อรหันตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๙๔๙ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว อินฺทฺริยานิ ฯ กตมานิ ปญฺจ ฯ สุขินฺทฺริยํ ทุกฺขินฺทฺริยํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ โทมนสฺสินฺทฺริยํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯ
๙๕๐สุขเวทนิยํ ภิกฺขเว ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขินฺทฺริยํ ฯ โส สุขิโตว สมาโน สุขิโตสฺมีติ ปชานาติ ตสฺเสว สุขเวทนิยสฺส ผสฺสสฺส นิโรธา ยนฺตชฺชํ เวทยิตํ สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ สุขินฺทฺริยํ ตํ นิรุชฺฌติ ตํ วูปสมตีติ ปชานาติ ฯ
๙๕๑ทุกฺขเวทนิยํ ภิกฺขเว ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขินฺทฺริยํ ฯ โส ทุกฺขิโตว สมาโน ทุกฺขิโตสฺมีติ ปชานาติ ตสฺเสว ทุกฺขเวทนิยสฺส ผสฺสสฺส นิโรธา ยนฺตชฺชํ เวทยิตํ ทุกฺขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ ทุกฺขินฺทฺริยํ ตํ นิรุชฺฌติ ตํ วูปสมตีติ ปชานาติ ฯ
๙๕๒โสมนสฺสเวทนิยํ ภิกฺขเว ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยํ ฯ โส สุมโนว สมาโน สุมโนสฺมีติ ปชานาติ ตสฺเสว โสมนสฺสเวทนิยสฺส ผสฺสสฺส นิโรธา ยนฺตชฺชํ เวทยิตํ โสมนสฺสเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ ตํ นิรุชฺฌติ ตํ วูปสมตีติ ปชานาติ ฯ
๙๕๓โทมนสฺสเวทนิยํ ภิกฺขเว ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสินฺทฺริยํ ฯ โส ทุมฺมโนว สมาโน ทุมฺมโนสฺมีติ ปชานาติ ตสฺเสว โทมนสฺสเวทนิยสฺส ผสฺสสฺส นิโรธา ยนฺตชฺชํ เวทยิตํ โทมนสฺสเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ โทมนสฺสินฺทฺริยํ ตํ นิรุชฺฌติ ตํ วูปสมตีติ ปชานาติ ฯ
๙๕๔อุเปกฺขาเวทนิยํ ภิกฺขเว ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯ โส อุเปกฺขโกว สมาโน อุเปกฺขโกสฺมีติ ปชานาติ ตสฺเสว อุเปกฺขาเวทนิยสฺส ผสฺสสฺส นิโรธา ยนฺตชฺชํ เวทยิตํ อุเปกฺขาเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ตํ นิรุชฺฌติ ตํ วูปสมตีติ ปชานาติ ฯ
๙๕๕เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ทฺวินฺนํ กฏฺฐานํ สงฺฆฏนสโมธานา อุสฺมา ชายติ เตโช อภินิพฺพตฺตติ เตสํเยว กฏฺฐานํ นานาภาวนิกฺเขปา ยา ตชฺชา อุสฺมา สา นิรุชฺฌติ สา วูปสมติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขินฺทฺริยํ โส สุขิโตว สมาโน สุขิโตสฺมีติ ปชานาติ ตสฺเสว สุขเวทนิยสฺส ผสฺสสฺส นิโรธา ยนฺตชฺชํ เวทยิตํ สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ สุขินฺทฺริยํ ตํ นิรุชฺฌติ ตํ วูปสมตีติ ปชานาติ ฯ ทุกฺขเวทนิยํ ภิกฺขเว ผสฺสํ ปฏิจฺจ ฯเปฯ โสมนสฺสเวทนิยํ ภิกฺขเว ผสฺสํ ปฏิจฺจ ฯ โทมนสฺสเวทนิยํ ภิกฺขเว ผสฺสํ ปฏิจฺจ ฯ อุเปกฺขาเวทนิยํ ภิกฺขเว ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยํ โส อุเปกฺขโกว สมาโน อุเปกฺขโกสฺมีติ ปชานาติ ตสฺเสว อุเปกฺขาเวทนิยสฺส ผสฺสสฺส นิโรธา ยนฺตชฺชํ เวทยิตํ อุเปกฺขาเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ตํ นิรุชฺฌติ ตํ วูปสมตีติ ปชานาตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๔. อินทริยสังยุต] ๔. สุขินทริยวรรค ๙. กัฏโฐปมสูตร ๙. กัฏโฐปมสูตร ว่าด้วยอุปมาด้วยไม้เสียดสีกัน
“ภิกษุทั้งหลาย อินทรีย์ ๕ ประการนี้ อินทรีย์ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สุขินทรีย์ ๒. ทุกขินทรีย์ ๓. โสมนัสสินทรีย์ ๔. โทมนัสสินทรีย์ ๕. อุเปกขินทรีย์ ภิกษุทั้งหลาย สุขินทรีย์เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนาภิกษุนั้นมีสุขก็รู้ชัดว่า เรามีสุข เพราะผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนานั้นแลดับไปเธอก็รู้ชัดว่า สุขินทรีย์ที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนาที่เสวยอยู่อันเกิดจากผัสสะนั้นดับไป คือสงบไป ทุกขินทรีย์เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ภิกษุนั้นมีทุกข์ก็รู้ชัดว่า เรามีทุกข์ เพราะผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนานั้นแลดับไป เธอก็รู้ชัดว่า ทุกขินทรีย์ที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนาที่เสวยอยู่อันเกิดจากผัสสะนั้นดับไป คือสงบไป โสมนัสสินทรีย์เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัสสเวทนา ภิกษุนั้นสบายใจก็รู้ชัดว่า เราสบายใจ เพราะผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัสสเวทนานั้นแลดับไป เธอก็รู้ชัดว่า โสมนัสสินทรีย์ที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัสสเวทนาที่เสวยอยู่อันเกิดจากผัสสะนั้นดับไป คือสงบไป โทมนัสสินทรีย์เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งโทมนัสสเวทนา ภิกษุนั้นไม่สบายใจก็รู้ชัดว่า เราไม่สบายใจ เพราะผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งโทมนัสสเวทนานั้นแลดับไป เธอก็รู้ชัดว่า โทมนัสสินทรีย์ที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งโทมนัสสเวทนาที่เสวยอยู่อันเกิดจากผัสสะนั้นดับไป คือสงบไป อุเปกขินทรีย์เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขาเวทนา ภิกษุนั้นวางเฉยก็รู้ชัดว่า เราวางเฉย เพราะผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขาเวทนานั้นแลดับไปเธอก็รู้ชัดว่า อุเปกขินทรีย์ที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขาเวทนาที่เสวยอยู่อันเกิดจากผัสสะนั้นดับไป คือสงบไป
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๓๑๗}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๔. อินทริยสังยุต] ๔. สุขินทริยวรรค ๑๐. อุปปฏิปาฏิกสูตร ภิกษุทั้งหลาย เพราะไม้ ๒ อันเสียดสีกันจึงเกิดความร้อน ลุกเป็นไฟขึ้น เพราะแยกไม้ ๒ อันนั้นออกจากกัน ความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีนั้นก็ดับไป ระงับไปแม้ฉันใด สุขินทรีย์ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา ภิกษุนั้นมีสุขก็รู้ชัดว่า เรามีสุข เพราะผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนานั้นแลดับไป เธอก็รู้ชัดว่า สุขินทรีย์ที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนาที่เสวยอยู่อันเกิดจากผัสสะนั้นดับไป ระงับไป ทุกขินทรีย์เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา ฯลฯ โสมนัสสินทรีย์เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัสสเวทนา ฯลฯ โทมนัสสินทรีย์เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งโทมนัสสเวทนา ฯลฯ อุเปกขินทรีย์เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขาเวทนา ภิกษุนั้นวางเฉยก็รู้ชัดว่า เราวางเฉย เพราะผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขาเวทนานั้นแลดับไป เธอก็รู้ชัดว่า อุเปกขินทรีย์ที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขาเวทนาที่เสวยอยู่อันเกิดจากผัสสะนั้นดับไป ระงับไป” กัฏโฐปมสูตรที่ ๙ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอรหันตสูตรที่ ๙
อรหันตสูตรที่ ๙. คำว่า ทฺวินฺนํ กฏฺฐานํ ได้แก่ แห่งไม้สีไฟ ๒ อัน.
คำว่า สํฆฏนสโมธานา ได้แก่ ด้วยการเสียดสีและด้วยการประชุมเข้าด้วยกัน.
คำว่า อุสมฺา คือ บ่อเกิดความอุ่น.
คำว่า เตโช คือ ควันไฟ. และในคำว่า เตโช นี้ พึงเห็นว่า อารมณ์ที่เป็นไปเหมือนไม้สีไฟอันล่าง ผัสสะเหมือนไม้สีไฟอันบน การเสียดสีของผัสสะเหมือนความร้อนระอุ เวทนาเหมือนไฟ. หรือพึงเห็นว่า อารมณ์ที่เป็นไปเหมือนไม้สีไฟอันบน ผัสสะเหมือนไม้สีไฟอันล่าง.
จบอรรถกถาอรหันตสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------