นเหตุมูลกนัย
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๐ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ ปัญหาวารปัจจนียานุโลมคณนา นเหตุมูลกนัย
๑๐๐๘ในอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๐ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓
๑๐๐๙ในอธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัยมีวาระ ๗ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๗ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓
๑๐๑๐ในอนันตรปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณ-*ปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๗ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๗ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๗ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓
๑๐๑๑ในสมนันตรปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณ-*ปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มีวาระ ๗ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓
๑๐๑๒ในสหชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณ-*ปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตร-*ปัจจัย มีวาระ ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓
๑๐๑๓ในอัญญมัญญปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณ-*ปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตร-*ปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย มีวาระ ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗
๑๐๑๔ในนิสสยปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มีวาระ ๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๙ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗
๑๐๑๕ในอุปนิสสยปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณ-*ปัจจัย ฯลฯ กับปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย มีวาระ ๙ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕
๑๐๑๖ในปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณ-*ปัจจัย ฯลฯ กับปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่-*ปุเรชาตปัจจัย มีวาระ ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕
๑๐๑๗ในกัมมปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัยฯลฯ กับปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาต-*ปัจจัย มีวาระ ๒ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๐๑๘ในอินทริยปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณ-*ปัจจัย ฯลฯ กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่-*กัมมปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มีวาระ ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๐๑๙ในอินทริยปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณ-*ปัจจัย ฯลฯ กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มีวาระ ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๐๒๐ในอาหารปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณ-*ปัจจัย ฯลฯ กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มีวาระ ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๐๒๑ในอาหารปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณ-*ปัจจัย ฯลฯ กับปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่มัคค-*ปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มีวาระ ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ นเหตุมูลกนัย จบ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๗ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๗ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๐๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร นิสสยปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๗ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๗ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๗ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๗ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๑๓ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๗ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๗ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๑๓ วาระ ติกนัย อธิปติปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ อนันตรปัจจัย ” ” มี ๗ วาระ สมนันตรปัจจัย ” ” มี ๗ วาระ สหชาตปัจจัย ” ” มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย ” ” มี ๑๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๐๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร ปัจฉาชาตปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย ” ” มี ๗ วาระ วิปากปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย ” ” มี ๗ วาระ อินทรียปัจจัย ” ” มี ๗ วาระ ฌานปัจจัย ” ” มี ๗ วาระ มัคคปัจจัย ” ” มี ๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย ” ” มี ๑๓ วาระ นัตถิปัจจัย ” ” มี ๗ วาระ วิคตปัจจัย ” ” มี ๗ วาระ อวิคตปัจจัย ” ” มี ๑๓ วาระ จตุกกนัย อนันตรปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย และนอธิปติปัจจัย มี ๗ วาระ สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ สหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๐๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๓ วาระ นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๓ วาระ ฯลฯ ปัญจกนัย สมนันตรปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย นอธิปติปัจจัย และนอนันตร-ปัจจัย มี ๗ วาระ สหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๐๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๓ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๓ วาระ ฉักกนัย สหชาตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย นอธิปติปัจจัย นอนันตรปัจจัยและนสมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๓ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๐๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร สัตตกนัย อัญญมัญญปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย นอธิปติปัจจัย นอนันตร-ปัจจัย นสมนันตรปัจจัย และนสหชาตปัจจัย (มี ๓ วาระ) นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ อัฏฐกนัย นิสสยปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย นอธิปติปัจจัย นอนันตรปัจจัยนสหชาตปัจจัย และนอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๐๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร นวกนัย อุปนิสสยปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย ฯลฯ นอัญญมัญญปัจจัย และนนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ ฯลฯ เอกาทสกนัย ปัจฉาชาตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย (ย่อปัจจัยที่เป็นมูล) นนิสสย-ปัจจัย นอุปนิสสยปัจจัย และนปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ ทวาทสกนัย กัมมปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย (ย่อปัจจัยที่เป็นมูล) นอุปนิสสย-ปัจจัย นปุเรชาตปัจจัย และนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๒ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๐๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ โสฬสกนัย (สาหาระ) อินทรียปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย (ย่อปัจจัยที่เป็นมูล) นปัจฉา-ชาตปัจจัย นอาเสวนปัจจัย นกัมมปัจจัย นวิปากปัจจัย และนอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ พาวีสกนัย (สาหาระ) อินทรียปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย (ย่อปัจจัยที่เป็นมูล) นอาหาร-ปัจจัย นฌานปัจจัย นมัคคปัจจัย นสัมปยุตตปัจจัย นวิปปยุตตปัจจัย โนนัตถิปัจจัย และโนวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ โสฬสกนัย (สอินทรียะ) อาหารปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย (ย่อปัจจัยที่เป็นมูล) นวิปากปัจจัยและนอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๐๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร พาวีสกนัย (สอินทรียะ) อาหารปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย (ย่อปัจจัยที่เป็นมูล) นอินทรีย-ปัจจัย นฌานปัจจัย นมัคคปัจจัย นสัมปยุตตปัจจัย นวิปปยุตตปัจจัย โนนัตถิปัจจัย และโนวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นเหตุมูลกนัย จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัจจนียานุโลมนัย
วาระเหล่าใด เช่นเดียวกับวาระที่ได้โดยอนุโลมแห่งปัจจัยที่ตั้งอยู่โดยอนุโลม ในบรรดาวาระทั้งหลายที่ได้โดยเป็นปัจจนียะแห่งปัจจัยที่ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ ในบรรดาปัจจัยทั้งหลายที่มีการนับอันได้แล้วในอนุโลม อย่างนี้คือ เหตุยา สตฺต อารมฺมเณ นว และในปัจจนียะอย่างนี้คือ นเหตุยา ปณฺณรส นารมฺมเณ ปณฺณรส ผู้ศึกษาพึงทราบวิธีนับด้วยอำนาจแห่งวาระเหล่านั้น แม้ในปัจจนียานุโลม (นี้)
จริงอยู่ ในนเหตุปัจจัย ในปัจจนียนัย ได้วาระ ๑๕ ดังพระบาลีว่า "นเหตุยา ปณฺณรส."
ในอารัมมณปัจจัย ในอนุโลมนัยได้วาระ ๙ ดังพระบาลีว่า อารมฺมเณ นว. วาระ ๙ เหล่าใดในบรรดาวาระ ๑๕ ที่ท่านกล่าวไว้ในนเหตุปัจจัยเป็นเช่นเดียวกันกับวาระ ๙ ที่ท่านกล่าวไว้ในอารัมมณปัจจัย. ผู้ศึกษาพึงทราบปัจจัย. ผู้ศึกษาพึงทราบการนับด้วยอำนาจแห่งวาระเหล่านั้น. บรรดาวาระเหล่านั้น วาระ ๙ เหล่าใด ท่านกล่าวไว้แล้วในอารัมมณปัจจัย วาระเหล่านั้นเหมือนกับวาระ ๙ เหล่านี้คือ กุศลเป็นปัจจัยแก่กุศล แก่อกุศล แก่อัพยากตะ,อกุศลเป็นปัจจัยแก่อกุศล แก่กุศล แก่อัพยากตะ. อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ แก่กุศล แก่อกุศล ในบรรดาวาระ ๑๕ ที่ท่านกล่าวไว้ในนเหตุปัจจัย.
คำว่า นเหตุยา อารมฺมเณ นว เพราะเหตุปัจจัยในอารัมมณปัจจัยมี ๙ วาระ ท่านกล่าวหมายถึงวาระ ๙ เหล่านั้น แม้ในคำว่า อธิปติยา ทส เป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน.
จริงอยู่ วาระเหล่าใดๆ ที่ท่านกล่าวไว้ในอนุโลมคณนา (การนับวาระในอนุโลม) แห่งอารัมมณปัจจัยเป็นต้น วาระเหล่านั้นทั้งหมด พึงทราบว่าย่อมใช้ได้ในการเทียบเคียงกับเหตุปัจจัย.
กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยนเหตุปัจจัย โดยอารัมมณปัจจัย ผู้ศึกษาพึงทราบการขยายบาลีแห่งวาระเหล่านั้นโดยอุบายนี้คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ย่อมพิจาณากุศลนั้น, บุคคลย่อมพิจารณากุศลที่บำเพ็ญไว้ในกาลก่อน.
ในคำว่านี้ นเหตุปจฺจยา อธิปติยา ทส เพราะนเหตุปัจจัย ในอธิปติปัจจัยมี ๑๐ วาระ ผู้ศึกษาพึงขยายวาระในอนุโลมวิภังค์ด้วยอำนาจแห่งอธิบดีที่เหลือ เว้นวิมังสาธิบดี. ในอธิการนี้มีการกำหนดวิธีนับ ดังนี้คือ ๙-๑๐-๗-๓-๑๓-๑ ผู้ศึกษาพึงลดการนับ (จำนวน) แม้แห่งปัจจัยที่มีการนับได้มากกว่าปัจจัยที่มีการนับได้น้อยกว่าด้วยอำนาจแห่งการกำหนดวิธีนับเหล่านั้น แล้วพึงทราบวิธีนับในการเทียบเคียงทั้งหมดในนัยที่มีมูล ๓ เป็นต้น บรรดานัยทั้งหลายมีนเหตุมูลกนัยเป็นต้น นี้เป็นลักษณะที่ทั่วไปก่อน. แต่ลักษณะนี้ยังไม่เป็นไปในการเทียบเคียงทั้งหมด ก็ในการเทียบเคียงปัจจัยเหล่าใด กับปัจจัยเหล่าใด วาระเหล่าใดขัดแย้งกัน พึงนำวาระเหล่านั้นออกเสีย แล้วพึงทราบวิธีนับในอธิการนี้ด้วยอำนาจแห่งปัจจัยเหล่านั้นที่ยังเหลืออยู่.
ก็ในคำนี้ว่า นเหตุปจฺจยา นารมฺมณปจฺจยา อธิปติยา สตฺต เพราะนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย ในอธิปติปัจจัยมี ๗ วาระ ย่อมห้ามวาระ ๓ เหล่านี้ที่ได้อยู่ด้วยอำนาจอารัมมณาธิปติ คือ กุสโล อกุสลสฺส อพฺยากโต กุสลสฺส อพฺยากโต อกุสลสฺส (=กุ - อกุ, อัพ - กุ, อัพ - อกุ) เพราะเหตุไร?เพราะท่านกล่าวว่า นารมฺณปจฺจยา คือห้ามอารัมมณปัจจัย. เพราะฉะนั้นในอธิการนี้ผู้ศึกษาพึงนำวาระเหล่านั้นออกเสีย แล้วพึงทราบวาระ ๗ โดยนัยแห่งสหชาตาธิปติ คือ กุสโล กุสลสฺส อพฺยากตสฺส กุสลาพฺยากตสฺส อกุสโล อกุสลสฺส อพฺยากตสฺส อกุสลาพฺยากตสฺส อพฺยากโต อพฺยากตสฺส(= กุ - กุ, กุ - อัพ, กุ -กุ. อัพ, อกุ - อกุ, อกุ - อัพ, อกุ - อกุ. อัพ และ อัพ - อัพ). วาระแม้เหล่านั้นย่อมมีด้วยอำนาจอธิบดีที่เหลือ เว้นวิมังสาธิปติ เพราะพระบาลีว่า นเหตุปจฺจยา ในที่ทุกแห่ง ผู้ศึกษาพึงทราบวิธีนับด้วยอำนาจปัจจัยที่มีวิธีนับน้อยกว่า และด้วยอำนาจจำนวนที่ไม่ขัดกัน.
ก็ในบรรดาปัจจัยทั้งหลายที่ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ ปัจจัยเหล่าใดไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลม ผู้ศึกษาพึงทราบปัจจัยเหล่านั้นด้วยอย่างใด?คือเมื่ออนันตรปัจจัยตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ สมนันตรปัจจัย อาเสวนปัจจัย นัตถิปัจจัยและวิคตปัจจัย ย่อมไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลม. เมื่อสหชาตปัจจัยตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ เหตุปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย วิปากปัจจัย ฌานปัจจัย มัคคปัจจัย และสัมปยุตตปัจจัย ย่อมไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลม. เมื่อนิสสยปัจจัย ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ วัตถุปุเรชาตปัจจัยย่อมไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลม. เมื่ออาหารปัจจัยหรืออินทริยปัจจัย ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ เหตุปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย ฌานปัจจัย มัคคปัจจัยและสัมปยุตตปัจจัย ย่อมไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลม. แต่เมื่ออารัมมณปัจจัยตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ อธิปติปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัยย่อมไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลม. อนึ่ง อารัมมณาธิปติปัจจัยและอารัมมณูปนิสสยปัจจัย ย่อมมีไม่ได้. โดยอุบายนี้ ในที่ทุกสถานพึงทราบวิสัชนาที่มีได้และมีไม่ได้ไว้แล้ว พึงขยายวาระทั้งหลายด้วยอำนาจแห่งวิสัชนาที่มีได้.
____________________________
ใจความในประโยคนี้ทั้งหมด ขัดต่อสภาวะและพระบาลีข้อ ๑๐๔๘ และข้อ ๑๐๕๑ แต่จำต้องแปลตามบาลีอรรถกถา ซึ่งตรงกันทั้งของไทยและของพม่า.
วาระทั้งหลายว่า อนนฺตเร สตฺต ในอนันตรปัจจัยมี ๗ วาระ ในติมูลกนัยเป็นต้น แม้ทั้งหมดได้ในทุมูลกนัยนั่นเอง ส่วนในสัตตมูลกนัยเป็นต้น คำว่า นสหชาตปัจฺจยา นิสฺสเย ตีณิ เพราะนสหชาตปัจจัย ในนิสสยปัจจัยมี ๓ วาระ คือวาระ ๓ ในวัตถุนิสสยปัจจัย ด้วยอำนาจปุเรชาตะ. วิสัชนา ๒ วาระในกัมมปัจจัย ด้วยอำนาจนานากขณิกกัมมปัจจัย. วิสัชนา ๑ วาระในอาหารปัจจัย ด้วยอำนาจกพฬีการาหาร. วิสัชนา ๑ วาระในอินทริยปัจจัยด้วยอำนาจรูปชีวิตินทรีย์.
ในวิปปยุตตปัจจัย ธรรมทั้งหลายมีกุศลเป็นต้น อันมีอัพยากตะเป็นที่สุดถึงแล้วโดยลำดับด้วยคำว่า ตีณิ คือ ๓ วาระ ด้วยอำนาจปัจฉาชาตปัจจัย. คำว่า อตฺถิ อวิคตเสุ ปญฺจ ในอัตถิและอวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ ความว่า วิสัชนา ๓ วาระเหล่านั้นด้วยและวิสัชนา ๒ เหล่านี้คือกุสลาพฺยากตา อพฺยากตสฺส, อกุสลาพฺยากตา อพฺยากตสฺส (กุ. อัพ - อัพ และ อกุ. อัพ - อัพ) ย่อมมีด้วยอำนาจปัจฉาชาตินทริยปัจจัย.
ก็ตั้งแต่ปัจฉาชาตปัจจัยเป็นปัจจนียะ (ปจฺจนีก) ไป คำว่า อตฺถิอวิคเตสุ เอกํ คือ อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ ด้วยอำนาจอาหารและอินทริยปัจจัยเมื่อถือเอานอาหารปัจจัยแล้ว ก็ไม่ควรถือเอานอินทริยปัจจัย.
