อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๙๘

เอสนาสูตร ที่ ๑-๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๙๘–๓๑๒พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 15 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 15 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

เอสนาวคฺโค ทฺวาทสโม

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เอสนาวรรคที่ ๑๒ เอสนาสูตรที่ ๑ การแสวงหา ๓

ข้อ ๒๙๘

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว เอสนา ฯ กตมา ติสฺโส ฯ กาเมสนา ภเวสนา พฺรหฺมจริเยสนา ฯ อิมา โข ภิกฺขเว ติสฺโส เอสนา ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน? คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหาพรหมจรรย์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.

ข้อ ๒๙๙

อิมาสํ โข ภิกฺขเว ติสฺสนฺนํ เอสนานํ อภิญฺญาย อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาเวตพฺโพ ฯ กตโม อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ ฯเปฯ สมฺมาสมาธึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯ อิมาสํ โข ภิกฺขเว ติสฺสนฺนํ เอสนานํ อภิญฺญาย อยํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาเวตพฺโพติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เพื่อความรู้ยิ่งซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน? ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อรู้ยิ่งด้วยการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล. จบ สูตรที่ ๑ เอสนาสูตรที่ ๒ การแสวงหา ๓

ข้อ ๓๐๐

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว เอสนา ฯ กตมา ติสฺโส ฯ กาเมสนา ภเวสนา พฺรหฺมจริเยสนา ฯ อิมา โข ภิกฺขเว ติสฺโส เอสนา ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน?คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหาพรหมจรรย์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.

ข้อ ๓๐๑

อิมาสํ โข ภิกฺขเว ติสฺสนฺนํ เอสนานํ อภิญฺญาย อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาเวตพฺโพ ฯ กตโม อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ ฯเปฯ สมฺมาสมาธึ ภาเวติ ราควินยปริโยสานํ โทสวินยปริโยสานํ โมหวินยปริโยสานํ ฯ อิมาสํ โข ภิกฺขเว ติสฺสนฺนํ เอสนานํ อภิญฺญาย อยํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาเวตพฺโพติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่งซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน? ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุดมีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อรู้ยิ่งซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล จบ สูตรที่ ๒ เอสนาสูตรที่ ๓ การแสวงหา ๓

ข้อ ๓๐๒

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว เอสนา ฯ กตมา ติสฺโส ฯ กาเมสนา ภเวสนา พฺรหฺมจริเยสนา ฯ อิมา โข ภิกฺขเว ติสฺโส เอสนา ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน?คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหาพรหมจรรย์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.

ข้อ ๓๐๓

อิมาสํ โข ภิกฺขเว ติสฺสนฺนํ เอสนานํ อภิญฺญาย อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาเวตพฺโพ ฯ กตโม อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ ฯเปฯ สมฺมาสมาธึ ภาเวติ อมโตคธํ อมตปรายนํ อมตปริโยสานํ ฯ อิมาสํ โข ภิกฺขเว ติสฺสนฺนํ เอสนานํ อภิญฺญาย อยํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาเวตพฺโพติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่งซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน? ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุดดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อรู้ยิ่งซึ่งการแสวงหา ๓อย่างนี้แล. จบ สูตรที่ ๓ เอสนาสูตรที่ ๔ การแสวงหา ๓

ข้อ ๓๐๔

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว เอสนา ฯ กตมา ติสฺโส ฯ กาเมสนา ภเวสนา พฺรหฺมจริเยสนา ฯ อิมา โข ภิกฺขเว ติสฺโส เอสนา ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน? คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหาพรหมจรรย์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.

ข้อ ๓๐๕

อิมาสํ โข ภิกฺขเว ติสฺสนฺนํ เอสนานํ อภิญฺญาย อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาเวตพฺโพ ฯ กตโม อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ ฯเปฯ สมฺมาสมาธึ ภาเวติ นิพฺพานนินฺนํ นิพฺพานโปณํ นิพฺพานปพฺภารํ ฯ อิมาสํ โข ภิกฺขเว ติสฺสนฺนํ เอสนานํ อภิญฺญาย อยํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาเวตพฺโพติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่งซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน? ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพานดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อรู้ยิ่งซึ่งการแสวงหา ๓อย่างนี้แล. จบ สูตรที่ ๔ เอสนาสูตรที่ ๕ การแสวงหา ๓

ข้อ ๓๐๖

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว เอสนา ฯ กตมา ติสฺโส ฯ กาเมสนา ภเวสนา พฺรหฺมจริเยสนา ฯ อิมา โข ภิกฺขเว ติสฺโส เอสนา ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน?คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหาพรหมจรรย์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.

