สังสัฏฐวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สํสฏฺฐวาโร
๑๔๗๑อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สํสฏฺโฐ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อนุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ฯ อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อนุปาทินฺนอนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อนุปาทินฺนอนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ฯ
๑๔๗๒เหตุยา ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อธิปติยา เทฺว อาเสวเน เทฺว วิปาเก เทฺว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคเต ตีณิ ฯ ยถา กุสลตฺติเก คณนา เอวํ คเณตพฺพา ฯ อนุโลมํ ฯ
๑๔๗๓อุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อนุปาทินฺนุปาทานิโย ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ สํสฏฺโฐ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ นเหตุยา เทฺว นอธิปติยา ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ
๑๔๗๔เหตุปจฺจยา นอธิปติยา ตีณิ ... นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... อวิคเต เทฺว ฯ สํสฏฺฐวาโร ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. อุปาทินนติกะ ๕. สังสัฏฐวาร ๑. ปัจจยานุโลม เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานเกิดระคนกับสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ขันธ์ ๑เกิดระคนกับขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดระคนกับสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๘๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๕. สังสัฏฐวาร สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดระคนกับสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑) (ย่อ) สังขยาวาร
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ อาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ วิปากปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงนับเหมือนในกุสลติกะ)อนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานเกิดระคนกับสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะฯลฯ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๘๑๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๕. สังสัฏฐวาร สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดระคนกับสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ที่เป็นอเหตุกะซึ่งกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดระคนกับขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ(๑) (ย่อ) นเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจนียานุโลมปัจจนียะ นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ สังสัฏฐวาร จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๘๑๔}
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๑๔๑๘ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาพรรณนาเนื้อความแห่งอุปาทินนติกปัฏฐาน
ในปัญหาวาระแห่งอุปาทินนุปาทานิยติกะ
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายถึงปวัตติกาลว่า วัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ โดยปุเรชาตปัจจัยเท่านั้น แต่ในปฏิสนธิกาล วัตถุนั้นหาเป็นปุเรชาตปัจจัยไม่.
ในคำนี้ว่า กพฬีการาหารที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ โดยอาหารปัจจัย ดังนี้ความว่า ชื่อว่ากพฬีการาหารที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยะได้แก่ โอชาที่อยู่ในภายในแห่งรูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐาน.
สองบทว่า อุปาทินฺนุปาทานิยสฺส กายสฺส ความว่า เป็นปัจจัยแก่กาย คือรูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐานนั่นเอง โดยอาหารปัจจัย.
อาหารเป็นปัจจัย ด้วยอำนาจการเลี้ยงรักษาและค้ำจุนแก่กัมมชรูป เหมือนรูปชีวิตินทรีย์ ไม่ได้เป็นปัจจัยด้วยอำนาจการยังรูปให้เกิดขึ้น.
ส่วนคำใดที่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า โอชาในตัวกบเป็นต้นที่ยังเป็นอยู่ เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัยแก่ตัวงูที่กลืนกบเป็นต้นเข้าไป คำนั้นไม่พึงถือเอา เพราะว่า โอชาในตัวสัตว์ที่ยังเป็นอยู่ ย่อมไม่ให้สำเร็จความเป็นอาหารปัจจัยแก่ร่างกายของผู้อื่น.
ก็ในคำนี้ว่า อนุปาทินฺนุปาทานิยสฺส กายสฺส ย่อมได้ความเป็นปัจจัยด้วยอำนาจการให้เกิดขึ้น.
ในคำนี้ว่า อุปาทินฺนุปาทานิยสฺส จ อนุปาทินฺนุปาทานิยสฺส จ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอาหารปัจจัยด้วยอำนาจเป็นธรรมค้ำจุนแก่กายอย่างหนึ่ง ด้วยอำนาจทำให้เกิดแก่กายอย่างหนึ่ง หรือด้วยอำนาจเป็นธรรมค้ำจุนเท่านั้น แก่กายที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ และที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ.
ก็อาหาร ๒ เมื่อเป็นปัจจัยร่วมกัน ย่อมเป็นอุปัตถัมภกสัตติคือค้ำจุนเท่านั้น ไม่เป็นชนกสัตติคือทำให้เกิด.
คำที่เหลือในอธิการนี้ ผู้ศึกษาพึงตรวจบาลีให้ดีแล้วทราบเถิด.
อรรถกถาพรรณนาเนื้อความแห่งอุปาทินนติกปัฏฐาน จบ. -----------------------------------------------------