ปัจจยปัจจนียนัย
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๐ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑
๒๘๓อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก อัพยากตกิริยาซึ่งเป็นอเหตุกะ เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้นขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ @ ตามนัยแห่งข้อ ๘๗ ฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น พาหิรรูปอาหาร-*สมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ เกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณ อาศัยกายาตนะเกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกะ อัพยากตวิบาก และอัพยากต-*กิริยา ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น อกุศลธรรม อาศัยอัพยากตธรรมเกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่-*ไม่ใช่เหตุปัจจัย คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทยวัตถุ เกิดขึ้น
๒๘๔อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่ อารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย ในปัจจยวาร พึงให้พิสดารเหมือนอย่างปัจจัย ที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย ในปฏิจจวาร
๒๘๕กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น มี ๓ นัย อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัยมี ๓ นัย อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย@ ตามนัยแห่งข้อ ๖๐ ฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ พึงเพิ่มอัพยากตะให้บริบูรณ์ พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูปอุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ จักขุวิญญาณอาศัยจักขายตนะ เกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น กุศลธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกุศล อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น ฯลฯ ปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย พึงนับเหมือนสหชาตปัจจัย ในอนุโลม
๒๘๖อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญ-*ปัจจัย เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย พึงให้พิสดารเหมือนอย่างในปฏิจจวาร
๒๘๗กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาต- *ปัจจัย เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย ฯลฯ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ เกิดขึ้น ฯลฯ ทั้งปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย ทั้งปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มีหัวข้อปัจจัยครบ-*๑๗ บริบูรณ์ พึงให้พิสดารเหมือนอย่างสหชาตปัจจัยในอนุโลม
๒๘๘กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย คือ กุศลเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกุศล เกิดขึ้น อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย คือ กุศลเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นอัพยากตกิริยา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตกิริยา เกิดขึ้นมหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น เจตนาที่เป็นอัพยากตกิริยา อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น@ ตามนัยแห่งข้อ ๖๐ ซึ่งว่าด้วยสหชาตปัจจัย ในปฏิจจวาร ฝ่ายอนุโลม กุศลธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย คือ กุศลเจตนา อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น อกุศลธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย คือ อกุศลเจตนา อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่-*กัมมปัจจัย คือ กุศลเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกุศลและหทยวัตถุ เกิดขึ้น อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย คือ อกุศลเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอกุศลและหทยวัตถุ เกิดขึ้น
๒๘๙กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่วิปาก ปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น มี ๓ นัย อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมวิปากปัจจัย มี ๓ นัย อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตกิริยา เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้นฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตวิบาก อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น กุศลธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกุศล อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น ยกเว้นวิปากปัจจัยเสีย ในปัจจัยทุกๆ ข้อ พึงแจกให้พิสดาร
๒๙๐อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่ อาหารปัจจัย เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย คือ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ เกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะเกิดขึ้น นี้เป็นข้อแตกต่างกันในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย คือ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ เกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะเกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกะอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น นี้เป็นข้อแตกต่างกันในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย ส่วนที่เหลือ พึงแจกให้พิสดารเช่นเดียวกันกับปัจจนียะ ในปฏิจจวาร อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัยเพราะปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย พึงแจกให้พิสดารเหมือนอย่างในปฏิจจวาร
๒๙๑ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๕ " อธิปติปัจจัย มี " ๑๗ " อนันตรปัจจัย มี " ๕ " สมนันตรปัจจัย มี " ๕ " อัญญมัญญปัจจัย มี " ๕ " อุปนิสสยปัจจัย มี " ๕ " ปุเรชาตปัจจัย มี " ๗ " ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๑๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มีวาระ ๑๗ " กัมมปัจจัย มี " ๗ " วิปากปัจจัย มี " ๑๗ " อาหารปัจจัย มี " ๑ " อินทริยปัจจัย มี " ๑ " ฌานปัจจัย มี " ๑ " มัคคปัจจัย มี " ๑ " สัมปยุตตปัจจัย มี " ๕ " วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓ " นัตถิปัจจัย มี " ๕ " วิคตปัจจัย มี " ๕
๒๙๒ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๔ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๒๙๓ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในปัจจัยทุกๆ ข้อ มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัยมีวาระ ๑
๒๙๔ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕
๒๙๕ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑
๒๙๖ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕
๒๙๗ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๒๙๘ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัย ที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยทุกๆ ข้อ มีวาระ ๑ ปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย เช่นเดียวกันกับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
๒๙๙ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มีวาระ ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ " อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕
๓๐๐ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับปัจจัย ที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑
๓๐๑ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มีวาระ ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ " อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๗ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕
๓๐๒ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๔ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยทุกๆ ข้อ มีหัวข้อปัจจัย ๑ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑
๓๐๓ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยทุกๆ ข้อ มีหัวข้อปัจจัย ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑
๓๐๔ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มีวาระ ๔ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕ " อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๗ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕
๓๐๕ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับปัจจัยที่-*ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๔ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๔ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๓๐๖ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยทุกๆ ข้อ มีวาระ ๑ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยทุกๆ ข้อ มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยทุกๆ ข้อ มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยทุกๆ ข้อ มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มีวาระ ๑ ปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย ก็เช่นเดียวกันกับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
๓๐๗ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๓๐๘ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ " อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย ก็เช่นเดียวกันกับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย ปัจจนียะในปัจจยวาร จบ.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิด ขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูต-รูป ๑ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๕๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร นอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (พึงขยายให้พิสดารเหมือนนอารัมมณปัจจัยในปฏิจจวาร)นอธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ... มี ๓ วาระ ... ทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ... มี ๓ วาระ ... ทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (พึงเพิ่มอัพยากตบทให้บริบูรณ์) ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ (พึงนับเหมือนสหชาตปัจจัยในอนุโลม) นอนันตรปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้นเพราะนอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอัญญมัญญปัจจัยเพราะ นอุปนิสสยปัจจัย เพราะนปุเรชาตปัจจัย (พึงขยายให้พิสดารเหมือนในปฏิจจวาร)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร นปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย ฯลฯ ทำจักขายตนะ ฯลฯ (นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัยบริบูรณ์แล้ว มี ๑๗ วาระ) (พึงขยายให้พิสดารเหมือนสหชาตปัจจัยในอนุโลม)นกัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ นกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นกุศลทำขันธ์ที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัยได้แก่ เจตนาที่เป็นอกุศลทำขันธ์ที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัพยากตกิริยาทำขันธ์ที่เป็นอัพยากตกิริยาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ทำมหาภูตรูป ๑ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ อุปาทายรูป ... เจตนาที่เป็นอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นกุศลทำขันธ์ที่เป็นกุศลและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอกุศลทำขันธ์ที่เป็นอกุศลและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร นวิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ... มี ๓ วาระ ... ทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ... มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากต-กิริยาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ จิตต-สมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหมมหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (เว้นวิปากปัจจัยทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร) นอาหารปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย เพราะนอินทรียปัจจัย เพราะนฌานปัจจัย ฯลฯ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (นี้เป็นความต่างกันในนฌานปัจจัย) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นอัพยากต-วิบากและอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (นี้เป็นความต่างกันในนมัคคปัจจัย) (ที่เหลือพึงขยายให้พิสดารเหมือนปัจจนียะในปฏิจจวาร)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร นสัมปยุตตปัจจัยเป็นต้น
... เพราะนสัมปยุตตปัจจัย เพราะนวิปปยุตตปัจจัย เพราะโนนัตถิปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะโนวิคตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (พึงขยายให้พิสดารเหมือนในปฏิจจวาร) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑๗ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๗ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ นเหตุทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๔ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๔ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๔ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๔ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร ติกนัย นอธิปติปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ ฯลฯ นอารัมมณทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๕ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร โนนัตถิปัจจัย กับนอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ ติกนัย นอธิปติปัจจัย กับนอารัมมณปัจจัย และนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ ฯลฯ นอธิปติทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย มี ๔ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๗ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๕๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร ติกนัย นอารัมมณปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย และนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๔ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๔ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๔ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ จตุกกนัย นอนันตรปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) ฯลฯ นอนันตรปัจจัยเป็นต้น