ข้อ ๓๐๗

อิมาสํ โข ภิกฺขเว ติสฺสนฺนํ เอสนานํ ปริญฺญาย ฯเปฯ อยํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาเวตพฺโพติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เพื่อกำหนดรู้ซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อกำหนดรู้ซึ่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล. จบ สูตรที่ ๕ เอสนาสูตรที่ ๖ การแสวงหา ๓

ข้อ ๓๐๘

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว เอสนา ฯ กตมา ติสฺโส ฯ กาเมสนา ภเวสนา พฺรหฺมจริเยสนา ฯเปฯ (ยทปิ อภิญฺญา ตทปิ ปริญฺญาย วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯเปฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน?คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหาพรหมจรรย์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล ฯลฯ จบ สูตรที่ ๖ เอสนาสูตรที่ ๗ การแสวงหา ๓

ข้อ ๓๐๙

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว เอสนา ฯ กตมา ติสฺโส ฯ กาเมสนา ภเวสนา พฺรหฺมจริเยสนา ฯ อิมา โข ภิกฺขเว ติสฺโส เอสนา ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน?คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหาพรหมจรรย์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.

ข้อ ๓๑๐

อิมาสํ โข ภิกฺขเว ติสฺสนฺนํ เอสนานํ ปริกฺขยาย ฯเปฯ อยํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาเวตพฺโพติ ฯ (ยทปิ อภิญฺญา ตทปิ ปริญฺญาย วิตฺถาเรตพฺพํ ปริกฺขยาย วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯเปฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย. ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เพื่อความสิ้นไปแห่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อความสิ้นไปแห่งการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล ฯลฯ จบ สูตรที่ ๗ เอสนาสูตรที่ ๘ การแสวงหา ๓

ข้อ ๓๑๑

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว เอสนา ฯ กตมา ติสฺโส ฯ กาเมสนา ภเวสนา พฺรหฺมจริเยสนา ฯ อิมา โข ภิกฺขเว ติสฺโส เอสนา ฯ

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน?คือ การแสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหาพรหมจรรย์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้แล.

ข้อ ๓๑๒

อิมาสํ โข ภิกฺขเว ติสฺสนฺนํ เอสนานํ ปหานาย อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาเวตพฺโพ ฯ กตโม อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ ฯเปฯ สมฺมาสมาธึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯ อิมาสํ โข ภิกฺขเว ติสฺสนฺนํ เอสนานํ ปหานาย อยํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาเวตพฺโพติ ฯ (ยทปิ อภิญฺญาย ตทปิ ปหานาย วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯเปฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เพื่อละการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ เพื่อละการแสวงหา ๓ อย่างนี้แล. จบ สูตรที่ ๘

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑. มัคคสังยุต] ๑๓. เอสนาวรรค ๑. เอสนาสูตร ๑๓. เอสนาวรรค หมวดว่าด้วยการแสวงหา ๑. เอสนาสูตร ว่าด้วยการแสวงหา

