. Section ๔๕

    เมื่อลูกหนี้ประสงค์จะทำความตกลงในเรื่องหนี้สินโดยวิธีขอชำระหนี้ แต่เพียงบางส่วนหรือโดยวิธีอื่น ให้ทำคำขอประนอมหนี้ เป็นหนังสือยื่นต่อเจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์ ภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินตามมาตรา ๓๐หรือภายใน เวลาตามที่เจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนดให้ คำขอประนอมหนี้ต้องแสดงข้อความแห่งการประนอมหนี้ หรือวิธีจัดกิจการหรือ ทรัพย์สินและรายละเอียดแห่งหลักประกัน หรือผู้ค้ำประกัน ถ้ามี และอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) ลำดับการชำระหนี้ตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) จำนวนเงินที่ขอประนอมหนี้ (๓) แนวทางและวิธีการในการปฏิบัติตามคำขอประนอมหนี้ (๔) กำหนดเวลาชำระหนี้ (๕) การจัดการกับทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน ถ้ามี (๖) ผู้ค้ำประกัน ถ้ามี ถ้าคำขอประนอมหนี้มีรายการไม่ครบถ้วนชัดเจนตามวรรคสอง ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์แจ้งให้ลูกหนี้แก้ไขให้ครบถ้วนชัดเจน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อปรึกษาลงมติพิเศษว่าจะยอมรับ คำขอประนอมหนี้นั้นหรือไม่

  53. Section ๔๖

    การยอมรับคำขอประนอมหนี้โดยมติพิเศษของที่ประชุมเจ้าหนี้ยังไม่ ผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหลาย จนกว่าศาลจะได้มีำสั่งเห็นชอบด้วยแล้ว

  54. Section ๔๗

    ลูกหนี้อาจขอแก้ไขคำขอประนอมหนี้ในเวลาประชุมเจ้าหนี้หรือในเวลา ที่ศาลพิจารณาได้ ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือศาลเห็นว่าการแก้ไขนั้นจะเป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้ โดยทั่วไป

  55. Section ๔๘

    ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้นั้น เจ้าหนี้ที่ไม่มา ประชุมจะออกเสียงโดยทำเป็นหนังสือก็ได้ แต่ต้องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับหนังสือนั้นก่อน วันประชุม ในกรณีเช่นนี้ให้ถือเสมือนหนึ่งว่าเจ้าหนี้นั้นได้มาประชุมและออกเสียงด้วยตนเอง

  56. Section ๔๙

    เมื่อเจ้าหนี้ได้ลงมติพิเศษยอมรับคำขอประนอมหนี้ของลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้หรือเจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขอต่อศาลให้สั่งว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ การกำหนดวันนั่งพิจารณาคำขอนี้ ต้องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีเวลาส่งแจ้ง ความให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งหลายทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าเจ็ดวั

  57. Section ๕๐

    ให้เจ้าพนังานพิทัษ์ทรัพย์ยื่ รายงานเกี่ ยวกับการประนอมหนี้ กิจการทรัพย์สินและความประพฤติของลูกหนี้ต่อศาล ไม่น้อยกว่าสามวันก่อนวันที่ศาลนั่งพิจารณา มาตรา ๔๕แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  58. Section ๕๑

    ห้ามมิให้ศาลพิจารณาคำขอประนอมหนี้จนกว่าจะได้ไต่ วนลูกหนี้โดย เปิดเผยแล้ว เว้นแต่กรณีที่ลูกหนี้ร่วมขอประนอมหนี้นั้น แม้ศาลจะยังมิได้ไต่สวนลูกหนี้ทั้งหมดโดย เปิดเผย เพราะเหตุว่าลูกหนี้บางคนไม่สามารถจะมาศาลโดยเจ็บป่วยหรืออยู่นอกราชอาณาจักรก็ตาม ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานว่าไม่จำเป็นจะต้องไต่สวนลูกหนี้นั้น ๆศาลมีอำนาจพิจารณา คำขอประนอมหนี้ได้ แต่ต้องได้มีการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยแล้วอย่างน้อยคนหนึ่ง

  59. Section ๕๒

    ในการที่ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้หรือไม่นั้น ให้ศาล พิจารณารายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และข้อคัดค้านของเจ้าหนี้ ถ้ามี เจ้าหนี้ที่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้แล้วมีอำนาจคัดค้านต่อศาลได้ ถึงแม้จะได้เคยออก เสียงลงมติยอมรับไว้ในที่ประชุมเจ้าหนี้ก็ตาม

  60. Section ๕๓

    ห้ามมิให้ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) การประนอมหนี้ไม่มีข้อความให้ใช้หนี้ก่อนและหลังตามลำดับที่กฎหมายบัญญัติ ไว้ว่าด้วยการแบ่งทรัพย์สินของบุคคลล้มละลาย (๒) การประนอมหนี้นั้นไม่เป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั่วไป หรือทำให้เจ้าหนี้ได้เปรียบ เสียเปรียบแก่กัน หรือปรากฏข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งถ้าหากว่าลูกหนี้ต้องล้มละลายแล้ว ไม่มี เหตุที่จะปลดลูกหนี้จากล้มละลายได้เลย

  61. Section ๕๔

    ถ้าปรากฏข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งถ้าหากว่าลูกหนี้ล้มละลาย แล้ว จะปลดลูกหนี้จากล้มละลายได้ก็แต่โดยมีเงื่อนไข ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ก็ได้ เมื่อลูกหนี้ให้ประกัสำหรับชำระหนี้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนหนี้ที่ไม่มีประกันซึ่งเจ้าหนี้อาจ ขอรับชำระได้ ในกรณีอื่นศาลอาจมีำสั่ งเห็ชอบหรือไม่เห็ชอบด้วยการประนอมหนี้ ก็ได้ ตามแต่จะเห็นสมควร

  62. Section ๕๕

    เมื่อศาลได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้แล้ว ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์โฆษณาในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบ

  63. Section ๕๖

    การประนอมหนี้ซึ่งที่ประชุมเจ้าหนี้ได้ยอมรับและศาลเห็นชอบด้วยแล้ว ผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหมดในเรื่องหนี้ซึ่งอาจขอรับชำระได้ แต่ไม่ผูกมัดเจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดในเรื่องหนี้ ซึ่งตามพระราชบัญญัตินี้ลูกหนี้ไม่อาจหลุดพ้นโดยคำสั่งปลดจากล้มละลายได้ เว้นแต่เจ้าหนี้คนนั้นได้ ยินยอมด้วยในการประนอมหนี้

  64. Section ๕๗

    เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีอำนาจขอต่อศาล ให้บังคับลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันให้ปฏิบัติตามข้อความที่ประนอมหนี้ได้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  65. Section ๕๘

    ในการประนอมหนี้ ถ้าได้ตั้งผู้จัดการทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้ เพื่อจัดการชำระหนี้ ให้ำบทบัญญัติในหมวด ๔ว่าด้วยวิธีจัดการทรัพย์สินของลู หนี้ และหมวด ๕ ว่าด้วยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  66. Section ๕๙

    การประนอมหนี้ไม่ทำให้บุคคลซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับลูกหนี้หรือรับผิด ร่วมกับลูกหนี้ หรือค้ำประกันหรืออยู่ในลักษณะอย่างผู้ค้ำประกันของลูกหนี้ หลุดพ้นจากความรับผิด ไปด้วย

  67. Section ๖๐

    ถ้าลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ตกลงไว้ในการประนอมหนี้ก็ดี หรือ ปรากฏแก่ศาลโดยมีพยานหลักฐานว่าการประนอมหนี้นั้นไม่อาจดำเนินไปได้โดยปราศจากอยุติธรรม หรือจะเป็นการเนิ่นช้าเกินสมควรก็ดี หรือการที่ศาลได้มีคำสั่ เห็นชอบด้วยนั้นเป็นเพราะถูกหลอกลวง ทุจริตก็ดี เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานหรือเจ้าหนี้คนใดมีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมี อำนาจยกเลิกการประนอมหนี้ และพิพากษาให้ลู หนี้ล้มละลายแต่ทั้งนี้ไม่กระทบถึงการใดที่ได้ กระทำไปแล้วตามข้อประนอมหนี้นั้น เมื่อศาลได้พิพากษาดังกล่าวในวรรคก่อนแล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณา คำพิพากษาในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับในคำโฆษณาให้ระบุ ชื่อ ตำบลที่อยู่ อาชีพของลูกหนี้ และวันที่ศาลได้มีคำพิพากษาทั้งให้แจ้งกำหนดเวลาให้เจ้าหนี้ ทั้งหลายเสนอคำขอรับชำระหนี้ที่ลูกหนี้ได้กระทำขึ้นในระหว่างวันที่ศาลได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยการ ประนอมหนี้ถึงวันที่ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ด้วย

  68. ส่วนที่ ๗ คำพิพากษาให้ล้มละลาย2 条
  69. Section ๖๑

    เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว และเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์รายงานว่า เจ้าหนี้ได้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกหรือในคราวที่ได้เลื่อนไป ขอให้ ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายก็ดี หรือไม่ลงมติประการใดก็ดี หรือไม่มีเจ้าหนี้ไปประชุมก็ดี หรือการ ประนอมหนี้ไม่ได้รับความเห็นชอบก็ดี ให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย และเจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์มีอำนาจจัดการทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายเพื่อแบ่งแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณาคำพิพากษาในราชกิจจานุเบกษาและใน หนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับในคำโฆษณาให้ระบุชื่อ ตำบลที่อยู่ อาชีพของลูกหนี้และวันที่ ศาลได้มีคำพิพากษา

  70. Section ๖๒

    การล้มละลายของลูกหนี้เริ่มต้นมีผลตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์

  71. ส่วนที่ ๘ การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา1 条
  72. Section ๖๓

    เมื่อศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้วลูกหนี้จะเสนอคำขอประนอมหนี้ก็ได้ ในกรณีนี้ให้นำบทบัญญัติของส่วนที่ ๖การประนอมหนี้ก่อนล้มละลายในหมวด ๑กระบวนพิจารณา ตั้งแต่ขอให้ล้มละลายจนถึงปลดจากล้มละลายมาใช้บังคับโดยอนุโลมแต่ถ้าลูกหนี้ได้เคยขอประนอมหนี้ ไม่เป็นผลมาแล้ว ห้ามมิให้ลูกหนี้ขอประนอมหนี้ภายในกำหนดเวลาหกเดือนนับแต่วันที่การขอ ประนอมหนี้ครั้งสุดท้ายไม่เป็นผล การขอประนอมหนี้ตามวรรคหนึ่งไม่เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องเลื่อน หรืองดการจำหน่ายทรัพย์สิน เว้นแต่กรณีมีเหตุอันสมควรที่อาจเป็นประโยชน์แก่การขอประนอมหนี้ ถ้าศาลเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ ศาลมีอำนาจสั่งให้ยกเลิกการล้มละลายและ จะสั่งให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนหรือจะสั่งประการใดตามที่เห็นสมควรก็ได้

  73. ส่วนที่ ๙ การควบคุมตัวและทรัพย์สินของลูกหนี้และการจำกัดสิทธิ4 条
  74. Section ๖๔

    ลูกหนี้ซึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ต้องไปในการประชุมเจ้าหนี้ทุกครั้ง และ ตอบคำถามของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรรมการเจ้าหนี้ หรือเจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดในเรื่องที่เกี่ยวกับ กิจการทรัพย์สินหรือหุ้นส่วนของตน และต้องกระทำการอันเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สิน หรือการที่ จะแบ่งทรัพย์สินในระหว่างเจ้าหนี้ทั้งหลาย ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือผู้จัดการทรัพย์จะสั่ง โดยมีเหตุอันสมควรหรือตามที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่ศาลจะได้ีคำสั่งให้กระทำ แล้วแต่กรณี

  75. Section ๖๕

    เมื่อศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว ลูกหนี้ต้องเป็นธุระช่วยโดยเต็ม ความสามารถในการจำหน่ายทรัพย์สินและในการแบ่งทรัพย์สินในระหว่างเจ้าหนี้ทั้งหลายและเมื่อ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องการให้ทำสัญญาประกันชีวิต ลูกหนี้ต้องให้แพทย์ตรวจ และต้องตอบข้อ ซักถาม และกระทำการต่าง ๆที่จำเป็นเพื่อการนั้น

  76. Section ๖๖

    เมื่อศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายแล้ว ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ รายงานหรือเจ้าหนี้ คนใดมีคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องและศาลพอใจจากรายงานของเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์หรือพยานที่เจ้าหนี้นำมาสืบ ว่าลูกหนี้ได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) ออกไปหรือกำลังจะออกไปนอกเขตอำนาจศาลหรือได้ออกไปก่อนแล้วและคง อยู่นอกเขตอำนาจศาลโดยเจตนาที่จะหลีกเลี่ยง ประวิงหรือกระทำให้ขัดข้องแก่กระบวนพิจารณาคดี ล้มละลาย (๒) กระทำหรือกำลังจะกระทำการฉ้อโกงเจ้าหนี้ หรือกระทำหรือกำลังจะกระทำ ความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีโทษตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖๓แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ศาลมีอำนาจออกหมายจับลูกหนี้มาขังไว้จนกว่าลูกหนี้จะได้ให้ประกันจนพอใจ แต่ไม่ให้เกินกว่าหกเดือน

  77. Section ๖๗

    เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้หรือพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายแล้ว และยังไม่ได้สั่งปลดจากล้มละลาย (๑) ลูกหนี้จะต้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดจำนวนเงินเพื่อใช้จ่ายเลี้ยง ชีพตนเองและครอบครัวตามสมควรแก่ฐานานุรูป โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้อนุญาตให้ลูกหนี้ จ่ายจากเงินที่ลูกหนี้ได้มาในระหว่างล้มละลาย และลูกหนี้จะต้องส่งเงินหรือทรัพย์สินที่เหลือนั้นแก่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในเวลาที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดพร้อมด้วยบัญชีรับจ่าย (๒) ทุกครั้งที่ลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับทรัพย์สินอย่างใดลูกหนี้จะต้องรายงานเป็นหนังสือ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบ โดยแสดงรายละเอียดเท่าที่ามารถจะทำได้ภายในเวลาอันสมควร และไม่ว่าในกรณีใด ลูกหนี้จะต้องแสดงบัญชีรับจ่ายเสนอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทุกระยะหกเดือน (๓) ลู หนี้จะออกไปนอกราชอาณาจักรไม่ได้ เว้ แต่ศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์จะอนุญาตเป็นหนังสือ และถ้าจะย้ายที่อยู่ ต้องแจ้งตำบลที่อยู่ใหม่เป็นหนังสือให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ทราบภายในเวลาอันสมควร มาตรา ๖๗/๑๑๙ เมื่อศาลได้พิพากษาให้ล้มละลายแล้ว บุคคลล้มละลายอาจได้รับ การปลดจากล้มละลายเมื่อศาลได้มีคำสั่งปลดจากล้มละลายตามมาตรา ๗๑หรือเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาตามมาตรา ๘๑/๑

  78. ส่วนที่ ๑๐ การปลดจากล้มละลาย14 条
  79. Section ๖๘

    เมื่อศาลได้พิพากษาให้ล้มละลายแล้ว บุคคลล้มละลายอาจยื่นคำขอ โดยทำเป็นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งปลดจากล้มละลายได้ แต่ต้องนำเงินมาวางไว้ต่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ตามจำนวนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเห็นสมควรไม่เกินห้าพันบาทเพื่อเป็นประกัน ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย๒๑ การกำหนดวันนั่งพิจารณาคำขอนี้ ต้องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีเวลาส่งแจ้ง ความให้บุคคลล้มละลายและเจ้าหนี้ทั้งหลายทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน และโฆษณาใน หนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับ

  80. Section ๖๙

    ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นรายงานเกี่ยวกับกิจการทรัพย์สินและ ความประพฤติของบุคคลล้มละลายในเวลาก่อนหรือระหว่างที่ล้มละลายต่อศาล และส่งสำเนารายงาน้นให้บุคคลล้มละลายทราบไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันนั่งพิจารณาคำขอปลดจากล้ ละลาย มาตรา ๖๗/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๖๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๖๘วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  81. Section ๗๐

    ในการพิจารณาคำขอปลดจากล้มละลายนั้น ศาลอาจฟังคำชี้แจงของ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้หรือผู้แทนเจ้าหนี้ รายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ได้ยื่นตาม มาตรา ๖๙และรายงานการไต่ วนโดยเปิดเผยของศาลนั้ เอง และศาลอาจให้บุคคลล้มละลาย สาบานตัวให้การหรือพิจารณาพยานหลักฐานตามที่เห็นสมควรก็ได้

  82. Section ๗๑

    ให้ศาลมีคำสั่งปลดจากล้มละลายเมื่อศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า (๑) ได้แบ่งทรัพย์สินชำระให้แก่เจ้าหนี้ที่ได้ขอรับชำระหนี้ไว้แล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ ห้าสิบและ (๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต คำสั่งปลดจากล้มละลายตามวรรคหนึ่ง ศาลอาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ จะพึงได้มาในเวลาต่อไปก็ได้ แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาที่บุคคลนั้นได้รับการปลดจากล้มละลายตาม มาตรา ๘๑/๑

  83. Section ๗๒

    (ยกเลิก)

  84. Section ๗๓

    (ยกเลิก)

  85. Section ๗๔

    (ยกเลิก)

  86. Section ๗๕

    (ยกเลิก)

  87. Section ๗๖

    เมื่อศาลได้มีคำสั่งปลดจากล้มละลายแล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โฆษณาในราชกิจจานุเบกษาและในหนัสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับ

  88. Section ๗๗

    คำสั่งปลดจากล้มละลายทำให้บุคคลล้มละลายหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวง อันพึงขอรับชำระได้ เว้นแต่ (๑) หนี้เกี่ยวกับภาษีอากร หรือจังกอบของรัฐบาลหรือเทศบาล (๒) หนี้ซึ่งได้เกิดขึ้นโดยความทุจริตฉ้อโกงของบุคคลล้มละลายหรือหนี้ซึ่งเจ้าหนี้ ไม่ได้เรียกร้องเนื่องจากความทุจริตฉ้อโกงซึ่งบุคคลล้มละลายมีส่วนเกี่ยวข้องสมรู้ มาตรา ๗๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๗๒ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๗๓ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๗๔ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๗๕ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  89. Section ๗๘

    การที่ศาลได้มีคำสั่งปลดจากล้มละลายนั้นไม่ทำให้บุคคลซึ่งเป็นหุ้นส่วน กับบุคคลล้มละลายหรือรับผิดร่วมกับบุ คลล้มละลายหรือค้ำประกัหรืออยู่ในลัษณะอย่างผู้ค้ ประกันของบุคคลล้มละลายหลุดพ้นจากความรับผิดไปด้วย

  90. Section ๗๙

    บุคคลล้มละลายซึ่งได้ถูกปลดจากล้มละลายนั้น ยังมีหน้าที่ช่วยในการ จำหน่ายและแบ่งทรัพย์สินของตนซึ่งตกอยู่กับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์ต้องการ ถ้าบุคคลล้มละลายละเลยไม่ช่วยศาลมีอำนาจเพิกถอนคำสั่งปลดจากล้มละลายนั้นได้ แต่ทั้งนี้ไม่กระทบถึงการใดที่ได้กระทำไปภายหลังการปลดจากล้มละลายก่อนที่ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนนั้น

  91. Section ๘๐

    ในคำสั่งปลดจากล้มละลายโดยให้บุคคลล้มละลายใช้เงินแก่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์นั้น ศาลมีอำนาจกำหนดจำนวนเงินสำหรับเลี้ยงชีพบุคคลล้มละลายและครอบครัวใน ปีหนึ่ง ๆที่ให้หักเอาจากทรัพย์สินซึ่งได้มาภายหลังมีคำสั่งนั้น และกำหนดให้ส่งเงิ หรือทรัพย์สินที่ เหลือแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อแบ่งแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย และกำหนดวันให้ยื่นบัญชีแสดงการรับ ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างปีทุก ๆปีต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ บุคคลล้มละลายซึ่งถูกปลดจากล้มละลายโดยให้ใช้เงินแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้น มีหน้าที่ไปให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือศาลสอบสวนหรือไต่สวนเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้มา ตามแต่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือศาลต้องการ ถ้าบุคคลล้มละลายนั้นไม่ปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ในสองวรรคแรก เมื่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ศาลจะเพิกถอนคำสั่งปลดจากล้ ละลายก็ได้ แต่ทั้งนี้ไม่กระทบถึงการใดที่ได้ กระทำไปภายหลังการปลดจากล้มละลาย ก่อนที่ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนนั้น

  92. Section ๘๑

    เมื่อศาลได้เพิกถอนคำสั่งปลดจากล้มละลายแล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์โฆษณาในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิ พ์ายวัไม่น้อยกว่าหนึ่ งฉบับทั้ ให้แจ้ กำหนดเวลาให้เจ้าหนี้ทั้งหลายเสนอคำขอรับชำระหนี้ที่ลูกหนี้ได้กระทำขึ้นภายหลังที่ศาลมีคำสั่งปลด จากล้มละลายก่อนที่ศาลได้มีคำสั่งให้เพิกถอนนั้นด้วย มาตรา ๘๑/๑๒๗ ภายใต้บังคับมาตรา ๘๑/๒บุคคลธรรมดาซึ่งศาลพิพากษาให้ ล้มละลายแล้วให้ปลดบุคคลนั้นจากล้มละลายทันทีที่พ้นกำหนดระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่ศาลได้ พิพากษาให้ล้มละลาย เว้นแต่ (๑) บุ คลนั้นได้เคยถู พิพากษาให้ล้มละลายมาก่อนแล้วและยังไม่พ้นระยะเวลาห้าปี นับแต่วันที่ศาลได้พิพากษาให้ล้มละลายครั้งก่อนจนถึงวันที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ครั้งหลังให้ขยาย ระยะเวลาเป็นห้าปี (๒) บุคคลนั้นเป็นบุคคลล้มละลายทุจริตที่ไม่มีลักษณะตาม (๓) ให้ขยายระยะเวลา เป็นสิบปี เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุผลพิเศษและบุคคลนั้นถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลายมาแล้วไม่น้อยกว่า มาตรา ๘๑/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ห้าปี ศาลจะสั่งปลดจากล้มละลายก่อนครบกำหนดสิบปีตามคำขอของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือ ของบุคคลล้มละลายนั้นก็ได้ (๓) บุคคลนั้นเป็นบุคคลล้มละลายอันเนื่องมาจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการกระทำ ความผิดอันมีลักษณะเป็นการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่ เป็นการฉ้อโกงประชาชน ให้ขยายระยะเวลาเป็นสิบปี ในกรณีที่มีเหตุตาม (๑) (๒) หรือ (๓) มากกว่าหนึ่งเหตุให้ขยายระยะเวลาโดยอาศัย เหตุใดเหตุหนึ่งที่มีระยะเวลาสูงสุดเพียงเหตุเดียว ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๗๖มาตรา ๗๗และมาตรา ๗๘มาใช้บังคับกับการปลดจาก ล้มละลายตามมาตรานี้โดยอนุโลม มาตรา ๘๑/๒๒๘ ก่อนระยะเวลาสามปีตามมาตรา ๘๑/๑วรรคหนึ่ง จะสิ้นสุดลง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจยื่นคำขอต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้หยุดนับระยะเวลาดังกล่าวไว้ก่อน ก็ได้ เมื่อศาลได้รับคำขอเช่นว่านี้แล้ว ให้ศาลกำหนดนัดไต่สวนเป็นการด่วนและส่ง สำเนาคำขอให้แก่บุคคลล้มละลายทราบก่อนวันนัดไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน มาตรา ๘๑/๓๒๙ เมื่อศาลไต่สวนคำขอตามมาตรา ๘๑/๒แล้ว ถ้าศาลเห็นว่าบุคคล ล้มละลายมิได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการรวบรวมทรัพย์สินโดยไม่มีเหตุ อันสมควรให้ศาลมีคำสั่งหยุดนับระยะเวลาตามมาตรา ๘๑/๑ตั้งแต่วันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่น คำขอหรือวันที่ศาลมีคำสั่งจนถึงวันที่ศาลกำหนดโดยจะกำหนดเงื่อนไขหรือไม่ก็ได้ การหยุดนับระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าศาลจะได้มีคำสั่งให้หยุดนับระยะเวลา ตามคำขอกี่ครั้งก็ตามเมื่อรวมระยะเวลาทั้ หมดแล้วจะต้องไม่เกิ สองปี และไม่ว่ากรณีจะเป็น ประการใดศาลจะมีคำสั่งให้หยุดนับระยะเวลาตามมาตรา ๘๑/๑(๑) (๒) หรือ (๓) หรือมีคำสั่งเมื่อ พ้นระยะเวลาสามปีตามมาตรา ๘๑/๑วรรคหนึ่งแล้วไม่ได้ คำสั่งศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด มาตรา ๘๑/๔๓๐ เมื่ อศาลมีคำสั่งตามมาตรา ๘๑/๓ แล้ว หากพฤติการณ์ เปลี่ยนแปลงไป บุคคลล้มละลายอาจยื่นคำขอต่อศาลเพื่อขอให้ยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่ง ดังกล่าวได้ เมื่อได้รับคำขอดังกล่าว ให้ศาลกำหนดวันนัดไต่สวนและส่งสำเนาคำขอให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เพื่อแจ้งให้เจ้าหนี้ทั้งหลายทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ศาลอาจมีคำสั่งยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งตามมาตรา ๘๑/๓ก็ได้ คำสั่งศาลตามมาตรานี้ให้เป็ที่สุด

  93. หมวด ๒ มาตรา ๘๑/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗6 条
  94. Section ๘๒

    ในกรณีที่ลูกหนี้ตาย หากปรากฏว่าถ้าลูกหนี้ยังคงมีชีวิตอยู่เจ้าหนี้อาจ ฟ้องให้ล้มละลายได้แล้ว เจ้าหนี้อาจฟ้องขอให้จัดการทรัพย์มรดกของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัตินี้ได้ แต่ต้องยื่นคำฟ้องต่อศาลภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกหนี้ตาย

  95. Section ๘๓

    ในการฟ้องขอให้จัดการทรัพย์มรดกของลูกหนี้ตามความในมาตราก่อน เจ้าหนี้จะต้องขอให้เรียกทายาทหรือผู้จัดการมรดกหรือผู้ปกครองทรัพย์ เข้ามาแก้คดีแทนลูกหนี้ ที่ตายนั้น ถ้าบุคคลที่ถูกเรียกไม่มาศาล หรือมาศาลแต่ ดค้านว่าตนไม่ใช่ทายาทหรือผู้จัดการ มรดกหรือผู้ปกครองทรัพย์ของลูกหนี้ที่ตายก็ดี หรือว่าตนไม่จำต้องยอมรับฐานะเช่นนั้นได้ตาม กฎหมายก็ดี ให้ศาลทำการไต่สวนถ้าศาลเห็นว่าบุคคลนั้นควรเข้าแก้คดีแทนลูกหนี้ที่ตายก็ให้สั่งเป็น ผู้แทนลูกหนี้นั้น มิฉะนั้นให้สั่งให้เจ้าหนี้จัดการขอให้เรียกบุคคลอื่นเข้ามาแก้คดีแทนลูกหนี้ที่ตายต่อไป

  96. Section ๘๔

    เมื่อได้มีคำพิพากษาให้จัดการทรัพย์มรดกของลูกหนี้แล้วให้ปฏิบัติการ และจัดการทรัพย์มรดกนั้นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้เท่าที่จะทำได้ ผู้แทนลูกหนี้ที่ตายมีหน้าที่ยื่นคำชี้แจงตามมาตรา ๓๐ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการนี้ ให้คิดเอาได้จากทรัพย์มรดก

  97. Section ๘๕

    การที่ทายาท หรือผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์ได้กระทำไป เกี่ยวกับทรัพย์มรดกจะใช้ได้เพียงไรหรือไม่นั้น ให้ถือเสมือนว่าเป็นการกระทำของลูกหนี้หรือบุคคล ล้มละลายตามความในพระราชบัญญัตินี้

  98. Section ๘๖

    เมื่อได้ชำระหนี้ทั้งหมดโดยเต็มจำนวนพร้อมทั้งดอกเบี้ยตามที่บัญญัติไว้ ในพระราชบัญญัตินี้กับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆหมดแล้ว ถ้ายังมีทรัพย์มรดกเหลืออยู่อีก ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มอบให้แก่ผู้แทนลูกหนี้ที่ตายหรือผู้จัดการมรดก

  99. Section ๘๗

    ถ้าลูกหนี้ได้ถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาก็ดี หรือเมื่อศาลได้ พิพากษาให้ล้มละลายแล้วก็ดี กระบวนพิจารณาคงดำเนินต่อไปและให้นำบทบัญญัติในหมวดนี้มาใช้ บังคับด้วย

  100. หมวด ๓ กระบวนพิจารณาในกรณีที่ลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ3 条
  101. Section ๘๘

    ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งได้จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วน จำกัดบริษัทจำกัดหรือนิติบุคคลอื่น นอกจากเจ้าหนี้จะฟ้องขอให้ล้มละลายได้ตามความในหมวด ๑แล้ว ผู้ชำระบัญชีของนิติบุคคลนั้น ๆ อาจยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้สั่งให้นิติบุคคลนั้นล้มละลายได้ ถ้าปรากฏว่าเงินลงทุ หรือเงินค่าหุ้นได้ใช้เสร็จหมดแล้วสินทรัพย์็ยังไม่พอกับหนี้สิน เมื่อศาลได้รับคำร้องขอแล้ว ให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของนิติบุคคลนั้นเด็ดขาดโดยทันที และให้ที่ประชุมเจ้าหนี้แต่งตั้งเจ้าหนี้คนหนึ่งขึ้น ให้มีสิทธิและหน้าที่เสมือนเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์

  102. Section ๘๙

    เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งได้จดทะเบียน หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้ว เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้บุคคลซึ่งนำสืบได้ว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนนั้นล้มละลายได้ โดยไม่ ต้องฟ้องเป็นคดีขึ้ ใหม่

  103. Section ๙๐

    เมื่อได้มีคำขอตามมาตราก่อนแล้วถ้าเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีคำขอฝ่ายเดียว โดยทำเป็นคำร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของผู้เป็นหุ้นส่วนชั่วคราว และมี พยานหลักฐานแสดงให้พอใจศาลว่าคำขอมีมูล ศาลมีอำนาจสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของผู้นั้นชั่วคราวได้ แต่ก่อนจะมีคำสั่งดังว่านี้จะให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ให้ประกันค่าเสียหายตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควรก็ได้ ถ้าปรากฏภายหลังว่า บุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวไม่ใช่ผู้เป็นหุ้นส่วน ให้ศาลมีคำสั่งถอนการพิทักษ์ทรัพย์ และถ้าผู้นั้นมีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจสั่งให้ เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ซึ่งขอให้พิทักษ์ทรัพย์ชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนที่เห็นสมควรให้ผู้นั้น หรือจะสั่งให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จ่ายจากสินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนก็ได้ ถ้าเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลดังว่าไว้ในวรรคก่อน ศาลมีอำนาจบังคับ เจ้าหนี้นั้นเสมือนหนึ่งว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา หมวด ๓/๑ กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้๓๑

  104. ส่วนที่ ๑ บทนิยาม
  105. ส่วนที่ ๒ การขอและการให้ฟื้นฟูกิจการ
  106. ส่วนที่ ๓ การตั้งผู้ทำแผน
  107. ส่วนที่ ๔ การขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ
  108. ส่วนที่ ๕ คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้
  109. ส่วนที่ ๖ การเพิกถอนนิติกรรมที่ได้กระทำไปแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  110. ส่วนที่ ๗ การประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ
  111. ส่วนที่ ๘ การพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ
  112. ส่วนที่ ๙ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ
  113. ส่วนที่ ๑๑ การขอรับชำระหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด
  114. ส่วนที่ ๑๒ การอุทธรณ์๕๖
  115. ส่วนที่ ๑๓ บทกำหนดโทษว่าด้วยกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้
  116. ส่วนที่ ๑ บทนิยาม
  117. ส่วนที่ ๒ การขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน
  118. ส่วนที่ ๓ การพิจารณาคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน
  119. ส่วนที่ ๔ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน
  120. ส่วนที่ ๕ การยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน และการยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ
  121. ส่วนที่ ๖ บทกำหนดโทษ
  122. หมวด ๔ วิธีจัดการทรัพย์สินของลู หนี้
  123. ส่วนที่ ๑ การขอรับชำระหนี้18 条
  124. Section ๙๑

    เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายจะเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ หรือไม่ก็ตาม ต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณา คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแต่ถ้าเจ้าหนี้อยู่นอกราชอาณาจัเจ้าพนักงานพิท ษ์ทรัพย์จะขยาย กำหนดเวลาให้อีกได้ไม่เกินสองเดือน คำขอรับชำระหนี้นั้นต้องทำตามแบบพิมพ์ โดยมีบัญชีแสดงรายละเอียดแห่งหนี้สิน และข้อความระบุถึงหลักฐานประกอบหนี้และทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดของลูกหนี้ที่ยึดไว้เป็น มาตรา ๙๐/๑๒๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๙๐/๑๒๖เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๙๐/๑๒๗เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๙๐/๑๒๘เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๕๙ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลักประกัน หรือตกอยู่ในความครอบครองของเจ้าหนี้ ทั้งนี้ ให้แนบเอกสารที่เกี่ยวกับหนี้ที่ยื่นขอรับ ชำระหนี้มาด้วย๙๗ มาตรา ๙๑/๑๙๘ ถ้าเจ้าหนี้ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง ให้เจ้าหนี้มีคำขอโดยทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลว่าเจ้าหนี้ประสงค์จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ และแสดงถึงเหตุสุดวิสัยที่ตนไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ทันภายในกำหนดเวลา เมื่อศาลเห็นว่า กรณีเป็นเหตุสุดวิสัยและมีเหตุผลอันสมควรที่จะให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาต ให้เจ้าหนี้รายนั้นยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด เจ้าหนี้ ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ตามวรรคหนึ่ง ให้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ จากกอง ทรัพย์สินของลูกหนี้เฉพาะทรัพย์สินที่มีอยู่ภายหลังการแบ่งทรัพย์สินก่อนที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ทั้งนี้ ไม่กระทบถึงการใดที่ศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว

  125. Section ๙๒

    บุคคลใดได้ับความเสียหายเพราะสิ่งของของตนถู ยึดไปตามมาตรา ๑๐๙(๓) ก็ดี หรือเพราะการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆถูกเพิกถอนตามมาตรา ๑๑๕ก็ดี หรือเพราะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ยอมรับทรัพย์สินหรือสิทธิตามสัญญาตามมาตรา ๑๒๒ก็ดี มีสิทธิขอรับชำระหนี้สำหรับราคาสิ่ งของหรือหนี้เดิมหรือค่าเสียหายได้ แล้วแต่กรณี ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๙๑แต่ให้นับจากวันที่อาจใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ได้ ถ้ามีข้อโต้เถียงเป็นคดี ให้นับจากวันคดีถึงที่สุด

  126. Section ๙๓

    ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีที่ค้างพิจารณาอยู่แทน ลูกหนี้ ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แพ้คดี เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิขอรับชำระหนี้ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๙๑แต่ให้นับจากวันคดีถึงที่สุด

  127. Section ๙๔

    เจ้าหนี้ไม่ีประกันอาจขอรับชำระหนี้ได้ ถ้ามูลแห่ หนี้ได้เกิดขึ้นก่อน วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ แม้ว่าหนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือมีเงื่อนไขก็ตาม เว้นแต่ (๑) หนี้ที่เกิดขึ้นโดยฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี หรือหนี้ที่จะ ฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ (๒)๙๙ หนี้ที่เจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สิน ล้นพ้นตัว แต่ไม่รวมถึงหนี้ที่เจ้าหนี้ยอมให้กระทำขึ้นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ดำเนินต่อไปได้

  128. Section ๙๕

    เจ้าหนี้มีประกันย่อมมีสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลัประกันซึ่งลูกหนี้ ได้ให้ไว้ก่อนถูกพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ แต่ต้องยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจดู ทรัพย์สินนั้น

  129. Section ๙๖

    เจ้าหนี้มีประกันอาจขอรับชำระหนี้ได้ ภายในเงื่อนไขดัต่อไปนี้ มาตรา ๙๑วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๙๑/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๙๔(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) เมื่อยินยอมสละทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายแล้ว ขอรับชำระหนี้ได้เต็มจำนวน (๒) เมื่อได้บังคับเอาแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้ว ขอรับชำระหนี้สำหรับ จำนวนที่ยังขาดอยู่ (๓) เมื่อได้ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์สินอันเป็น หลักประกันแล้ว ขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่ (๔) เมื่อตีราคาทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยัง ขาดอยู่ ในกรณีเช่นนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจไถ่ถอนทรัพย์สินตามราคานั้นได้ ถ้าเห็นว่า ราคานั้นไม่สมควร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขายทรัพย์สินนั้นตามวิธีการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์และเจ้าหนี้ตกลงกัน ถ้าไม่ตกลงกัน จะขายทอดตลาดก็ได้แต่ต้องไม่ให้เสียหายแก่เจ้าหนี้นั้น และเจ้าหนี้หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาดได้เมื่ อขายได้เงิน เป็นจำนวนสุทธิเท่าใด ให้ถือว่าเป็นราคาที่เจ้าหนี้ได้ตีมาในคำขอ ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่แจ้งโดยหนังสือให้เจ้าหนี้ทราบว่าจะใช้สิทธิไถ่ถอน หรือตกลงให้ขายทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันภายในกำหนดเวลาสี่เดือนนับแต่วันที่เจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับ ชำระหนี้ ให้ถือว่ายินยอมให้ทรัพย์สินนั้นเป็กรรมสิทธิ์แก่เจ้าหนี้ตามราคาที่เจ้าหนี้ได้ตีมา และ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หมดสิทธิไถ่ถอนหรือขายทรัพย์สินนั้น บทบัญญัติแห่งมาตรานี้ไม่ให้ใช้บังคับในกรณีที่ตามกฎหมายลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดเกินกว่า ราคาทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน

  130. Section ๙๗

    ถ้าเจ้าหนี้มีประกันขอรับชำระหนี้โดยไม่แจ้งว่าเป็เจ้าหนี้มีประกัเจ้าหนี้นั้นต้องคืนทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และสิทธิเหนือทรัพย์นั้น เป็นอันระงับ เว้นแต่เจ้าหนี้นั้นจะแสดงต่อศาลได้ว่า การละเว้นนั้นเกิดขึ้นโดยพลั้งเผลอ ในกรณีเช่นนี้ ศาลอาจอนุญาตให้แก้ไขข้อความในรายการแห่งคำขอรับชำระหนี้ โดยกำหนดให้คืนส่วนแบ่งหรือ กำหนดอย่างอื่นตามที่เห็สมควรก็ได้

  131. Section ๙๘

    ถ้าหนี้ที่ขอรับชำระได้กำหนดไว้เป็นเงินตราต่างประเทศ ให้คิดเป็น เงินตราไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์

  132. Section ๙๙

    ถ้าเป็นหนี้ค่าเช่าหรือหนี้อย่างอื่นซึ่งมีกำหนดระยะเวลาให้ชำระและ วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ไม่ตรงกับวันกำหนด เจ้าหนี้อาจขอรับชำระหนี้ตามส่วนจนถึงวันที่ศาลมี คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ได้

  133. Section ๑๐๐

    ดอกเบี้ยหรือเงินค่าป่วยการอื่นแทนดอกเบี้ยภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์นั้น ไม่ให้ถือว่าเป็นหนี้ที่จะขอรับชำระได้

  134. Section ๑๐๑

    ถ้าลูกหนี้ร่วมบางคนถูกพิทักษ์ทรัพย์ ลูกหนี้ร่วมคนอื่นอาจยื่นคำ ขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ตนอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในเวลาภายหน้าได้ เว้นแต่เจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิขอรับ ชำระหนี้ไว้เต็มจำนวนแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บทบัญญัติในวรรคก่อนให้ใช้บังคับแก่ผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันร่วม หรือบุคคลที่อยู่ ในลักษณะเดียวกันนี้โดยอนุโลม

  135. Section ๑๐๒

    ถ้าเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ลูกหนี้ในเวลาที่มีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์ ถึงแม้ว่ามูลแห่งหนี้ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีวัตถุเป็นอย่างเดียวกันก็ดี หรืออยู่ในเงื่อนไขหรือ เงื่อนเวลาก็ดี ก็อาจหักกลบลบกันได้ เว้นแต่เจ้าหนี้ได้สิทธิเรียกร้องต่อลูกหนี้ภายหลังที่มีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์แล้ว

  136. Section ๑๐๓

    เมื่อบุคคลซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้สำหรับหนี้ที่อยู่ในเงื่อนไขบังคับ ก่อนขอหักกลบลบหนี้ บุคคลนั้นจะต้องให้ประกันสำหรับจำนวนที่ขอหักกลบลบหนี้นั้น

  137. Section ๑๐๔

    เมื่อพ้นกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เด็ดขาดแล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รีบ ดลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งหลายมาพร้อมกัเพื่อตรวจคำขอรับ ชำระหนี้ โดยแจ้งความให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

  138. Section ๑๐๕

    ในการพิจารณาและมีคำสั่งคำขอรับชำระหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ ตามคำพิพากษาหรือไม่ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจออกหมายเรียกเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือ บุคคลใดมาสอบสวนหรือให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารเพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับหนี้สินได้

  139. Section ๑๐๖

    คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ายใดถ้าเจ้าหนี้อื่ ลูกหนี้ หรือเจ้า พนักงานพิทักษ์ทรัพย์อื่นไม่โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้มีอำนาจเป็นผู้พิจารณาสั่งอนุญาตให้ ได้รับชำระหนี้ได้ เว้ แต่มีเหตุอันสมควรสั่งเป็อย่างอื่น คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายใด ถ้ามีผู้โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สอบสวนแล้วมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ยกคำขอรับชำระหนี้ (๒) อนุญาตให้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน (๓) อนุญาตให้ได้รับชำระหนี้บางส่วน การคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้มีส่วน ได้เสียอาจยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลได้ภายในกำหนดสิบสี่วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ การพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องคัดค้านตามวรรคสามให้ศาลมีอำนาจเรีย สำนวนคำขอรับชำระหนี้มาตรวจและสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำคำชี้แจงในเรื่องที่เป็นปัญหา ตามที่เห็นสมควรได้ หากศาลเห็นสมควรไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก็ให้ดำเนินการไต่สวนโดยเร็ว เท่าที่จำเป็น

  140. Section ๑๐๗

    (ยกเลิก) มาตรา ๑๐๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๐๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  141. Section ๑๐๘

    คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีคำสั่ง อนุญาตแล้วนั้นถ้าต่อมาปรากฏว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้สั่งไปโดยผิดหลงเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีอำนาจยกคำขอรับชำระหนี้ หรือลดจำนวนหนี้ที่ได้มีคำสั่งอนุญาตไปแล้วได้

  142. ส่วนที่ ๒ ทรัพย์สินซึ่งอาจเอามาชำระหนี้1 条
  143. Section ๑๐๙

    ทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลายอันอาจ แบ่งแก่เจ้าหนี้ได้ (๑)๑๐๕ ทรัพย์สินทั้งหลายอันลูกหนี้มีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลาย รวมทั้ง สิทธิเรียกร้องเหนือทรัพย์สินของบุคคลอื่น เว้นแต่ ก. เครื่องใช้สอยส่วนตัวอันจำเป็นแก่การดำรงชีพ ซึ่งลูกหนี้รวมทั้งคู่สมรสและ บุตรผู้เยาว์ของลูกหนี้ จำเป็นต้องใช้ตามสมควรแก่ฐานานุรูป และ ข. สัตว์ พืชพันธุ์ เครื่องมือและสิ่งของสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพของลูกหนี้ ราคารวมกันไม่เกินหนึ่งแสนบาท (๒) ทรัพย์สินซึ่งลูกหนี้ได้มาภายหลังเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายจนถึงเวลาปลด จากล้มละลาย (๓) สิ่งของซึ่งอยู่ในครอบครองหรืออำนาจสั่งการหรือสั่งจำหน่ายของลูกหนี้ ในทาง การค้าหรือธุรกิจของลูกหนี้ ด้วยความยินยอมของเจ้าของอันแท้จริง โดยพฤติการณ์ซึ่งทำให้เห็นว่า ลูกหนี้เป็นเจ้าของในขณะที่มีการขอให้ลูกหนี้นั้นล้มละลาย

  144. ส่วนที่ ๓ ผลของการล้มละลายเกี่ยวกับกิจการที่ได้กระทำไปแล้ว7 条
  145. Section ๑๑๐

    คำสั่งของศาลที่ให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ไว้ชั่วคราว หรือ หมายบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้นั้น จะใช้ยันแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ไม่ได้ เว้นแต่ การบังคับคดีนั้นได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ การบัคับคดีนั้น ให้ถือว่าได้สำเร็จบริบูรณ์เมื่อพ้ กำหนดเวลาที่ อนุญาตให้เจ้าหนี้ อื่นยื่นคำขอเฉลี่ยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๐๗ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๐๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๐๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๑๐๙(๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บทบัญญัติในมาตรานี้ไม่กระทบถึงสิทธิของเจ้าหนี้มีประกันในการบังคับคดีแก่ ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันหรือถึงการที่ผู้ใดได้ชำระเงินโดยสุจริตแก่ศาล หรือเจ้าพนักงานบังคับคดี ตามคำสั่งศาล หรือถึงความสมบูรณ์แห่งการซื้อโดยสุจริตในการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามคำสั่งศาล

  146. Section ๑๑๑

    เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้จำหน่ายทรัพย์สินแล้วแต่ยังไม่ได้ จ่ายเงิน ถ้าได้รับคำแจ้งความว่าได้มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายก่อนที่การบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกักเงินไว้ และถ้าต่อไปศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีคิดหักไว้เป็นค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานบังคับคดีและค่าธรรมเนียมโจทก์ในชั้นบังคับคดี เหลือเท่าใดให้ส่งเป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลายในกรณีเช่นว่านี้มิให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

  147. Section ๑๑๒

    ถ้าในระหว่างที่การบังคับคดียังไม่สำเร็จบริบูรณ์ เจ้าพนักงาน บังคับคดีได้รับคำแจ้งความว่าลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้ รายการทรัพย์สิน ของลูกหนี้ที่อยู่ในอำนาจหรือความยึดถือของตนแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และให้ปฏิบัติตามคำขอ ของเจ้าพนักงานพิทัษ์ทรัพย์เกี่ยวกับทรัพย์สินนั้ ค่าใช้จ่ายของเจ้าพนังานบัคับคดีและ ค่าธรรมเนียมโจทก์ในชั้นบังคับคดี ให้หักจากทรัพย์สินนั้นได้ก่อน ในกรณีเช่นว่านี้มิให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

  148. Section ๑๑๓

    การขอให้ศาลเพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์นั้น ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอได้โดยทำเป็นคำร้อง การขอให้เพิกถอนตามวรรคหนึ่งห้ามมิให้ขอเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่เวลาที่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ได้รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิ ถอนหรือพ้นสิบปีนับแต่ได้ทำนิติกรรมนั้น๑๐๘

  149. Section ๑๑๔

    ถ้านิติ รรมที่ขอเพิกถอนการฉ้อฉลตามมาตรา ๑๑๓นั้น เกิดขึ้น ภายในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนมีการขอให้ล้มละลายและภายหลังนั้น หรือเป็นการทำให้โดยเสน่หาหรือ เป็นการที่ลูกหนี้ได้รับค่าตอบแทนน้อยเกินสมควร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการกระทำที่ลูกหนี้และ ผู้ที่ได้ลาภงอกแต่การนั้นรู้อยู่ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบ

  150. Section ๑๑๕

    การโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใดๆซึ่งลูกหนี้ได้กระทำหรือยินยอม ให้กระทำในระหว่างระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลายและภายหลังนั้น โดยมุ่งหมายให้ เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนการโอนหรือการกระทำนั้นได้ มาตรา ๑๑๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๑๑๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๑๑๓วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าเจ้าหนี้ผู้ได้เปรียบเป็นบุคคลภายในของลูกหนี้ ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนการโอน หรือการกระทำตามวรรคหนึ่งที่ได้กระทำขึ้นในระหว่างระยะเวลาหนึ่งปีก่อนมีการขอให้ล้มละลายและ ภายหลังนั้น๑๑๐

  151. Section ๑๑๖

    บทบัญญัติในมาตรา ๑๑๕ ไม่กระทบถึงสิทธิของ บุคคลภายนอกอันได้มาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนก่อนมีการขอให้ล้มละลาย

  152. ส่วนที่ ๔ การรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สิน7 条
  153. Section ๑๑๗

    เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ศาลหรือเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจออกหมายเรียกลูกหนี้ คู่สมรสของลูกหนี้ หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดซึ่งได้ความ หรือสงสัยว่ามีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ในครอบครอง หรือเชื่อว่าเป็นหนี้ลูกหนี้ หรือเห็นว่าสามารถแจ้ง ข้อความเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของลูกหนี้มาไต่สวน หรือสอบสวนและมีอำนาจสั่งให้บุคคลนั้น ๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุพยานซึ่งอยู่ในความยึดถือหรืออำนาจของผู้นั้นอันเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของ ลูกหนี้๑๑๒ ถ้าบุคคลนั้นจงใจขัดขืนหมายเรียกหรือคำสั่ง ศาลมีอำนาจออกหมายจับบุคคลนั้น มาขังไว้จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

  154. Section ๑๑๘

    เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ศาลมีอำนาจบังคับให้บุคคลที่ รับว่าเป็นหนี้ลูกหนี้หรือรับว่ามีทรัพย์สินของลู หนี้อยู่ในครอบครอง ชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินแก่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรถ้าไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอให้ศาลออกหมายบัคับคดีเสมือนหนึ่งว่าบุ คลนั้นเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา

  155. Section ๑๑๙

    เมื่อปรากฏว่าลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดชำระเงิน หรือส่งมอบทรัพย์สินแก่ลูกหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งความเป็นหนังสือไปยังบุคคลนั้นให้ ชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินตามจำนวนที่ได้แจ้งไปและให้แจ้งไปด้วยว่าถ้าจะปฏิเสธ ให้แสดง เหตุผลประกอบข้อปฏิเสธเป็นหนังสือมายังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสิบสี่วันนับแต่ วันได้รับแจ้งความ มิฉะนั้น จะถือว่าเป็นหนี้กองทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ตามจำนวนที่แจ้งไปเป็นการ เด็ดขาด ถ้าบุคคลที่ได้รับแจ้งความนั้นปฏิเสธหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน กำหนดเวลาตามวรรคก่อนให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวน เมื่อเห็นว่าบุคคลนั้นไม่ได้เป็นหนี้ ให้จำหน่ายชื่อจากบัญชีลูกหนี้ และแจ้งให้บุคคลนั้นทราบ ถ้าเห็นว่าบุคคลนั้นเป็นหนี้เท่าใด ให้แจ้ง มาตรา ๑๑๕วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๑๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๑๗วรรคหนึ่ง เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จำนวนเป็นหนังสือยืนยันไปยังบุคคลที่จะต้องรับผิดนั้น และให้แจ้งไปด้วยว่าถ้าจะคัดค้านประการใด ให้ร้องคัดค้านต่อศาลภายในกำหนดเวลาสิบสี่วันนับแต่วันได้รับแจ้งความยืนยัน ถ้าบุคคลที่ได้รับแจ้งความยืนยันนั้นคัดค้านต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องภายใน กำหนดเวลาตามวรรคก่อนให้ศาลพิจารณา ถ้าพอใจว่าเป็หนี้ ให้มีคำบังคับให้บุคคลนั้นชำระเงิน หรือส่งมอบทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ถ้าเห็นว่าไม่ได้เป็นหนี้ ให้มีคำสั่งให้จำหน่ายจาก บัญชีลูกหนี้ ถ้าบุคคลที่ได้รับแจ้งความจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้ปฏิเสธต่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์หรือมิได้ร้องคัดค้านต่อศาลตามกำหนดเวลาที่กล่าวข้างต้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจ มีคำขอต่อศาลให้บังคับให้บุคคลนั้นชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควร ถ้าบุคคลนั้นไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอให้ ศาลออกหมายบังคับคดีเสมือนหนึ่งว่าบุคคลนั้ เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ในกรณีที่ผู้ถูกทวงหนี้ร้องคัดค้านต่อศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอโดย ทำเป็นคำร้องต่อศาลให้สั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สิ ของผู้้องคัดค้านไว้ชั่วคราวก่อนมีคำสั่งในเรื่องหนี้นั้นได้

  156. Section ๑๒๐

    ถ้าลักษณะแห่งธุรกิจของลูกหนี้มีเหตุอันสมควรที่จะดำเนินต่อไป เมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะดำเนินธุรกิจของลูกหนี้ นั้นเองเพื่อชำระสะสางธุรกิจนั้นให้เสร็จไปหรือจะตั้งบุคคลใดหรือลูกหนี้เป็นผู้จัดการโดยกำหนด อำนาจหน้าที่ไว้ก็ได้ ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตั้งบุคคลใดนอกจากลูกหนี้เป็นผู้จัดการ บุคคลนั้นต้อง ให้ประกันตามที่เจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์สั่ง และมีสิทธิได้ับบำเหน็จตามที่ที่ประชุ เจ้าหนี้กำหนด ถ้ามิได้กำหนดไว้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้กำหนด ผู้จัดการต้องทำบัญชียื่นตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่ง

  157. Section ๑๒๑

    ถ้าลูกหนี้เป็ข้าราชการเมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้วเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีสิทธิรับเงินเดือน บำนาญบำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือเงินในทำนองเดียวกันนี้ของลูกหนี้จาก เจ้าหน้าที่เพื่อรวบรวมแบ่งให้แก่เจ้าหนี้ได้ แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพลูกหนี้ และครอบครัวตามสมควรแก่ฐานานุรูป บทบัญญัติในวรรคก่อน ให้ใช้บังคับในกรณีที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับเงินจากบุคคลหรือ องค์การอื่นที่มิใช่รัฐบาลด้วย

  158. Section ๑๒๒

    ภายในกำหนดเวลาสามเดือนนับแต่วันที่เจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์ ทราบว่า ทรัพย์สินของลูกหนี้หรือสิทธิตามสัญญามีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจไม่ยอมรับทรัพย์สินหรือสิทธิตามสัญญานั้นได้ บุคคลใดได้รับความเสียหายโดยเหตุที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ยอมรับดังกล่าว มีสิทธิขอรับชำระหนี้สำหรับค่าเสียหายได้

  159. Section ๑๒๓

    ทรัพย์สินซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวบรวมได้มา เมื่อลูกหนี้ ล้มละลายแล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขายตามวิธีที่สะดวกและเป็นผลดีที่สุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การขายโดยวิธีอื่นนอกจากการขายทอดตลาดนั้นต้องได้รับความเห็นชอบของ กรรมการเจ้าหนี้ เว้นแต่ทรัพย์สินที่เป็นของเสียง่ายหรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเกิน ส่วนกับค่าของทรัพย์สินนั้น ผู้ได้ับโอนทรัพย์สินจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการขายหรือการแบ่ง ไม่ต้องรับ ผิดในค่าภาษีอากรหรือจังกอบสำหรับปีก่อนที่ได้รับโอน

  160. ส่วนที่ ๕ การแบ่งทรัพย์สิน10 条
  161. Section ๑๒๔

    ทรัพย์สินซึ่งเหลือจากที่กันไว้ำหรับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องจัดการแบ่งในระหว่างเจ้าหนี้โดยเร็ว การแบ่งทรัพย์สินต้องกระทำทุกระยะเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ศาลพิพากษา ให้ลูกหนี้ล้มละลาย เว้นแต่ศาลจะอนุญาตให้ขยายเวลาต่อไปโดยมีเหตุสมควร

  162. Section ๑๒๕

    เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องกันเงินส่วนแบ่งรายที่มีเงื่อนไขหรือมีข้อ โต้แย้ง และค่าธรรมเนียมกับค่าใช้จ่ายอันอาจเกิดขึ้นไว้ตามสมควรแล้วแบ่งเงินที่เหลือให้แก่เจ้าหนี้ นอกนั้นไป

  163. Section ๑๒๖

    ก่อนกระทำการแบ่งครั้งใด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องโฆษณาใน หนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่งฉบับ และส่งแจ้งความไปยังเจ้าหนี้และบุคคลล้มละลายล่วงหน้าไม่ น้อยกว่าเจ็ดวัน กำหนดวันเวลาให้มาตรวจบัญชีส่วนแบ่ง ถ้าไม่ีผู้ใดคัดค้าน ให้ถือว่าบัญชีนั้นถูกต้อง และเป็นที่สุด แล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณาการแบ่งไว้ ณสำนักงานและแจ้งจำนวนส่วน แบ่งที่จะจ่ายไปยังเจ้าหนี้

  164. Section ๑๒๗

    ถ้ามีผู้มีส่วนได้เสียคนใดคัดค้านบัญชีส่วนแบ่ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์พิจารณาคำคัดค้านและคำชี้แจงของเจ้าหนี้และบุคคลล้มละลายแล้วสั่งตามที่เห็นสมควร ผู้มีส่วนได้เสียอาจคัดค้านคำสั่งนั้นโดยทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลได้ภายใน กำหนดเวลาเจ็ดวัน บแต่วันที่ได้ฟังคำสั่ง ถ้ามีผู้คัดค้านต่อศาล ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เลื่อนการจ่ายเงินไปจนกว่าศาลได้ มีคำสั่งแล้ว แต่ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่าการเลื่อนนั้นจะทำให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับความ เสียหาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะกันเงินค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอันอาจเกิดขึ้นไว้ตามสมควร แล้วแบ่งเงินที่เหลือให้แก่เจ้าหนี้รายที่ไม่มีข้อโต้แย้งไปก่อนได้

  165. Section ๑๒๘

    ห้ามมิให้จ่ายส่วนแบ่งแก่เจ้าหนี้คนใดเมื่อรวมส่วนแบ่ ทุกครั้งแล้วเป็น เงินไม่ถึงหนึ่งบาท สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  166. Section ๑๒๙

    สามีหรือภริยาของบุคคลล้มละลายจะได้รับส่วนแบ่งในฐานะเจ้าหนี้ ต่อเมื่อเจ้าหนี้อื่นได้รับชำระหนี้เป็นที่พอใจแล้ว

  167. Section ๑๓๐

    ในการแบ่ ทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้นั้น ให้ชำระค่าใช้จ่ายและหนี้สิน ตามลำดับดังต่อไปนี้ (๑) ค่าใช้จ่ายในการจัดการมรดกของลูกหนี้ (๒) ค่าใช้จ่ายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ (๓) ค่าปลงศพลูกหนี้ตามสมควรแก่ฐานานุรูป (๔)๑๑๔ค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินตามมาตรา ๑๗๙(๔) (๕) ค่าธรรมเนียมของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์และค่าทนายความตามที่ศาล หรือเจ้า พนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนด (๖) ค่าภาษีอากรที่ถึงกำหนดชำระภายในหกเดือนก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ และเงิน ที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เพื่อการงานที่ได้ทำให้ลูกหนี้ซึ่งเป็นนายจ้างตามมาตรา ๒๕๗แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน (๗) หนี้อื่น ๆ ถ้ามีเงินไม่พอชำระเต็มจำนวนหนี้ในลำดับใดให้เจ้าหนี้ในลำดับนั้นได้รับเฉลี่ยตามส่วน

  168. Section ๑๓๐ ทวิ

    ในกรณีที่หนี้ตามมาตรา ๑๓๐(๗) รายใดมีการกำหนดโดย กฎหมายหรือสัญญาให้เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ต่อเมื่อเจ้าหนี้อื่นได้รับชำระหนี้จนเต็มจำนวนแล้ว เจ้าหนี้ดังกล่าวนั้นยังคงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทรัพย์สินตามสิทธิที่ตนมีอยู่ตามที่กำหนดไว้โดยกฎหมาย หรือสัญญานั้น

  169. Section ๑๓๑

    ก่อนกระทำการแบ่งครั้งที่สุด ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งแจ้ง ความไปยังผู้ที่เกี่ยวค้างค่าจ้างแรงงานหรือเงินที่ได้ออกไปโดยคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ให้ส่งบัญชีเงินที่เกี่ยวค้างนั้นภายในสิบสี่วันนับแต่วันได้รับแจ้งความ ถ้าไม่ส่งตามกำหนด เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์จะจัดการแบ่งครั้งที่สุด และจ่ายเงินไปโดยไม่คำนึงถึงเงินที่เกี่ยวค้างอยู่นั้น ถ้าผู้ที่ได้รับ แจ้งความไม่ปฏิบัติดังว่านี้ ผู้นั้นหมดสิทธิเรียกร้องต่อไป กำหนดเวลาดังกล่าวไว้ในวรรคก่อน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขยายได้ เมื่อ มีเหตุสมควร

  170. Section ๑๓๒

    เมื่อได้ชำระหนี้ทั้ หมดโดยเต็จำนวนตามที่ บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัตินี้กับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆในคดีล้มละลายหมดแล้ว ถ้ายังมีทรัพย์สิน เหลืออยู่ให้คืนแก่บุคคลล้มละลายไป

  171. ส่วนที่ ๖ มาตรา ๑๓๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒2 条
  172. Section ๑๓๓

    เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แบ่งทรัพย์สินของลู หนี้ ครั้งที่สุด หรือได้หยุดกระทำการตามข้อตกลงในการประนอมหนี้ หรือเมื่อลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินจะให้แบ่ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจทำรายงานแสดงกิจการและบัญชีรับจ่ายในคดีล้มละลายยื่นต่อศาลและ ขอให้ศาลสั่งปิดคดีได้ เมื่อศาลได้พิจารณารายงานและบัญชีของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประกอบกับ คำคัดค้านของเจ้าหนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียแล้วศาลจะสั่งให้ปิดคดีหรือไม่ก็ได้ ถ้าศาลสั่งไม่ให้ปิดคดี เมื่อเจ้าหนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียมีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลอาจสั่งให้เจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์รับผิดในการที่ได้กระทำหรือละเว้นกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ก็ได้ คำสั่งปิดคดีทำให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พ้นจากความรับผิดในหน้าที่จนถึงวันที่ ศาลสั่งนั้น ถ้าปรากฏว่าศาลได้สั่งไปโดยผิดหลง ศาลอาจเพิกถอนคำสั่งปิดคดีนั้นได้

  173. Section ๑๓๔

    คำสั่งปิดคดีมีผลเพียงให้ระงับการจัดการต่าง ๆไว้ แต่ไม่ทำให้คดี ล้มละลายสิ้นสุด และไม่ทำให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หลุดพ้นจากหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) หน้าที่ตามมาตรา ๑๖๐ (๒) หน้าที่อนุมัติการใด ๆที่กฎหมายบัญญัติไว้ (๓) หน้าที่ตรวจบัญชีรับจ่ายของบุคคลล้มละลาย ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่าบุคคลล้มละลายมีทรัพย์สินขึ้นใหม่ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์อาจขอให้ศาลเปิดคดีต่อไปได้

  174. ส่วนที่ ๗ การยกเลิกการล้มละลาย4 条
  175. Section ๑๓๕

    เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ศาลมีอำนาจ สั่งยกเลิกการล้มละลายได้ ถ้าปรากฏเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจดำเนินการให้ได้ผลเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ ทั้งหลาย เพราะเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ช่วยหรือยอมเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายหรือวางเงินประกัตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกร้อง และไม่มีเจ้าหนี้อื่นสามารถและเต็มใจกระทำการดังกล่าวแล้ว ภายในกำหนดเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้ขัดขืนหรือละเลยนั้น (๒) ลูกหนี้ไม่ควรถูกพิพากษาให้ล้มละลาย (๓) หนี้สินของบุคคลล้มละลายได้ชำระเต็มจำนวนแล้ว ถ้าลูกหนี้ปฏิเสธหนี้สินรายใด แต่ลูกหนี้ยอมทำสัญญาและให้ประกันต่อศาลว่า จะใช้เงินให้เต็มจำนวนกับค่าธรรมเนียมด้วยก็ดี หรือถ้าหาตัวเจ้าหนี้ไม่พบ แต่ลูกหนี้ได้นำเงินเต็ม จำนวนมาวางต่อศาลก็ดี ให้ถือว่าหนี้สินรายนั้นได้ชำระเต็มจำนวนแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แบ่งทรัพย์ครั้งที่สุด หรือไม่มีทรัพย์สินจะแบ่ง ให้แก่เจ้าหนี้แล้ว ต่อแต่นั้นมาภายในกำหนดเวลาสิบปี เจ้าพนักงานพิทัษ์ทรัพย์ไม่อาจรวบรวม ทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายได้อีก และไม่มีเจ้าหนี้มาขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จัดการรวบรวม ทรัพย์สินของบุคคลล้ ละลาย

  176. Section ๑๓๖

    คำสั่งยกเลิกการล้มละลายตามมาตรา ๑๓๕(๑) หรือ (๒) นั้นไม่ทำให้ ลูกหนี้หลุดพ้นหนี้สินแต่อย่างใด

  177. Section ๑๓๗

    คำสั่งยกเลิกการล้มละลายไม่กระทบถึงการใดที่ศาลหรือเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ได้กระทำไปแล้ว ส่วนทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายให้ตกแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดตามที่ ศาลกำหนดหรือถ้าไม่ได้กำหนด ก็ให้คืนแก่บุ คลล้มละลาย

  178. Section ๑๓๘

    เมื่อศาลได้ีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายแล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โฆษณาในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับ

  179. หมวด ๕ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
  180. ส่วนที่ ๑ การแต่งตั้งและถอดถอน1 条
  181. Section ๑๓๙

    ให้กรมบังคับคดีจัดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ารับการ ฝึกอบรมก่อนเข้าปฏิบัติ หน้าที่ เพื่อให้มีารพัฒนาความรู้ ความสามารถคุณธรรมจริยธรรม และ ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานรวมถึงการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะและความเชี่ยวชาญ ตามหลักสูตร การฝึกอบรมที่อธิบดีกรมบังคับคดีกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งผ่านการฝึกอบรมตามวรรคหนึ่งให้เป็นตำแหน่งที่มี เหตุพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนและในการกำหนดให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับ ตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษให้คำนึงถึงภาระหน้าที่ คุณภาพของงานโดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนของ มาตรา ๑๓๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๓๙/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ปฏิบัติงานอื่นในกระบวนการยุติธรรมด้วย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมโดยได้รับ ความเห็นชอบจากกระทรวงการคลั

  182. ส่วนที่ ๒ อำนาจหน้าที่9 条
  183. Section ๑๔๐

    ในการเป็นคู่ความในศาลก็ดี ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ก็ดี หรือในการกระทำการอื่นเพื่อให้เป็นไปตามหน้าที่ก็ดี ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ใช้นามตำแหน่งว่า “เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของ...............ลูกหนี้”หรือ “เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของ.................. ผู้ล้มละลาย” โดยกรอกนามของลูกหนี้หรือผู้ล้มละลายลงในช่องว่าง แล้วแต่กรณี

  184. Section ๑๔๑

    ในการดำเนิ กระบวนพิจารณาในศาล เจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์ มีอำนาจจ้างทนายความเข้าทำการแทนได้

  185. Section ๑๔๒

    นอกจากที่มีบัญญัติไว้ในบทมาตราอื่น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มี หน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) รายงานข้อความเกี่ยวกับกิจการ ทรัพย์สิน หรือความประพฤติของลูกหนี้ตามที่ ศาลต้องการ (๒) ช่วยซักถามลู หนี้ หรือบุคคลอื่ ในการที่ศาลดำเนิ กระบวนพิจารณาตาม พระราชบัญญัตินี้

  186. Section ๑๔๓

    ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอให้ ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับการใดที่เป็นปัญหาได้

  187. Section ๑๔๔

    ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นเป็นการจำเป็นที่จะต้องกู้ยืมเงินเพื่อ ประโยชน์แห่งการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแล้วให้กู้ยืมได้

  188. Section ๑๔๕

    เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะกระทำการดังต่อไปนี้ได้ต่อเมื่อได้รับ ความเห็นชอบของกรรมการเจ้าหนี้แล้ว (๑) ถอนการยึดทรัพย์ในคดีล้มละลาย (๒) โอนทรัพย์สินใด ๆนอกจากโดยวิธีขายทอดตลาด (๓) สละสิทธิ (๔) ฟ้องหรือถอนฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินในคดีล้มละลายหรือฟ้องหรือถอน ฟ้องคดีล้มละลาย (๕) ประนีประนอมยอมความหรือมอบคดีให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  189. Section ๑๔๖

    ถ้าบุคคลล้มละลาย เจ้าหนี้ หรือบุคคลใดได้รับความเสียหายโดยการ กระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ บุคคลนั้นอาจยื่ คำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อ ศาลภายในกำหนดเวลาสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้ทราบการกระทำหรือคำวินิจฉัยนั้น ศาลมีอำนาจสั่งยืน ตามกลับ หรือแก้ไขหรือสั่งประการใดตามที่เห็นสมควร

  190. Section ๑๔๗

    ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ต้องรับผิด เป็นส่วนตัว เว้นแต่จะได้กระทำโดยเจตนาร้าย หรือโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

  191. Section ๑๔๘

    การฟ้องเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือเจ้าพนักงานอื่นตาม พระราชบัญญัตินี้ ในการที่ได้กระทำหรือละเว้นกระทำการตามที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ถ้ามิได้ฟ้องภายในกำหนดเวลาหกเดือนนับแต่วันที่เกิดอำนาจฟ้องให้ถือว่าขาดอายุความ มาตรา ๑๔๘/๑๑๑๘ ในกรณีที่บทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้กำหนดให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์โฆษณาคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลหรือประกาศหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ในหนังสือพิมพ์รายวัเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจโฆษณาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์สาธารณะอื่นใดแทน ตามที่อธิบดีกรมบังคับคดีประกาศกำหนดก็ได้

  192. หมวด ๖ อำนาจศาลและกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย
  193. ส่วนที่ ๑ อำนาจศาล4 条
  194. Section ๑๔๙

    (ยกเลิก)

  195. Section ๑๕๐

    การยื่นคำฟ้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลายให้ยื่นต่อศาลซึ่งลูกหนี้มี ภูมิลำเนาอยู่ในเขตหรือประกอบธุรกิจอยู่ในเขต ไม่ว่าด้วยตนเองหรือโดยตัวแทนในขณะที่ยื่นคำฟ้อง หรือคำร้องขอหรือภายในกำหนดเวลาหนึ่งปีก่อนนั้น

  196. Section ๑๕๑

    ศาลต้องสอดส่องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติหน้าที่โดย เรียบร้อย เพื่อการนี้ให้มีอำนาจสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำคำชี้ แจงในเรื่องบัญชีหรือเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย หรือจะสั่งให้กระทำหรือละเว้นกระทำการตามที่เห็นสมควรได้ มาตรา ๑๔๘/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๔๙ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  197. Section ๑๕๒

    ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นแก่กอง ทรัพย์สินในคดีล้มละลายโดยเจตนาร้ายหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ศาลมีอำนาจสั่งให้เจ้า พนักงานพิทักษ์ทรัพย์ชดใช้ค่าเสียหายเป็นส่วนตัวตามที่เห็นสมควรได้

  198. ส่วนที่ ๒ กระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย7 条
  199. Section ๑๕๓

    (ยกเลิก)

  200. Section ๑๕๔

    ในคดีที่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวแล้ว ถ้าเจ้าหนี้ ผู้เป็นโจทก์ทิ้งฟ้อง ถอนฟ้อง หรือขาดนัดพิจารณาก่อนที่ศาลจะสั่งจำหน่ายคดี ให้โฆษณาใน หนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่งฉบับเพื่อให้เจ้าหนี้ทั้งหลายทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

  201. Section ๑๕๕

    เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์มีหน้าที่ระวัประโยชน์ของเจ้าหนี้ทั้งหลาย ช่วยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการรวบรวมจำหน่ายทรัพย์สิ นของลูกหนี้และรับผิดในบรรดา ค่าธรรมเนียมค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายในคดีล้มละลายนั้น เพื่อประกันการรับผิดนี้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเรียกประกันจากเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ตามจำนวนที่เห็นว่าจำเป็น

  202. Section ๑๕๖

    ถ้าเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ขัดขืนหรือละเลยไม่ช่วยเจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์ หรือไม่ให้ประกันตามที่กล่าวไว้ในมาตรา ๑๕๕ภายในกำหนดเวลาเจ็ดวัน นับแต่วันที่ได้รับคำแจ้ง ความเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ด้วยความเห็ชอบของที่ประชุ เจ้าหนี้มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าหนี้คนอื่น เป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์แทนต่อไป

  203. Section ๑๕๗

    เมื่อได้ส่งแจ้งความนัดประชุมหรือแจ้งความใด ๆ ไปยังเจ้าหนี้ ทั้งหลายในราชอาณาจักรแล้ว แม้เจ้าหนี้บางคนจะยังไม่ได้รับ ก็ไม่ทำให้การประชุมหรือการนั้นเสียไป

  204. Section ๑๕๘

    ผู้มีส่วนได้เสียคนใดเห็นว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีสิทธิยึด ทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใด ให้คัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ รับคำคัดค้านแล้วให้สอบสวนและมีคำสั่ง ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ให้ถอนการยึด ผู้นั้นมีสิทธิ ยื่นคำร้องขอต่อศาลภายในกำหนดเวลาสิบสี่วัน นับแต่วันได้ทราบคำสั่งนั้น เมื่อศาลได้ับคำร้องขอแล้ว ให้ศาลพิจารณาและมีคำสั่งชี้ขาดเหมือนอย่างคดีธรรมดา โดยเรียกเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาสู้คดี

  205. Section ๑๕๙

    เมื่อศาลได้พิพากษาหรือมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว ให้แจ้งให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบ มาตรา ๑๕๓ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  206. หมวด ๗ การสอบสวนและบทกำหนดโทษ
  207. ส่วนที่ ๑ การสอบสวน1 条
  208. Section ๑๖๐

    ในระหว่างดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายถ้ามีเหตุควรเชื่อได้ ว่าลูกหนี้หรือผู้หนึ่งผู้ใดได้กระทำความผิดในทางอาญาเกี่ยวกับการล้มละลาย ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย ในกรณีที่พนักงานอัยการมีความเห็นว่าไม่ควรฟ้อง ซึ่งแย้งกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์ ให้ส่งสำนวนไปยัอธิบดีกรมอัยการเพื่อสั่ง

  209. ส่วนที่ ๒ บทกำหนดโทษ15 条
  210. Section ๑๖๑

    ลูกหนี้คนใดฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งมาตรา ๖๗(๓) โดยไม่มีข้อแก้ตัว อันสมควรมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่ นบาทหรือจำคุกไม่เกินสองเดือนหรือทั้งปรับ ทั้งจำ

  211. Section ๑๖๒

    ลูกหนี้คนใดฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งมาตรา ๖๔มาตรา ๖๕มาตรา ๗๙หรือมาตรา ๘๐โดยไม่มีข้อแก้ตัวอัสมควรหรือขัดขืนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการปฏิบัติ หน้าที่ตามมาตรา ๑๖(๑) มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสี่เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

  212. Section ๑๖๓

    ลูกหนี้คนใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ มีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (๑) ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๓มาตรา ๓๐หรือมาตรา ๖๗(๑) หรือ (๒) โดย ไม่มีข้อแก้ตัวอันสมควร (๒) ละเว้นไม่แจ้งข้อความอันเป็นสาระสำคัญ หรือกล่าวเท็จเกี่ยวกับกิจการหรือ ทรัพย์สินของตนต่อศาลเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุ เจ้าหนี้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้มี เจตนาฉ้อฉล มาตรา ๑๖๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) มิได้แจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายในกำหนดเวลาหนึ่งเดือน เมื่อได้ ทราบหรือมีเหตุผลอันสมควรเชื่อได้ว่ามีผู้นำหนี้สินอันเป็นเท็จมาขอรับชำระในคดีล้มละลาย

  213. Section ๑๖๔

    ในระหว่างเวลาหนึ่งปีก่อนมีารขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย หรือภายหลัง นั้น แต่ก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ลูกหนี้คนใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ มีความผิดต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (๑) ยักย้าย ซุกซ่อน ทำลายก่อความชำรุดหรือเปลี่ยนแปลงดวงตรา สมุดบัญชี หรือเอกสารอันเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของตน หรือรู้เห็นเป็นใจด้วยการกระทำนั้น ๆเว้นแต่จะ พิสูจน์ได้ว่ามิได้มีเจตนาปกปิดสภาพแห่งกิจการของตน ถ้าปรากฏว่า ดวงตราสมุดบัญชี หรือเอกสารสูญหาย ชำรุด หรือเปลี่ยนแปลง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าลูกหนี้เป็นผู้ ระทำ (๒) ละเว้นจดข้อความอันเป็นสาระสำคัญ หรือจดข้อความเท็จลงในสมุดบัญชีหรือ เอกสารอันเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของตนหรือรู้เห็นเป็นใจในการนั้น (๓) นำทรัพย์สินซึ่งได้มาโดยเชื่อและยังมิได้ชำระราคาไปจำนำ จำนองหรือจำหน่าย เว้นแต่การนั้นเป็นปกติธุระของลูกหนี้ และพิสูจน์ได้ว่ามิได้มีเจตนาฉ้อฉล (๔) รับสินเชื่อจากบุคคลอื่นโดยใช้อุบายหลอกลวง หรือซุกซ่อนโอนหรือส่งมอบ ทรัพย์สินของตนโดยทุจริต หรือกระทำหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำให้ทรัพย์สินของตนต้องมีภาระผูกพัน ขึ้นโดยทุจริต หรือยอมหรือสมยอมกับบุคคลอื่นให้ศาลพิพากษาให้ตนต้องชำระหนี้ซึ่งตนมิควรต้องชำระ

  214. Section ๑๖๕

    ในระหว่างเวลาตั้งแต่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จนถึงเวลาที่พ้นจาก ล้มละลาย ลูกหนี้คนใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองแสนบาทหรือจำคุ ไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (๑)รับสินเชื่อจากผู้อื่นมีจำนวนตั้งแต่สองพันบาทขึ้นไปโดยมิได้แจ้งให้ผู้นั้นทราบว่าตน ถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลาย (๒)ประกอบการค้าหรือธุรกิจโดยใช้นามตัวหรือนามสมญาผิดจากที่ตนถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือล้มละลายและในการนั้นได้รับสินเชื่อจากบุคคลอื่นโดยมิได้แจ้งให้ผู้นั้นทราบว่าตนถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือล้มละลาย (๓) ประกอบการค้าหรือธุรกิจโดยใช้นามหรือนามสมญาของผู้อื่นบังหน้า (๔) ประกอบการค้าหรือธุรกิจโดยใช้นามตัวหรือนามสมญาผิดไปจากที่ตนถูก พิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลาย โดยมิได้โฆษณารายการดังต่อไปนี้ในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยสองฉบับ ก. นามตัวและนามสมญาที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลาย ข. ตำบลที่ตนประกอบการค้าหรือธุรกิจในขณะที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์ ค. นามตัวและนามสมญาซึ่งประสงค์จะใช้ต่อไปในการค้าหรือธุรกิจ ง. ลักษณะของการค้าหรือธุรกิจที่จะประกอบต่อไป จ. ตำบลที่จะประกอบการค้าหรือธุรกิจ มาตรา ๑๖๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  215. Section ๑๖๖

    ลูกหนี้คนใดมีหนี้สินเนื่องในการค้าหรือธุรกิจอยู่ในขณะที่ถูกพิทักษ์ ทรัพย์กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ (๑) เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบถามหรือศาลทำการไต่สวนลูกหนี้ไม่สามารถ ให้เหตุผลอันสมควรถึงการที่ได้เสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากในระหว่างเวลาหนึ่งปีก่อนมีการขอให้ ล้มละลายหรือภายหลังนั้นแต่ก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ (๒) กระทำหนี้สินอันพึงขอรับชำระได้ในคดีล้มละลายโดยไม่มีเหตุอันน่าเชื่อว่าจะ สามารถชำระหนี้นั้นได้

  216. Section ๑๖๗

    บุคคลซึ่งประกอบพาณิชยกิจตามที่ระบุไว้ในกฎหมายว่าด้วยการ ทะเบียนพาณิชย์ นใดไม่มีบัญชีย้อนหลังขึ้นไปสามปีนับแต่วันที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ซึ่งจะแสดง ให้เห็นการประกอบพาณิชยกิจหรือฐานะการเงินของตนอย่างเพียงพอตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วย การบัญชีซึ่งใช้อยู่ในเวลานั้น มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  217. Section ๑๖๘

    ในระหว่างเวลาหกเดือนก่อนมีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือ ภายหลังนั้นแต่ก่อนเวลาที่พ้นจากล้มละลาย ลูกหนี้คนใดออกไปหรือพยายามจะออกไปนอก ราชอาณาจักรโดยนำทรัพย์สินซึ่งตามกฎหมายต้องเอาไว้แบ่งใช้หนี้แก่เจ้าหนี้ราคาเกินกว่าสองพันบาท ออกไปด้วยเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้มีเจตนาฉ้อฉล มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  218. Section ๑๖๙

    เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ลูกหนี้คนใดซ่อนตัวหรือหลบ ไปเสียจากที่ ๆเคยอยู่หรือที่ทำการค้า หรือประกอบธุรกิจแห่งสุดท้าย หรือออกไปนอกราชอาณาจักร โดยเจตนาหลีกเลี่ยงหมายเรียกหรือหมายนัดของศาลในคดีล้มละลายหรือหลี เลี่ ยงการที่จะถูก สอบสวนหรือไต่สวนเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของตนหรือทำให้เกิดความลำบากขัดข้องแก่ กระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน หนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  219. Section ๑๗๐

    เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ลูกหนี้คนใดกระทำการฉ้อฉล หรือให้ หรือเสนอให้ หรือตกลงว่าจะให้ประโยชน์ใด ๆแก่เจ้าหนี้ โดยมุ่งหมายที่จะได้รับความยินยอม ของเจ้าหนี้นั้นในการขอประนอมหนี้หรือข้อตกลงเกี่ยวกับกิจการหรือการล้มละลายของตนหรือเพื่อมิให้ มีการคัดค้านการขอปลดจากล้มละลายมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือจำคุก ไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ มาตรา ๑๖๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๗๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  220. Section ๑๗๑

    เจ้าหนี้หรือผู้แทนเจ้าหนี้คนใดกล่าวอ้าง หรือขอรับชำระหนี้ในคดี ล้มละลายหรือการขอประนอมหนี้ หรือในการตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้โดยไม่เป็นความจริง ในส่วนสาระสำคัญเว้ แต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้มีเจตนาฉ้อฉล มี วามผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองแสนบาทหรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  221. Section ๑๗๒

    เจ้าหนี้หรือผู้ แทนเจ้าหนี้คนใด เรียกหรือรับหรือยินยอมที่ จะรับ ทรัพย์สินหลักประกันหรือผลประโยชน์ใด ๆไว้เป็นประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น เพื่อที่จะยินยอม หรือไม่คัดค้านในการขอประนอมหนี้ หรือการขอปลดจากล้มละลายมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่ เกินห้าเท่าของราคาผลประโยชน์อันมิควรได้นั้น

  222. Section ๑๗๓

    ผู้ใดรู้ว่าได้มีหรือจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้วยักย้าย ซุกซ่อนรับ จำหน่ายหรือจัดการแก่ทรัพย์สินของลู หนี้โดยเจตนาทุจริต มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสอง เท่าราคาทรัพย์สินนั้น หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ในราชกิจจานุเบกษาและหนังสือพิมพ์รายวันหรือผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สาธารณะอื่นใดแทนตามที่อธิบดีกรมบังคับคดีประกาศกำหนดแล้ว บุคคลทุกคนได้ทราบว่ามีคำสั่งนั้น๑๓๒ มาตรา ๑๗๓/๑๑๓๓ ผู้ใดมีหน้าที่ตามมาตรา ๒๔/๑แล้วไม่ปฏิบัติตามมาตรา ดังกล่าว มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของ นิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่ งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่ง รับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือ กระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิดผู้นั้น ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่งด้วย ถ้าบุคคลตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองได้ยื่นคำขอต่อศาลแสดงถึงเหตุที่ตนไม่อาจแจ้ง ข้อมูลเกี่ยวกับหนี้หรือทรัพย์สินได้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๒๔/๑เมื่อศาลเห็นว่ามีเหตุอัน สมควรจะให้บุคคลนั้นแจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายในเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้ เมื่อบุคคลดังกล่าวได้แจ้งข้อมูลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ให้คดีอาญาเป็นอันเลิกกัน

  223. Section ๑๗๔

    ผู้ใดกล่าวอ้างโดยไม่เป็นความจริงว่าตนเป็นเจ้าหนี้ โดยมุ่งหมายที่ จะได้ดูหรือคัดสำเนาเอกสารใด ๆที่เกี่ยวกับกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินห้าพันบาท มาตรา ๑๗๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๗๓วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๓/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  224. Section ๑๗๕

    บุคคลดังต่อไปนี้มีหน้าที่และความรับผิดทางอาญาเช่ เดียวกับลูกหนี้ สำหรับกิจการที่ตนได้กระทำในขณะที่เป็นผู้ประกอบการงานของลูกหนี้ (๑) ถ้าลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดหุ้นส่วน ผู้จัดการ หรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งสอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงาน หรือผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนนั้น (๒) ถ้าลูกหนี้เป็นบริษัทจำกัด ผู้เริ่มก่อการ กรรมการพนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ชำระ บัญชีของบริษัทนั้น (๓) ถ้าลูกหนี้เป็นนิติบุคคลอื่นนอกจากที่กล่าวไว้ใน (๑) และ(๒) ผู้จัดการหรือผู้ชำระ บัญชีของนิติบุคคลนั้น (๔) ถ้าลูกหนี้มีตัวแทนหรือลูกจ้างเป็นผู้ประกอบการงาน ตัวแทนหรือลูกจ้างของ ลูกหนี้นั้น (๕) ถ้าลูกหนี้ตาย ทายาทผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์ของลูกหนี้นั้น

  225. หมวด ๘ บทบัญญัติเบ็ดเสร็จ
  226. ส่วนที่ ๑ เงินค้างจ่าย1 条
  227. Section ๑๗๖

    เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แบ่งทรัพย์สินครั้งที่สุดแล้ว ถ้ามีเงิน ค้างจ่ายซึ่งไม่มีผู้ใดมารับภายในกำหนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่ศาลสั่งปิดคดี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต้องโฆษณาในหนังสือพิ พ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับให้เจ้าหนี้มารับภายในกำหนดเวลาสองเดือน ถ้าไม่มารับภายในกำหนด ให้เงินนี้ตกเป็นของแผ่นดิน

  228. ส่วนที่ ๒ การล้มละลายเกี่ยวกับต่างประเทศ2 条
  229. Section ๑๗๗

    การพิทัษ์ทรัพย์หรือการล้ ละลายตามพระราชบัญญัตินี้ีผล เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตลอดและเฉพาะแต่ในราชอาณาจักร การพิทักษ์ทรัพย์หรือการล้ ละลายตามกฎหมายของประเทศอื่น ไม่ีผลเกี่ยวกับ ทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร มาตรา ๑๗๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  230. Section ๑๗๘

    เจ้าหนี้ต่างประเทศซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักรจะขอรับชำระหนี้ ในคดีล้มละลายได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องพิสูจน์ว่า เจ้าหนี้ในประเทศไทยก็มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตาม กฎหมายและในศาลแห่งประเทศของตนได้ ในทำนองเดียวกั (๒) ต้องแถลงว่า ตนได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับทรัพย์สินหรือส่วนแบ่งจากทรัพย์สิน ของลูกหนี้คนเดียวกันนั้นนอกราชอาณาจักรเป็นจำนวนเท่าใดหรือไม่ และถ้ามี ตนยอมส่งทรัพย์สิน หรือส่วนแบ่งจากทรัพย์สินของลูกหนี้ดังกล่าวแล้วมารวมในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ในราชอาณาจักร

  231. ส่วนที่ ๓ ค่าธรรมเนียม3 条
  232. Section ๑๗๙

    ค่าธรรมเนียมในคดีล้มละลายให้คิดตามอัตรา ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าขึ้นศาลสำหรับคำฟ้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลาย ห้าร้อยบาท (๒) ค่ายื่ คำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายสองร้อยบาท เว้นแต่เป็นคำขอของ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ไม่เกินห้าหมื่นบาท (๓) ค่าขึ้นศาลในกรณีที่มีการอุทธรณ์เรื่องขอรับชำระหนี้ สองร้อยบาท (๔) ค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินให้คิดในอัตราร้อยละสามของเงินสุทธิที่ รวบรวมได้ สำหรับทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายให้คิดในอัตราร้อยละสองของราคาทรัพย์สินนั้น แต่ถ้ามีการประนอมหนี้ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละสามของจำนวนเงินที่ประนอมหนี้ ทั้งนี้ แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า ค่าธรรมเนียมนอกจากนี้ ให้ิดอัตราเดียวกับค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่ง

  233. Section ๑๘๐

    ถ้ามีเงินเหลือพอ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จ่ายค่าป่วยการและค่า พาหนะเดินทางของพยานหรือบุคคลที่ถูกเรียกมาสอบสวนโดยอนุโลมตามอัตราที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

  234. Section ๑๘๑

    แบบพิมพ์ซึ่ งลูกหนี้จำต้องยื่ นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตาม พระราชบัญญัตินี้ ให้ยกเว้นอากรแสตมป์ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี มาตรา ๑๗๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๑๑๑๓๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๒ บรรดาคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้บังคับ ตามกฎหมายว่าด้วยการล้มละลายซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๑๓ ให้ัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากค่าของเงิ ในปัจจุบัแตกต่างไปจากเมื่อสมัยก่อนเป็นอันมาก จึงควรแก้ไขกำหนดจำนวนหนี้ที่จะฟ้องคดีล้มละลายให้สูงขึ้น กับแก้ไขจำนวนเงิ วางศาลและค่าธรรมเนียมบางอย่างให้เหมาะสมและโดยที่บทบัญญัติเกี่ยวกับการ ขอเพิกถอนการกระทำของลูกหนี้เกี่ยวกับทรัพย์สินยังไม่รัดกุม จึงสมควรแก้ไขด้วย พระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๒๖๑๓๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๕ บรรดาคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิท ษ์ทรัพย์ ให้บังคับ ตามกฎหมายว่าด้วยการล้มละลาย ซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ใน ปัจจุบันได้กำหนดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่เจ้าหนี้มีสิทธิจะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้จะต้องเป็นหนี้อยู่ไม่ น้อยกว่าสามหมื่นบาทและเนื่องจากในปัจจุบันค่าของเงินบาทตกต่ ลงมากสมควรกำหนดจำนวนเงิ ที่เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้เสียใหม่ โดยจะฟ้องได้ต่อเมื่อลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้ เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ นเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นบาทหรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคล เป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๕/ตอนที่๒๘/หน้า๑๙๑/๒เมษายน๒๕๑๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๐๐/ตอนที่ ๓๗/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๑๖มีนาคม๒๕๒๖ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๔๑๑๓๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากบทบัญญัติบางมาตราของ พระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อลูกหนี้ที่เป็นนิติบุคคลประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราว อันควรได้รับความ ช่วยเหลือทางการเงินจากผู้ประสงค์จะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ลูกหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้มีโอกาส ได้ฟื้นฟูกิจการ แต่เนื่องจากมาตรา ๙๔(๒) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ บัญญัติให้เจ้าหนี้ที่ยอมให้ลูกหนี้ก่อหนี้ขึ้นโดยรู้อยู่แล้วว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่มีสิทธิขอรับชำระ หนี้ในคดีล้มละลาย อันเป็นเหตุให้ไม่มีสถาบันทางการเงิน หรือเอกชนรายใดยินยอมให้ความช่วยเหลือ ทางการเงิ แก่ลูกหนี้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราว ลูกหนี้จึงต้องตกเป็นบุคคล ล้มละลายทั้ง ๆที่กิจการของลูกหนี้อยู่ในสภาพที่จะฟื้นฟูได้ หากได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน สมควรที่จะมีบทบัญญัติคุ้มครองการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ลูกหนี้ที่ประสบปัญหาสภาพ คล่องทางการเงินชั่วคราวเพื่อให้ลูกหนี้มีโอกาสได้ฟื้นฟูกิจการได้ซึ่งจะช่วยเจ้าหนี้ให้มีโอกาสรับชำระ หนี้อย่างเป็นธรรมด้วย อันจะเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้าของประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒๑๓๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วัถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓๔ บรรดาคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้บังคับ ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลายซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๓๕๑๔๐ (ยกเลิก) มาตรา ๓๖ ให้บทบัญญัติาตรา ๙๐/๗๙แห่ พระราชบัญญัติล้ ละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๑และ บทบัญญัติมาตรา ๑๔๙และมาตรา ๑๕๓แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ก่อน การยกเลิกโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับอยู่ต่อไปจนกว่าจะเปิดทำการศาลล้มละลายกลางตาม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๕/ตอนที่๑๘ก/หน้า ๔/๙เมษายน๒๕๔๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๖/ตอนที่๒๙ก/หน้า ๓๑/๒๑เมษายน๒๕๔๒ มาตรา ๓๕ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรัษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ว่าด้วยล้มละลายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันซึ่งกำหนดจำนวนเงินที่เจ้าหนี้มีสิทธิจะฟ้องลูกหนี้ให้ ล้มละลายได้ รวมทั้งจำนวนเงินที่ต้องวางประกันค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในขั้นตอนต่าง ๆและ ราคาของทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาแบ่งให้แก่เจ้าหนี้ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันสมควรแก้ไขให้เหมาะสม รวมทั้งบทบัญญัติของ กฎหมายดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาแบ่งให้แก่เจ้าหนี้ และมาตรการ ในการรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินที่กำหนดไว้ยังไม่ครอบคลุมถึงสามีของลูกหนี้ นอกจากนี้ บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยล้ ละลาย ในส่วนที่เกี่ยวกับการฟื้ ฟูกิจการของลูกหนี้และ กระบวนการล้มละลายบางประการยังไม่เอื้ออำนวยต่อการแก้ไขปัญหาการดำเนินธุรกิจ จึงสมควร แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วยกระบวนการฟื้ นฟูกิจการของลูกหนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับการลงมติยอมรับ แผนฟื้นฟูกิจการ การใช้ดุลพินิจของศาลในการเห็นชอบด้วยแผน อำนาจของผู้บริหารแผนเกี่ยวกับ การจัดการทรัพย์ินของลูกหนี้ การปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการเพิกถอนนิติกรรมที่ได้กระทำไป แล้วในกระบวนการล้มละลายและกระบวนการฟื้ นฟูกิจการ นอกจากนั้ นได้แก้ไขในเรื่องลำดับ บุริมสิทธิในคดีล้มละลาย โดยกำหนดให้เงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเพื่อการงานที่ได้ทำให้ลูกหนี้ซึ่งเป็น นายจ้างมีลำดับบุริมสิทธิเดียวกันกับเงินค่าภาษีอากรและเนื่องจากมีการจัดตั้งศาลล้มละลายเพื่อ พิจารณาคดีล้มละลายโดยเฉพาะสมควรยกเลิกบทบัญญัติในกฎหมายว่าด้วยล้มละลายให้สอดคล้อง กับกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายรวมทั้งเพิ่มบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจในการตรากฎหมายจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ รับรองไว้ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๔๓๑๔๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่มาตรา ๒๗๕ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรมกำหนดให้ สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหน่วยงานธุรการอิสระของศาลยุติธรรม แต่มิได้กำหนดให้ รมบังคับคดีเป็น หน่วยงานธุรการของศาลยุติธรรม กรมบังคับคดีจึงยังอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม ดังนั้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช๒๔๘๓ในส่วนที่เกี่ยวกับสถานะ ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๑๗/ตอนที่ ๑๐๓ก/หน้า ๖/๑๓พฤศจิกายน๒๕๔๓ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗๑๔๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๓ บุคคลธรรมดาซึ่งศาลได้พิพากษาให้ล้มละลายก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับและครบระยะเวลาตามที่กำหนดในมาตรา ๘๑/๑แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ปลดจาก ล้มละลาย บุคคลซึ่งศาลพิพากษาให้ล้มละลายก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังไม่ถูก ปลดจากล้มละลายตามวรรคหนึ่ง ให้ปลดจากล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ โดยการนับระยะเวลาให้นับตั้งแต่ศาลได้พิพากษาให้ ล้มละลาย มาตรา ๑๔ บทบัญญัติมาตรา ๑๒แห่งพระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่บรรดาคดี ล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๑๗๙แห่ง พระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่มีการฟ้องคดี บังคับแก่คดี ดังกล่าว มาตรา ๑๕ ให้ประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วย ล้มละลายในส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดให้ลูกหนี้พ้นจากการล้มละลายโดยผลของกฎหมายที่ใช้บังคับ อยู่ในปัจจุบันยังขาดความชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆที่เกี่ยวกับผลของการพ้นจากการล้มละลาย โดยเฉพาะการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ อย่างไรก็ตามหลักการของบทบัญญัติในเรื่องนี้เป็นช่องทาง หนึ่งที่ช่วยให้บุคคลล้มละลายที่สุจริตได้มีโอกาสพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายสมควรคงหลักการ ดังกล่าวไว้ โดยยกเลิกบทบัญญัติเดิมและนำมากำหนดเพิ่มเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการปลดจาก ล้มละลายโดยผลของกฎหมายนอกจากนี้ บทบัญญัติที่กำหนดให้บุคคลล้มละลายอาจร้องขอให้ ศาลมีคำสั่งปลดจากล้มละลายได้ซึ่งใช้บังคับในปัจจุบันนั้น ยังขาดความชัดเจนแน่นอนขึ้นอยู่กับ ดุลพินิจของศาลแต่ละกรณี จึงสมควรแก้ไขหลักเกณฑ์ที่ศาลจะสั่งปลดจากล้ ละลายให้ชัดเจน เพื่อเป็นหลักประกันแก่บุคคลล้มละลายว่าหากดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดแล้วจะสามารถได้รับ การปลดจากล้มละลายและเพื่อให้บทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมในคดีล้มละลายที่ใช้ บังคับอยู่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันสมควรปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๒๑/ตอนที่ ๔๔ก/หน้า ๑/๑๕กรกฎาคม๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘๑๔๓ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๕ บรรดาคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้บังคับ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๑๖ ให้ประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กระบวนพิจารณาคำขอรับ ชำระหนี้ในคดีล้มละลายที่กำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอคำขอรับชำระหนี้ต่อศาลเพื่อมี คำสั่งคำขอรับชำระหนี้ทำให้กระบวนพิจารณาคำขอรับชำระหนี้มีหลายขั้นตอน สมควรลดขั้นตอน โดยกำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับ ชำระหนี้ เพื่อให้การพิจารณาคำขอรับชำระหนี้มีความรวดเร็วขึ้นนอกจากนี้ สมควรกำหนด รายละเอียดของคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายให้ชัดเจน และกำหนดให้เจ้าหนี้ที่ไม่ได้ยื่นคำขอรับ ชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดสามารถยื่นคำขอรับ ชำระหนี้ได้ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย รวมทั้งปรับปรุงบทกำหนดโทษปรับให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๕๙๑๔๔ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการ ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ยังไม่ครอบคลุมลูกหนี้ซึ่งประกอบธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มี ทั้งบุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้าง หุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัด ซึ่งมีอยู่เป็จำนวนมากในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน และประสบปัญหา ขาดสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราว ดังนั้น เพื่อให้ลูกหนี้ซึ่งไม่อยู่ในสถานะที่จะชำระหนี้ได้มีโอกาส ได้รับการฟื้นฟูกิจการและไม่ต้องตกเป็นบุคคลล้ ละลายหากมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการได้ จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๒/ตอนที่๘๐ก/หน้า ๑/๒๖สิงหาคม๒๕๕๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๓๓/ตอนที่ ๔๖ก/หน้า ๒๔/๒๔พฤษภาคม๒๕๕๙ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๑/๒๕๖๐เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่ออำนวย ความสะดวกในการประกอบธุรกิจ๑๔๕ ข้อ ๑๗ ในกรณีที่กฎหมาย กฎหรือระเบียบใดกำหนดให้ผู้ขอรับอนุัติ อนุญาต หรือใบอนุญาตหรือผู้ยื่นขอจดทะเบียนหรือจดแจ้ง หรือผู้แจ้ง ต้องใช้เอกสารที่ทางราชการออกให้แก่ ผู้นั้นเพื่อประกอบการพิจารณาหรือดำเนินการ ให้เป็นหน้าที่ของผู้มีอำนาจอนุมัติ อนุญาต ออกใบอนุญาตรับจดทะเบียนรับจดแจ้ง หรือรับแจ้งนั้น ที่จะต้องดำเนินการให้หน่วยงานที่ออก เอกสารราชการเช่นว่านั้นส่งข้อมูลหรือสำเนาเอกสารดังกล่าวมาเพื่อประกอบการพิจารณาหรือ ดำเนินการในกรณีที่ผู้มีอำนาจดังกล่าวประสงค์ได้สำเนาเอกสารนั้นจากผู้ขอรับอนุมัติ อนุญาตหรือ ใบอนุญาตหรือผู้ยื่นขอจดทะเบียนหรือจดแจ้ง หรือผู้แจ้ง ให้ผู้มีอำนาจนั้นเป็นผู้จัดทำสำเนาเอกสาร ดังกล่าวเอง เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ห้ามมิให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการทำสำเนาดังกล่าว จากผู้ขอรับอนุมัติ อนุญาตหรือใบอนุญาตหรือผู้ยื่นขอจดทะเบียนหรือจดแจ้ง หรือผู้แจ้ง ข้อ ๑๘ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๖๑๑๔๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๒๐ บรรดาคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์ ให้บังคับ ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด มาตรา ๒๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการ ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามหมวด ๓/๑แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศัราช ๒๔๘๓ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๔๑มีบทบัญญัติที่ทำให้ลูกหนี้ไม่สามารถ ขอฟื้นฟูกิจการได้ทันต่อสถานะทางด้านการเงินของลูกหนี้ เนื่องจากลูกหนี้ต้องเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เท่านั้นจึงจะขอฟื้นฟูกิจการได้ นอกจากนั้น การติดตามการจัดการ และการรวบรวมทรัพย์สินของ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร สมควรกำหนดให้ลูกหนี้มีโอกาสฟื้นฟูกิจการ ได้เร็วขึ้น และให้มีกลไกในการติดตาม จัดการ และรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ได้อย่างมี ประสิทธิภาพมีการคุ้มครองเจ้าหนี้ีประกันอย่างเพียงพอ อันเป็นการส่งเสริ และรองรับความ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ๙๗ง/หน้า ๔๙/๔เมษายน๒๕๖๐ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๓๕/ตอนที่ ๑๒ก/หน้า๕๑/๒มีนาคม๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สะดวกในการประกอบธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สัญชัย/ผู้จัดทำ ๑๒ธัวาคม๒๕๕๑ วศิน/แก้ไข ๑๘พฤศจิกายน๒๕๕๖ นุสรา/เพิ่มเติม ๑๐เมษายน๒๕๖๐ พัชรภรณ์/เพิ่มเติม ๕มีาคม๒๕๖๑

附注与脚注 · 94,856 字
Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
机构发布页面
https://cpd.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://cpd.go.th/images2/2021/document/2022/bankruptcy_law2483.pdf90 pp.
File checksum
sha256:4db811fa914acaf306957657942d89501ea74cb44c65913034c5a92d50b53610Pulled at 2026-08-24T07:37:27.076Z
Text extraction
pdftotext -layout通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证
พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483