...กับนอนันตรปัจจัย นสมนันตรปัจจัย นอัญญมัญญปัจจัย และ นอุปนิสสยปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๕๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร นปุเรชาตทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๗ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ ติกนัย นอารัมมณปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๖๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร นอุปนิสสยปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ จตุกกนัย นอธิปติปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ นปัจฉาชาตะและนอาเสวนทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ นอาเสวนปัจจัย มี ๔ วาระ นอารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๗ วาระ นอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๖๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร นปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๗ วาระ นกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๗ วาระ นอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ ติกนัย นอารัมมณปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๔ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๔ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๔ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๖๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร นมัคคปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ จตุกกนัย นอธิปติปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ นกัมมทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๗ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๖๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร นมัคคปัจจัย กับนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ติกนัย นอารัมมณปัจจัย กับนกัมมปัจจัย และนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ นวิปากทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนวิปากปัจจัย มี ๔ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร นมัคคปัจจัย กับนวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ ติกนัย นอารัมมณปัจจัย กับนวิปากปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๔ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๔ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๔ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร จตุกกนัย นอธิปติปัจจัย กับนวิปากปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ ทุกนัยมีนอาหารปัจจัยเป็นต้น
นเหตุปัจจัย กับนอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑วาระ) โนวิคตปัจจัย กับนอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นเหตุปัจจัย กับนอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) นเหตุปัจจัย กับนฌานปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) นเหตุปัจจัย กับนมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) ... กับนสัมปยุตตปัจจัย ... (ปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย)นวิปปยุตตทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ นอารัมมณปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๖๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร นวิปากปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ติกนัย นอารัมมณปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๑๖๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร จตุกกนัย นอธิปติปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) ... กับโนนัตถิปัจจัย ... กับโนวิคตปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย)ปัจจนียะในปัจจยวาร จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัจจยปัจจนียนัย
ก็กุศลย่อมไม่ได้ในปัจจนียนัย เพราะฉะนั้น ท่านจึงเริ่มวิสัชนาตั้งแต่อกุศลเป็นต้นไปว่า อกุสลํ ธมฺมํ ปจฺจยา ดังนี้. คำวิสัชนานั้นย่อมดำเนิไปตามบาลีเท่านั้น. ก็คำที่จะพึงกล่าวในวาระนี้ได้กล่าวไว้เรียบร้อยแล้วในปัจจนียนัยแห่งปฏิจจวาระ.
ก็ท่านกล่าวคำว่า นเหตุยา จตฺตาริ ในนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ เป็นต้น เพื่อแสดงจำนวนวิสัชนาที่ได้ในปัจจนียนัยอันใดไว้ ในวิสัชนานั้นมีการกำหนด ๖ อย่างคือวิสัชนา ๔ วาระ ๑๗ วาระ ๕ วาระ ๓ วาระ ๑ วาระ ในการเทียบเคียงปัจจัยที่มีมูล ๒ และมูล ๓ เป็นต้นพึงทราบการนับด้วยอำนาจการกำหนดเหล่านั้น เพราะว่า ปัจจัยใด ที่ได้วิสัชนาถึง ๑๗ วาระ เพราะเทียบเคียงกับปัจจัยที่เช่นเดียวกันกับปัจจัยนั้น.
____________________________
อรรถกถาบาลีไทยหน้า ๕๗๗ บรรทัดที่ ๔ ว่า โน ฉบับอื่นเป็น โย แปลตามฉบับอื่น เพราะตรงตามสภาวะ.
การกำหนดจำนวนได้แม้ทั้ง ๖ อย่างที่เหลือ ก็เพราะเทียบเคียงกับปัจจัยที่มีจำนวนต่ำกว่า. แม้ในการกำหนดจำนวนที่เหลือก็อย่างนี้. เมื่อเว้นการกำหนดจำนวนที่สูงกว่า ก็ย่อมได้จำนวนที่เท่ากันและต่ำกว่ากัน ในการนี้จะไม่ได้การกำหนดจำนวนที่สูงกว่า ฉะนั้นนี้จึงเป็นข้อนิยมในเรื่องการกำหนดจำนวนนี้.
ก็จำนวนที่เท่ากัน และจำนวนที่ต่ำกว่ากัน เมื่อความผิดแผกกันมีอยู่ เนื้อความก็ไม่ได้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า นเหตุปจฺจยา นารมฺมเณ เอกํ เพราะนเหตุปัจจัย ในอารัมมณปัจจัยมี ๑ วาระ ดังนี้เป็นต้น.
ความจริงในเรื่องนี้ น่าจะมีคำกล่าวว่า วิสัชนา ๔ วาระ ควรได้ด้วยอำนาจแห่งนเหตุปัจจัยเพราะพระบาลีมาแล้วว่า ในนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ ในนอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ. แต่เพราะวิสัชนาเหล่านั้นเข้ากันกับอารัมมณธรรม สารัมมณธรรมจึงผิด เพราะฉะนั้น วิสัชนา ๓ วาระจึงลดไป คืออกุศลธรรมอิงอาศัยอกุศลธรรมเกิดขึ้น,อกุศลธรรมอิงอาศัยอัพยากตธรรมเกิดขึ้น, อกุศลธรรมอิงอาศัยอกุศลธรรมและอัพยากตธรรมเกิดขึ้น. วิสัชนา ๑ วาระเท่านั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ด้วยสามารถแห่งรูปว่า อัพยากตธรรมอิงอาศัยอัพยากตธรรมเกิดขึ้นดังนี้.