ข้อ ๑๖๑

เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ ประการนี้ การแสวงหา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. การแสวงหากาม ๒. การแสวงหาภพ ๓. การแสวงหาพรหมจรรย์ การแสวงหา ๓ ประการนี้ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่งการแสวงหาทั้ง ๓ประการนี้ อริยมรรคมีองค์ ๘ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เจริญสัมมาทิฏฐิอันอาศัยวิเวก ฯลฯ ๘. เจริญสัมมาสมาธิอันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไป ในโวสสัคคะ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ นี้เพื่อรู้ยิ่งการแสวงหาทั้ง๓ ประการนี้ ภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ ประการนี้ การแสวงหา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. การแสวงหากาม ๒. การแสวงหาภพ ๓. การแสวงหาพรหมจรรย์ การแสวงหา ๓ ประการนี้ @เชิงอรรถ : @ พรหมจรรย์ ในที่นี้หมายถึงมิจฉาทิฏฐิ (สํ.ม.อ. ๓/๑๖๑/๒๐๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๙๑}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑. มัคคสังยุต] ๑๓. เอสนาวรรค ๑. เอสนาสูตร ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่งการแสวงหาทั้ง ๓ประการนี้ อริยมรรคมีองค์ ๘ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เจริญสัมมาทิฏฐิ ฯลฯ ๘. เจริญสัมมาสมาธิอันเป็นธรรมมีการกำจัดราคะ โทสะ และโมหะเป็นที่สุด ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ นี้เพื่อรู้ยิ่งการแสวงหาทั้ง๓ ประการนี้ ภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ ประการนี้ การแสวงหา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. การแสวงหากาม ๒. การแสวงหาภพ ๓. การแสวงหาพรหมจรรย์ การแสวงหา ๓ ประการนี้ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่งการแสวงหาทั้ง ๓ประการนี้ อริยมรรคมีองค์ ๘ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เจริญสัมมาทิฏฐิ ฯลฯ ๘. เจริญสัมมาสมาธิอันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ นี้เพื่อรู้ยิ่งการแสวงหาทั้ง๓ ประการนี้ ภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ ประการนี้ การแสวงหา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. การแสวงหากาม ๒. การแสวงหาภพ ๓. การแสวงหาพรหมจรรย์ การแสวงหา ๓ ประการนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๙๒}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑. มัคคสังยุต] ๑๓. เอสนาวรรค ๑. เอสนาสูตร ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อรู้ยิ่งการแสวงหาทั้ง ๓ประการนี้ อริยมรรคมีองค์ ๘ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เจริญสัมมาทิฏฐิ ฯลฯ ๘. เจริญสัมมาสมาธิอันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่ นิพพาน ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ นี้เพื่อรู้ยิ่งการแสวงหาทั้ง ๓ ประการนี้ ภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ ประการนี้ การแสวงหา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. การแสวงหากาม ๒. การแสวงหาภพ ๓. การแสวงหาพรหมจรรย์ การแสวงหา ๓ ประการนี้ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อกำหนดรู้การแสวงหา ทั้ง ๓ ประการนี้ ฯลฯ ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ นี้ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความเพื่อกำหนดรู้ให้พิสดารเหมือนความรู้ยิ่งฉะนั้น) ภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ ประการนี้ การแสวงหา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. การแสวงหากาม ๒. การแสวงหาภพ ๓. การแสวงหาพรหมจรรย์ การแสวงหา ๓ ประการนี้ ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อความสิ้นไปแห่งการแสวงหาทั้ง ๓ ประการนี้ ฯลฯ ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ นี้ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความเพื่อความสิ้นไปให้พิสดารเหมือนความรู้ยิ่งฉะนั้น)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๙๓}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑. มัคคสังยุต] ๑๓. เอสนาวรรค ๒. วิธาสูตร ภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ ประการนี้ การแสวงหา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. การแสวงหากาม ๒. การแสวงหาภพ ๓. การแสวงหาพรหมจรรย์ การแสวงหา ๓ ประการนี้ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อละการแสวงหาทั้ง ๓ประการนี้ อริยมรรคมีองค์ ๘ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เจริญสัมมาทิฏฐิ ฯลฯ ๘. เจริญสัมมาสมาธิอันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไป ในโวสสัคคะ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ นี้ เพื่อละการแสวงหาทั้ง ๓ประการนี้แล” (พึงเพิ่มข้อความเพื่อการละให้พิสดารเหมือนความรู้ยิ่งฉะนั้น) เอสนาสูตรที่ ๑ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

เอสนาวรรคที่ ๑๒ อรรถกถาปฐมเอสนาสูตรที่ ๑

พึงทราบวินิจฉัยในเอสนาวรรค. (ปฐมเอสนาสูตรที่ ๑)

บทว่า กาเมสนา ได้แก่ การแสวงหา ค้นหา เที่ยวหา ปรารถนากามทั้งหลาย.

บทว่า ภเวสนา ได้แก่ การแสวงหาภพทั้งหลาย.

บทว่า พฺรหฺมจริเยสนา ได้แก่ การแสวงหาพรหมจรรย์กล่าวคือมิจฉาทิฏฐิ.

จบอรรถกถาปฐมเอสนาสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------

ตั้งแต่สูตรที่ ๒-๘ ไม่มีอรรถกถาแก้. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา