อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ

สหชาตปัจจัย

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 3 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๐ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑

ข้อ

สหชาตปจฺจโยติ จตฺตาโร ธมฺมา อรูปิโน อญฺญมญฺญํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย จตฺตาโร มหาภูตา อญฺญมญฺญํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย โอกฺกนฺติกฺขเณ นามรูปํ อญฺญมญฺญํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย มหาภูตา อุปาทารูปานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย รูปิโน ธมฺมา อรูปีนํ ธมฺมานํ กญฺจิ กาลํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย กญฺจิ กาลํ นสหชาตปจฺจเยน ปจฺจโยติ ฯ

สหชาตปัจจัย คือ นามธรรม ๔ เป็นปัจจัยแก่กันและกัน โดยสหชาตปัจจัย มหาภูตรูป ๔ เป็นปัจจัยแก่กันและกัน โดยสหชาตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ นามรูปเป็นปัจจัยแก่กันและกัน โดยสหชาตปัจจัย จิตและเจตสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่รูป อันมีจิตเป็นสมุฏฐาน โดยสหชาตปัจจัย มหาภูตรูป เป็นปัจจัยแก่อุปาทารูป โดยสหชาตปัจจัย รูปธรรม บางคราวเป็นปัจจัยแก่นามธรรม โดยสหชาตปัจจัย บางคราวเป็นปัจจัยโดยมิใช่สหชาตปัจจัย

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ปัจจยวิภังควาร ๒. ปัจจยนิทเทส

ข้อ

สหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๔ ที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่กันและกันโดยสหชาตปัจจัย มหาภูตรูป ๔ เป็นปัจจัยแก่กันและกันโดยสหชาตปัจจัยในปฏิสนธิขณะ นามรูป เป็นปัจจัยแก่กันและกันโดยสหชาตปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นจิตและเจตสิกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยสหชาต-ปัจจัย มหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่อุปาทายรูปโดยสหชาตปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นรูปบางคราวเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปโดยสหชาตปัจจัย บางคราวไม่เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย

ข้อ

อัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๔ ที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญ-ปัจจัย มหาภูตรูป ๔ เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ นามรูปเป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย

ข้อ

นิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๔ ที่ไม่เป็นรูปเป็นปัจจัยแก่กันและกันโดย นิสสยปัจจัย มหาภูตรูป ๔ เป็นปัจจัยแก่กันและกันโดยนิสสยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะนามรูป เป็นปัจจัยแก่กันและกันโดยนิสสยปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นจิตและเจตสิกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยนิสสย- ปัจจัย มหาภูตรูป เป็นปัจจัยแก่อุปาทายรูปโดยนิสสยปัจจัย จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณธาตุและสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย จักขุ-วิญญาณธาตุนั้นโดยนิสสยปัจจัย โสตายตนะเป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณธาตุ และสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย โสตวิญญาณธาตุนั้นโดยนิสสยปัจจัย ฆานายตนะเป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณธาตุ และสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย ฆานวิญญาณธาตุนั้นโดยนิสสยปัจจัย @เชิงอรรถ : @ รูปที่เกิดจากจิตมี ๑๗ คือ วิญญัตติรูป ๒ วิการรูป ๓ อุปจยรูป ๑ สันตติรูป ๑ สัททรูป ๑ ปริจเฉทรูป ๑@และอวินิพโภครูป ๘ (อภิ.สงฺ. ๓๔/๗๖๒๑๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

วรรณนานิทเทสแห่งสหชาตปัจจัย

ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยในสหชาตปัจจัยนิทเทสต่อไป.

บทว่า อญฺญมญฺญํ แปลว่า ซึ่งกันและกัน.

ด้วยบทนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมทรงแสดงว่า ธรรมเหล่านั้นเป็นปัจจัยและปัจจยุบบันในขณะเดียวกัน.

บทว่า โอกฺกนฺติกฺขเณ คือ ในขณะปฏิสนธิในปัญจโวการภพ.

จริงอยู่ ในขณะนั้นนามและรูปเกิดขึ้นเหมือนก้าวลง คือเหมือนแล่นไป ได้แก่ เหมือนมาจากโลกอื่นแล้วเข้ามาสู่โลกนี้ เพราะฉะนั้น ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสเรียกว่า โอกกันติกขณะ (ขณะก้าวลง).

ก็ในอธิการนี้ คำว่า รูป พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์เอาหทัยวัตถุเท่านั้น.

จริงอยู่ หทัยวัตถุนั้นย่อมอำนวยประโยชน์เพื่อเป็นสหชาตปัจจัยซึ่งกันและกันแก่นาม และนามก็อำนวยประโยชน์เพื่อเป็นสหชาตปัจจัยซึ่งกันและกันแก่หทัยวัตถุนั้น.

บทว่า จิตฺตเจตสิกา คือ ขันธ์ ๔ ในปวัตติกาล.

ในบทว่า สหชาตปจฺจเยน นี้ รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ย่อมไม่อำนวจประโยชน์เพื่อเป็นปัจจัยแก่จิตและเจตสิก เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ตรัสว่า อญฺญมญฺญํ. อุปาทายรูปก็ไม่อำนวยประโยชน์เพื่อเป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูปเหมือนกัน.

