๘. เอชสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๒๒จกฺขุํ น มญฺเญยฺย จกฺขุสฺมึ น มญฺเญยฺย จกฺขุโต น มญฺเญยฺย จกฺขุํ เมติ น มญฺเญยฺย รูเป น มญฺเญยฺย จกฺขุวิญฺญาณํ จกฺขุสมฺผสฺสํ ยมฺปิทํ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ น มญฺเญยฺย ตสฺมึปิ น มญฺเญยฺย ตโตปิ น มญฺเญยฺย ตมฺเมติ น มญฺเญยฺย ฯ ยํ หิ ภิกฺขเว มญฺญติ ยสฺมึ มญฺญติ ยโต มญฺญติ ยํ เมติ มญฺญติ ตโต ตํ โหติ อญฺญถา อญฺญถาภาวี ภวสตฺโต โลโก ภวเมว อภินนฺทติ ฯเปฯ {๑๒๒.๑} ชิวฺหํ น มญฺเญยฺย ชิวฺหาย น มญฺเญยฺย ชิวฺหาโต น มญฺเญยฺย ชิวฺหา เมติ น มญฺเญยฺย รเส น มญฺเญยฺย ชิวฺหาวิญฺญาณํ ชิวฺหาสมฺผสฺสํ ยมฺปิทํ ชิวฺหาสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ น มญฺเญยฺย ตสฺมึปิ น มญฺเญยฺย ตโตปิ น มญฺเญยฺย ตมฺเมติ น มญฺเญยฺย ฯ ยํ หิ ภิกฺขเว มญฺญติ ยสฺมึ มญฺญติ ยโต มญฺญติ ยํ เมติ มญฺญติ ตโต ตํ โหติ อญฺญถา อญฺญถาภาวี ภวสตฺโต โลโก ภวเมว อภินนฺทติ ฯเปฯ {๑๒๒.๒} มนํ น มญฺเญยฺย มนสฺมึ น มญฺเญยฺย มนโต น มญฺเญยฺย มโน เมติ น มญฺเญยฺย ธมฺเม น มญฺเญยฺย มโนวิญฺญาณํ มโนสมฺผสฺสํ ยมฺปิทํ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ น มญฺเญยฺย ตสฺมึปิ น มญฺเญยฺย ตโตปิ น มญฺเญยฺย ตมฺเมติ น มญฺเญยฺย ฯ ยํ หิ ภิกฺขเว มญฺญติ ยสฺมึ มญฺญติ ยโต มญฺญติ ยมฺเมติ มญฺญติ ตโต ตํ โหติ อญฺญถา อญฺญถาภาวี ภวสตฺโต โลโก ภวเมว อภินนฺทติ ฯ {๑๒๒.๓} ยาวตา ภิกฺขเว ขนฺธธาตุอายตนา ตมฺปิ น มญฺเญยฺย ตสฺมึปิ น มญฺเญยฺย ตโตปิ น มญฺเญยฺย ตํ เมติ น มญฺเญยฺย ฯ โส เอวํ อมญฺญมาโน น กิญฺจิ โลเก อุปาทิยติ อนุปาทิยํ น ปริตสฺสติ อปริตสฺสํ ปจฺจตฺตญฺเญว ปรินิพฺพายติ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาตีติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๒. ทุติยปัณณาสก์ ๔. ฉันนวรรค ๘. ทุติยเอชาสูตร ๘. ทุติยเอชาสูตร ว่าด้วยความหวั่นไหว สูตรที่ ๒
“ภิกษุทั้งหลาย ความหวั่นไหวเป็นโรค ความหวั่นไหวเป็นหัวฝี ความ หวั่นไหวเป็นลูกศร เพราะเหตุนั้นแล ตถาคตจึงเป็นผู้ไม่หวั่นไหว ปราศจากลูกศรอยู่ เพราะเหตุนั้นแล ถ้าภิกษุหวังว่า ‘เราพึงเป็นผู้ไม่หวั่นไหว ปราศจากลูกศรอยู่’ เธอไม่พึงกำหนดหมายจักขุ ไม่พึงกำหนดหมายในจักขุ ไม่พึงกำหนดหมาย เพราะจักขุ ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘จักขุของเรา’ ไม่พึงกำหนดหมายรูป ฯลฯ จักขุวิญญาณ ฯลฯ จักขุสัมผัส ฯลฯ ไม่พึงกำหนดหมายแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายแม้ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายแม้เพราะความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นของเรา’ บุคคลกำหนดหมายสิ่งใด กำหนดหมายในสิ่งใด กำหนดหมายเพราะสิ่งใด กำหนดหมายว่า ‘สิ่งใดของเรา’ สิ่งนั้นย่อมเป็นโดยอาการอื่นจากที่กำหนดหมายนั้น คือ สัตว์โลกข้องอยู่ในภพ มีความเปลี่ยนแปลงโดยอาการอื่น ก็ยังยินดีภพอยู่นั่นเอง ฯลฯ ไม่พึงกำหนดหมายชิวหา ไม่พึงกำหนดหมายในชิวหา ไม่พึงกำหนดหมาย เพราะชิวหา ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘ชิวหาของเรา’ ไม่พึงกำหนดหมายรส ฯลฯ ชิวหาวิญญาณ ฯลฯ ชิวหาสัมผัส ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๙๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๒. ทุติยปัณณาสก์ ๔. ฉันนวรรค ๘. ทุติยเอชาสูตร ไม่พึงกำหนดหมายแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายแม้ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายแม้เพราะความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นของเรา’ บุคคลกำหนดหมายสิ่งใด กำหนดหมายในสิ่งใด กำหนดหมายเพราะสิ่งใด กำหนดหมายว่า ‘สิ่งใดของเรา’ สิ่งนั้นย่อมเป็นโดยอาการอื่นจากที่กำหนดหมายนั้น คือ สัตว์โลกข้องอยู่ในภพ มีความเปลี่ยนแปลงโดยอาการอื่น ก็ยังยินดีภพอยู่นั่นเอง ฯลฯ ไม่พึงกำหนดหมายมโน ไม่พึงกำหนดหมายในมโน ไม่พึงกำหนดหมายเพราะมโนไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘มโนของเรา’ ไม่พึงกำหนดหมายธรรมารมณ์ ฯลฯ มโนวิญญาณ ฯลฯ มโนสัมผัส ฯลฯ ไม่พึงกำหนดหมายแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายแม้ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายแม้เพราะความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นของเรา’ บุคคลกำหนดหมายสิ่งใด กำหนดหมายในสิ่งใด กำหนดหมายเพราะสิ่งใด กำหนดหมายว่า ‘สิ่งใดของเรา’ สิ่งนั้นย่อมเป็นโดยอาการอื่นจากที่กำหนดหมายนั้น คือ สัตว์โลกข้องอยู่ในภพ มีความเปลี่ยนแปลงโดยอาการอื่น ก็ยังยินดีภพอยู่นั่นเอง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๙๓}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๒. ทุติยปัณณาสก์ ๔. ฉันนวรรค ๑๐. ทุติยทวยสูตร ภิกษุทั้งหลาย บุคคลไม่พึงกำหนดหมายแม้ขันธ์ ธาตุ และอายตนะเท่าที่มีอยู่ไม่พึงกำหนดหมายในขันธ์ ธาตุ และอายตนะเท่าที่มีอยู่ ไม่พึงกำหนดหมายเพราะขันธ์ ธาตุ และอายตนะเท่าที่มีอยู่ ไม่พึงกำหนดหมายว่า ‘ขันธ์ ธาตุ และอายตนะเท่าที่มีอยู่นั้นของเรา’ บุคคลผู้ไม่กำหนดหมายอยู่อย่างนี้ย่อมไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก เมื่อไม่ถือมั่นก็ไม่สะดุ้งกลัว เมื่อไม่สะดุ้งกลัว ย่อมดับเฉพาะตนเอง รู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป”ทุติยเอชาสูตรที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐมเอชสูตรที่ ๗ - ทุติยเอชสูตรที่ ๘
ในปฐมเอชสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า เอชา ได้แก่ ตัณหา. ตัณหาแม้นั้น ท่านเรียกว่าเอชา เพราะอรรถว่าหวั่นไหว. อนึ่ง เอชานั้นชื่อว่าโรคะ เพราะอรรถเบียดเบียน. ชื่อว่าคัณฑะ ฝี เพราะอรรถว่าประทุษร้ายในภายใน. ชื่อว่าสัลละ ลูกศร เพราะอรรถว่าตัด.
บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะเหตุที่เอชา ชื่อว่าเป็นตัวตัณหา เป็นตัวโรคและเป็นลูกศร ฉะนั้น.
คำว่า จกฺขุ น มญฺเญยฺย เป็นต้นมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
สูตรทั้งหมด ท่านจัดไว้ในหนหลังชักมาแสดงไว้แม้ในที่นี้.
สูตรที่ ๘ มีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
จบอรรถกถาปฐมเอชสูตรที่ ๗ - ทุติยเอชสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๖. พาหิยสูตร