บัณฑิตครั้นทราบวิสัชนาที่ผิดแผกแตกต่างกันไปในปัจจัยทั้งปวงแล้วพึงทราบการกำหนดที่จะมีได้ด้วยประการฉะนี้.
อีกอย่างหนึ่ง ในอธิการนี้มีการแสดงเพียงนัยดังต่อไปนี้.
สองบทว่า นาธิปติยา จตฺตาริ ในนอธิปติปัจจัย มี ๔ วาระ คือวิสัชนาที่ได้แล้วในวิสัชนานเหตุปัจจัย.
แม้ในจตุกะที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.
สองบทว่า นานนฺตเร เอกํ ในนอนันตรปัจจัย มี ๑ วาระ คือ อัพยากตะกับอัพยากตะ ด้วยอำนาจรูปที่มีอเหตุกจิตเป็นสมุฏฐาน และรูปที่เหลือ. บัณฑิตพึงทราบรูปที่ประกอบได้ในปัจจัยหนึ่งๆ ทั้งหมดอย่างนี้.
แม้ในคำนี้ว่า นปุเรชาเต เทฺว ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ ก็ควรจะกล่าวว่า ได้วิสัชนา ๔ วาระด้วยอำนาจนเหตุปัจจัย. แต่เพราะนเหตุปัจจัยเข้ากันได้กับนปุเรชาตปัจจัย วิสัชนา ๒ ข้อด้วยอำนาจวัตถุปุเรชาตะว่า อกุศลเกิดขึ้นเพราะอิงอาศัยอัพยากตธรรมอกุศลเกิดขึ้นเพราะอิงอาศัยอกุศลและอัพยากตะดังนี้ ต้องลดไป. ส่วนในอรูปภพท่านกล่าววิสัชนาไว้ ๒ ข้อ ด้วยอำนาจอเหตุกโมหะและอเหตุกกิริยา.
สองบทว่า นวิปฺปยุตเต เทฺว ในนวิปปยุตตปัจจัยมี ๒ วาระ คือวิสัชนา ๒ ข้อด้วยอำนาจอเหตุกอกุศลและอเหตุกกิริยา ในอรูปภพ.
ใน โนนตฺถิ โนวิคเต คำว่า เอกํ = ๑ พึงทราบว่าได้แก่อัพยากตะกับอัพยากตะ ด้วยอำนาจรูปทั้งหมด. ในปัจจัยที่มีมูล ๓ เป็นต้น แสดงไว้หมดแล้ว.
ส่วนในนารัมมณทุมูลกนัย คำว่า นาธิปติยา ปญฺจ ในนอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ คือวิสัชนาที่ได้ในนอารัมมณปัจจัยนั่นเอง.
ในคำนี้ว่า นกมฺเม เอกํ ในนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ บัณฑิตไม่พึงถือเอาจิตตชรูปและกัมมชรูป พึงทราบเฉพาะอัพยากตะกับอัพยากตะ ด้วยอำนาจรูปที่เหลือ.
ในนาธิปติมูลกนัย คำว่า นปุเรชาเต สตฺต ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ คือวิสัชนาที่ได้ในนปุเรชาตปัจจัยเท่านั้น.
คำว่า นปจฺฉาชาเต สตฺตรส ในนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ ได้แก่วิสัชนา ๑๗ ข้อ ในนปัจฉาชาตปัจจัยเท่านั้น. วิสัชนาที่มีนอนันตรปัจจัย นสมนันตรปัจจัย นอัญญมัญญปัจจัย นอุปนิสสยปัจจัย นสัมปยุตตปัจจัย โนนัตถิปัจจัย โนวิคตปัจจัย เป็นมูล เหมือนกับปัจจัยที่มีนอารัมมณปัจจัยเป็นมูล. วิสัชนาที่ผ่านมาแล้วและยังไม่ถึง และวิสัชนาที่มีได้และมีไม่ได้ในปัจจัยทั้งหมด พึงทราบโดยการแสดงเพียงนัยนี้เท่านั้น.
อรรถกถาปัจจยปัจจนียนัย จบ. -----------------------------------------------------