คำว่า รูปธรรมเป็นปัจจัยแก่อรูปธรรม คือ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่นามขันธ์ ๔.

สองบทว่า กิญฺจิ กาเล คือ ในกาลบางคราว.

บทว่า สหชาตปจฺจเยน ตรัสหมายถึงปฏิสนธิกาล.

บทว่า น สหชาตปจฺจเยน ตรัสหมายถึงปวัตติกาล.

ก็สหชาตปัจจัยนี้ตั้งไว้ด้วยส่วน ๖ ส่วนดังนี้คือ นามขันธ์ ๔ เป็นปัจจัยซึ่งกันและกันด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัยเป็นต้น. ใน ๖ ส่วนนั้น ๓ ส่วนตรัสด้วยอำนาจการเป็นสหชาตปัจจัยซึ่งกันและกัน อีก ๓ ส่วนไม่ได้ตรัสด้วยอำนาจการเป็นสหชาตปัจจัยซึ่งกันและกัน.

บรรดาสหชาตปัจจัย ๖ ส่วนนั้น อรูปธรรมเท่านั้น เป็นทั้งปัจจัยและปัจจยุบบันในส่วนที่ ๑.

เฉพาะรูปธรรมอย่างเดียว เป็นทั้งปัจจัยและปัจจยุบบันในส่วนที่ ๒.

นามและรูปเป็นปัจจัยและปัจจยุบบันในส่วนที่ ๓.

อรูปเป็นปัจจัย รูปเป็นปัจจยุบบันในส่วนที่ ๔.

รูปเท่านั้นเป็นทั้งปัจจัยและปัจจยุบบันในส่วนที่ ๕.

รูปเป็นปัจจัย อรูปเป็นปัจจยุบบันในส่วนที่ ๖.

พรรณนาบาลีในสหชาตปัจจัยนิทเทสเท่านี้ก่อน.

ก็สหชาตปัจจัยนี้ จำแนกโดยชาติได้ ๕ ชาติ คือกุศลชาติ อกุศลชาติ วิบากชาติ กิริยาชาติและรูปชาติ. ในชาติทั้ง ๕ นั้น กุศลจัดตามภูมิได้ ๔ ภูมิ อกุศลได้ภูมิเดียว วิบากได้ ๔ ภูมิ กิริยาได้ ๓ ภูมิรูปได้กามาวจรภูมิภูมิเดียวเท่านั้น ฉะนั้น พึงทราบวินิจฉัยในสหชาตปัจจัยนี้ โดยการจำแนกเป็นประการต่างๆ เพียงเท่านี้.

ก็ในสหชาตปัจจัยที่จำแนกแล้วนี้ อย่างนี้ กุศลแม้เป็นไปได้ ๔ ภูมิเป็นสหชาตปัจจัย แก่ธรรมอันสัมปยุตกับตนนั่นเทียว และแก่รูปอันมีจิตเป็นสมุฏฐาน. อกุศลก็เช่นเดียวกัน. ก็ในสหชาตปัจจัยนี้ จิตใดเกิดในอรูปภูมิ จิตนั้นเป็นสหชาตปัจจัยแก่อรูปธรรมเท่านั้น. กามาวจรวิบาก รูปาวจรวิบาก เป็นสหชาตปัจจัยแก่รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐานนั่นเทียว และแก่ธรรมที่สัมปยุต. ก็ในสหชาตปัจจัยนี้ จิตใจให้รูปเกิดไม่ได้ จิตนั้นเป็นสหชาตปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตเท่านั้น. จิตใจเกิดขึ้นในปฏิสนธิกาล จิตนั้นเป็นสหชาตปัจจัยแก่กัมมชรูปด้วย. อรูปวิบากเป็นสหชาตปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตเท่านั้น.

โลกุตตรวิบากเป็นสหชาตปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต และรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐานในปัญจโวการภพ, เป็นปัจจัยแก่อรูปธรรมเท่านั้นในจตุโวการภพ. กามาวจรกิริยาและอรูปาวจรกิริยาเป็นสหชาตปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุต และรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐานในปัญจโวการภพ. ในจตุโวการภพ เป็นปัจจัยเฉพาะแก่อรูปธรรมเท่านั้น. รูปาวจรกิริยาเป็นสหชาตปัจจัยโดยส่วนเดียว แก่ธรรมที่สัมปยุตและรูปที่จิตเป็นสมุฏฐาน.

สำหรับรูปที่เกิดจากสมุฏฐานทั้ง ๔ ในรูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐาน มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ มหาภูตรูป ๓ เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัยแก่มหาภูตรูปหนึ่ง มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ มหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่อุปาทายรูป ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย.

ในขณะปฏิสนธิของกามาวจรและรูปาวจร วัตถุรูปเป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย. ส่วนในบรรดารูปที่มีอุตุ จิตและอาหารเป็นสมุฏฐาน มหาภูตรูปเป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน และแก่อุปาทายรูปด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย.

ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยแม้โดยธรรมที่เป็นปัจจยุบบันในสหชาตปัจจัยนี้ อย่างนี้แล.

วรรณนาแห่งสหชาตปัจจัยนิทเทส จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา