๑๐. ผัคคุณสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ผัคคุณสูตร
อถ โข อายสฺมา ผคฺคุโน ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา ผคฺคุโน ภควนฺตํ เอตทโวจ อตฺถิ นุ โข ภนฺเต ตํ จกฺขุํ เยน จกฺขุนา อตีเต พุทฺเธ ปรินิพฺพุเต ฉินฺนปปญฺเจ ฉินฺนวฏุเม ปริยาทินฺนวฏฺเฏ สพฺพทุกฺขวีติวตฺเต ปญฺญาปยมาโน ปญฺญเปยฺย ฯเปฯ อตฺถิ นุ โข ภนฺเต สา ชิวฺหา ยาย ชิวฺหาย อตีเต พุทฺเธ ปรินิพฺพุเต ฯเปฯ ปญฺญเปยฺย ฯเปฯ อตฺถิ นุ โข โส ภนฺเต มโน เยน มเนน อตีเต พุทฺเธ ปรินิพฺพุเต ฉินฺนปปญฺเจ ฉินฺนวฏุเม ปริยาทินฺนวฏฺเฏ สพฺพทุกฺขวีติวตฺเต ปญฺญาปยมาโน ปญฺญเปยฺยาติ ฯ
ครั้งนั้นแล ท่านพระผัคคุณะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับฯลฯ ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุคคลเมื่อจะบัญญัติ พึงบัญญัติพระพุทธเจ้าผู้ตัดตัณหาเครื่องให้เนิ่นช้าแล้ว ตัดทางได้แล้วครอบงำวัฏฏะได้แล้ว ล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวง ปรินิพพานล่วงไปแล้ว ด้วยจักษุใดจักษุนั้นมีอยู่หรือหนอ ฯลฯ บุคคลเมื่อจะบัญญัติ พึงบัญญัติพระพุทธเจ้าผู้ตัดตัณหาเครื่องให้เนิ่นช้าแล้ว ตัดทางได้แล้ว ครอบงำวัฏฏะได้แล้ว ล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวง ปรินิพพานล่วงไปแล้ว ด้วยใจใด ใจนั้นมีอยู่หรือหนอ พระพุทธเจ้าข้า ฯ
นตฺถิ นุ โข ตํ ผคฺคุน จกฺขุํ เยน จกฺขุนา อตีเต พุทฺเธ ปรินิพฺพุเต ฉินฺนปปญฺเจ ฉินฺนวฏุเม ปริยาทินฺนวฏฺเฏ สพฺพทุกฺขวีติวตฺเต ปญฺญาปยมาโน ปญฺญเปยฺยาติ ฯเปฯ นตฺถิ โข สา ผคฺคุน ชิวฺหา ยาย ชิวฺหาย อตีเต พุทฺเธ ปรินิพฺพุเต ฉินฺนปปญฺเจ ฉินฺนวฏุเม ปริยาทินฺนวฏฺเฏ สพฺพทุกฺขวีติวตฺเต ปญฺญาปยมาโน ปญฺญเปยฺย ฯเปฯ นตฺถิ โข โส ผคฺคุน มโน เยน มเนน อตีเต พุทฺเธ ปรินิพฺพุเต ฉินฺนปปญฺเจ ฉินฺนวฏุเม ปริยาทินฺนวฏฺเฏ สพฺพทุกฺขวีติวตฺเต ปญฺญาปยมาโน ปญฺญเปยฺยาติ ฯ ทสมํ ฯ คิลานวคฺโค ตติโย ฯ ตสฺสุทฺทานํ คิลาเนน เทฺว วุตฺตา ราเธน อปเร ตโย อวิชฺชาย จ เทฺว วุตฺตา ภิกฺขุ โลโก จ ผคฺคุโนติ ฯ -------------
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรผัคคุณะ บุคคลเมื่อจะบัญญัติ พึงบัญญัติพระพุทธเจ้าผู้ตัดตัณหาเครื่องให้เนิ่นช้าแล้ว ตัดทางได้แล้ว ครอบงำวัฏฏะได้แล้ว ล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวง ปรินิพพานล่วงไปแล้ว ด้วยจักษุใด จักษุนั้นไม่มีเลย ฯลฯ บุคคลเมื่อจะบัญญัติ พึงบัญญัติพระพุทธเจ้าผู้ตัดตัณหาเครื่องให้เนิ่นช้าแล้ว ตัดทางได้แล้ว ครอบงำวัฏฏะได้แล้ว ล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวง ปรินิพพานล่วงไปแล้ว ด้วยใจใด ใจนั้นไม่มีเลย ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบคิลานวรรคที่ ๓ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. คิลานสูตรที่ ๑ ๒. คิลานสูตรที่ ๒ ๓. ราธสูตรที่ ๑ ๔. ราธสูตรที่ ๒ ๕. ราธสูตรที่ ๓ ๖. อวิชชาสูตรที่ ๑ ๗. อวิชชาสูตรที่ ๒ ๘. ภิกขุสูตร๙. โลกสูตร ๑๐. ผัคคุณสูตร ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๒. ทุติยปัณณาสก์ ๓. คิลานวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ๑๐. ผัคคุนปัญหาสูตร ว่าด้วยพระผัคคุนะทูลถามปัญหา
