ปฏิจจวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๐ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ วิปากติกะ ปฏิจจวาร
๑๒๓๘วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปาก เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปาก เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิปากขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยวิปากขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฎัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฎัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๒๓๙วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น วิปากธัมมธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้นขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๒๔๐เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูปอาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิปากขันธ์ อาศัยหทัยวัตถุ เกิดขึ้น วิปากธรรม และเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมม-*ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิปากขันธ์ อาศัยหทัยวัตถุ เกิดขึ้น กฏัตตารูป อาศัยมหา-*ภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๔๑วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากและหทัยวัตถุ เกิดขึ้นขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิปากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะกฎัตตารูป อาศัยวิปากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปาก-*นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัย-*ขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น กฎัตตารูปอาศัยวิปากขันธ์ และมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๔๒เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรมและเนววิปาก- *นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๔๓วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๒๔๔วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณ- *ปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น
๑๒๔๕เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น วิปากธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น
๑๒๔๖วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม- *เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุ เกิดขึ้นขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เกิดขึ้น
๑๒๔๗วิปากธรรมอาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิบากขันธ์ เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะ-*อธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น มี ๓ นัย
๑๒๔๘เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น จิตต-*สมุฏฐานรูป กฎัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๔๙เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปาก-*ธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิบากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๕๐เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรมและเนววิปาก-*นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์เป็นวิปากธัมมธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๕๑วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะ อนันตรปัจจัย ฯลฯ เพราะ สมนันตรปัจจัย ฯลฯ เหมือนกับอารัมมณปัจจัย ฯลฯ เพราะ สหชาตปัจจัย สหชาต-*ปัจจัยทั้งหมด เหมือนเหตุปัจจัย
๑๒๕๒เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรมเกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ ฯลฯ นี้เป็นข้อแตกต่างกันในสหชาตปัจจัย
๑๒๕๓วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญ-*ปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ หทยวัตถุ อาศัยวิบากขันธ์ เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะ-*อัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และหทยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้นขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๒๕๔วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญ- *ปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น
๑๒๕๕เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม มหาภูตรูป ๓ อาศัย-*มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ วิปากธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญ-*ปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิปากขันธ์ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น
๑๒๕๖วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากและหทยวัตถุ เกิดขึ้นขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น
๑๒๕๗วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะนิสสยปัจจัย ฯลฯ เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย
๑๒๕๘วิปากธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น
๑๒๕๙เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๒๖๐วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะกัมมปัจจัย ฯลฯ เพราะวิปากปัจจัย มี ๓ นัย
๑๒๖๑เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฎัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น กฎัตตารูป อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น
๑๒๖๒วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย เนววิปากนวิปากธัมมธรรม ฯลฯ เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ฯลฯ เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย
๑๒๖๓วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น เพราะอาหารปัจจัย ฯลฯ เพราะอินทริยปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัยเพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย
๑๒๖๔ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๓ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๕ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๕ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๕ ในสหชาตปัจจัย มี " ๑๓ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๗ ในนิสสยปัจจัย มี " ๑๓ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๕ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๒ ในกัมมปัจจัย มี " ๑๓ ในวิปากปัจจัย มี " ๙ ในอาหารปัจจัย มี " ๑๓ ในอินทริยปัจจัย มีวาระ ๑๓ ในฌานปัจจัย มี " ๑๓ ในมัคคปัจจัย มี " ๑๓ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๕ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๑๓ ในอัตถิปัจจัย มี " ๑๓ ในนัตถิปัจจัย มี " ๕ ในวิคตปัจจัย มี " ๕ ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓
๑๒๖๕ในเหตุปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๓พึงนับเหมือนจำนวนกุสลัตติกะ
๑๒๖๖ในเหตุปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย มีวาระ ๒ ในอารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
๑๒๖๗ในเหตุปัจจัย กับวิปากปัจจัย มีวาระ ๙ ในอารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๖ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙จำนวนอนุโลม จบ
๑๒๖๘วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอเหตุกวิบาก เกิดขึ้น ในอเหตุกปฏิสนธิขณะกฎัตตารูป อาศัยวิบากขันธ์ เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกวิบาก เกิดขึ้นขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๒๖๙วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุ ปัจจัย คือ โมหะที่สหรคด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วย-*วิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เกิดขึ้น
๑๒๗๐เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมซึ่งเป็นอเหตุกะ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปกฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูปอุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น วิปากธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุ-*ปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น กฏัตตารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธรรม และเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น กฏัตตารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๗๑วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก และหทยวัตถุเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอเหตุกวิบาก และมหาภูตรูป เกิดขึ้น ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฎัตตารูป อาศัยวิบากขันธ์ และมหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธรรม และเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม และเนว-*วิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ เกิดขึ้น กฏัตตารูป อาศัยวิบากขันธ์และมหา-*ภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๗๒เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิบากขันธ์ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยวิบากขันธ์ เกิดขึ้น
๑๒๗๓เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น
๑๒๗๔เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น มหาภูต-*รูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๗๕เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม และเนววิปากน- *วิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิบากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะกฏัตตารูป อาศัยวิบากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๗๖เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม และเนววิปากน-*วิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๗๗วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย ย่อเหมือนสหชาตปัจจัย ที่เป็นอนุโลม