อนึ่ง เมื่อถือเอานอินทริยปัจจัย ก็ไม่ควรถือเอานอาหารปัจจัย ด้วยเหมือนกัน. เพราะเหตุไร? เพราะเมื่อปัจจัยทั้ง ๒ อันอาจารย์ถือเอาโดยเป็นอันเดียวกันแล้ว วาระที่จะนับก็ไม่มี แม้เมื่อฌานและมัคคปัจจัยเป็นต้นตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ ไม่ต้องทำอนุโลมให้เป็นข้อเดียว โดยอาหารปัจจัยหรืออินทริยปัจจัย (แต่ทำให้แยกกัน)ดังที่ตรัสว่า อินฺทฺริเย เอกํ (ในอินทริยปัจจัยมี ๑ วาระ) อตฺถิยา เอกํ อวิคเต เอกํ อาหาเร เอกํ อตฺถิยา เอกํ อวิคเต เอกํ ในที่สุด. คำที่เหลือในอธิการนี้มีเนื้อความกระจ่ายแล้วทั้งนั้น แล. นเหตุมูลกนัย จบ. -----------------------------------------------------
ในนอารัมมณมูลกนัยเป็นต้น พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
ในอัญญมัญญมูลกนัย คำว่า นอญฺญมญฺญปจฺจยา เหตุยา ตีณิ เพราะนอัญญมัญญปัจจัย ในเหตุปัจจัยมี ๓ วาระ คือกุศลเป็นต้น เป็นปัจจัยแก่รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน.
สองบทว่า อธิปติยา อฏฺฐ ในอธิปติปัจจัยมี ๘ วาระ เพราะนสหชาตปัจจัย ในนิสสยปัจจัยมี ๓ วาระ ความว่าบรรดาวาระ ๑๐ ที่ท่านกล่าวไว้ในอธิปติปัจจัย ได้วาระ ๘ ที่เหลือโดยชักออก ๒ วาระ คือ กุศลเป็นปัจจัยแก่กุศลและอัพยากตะอกุศลเป็นปัจจัยแก่อกุศลและอัพยากตะ.
____________________________
บาลีอรรถกถาของไทยหน้า ๑๕๐ บรรทัดที่ ๑๑ เป็น กุสโล กุสลสฺส อกุสโล อกุสลสฺส (คือ กุ - กุ, อกุ - อกุ) ซึ่งผิดสภาวะ ในที่นี้จึงแปลตามบาลีพม่าที่ว่า กุสโล กุสลาพฺยากตสฺส อกุสโล อกุสลาพฺยากตสฺส
สองบทว่า สหชาเต ปญฺจ ในสหชาตปัจจัยมี ๕ วาระ คือวาระ ๒ เหล่านี้ คือกุศลและอัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ อกุศลกับอัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ กับวาระ ๓ ที่ท่านกล่าวไว้ในเหตุปัจจัย.
สองบทว่า นิสฺสเย สตฺต ในนิสสยปัจจัยมี ๗ วาระ วาระ ๒ เหล่านี้ คืออัพยากตะเป็นปัจจัยแก่กุศล อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อกุศล กับวาระ ๕ เหล่านั้นย่อมีด้วยอำนาจเป็นวัตถุ.
สองบทว่า กมฺเม ตีณิ ในกัมมปัจจัยมี ๓ วาระ คือวาระ ๓ ที่ท่านกล่าวไว้ในนเหตุปัจจัยนั่นเอง แม้ในติกะที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน ฯ
สองบทว่า อธิปติยา ตีณิ ในอธิปติปัจจัยมี ๓ วาระ คือวาระที่กล่าวไว้ในหนหลัง.
ในนอาหารมูลกนัย คำว่า อญฺญมญฺเญ ตีณิ ในอัญญมัญญปัจจัยมี ๓ วาระ ผู้ศึกษาพึงทราบวาระด้วย อำนาจเจตสิกที่เหลือ เว้นอาหาร ก็แม้ในอธิการนี้ ในนอาหารปัจจัยและนอินทริยปัจจัย ท่านถือเอาคราวละ ๑ ปัจจัย ไม่ถือเอา ๒ ปัจจัยรวมกัน เหมือนในหนหลัง (คือแยกแสดงไม่แสดงรวมกัน).
คำว่า นสมฺปยุตฺตปัจฺจยา เหตุยา ตีณิ เพราะนสัมปยุตตปัจจัยในเหตุปัจจัยมี ๓ วาระ มีวาระที่ท่านกล่าวไว้ในนอัญญมัญญปัจจัย ในหนหลัง อธิปติยา อฏฺฐ ในอธิปติปัจจัยมี ๘ วาระ คือวิสัชนาที่ท่านกล่าวไว้ในหนหลังเหมือนกัน.
พึงทราบวินิจฉัยในนวิปปยุตตปัจจัยเป็นมูล.
สองบทว่า กมฺเม ปญฺจ ในกัมมปัจจัย มี ๕ วาระ คือมีวาระ ๕ อย่างนี้คือ เจตนามีกุศลเป็นต้นเป็นปัจจัยแก่กุศลเป็นต้นที่เกิดร่วมกัน กุศลและอกุศลเจตนาที่เกิดต่างขณะกันเป็นปัจจัยแก่วิบาก และแก่รูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐาน.
ในอาหารปัจจัยและอินทริยปัจจัย มีวาระ ๓ เหมือนกับสหชาตปัจจัย. ในฌานปัจจัยและมัคคปัจจัยเป็นต้น มีวาระ ๓ เหมือนกับเหตุปัจจัย.
ในโนอัตถิมูลกนัย มีอธิบายว่า เพราะเหตุ ชื่อว่า โนอตฺถิ ไม่มี มีแต่อัตถิแน่นอน. เพราะฉะนั้น ท่านจึงไม่ถือเอาเหตุปัจจัยนั้น แล้วกล่าวว่า นอารมฺมเณ นว ในนอารัมมณปัจจัยมี ๙ วาระ (เหตุปัจจัยแสดงไม่ได้). ปัจจัยทั้งหลายที่เข้าลักษณะอัตถิปัจจัยแม้อื่น ย่อมไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลมในอธิการนี้.
ก็คำว่านี้ กมฺเม เทฺว ในกัมมปัจจัยมี ๒ วาระ ท่านกล่าวด้วยอำนาจนานากขณิกกัมมปัจจัย ปัจจัยทั้งหมดย่อมได้โดยปัจจนียะ.
ก็วาระทั้งหลาย ต่อจากนั้นอันท่านไม่ถือเอาปัจจัยใด แม้ที่ได้อยู่โดยอนุโลม ถือเอาโดยเป็นปัจจนียะ ปัจจัยนั้นย่อมได้การประกอบในภายหลัง เพราะเหตุนั้นเอง ในอธิการนี้ท่านจึงกล่าวไว้ว่าโน อตฺถิปจฺจยา นเหตุปจฺจยา ฯเปฯ โนอวิคตปจฺจยา กมฺเม เทวฺ ฯเปฯ
ถามว่า ก็เพราะเหตุไร ท่านจึงไม่ถือเอาปัจจัยนั่นในฐานะของตนเองเลย.
แก้ว่า เพราะเมื่อปัจจัยทั้งหมดที่เหลือ ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ ปัจจัยหนึ่งเท่านั้นย่อมได้โดยอนุโลม
จริงอยู่ นี้เป็นลักษณะในปัจจนียานุโลมนี้ คือเมื่อปัจจัยทั้งหมดตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ ปัจจัยใดปัจจัยเดียวเท่านั้นย่อมได้โดยอนุโลมปัจจัยนั้น ท่านจะกล่าวในภายหลัง.
แม้ในคำว่า โนอตฺถิปจฺจยา นเหตุปจฺจยา ฯเปฯ โนอวิคตปจฺจยา อุปฺปนิสฺสเย นว ก็ในนัยนี้เหมือนกัน ก็คำนี้ท่านกล่าวไว้ด้วยอำนาจแห่งปกตูปนิสสยปัจจัย ในทุกแห่งวาระที่มีได้และไม่ได้ ที่ท่านกล่าวไว้ก่อนและภายหลัง พึงทราบโดยนัยนี้แล.
ปัจจนียานุโลมแห่งปัญหาวาระ จบ. วรรณนากุสลติกปัฏฐาน จบ. -----------------------------------------------------