อสัปปุริสสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อสัปปุริสสูตรที่ ๑ ว่าด้วยอสัตบุรุษ-สัตบุรุษ
๗๐สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอสัตบุรุษและสัตบุรุษแก่เธอ ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังเรื่องนั้น.
๗๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสัตบุรุษเป็นไฉน? บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มีความเห็นผิด ดำริผิด เจรจาผิด ทำการงานผิด เลี้ยงชีพผิด พยายามผิด ระลึกผิด ตั้งใจมั่นผิดบุคคลนี้เรียกว่า อสัตบุรุษ.
๗๒ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัตบุรุษเป็นไฉน? บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นชอบ ดำริชอบ เจรจาชอบ ทำการงานชอบ เลี้ยงชีพชอบ พยายามชอบ ระลึกชอบตั้งใจมั่นชอบ บุคคลนี้เรียกว่า สัตบุรุษ. จบ สูตรที่ ๕
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. ปฐมอสัปปุริสสูตร ว่าด้วยอสัตบุรุษ สูตรที่ ๑
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี “ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอสัตบุรุษและสัตบุรุษแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง อสัตบุรุษ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มีมิจฉาทิฏฐิ มีมิจฉาสังกัปปะ มีมิจฉาวาจามีมิจฉากัมมันตะ มีมิจฉาอาชีวะ มีมิจฉาวายามะ มีมิจฉาสติ มีมิจฉาสมาธิ บุคคลนี้เรียกว่า อสัตบุรุษ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๒๖}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑. มัคคสังยุต] ๓. มิจฉัตตวรรค ๖. ทุติยอสัปปุริสสูตร สัตบุรุษ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้มีสัมมาทิฏฐิ มีสัมมาสังกัปปะ มีสัมมาวาจามีสัมมากัมมันตะ มีสัมมาอาชีวะ มีสัมมาวายามะ มีสัมมาสติ มีสัมมาสมาธิ บุคคลนี้เรียกว่า สัตบุรุษ” ปฐมอสัปปุริสสูตรที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
มิจฉัตตวรรคที่ ๓ อรรถกถามิจฉัตตสูตรเป็นต้น
พึงทราบวินิจฉัยในมิจฉัตตสูตรที่ ๑ แห่งมิจฉัตตวรรคที่ ๓.
บทว่า มิจฺฉตฺตํ แปลว่า มีความผิดสภาวะ.
บทว่า สมฺมตฺตํ แปลว่า มีความถูกเป็นสภาวะ.
บทว่า มิจฺฉาปฏิปตฺตาธิกรณเหตุ แปลว่า เพราะเหตุแห่งการปฏิบัติผิด. อธิบายว่า เพราะเหตุทำการปฏิบัติผิด.
บทว่า นาราธโก ได้แก่ ไม่ถึงพร้อม.
บทว่า ญายํ ธมฺมํ ได้แก่ อริยมรรคธรรม.
บทว่า มิจฺฉาญาณี ความว่า รู้ผิด คือพิจารณาผิด.
บทว่า มิจฺฉาวิมุตฺติ ความว่า ไม่พ้นตามความจริง คือไม่ให้พ้นไปจากทุกข์.
วัฏฏะและวิวัฏฏะ ในมรรค ๔ พระองค์ตรัสแล้วในพระสูตรที่ ๓ เป็นต้นเหล่านี้.
ส่วนบุคคลที่ทรงถามธรรมที่ทรงจำแนกมีอยู่ในพระสูตรทั้ง ๒ สุดท้าย ในที่นั้น ทรงแสดงบุคคลโดยธรรมแล้วอย่างนี้.
บทว่า สุปฺปวตฺติโย แปลว่า เป็นที่ตั้งแห่งความเป็นไปได้ง่าย. อธิบายว่า บุคคลย่อมยังจิตให้แล่นไปยังทิศอันปรารถนาและต้องการแล้วได้ฉันใด บุคคลก็ย่อมสามารถให้หม้อกลิ้งไปได้ฉันนั้น.
บทว่า สอุปนิสํ สปริกฺขารํ ได้แก่ พร้อมทั้งปัจจัย พร้อมทั้งบริวาร.
คำที่เหลือในบททั้งปวง ง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถามิจฉัตตสูตรเป็นต้น จบอรรถกถามิจฉัตตวรรคที่ ๓ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. มิจฉัตตสูตร
๒. อกุศลธรรมสูตร
๓. ปฏิปทาสูตรที่ ๑
๔. ปฏิปทาสูตรที่ ๒
๕. อสัปปุริสสูตรที่ ๑
๖. อสัปปุริสสูตรที่ ๒
๗. กุมภสูตร
๘. สมาธิสูตร
๙. เวทนาสูตร
๑๐. อุตติยสูตร. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค มัคคสังยุตต์ วิหารวรรคที่ ๒ ๘. กุกกุฏารามสูตรที่ ๑