๑๒๗๘เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่ เพราะอนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้นพาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ กฎัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น นี้เป็นความต่างกันสำหรับธรรมที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญปัจจัย ไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย
๑๒๗๙วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาต-*ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิบากขันธ์ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้นขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๒๘๐วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ ปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น
๑๒๘๑เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้นขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น พาหิรรูป จิตตสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูปฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น วิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ-*ปุเรชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทัยวัตถุ เกิดขึ้น วิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิบากขันธ์ อาศัยหทัยวัตถุ เกิดขึ้น กฏัตตารูป อาศัยมหา-*ภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๘๒วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทยวิบากและหทยวัตถุเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยวิบากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะกฏัตตารูป อาศัยวิบากขันธ์และมหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธัมมธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนว-*วิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่วิบากและหทยวัตถุ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยวิบากขันธ์ และมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๘๓เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรมและเนววิปาก- *นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นวิปากธัมมธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น
๑๒๘๔เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมม-*ธรรม เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑เกิดขึ้น อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๘๕วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ- *วิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ-*วิปากปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น วิปากธัมมธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้นขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๒๘๖เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูปอุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฎัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๘๗เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรมและเนววิปาก- *นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๘๘เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูปอุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๘๙เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย คือ พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูต-*รูป ๑ เกิดขึ้น สำหรับพวกอสัญญสัตว์ รูปชีวิตินทรีย์ อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๙๐วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น
๑๒๙๑เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ
๑๒๙๒วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกวิบาก เกิดขึ้น มี ๓ นัย
๑๒๙๓เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ เกิดขึ้น มี ๓ นัย
๑๒๙๔วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรมและเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทยวัตถุ เกิดขึ้น มี ๓ นัย
๑๒๙๕เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่- *เพราะสัมปยุตตปัจจัย มี ๒ นัย เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ-*สัมปยุตตปัจจัย มี ๒ นัย อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น มี ๑ นัย
๑๒๙๖วิปากธรรม อาศัยวิปากธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๒๙๗วิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ- *วิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๒๙๘เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้นขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น
๑๒๙๙เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อาศัยวิปากธัมมธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่- *เพราะนัตถิปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย
๑๓๐๐ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๐ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๕ " อธิปติปัจจัย มี " ๑๓ " อนันตรปัจจัย มี " ๕ " สมนันตรปัจจัย มี " ๕ " อัญญมัญญปัจจัย มี " ๕ " อุปนิสสยปัจจัย มี " ๕ " ปุเรชาตปัจจัย มี " ๑๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๑๓ " อาเสวนปัจจัย มี " ๑๓ " กัมมปัจจัย มี " ๒ " วิปากปัจจัย มี " ๕ " อาหารปัจจัย มี " ๑ " อินทริยปัจจัย มี " ๑ " ฌานปัจจัย มี " ๒ " มัคคปัจจัย มี " ๙ " สัมปยุตตปัจจัย มี " ๕ " วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓ " นัตถิปัจจัย มี " ๕ " วิคตปัจจัย มี " ๕
๑๓๐๑ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๐ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
๑๓๐๒ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัย-*ที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓นเหตุมูลกนัย จบ แม้ในวิปากติกะนี้ พึงนับเหมือนที่นับไว้แล้ว โดยวิธีสาธยายในกุสลัตติกะปัจจนียะ จบ
๑๓๐๓ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๓ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕
๑๓๐๔ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
๑๓๐๕ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย กับ-*อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
๑๓๐๖ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัยกับอธิปติปัจจัย กับอนันตรปัจจัย ฯลฯ กับปุเรชาตปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ฯลฯ พึงนับเหมือนนับจำนวนอนุโลมปัจจนียะ ในกุสลัตติกะอนุโลมปัจจนียะ จบ
๑๓๐๗ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๐ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐
๑๓๐๘ในสหชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัยมีวาระ ๓ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
๑๓๐๙ในสหชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณ-*ปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตร-*ปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มีวาระ ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ฯลฯ พึงนับเหมือนที่นับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุมูลกนัย ในกุสลัตติกะ พึงแจกวิปากติกะให้พิสดาร เหมือนที่แจกปัจจนียานุโลมปัฏฐาน ในกุสลัตติกะปัจจนียานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๐๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป๑ เกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นวิบากอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ที่เป็นวิบากอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่ เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบาก ไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๐๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะอารัมมณ-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นวิบากอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบาก ไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๐๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร อธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะอธิปติ-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น (๓) ... อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ... มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรม ที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๐๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร อนันตรปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะอนันตร-ปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับอารัมมณปัจจัย) เพราะสหชาตปัจจัย(สหชาตปัจจัยเหมือนกับเหตุปัจจัยทั้งหมด) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ฯลฯ ที่เป็นภายนอก... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม(สหชาตปัจจัยมีข้อต่างกันเท่านี้) อัญญมัญญปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะอัญญ- มัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุอาศัยขันธ์๒ เกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๐๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นวิบากอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) นิสสยปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนิสสย-ปัจจัย (ย่อ) เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัยอาเสวนปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๐๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร กัมมปัจจัยและวิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะกัมม-ปัจจัย (ย่อ) เพราะวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นวิบากอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นวิบากอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ... เกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ... เกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย ฯลฯ อาหารปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะอาหาร-ปัจจัย (ย่อ) เพราะอินทรียปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัยเพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๐๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๑๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๑๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๗ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๑๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑๓ วาระ วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑๓ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑๓ วาระ ฌานปัจจัย มี ๑๓ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑๓ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๓ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๑๓ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ วิคตปัจจัย มี ๕ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๑๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๐๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร เหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๑๓ วาระ ฯลฯ (พึงนับเหมือนการนับกุสลติกะ) อาเสวนทุกนัย
เหตุปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ อารัมมณปัจจัย ” มี ๒ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๒ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๒ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๒ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๒ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๒ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๒ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๒ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๐๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร วิปากทุกนัย
เหตุปัจจัย กับวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย ” มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๕ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๖ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๙ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๙ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๙ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๙ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๙ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ (ย่อ) การนับอนุโลม จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๑๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนเหตุ-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นวิบากเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตต-สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๑๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร จิตตสมุฏฐานรูปและกฎัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฎัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่เป็นวิบากอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่เป็นวิบากอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฎัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบาก ไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นวิบากและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ กฎัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฎัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฎัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น มหา-ภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฎัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฎัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) นอธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนอธิปติ-ปัจจัย (ย่อ) (นอธิปติปัจจัยเหมือนกับสหชาตปัจจัยที่เป็นฝ่ายอนุโลม)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๑๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอนันตรปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (นี้เป็นความต่างกัน) เพราะนอัญญมัญญปัจจัย เพราะนอุปนิสสยปัจจัย (ย่อ) นปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนปุเร- ชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก ... (ย่อ) (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ (ย่อ)(๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบาก เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๑๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑เกิดขึ้น ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นวิบากอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นวิบากอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบาก ไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จิตต-สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๑๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาต-ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้นนปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนปัจฉา-ชาตปัจจัย ฯลฯ เพราะนอาเสวนปัจจัย (ย่อ) นกัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน... มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น นวิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๑๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ...ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและมหาภูตรูปเกิดขึ้นนอาหารปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้นนอินทรียปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรม ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๑๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม รูปชีวิตินทรีย์อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น นฌานปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนฌาน-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ นมัคคปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนมัคค-ปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นวิบาก ... มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ที่เป็นอเหตุกะซึ่งไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ... มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุ ... มี ๓ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรม ที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนสัมปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๑๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนสัมปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ ... อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ... มี ๑ วาระนวิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปวาจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้นโนนัตถิปัจจัยและโนวิคตปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากอาศัยสภาวธรรม ที่เป็นวิบากเกิดขึ้นเพราะโนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจัย (ย่อ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๑๐ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๑๓ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๑๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑๓ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๕ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๒ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระนเหตุทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๒๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร นอนันตรปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๒ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๙ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ติกนัย นอธิปติปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ ฯลฯ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๒๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร นสัมปยุตตปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ (ย่อ) นเหตุมูลกนัย จบ (แม้ในวิปากติกะนี้ก็พึงนับเหมือนที่นับไว้แล้วในกุสลติกะตามแนวแห่งการสาธยาย) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑๓ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๕ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๒๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร ติกนัย นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัยและอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ จตุกกนัย นปุเรชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย และอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ ฯลฯ นวกนัย นปัจฉาชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย อธิปติปัจจัย อนันตรปัจจัย(ย่อปัจจัยที่เป็นมูล) และปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ (ย่อ) (พึงนับเหมือนการนับอนุโลมปัจจนียะในกุสลติกะ) อนุโลมปัจจนียะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๒๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๗ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๑๐ วาระ ติกนัย สหชาตปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๒๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๓. วิปากติกะ ๑. ปฏิจจวาร นิสสยปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ อาหารปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ ฌานปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ ฯลฯ สัตตกนัย สหชาตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย นอธิปติปัจจัย นอนันตรปัจจัยนสมนันตรปัจจัย และนอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ (พึงนับเหมือนนเหตุมูลกนัยในกุสลติกะ ข้อความนี้พึงให้พิสดารเหมือนปัจจนียานุโลมในกุสลติกะ) ปัจจนียานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๗๒๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถศึกษาอรรถกถาอธิบายเนื้อความในข้ออื่นๆ ดังนี้ :- อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ มาติกานิกเขปวาร ปัจจัย ๒๔