ครั้งนั้นแล ท่านพระผัคคุนะ ฯลฯ นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถาม พระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุคคลเมื่อจะบัญญัติพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตผู้ตัดธรรมเครื่องเนิ่นช้า ผู้ตัดทาง ได้แล้ว ผู้ครอบงำวัฏฏะได้แล้วผู้ล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว ปรินิพพานแล้ว พึงบัญญัติด้วยจักขุใด จักขุนั้นมีอยู่หรือฯลฯ บุคคลเมื่อจะบัญญัติพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ... ปรินิพพานแล้ว พึงบัญญัติด้วยชิวหาใด ชิวหานั้นมีอยู่หรือ ฯลฯ บุคคลเมื่อจะบัญญัติพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตผู้ตัดธรรมเครื่องเนิ่นช้า ผู้ตัดทางได้แล้ว ผู้ครอบงำวัฏฏะได้แล้ว ผู้ล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว ปรินิพพานแล้ว พึงบัญญัติด้วยมโนใด มโนนั้นมีอยู่หรือ” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ผัคคุนะ บุคคลเมื่อจะบัญญัติพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตผู้ตัดธรรมเครื่องเนิ่นช้า ผู้ตัดทางได้แล้ว ผู้ครอบงำวัฏฏะได้แล้ว ผู้ล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว ปรินิพพานแล้ว พึงบัญญัติด้วยจักขุใด จักขุนั้นไม่มีเลย ฯลฯ บุคคลเมื่อจะบัญญัติพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตผู้ตัดธรรมเครื่องเนิ่นช้า ผู้ตัดทางได้แล้ว ผู้ครอบงำวัฏฏะได้แล้ว ผู้ล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว ปรินิพพานแล้ว พึงบัญญัติด้วยชิวหาใด ชิวหานั้นไม่มีเลย ฯลฯ บุคคลเมื่อจะบัญญัติพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตผู้ตัดธรรมเครื่องเนิ่นช้า ผู้ตัดทางได้แล้ว ผู้ครอบงำวัฏฏะได้แล้ว ผู้ล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว ปรินิพพานแล้ว พึงบัญญัติด้วยมโนใด มโนนั้นไม่มีเลย”ผัคคุนปัญหาสูตรที่ ๑๐ จบ คิลานวรรคที่ ๓ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปฐมคิลานสูตร ๒. ทุติยคิลานสูตร ๓. ราธอนิจจสูตร ๔. ราธทุกขสูตร ๕. ราธอนัตตสูตร ๖. ปฐมอวิชชาปหานสูตร ๗. ทุติยอวิชชาปหานสูตร ๘. สัมพหุลภิกขุสูตร ๙. โลกปัญหาสูตร ๑๐. ผัคคุนปัญหาสูตร @เชิงอรรถ : @ ธรรมเครื่องเนิ่นช้า หมายถึงตัณหา (สํ.สฬา.อ. ๓/๘๓/๑๙) @ ทาง หมายถึงตัณหา (สํ.สฬา.อ. ๓/๘๓/๑๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๗๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาผัคคุนสูตรที่ ๑๐
ในผัคคุนสูตรที่ ๑๐ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า ฉินฺนปปญฺเจ ความว่า ชื่อว่าผู้มีธรรมเป็นเครื่องเนิ่นช้าอันขาดแล้ว เพราะตัดธรรมเป็นเครื่องเนิ่นช้าคือตัณหาเสียได้ ชื่อว่าผู้มีทางอันตัดแล้ว เพราะตัดทางคือตัณหานั่นเองได้แล้ว.
ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า เราจะถามอะไร.
แก้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า ความจริงเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จล่วงลับไปแล้ว เราจะถามถึงจักษุและโสตเป็นต้น ที่ภิกษุกันไว้แล้ว.
อีกอย่างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า ถ้าแม้เมื่อเจริญมรรคแล้ว ความหมุนเวียนแห่งจักษุและโสตะเป็นต้น จะพึงหมุนเวียนในอนาคตได้ไซร้ เราจะถามถึงข้อนั้น.
จบอรรถกถาผัคคุนสูตรที่ ๑๐ จบคิลานวรรคที่ ๓ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. คิลานสูตรที่ ๑
๒. คิลานสูตรที่ ๒
๓. ราธสูตรที่ ๑
๔. ราธสูตรที่ ๒
๕. ราธสูตรที่ ๓
๖. อวิชชาสูตรที่ ๑
๗. อวิชชาสูตรที่ ๒
๘. ภิกขุสูตร
๙. โลกสูตร
๑๐. ผัคคุณสูตร ฯ -----------------------------------------------------